คลอว์เลอร์ของ Google ส่ง HTTP request method อื่นนอกจาก GET และ POST จริง แต่ปริมาณน้อยมาก Gary Illyes จาก Google เขียนบน LinkedIn ว่า "HEAD, OPTIONS, PUT, PATCH, and DELETE account for less than 1.5% of the total number of requests all Google's crawlers send." โดย Search Engine Roundtable รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026 และ Illyes ระบุว่าต้นเหตุคือ JavaScript ที่ทำงานอยู่บนหน้าเว็บระหว่างการเรนเดอร์ ไม่ใช่พฤติกรรมการเก็บข้อมูลที่ Googlebot ตั้งใจทำ
Gary Illyes พูดว่าอะไร
Illyes เปิดโพสต์ด้วยการอธิบายว่าทำไมถึงต้องเขียนเรื่องนี้ "For some reason I got a few questions the past few weeks about whether Google's crawlers send HTTP requests other than GET and POST" คำตอบสั้น ๆ คือส่งจริง พร้อมตัวเลขไม่ถึง 1.5% กำกับไว้
ส่วนสาเหตุเขาพูดตรงกว่านั้น "Basically it seems that some JavaScript nonsense is initiating these requests and rendering does its rendering things." อ่านตามตัวอักษรก็คือจุดกำเนิดของคำขออยู่ในหน้าเว็บเอง สคริปต์ฝั่งไคลเอนต์ทำงานระหว่างที่ Google เรนเดอร์ และตัวเรนเดอร์ก็ทำตามเหมือนเบราว์เซอร์ทั่วไป Googlebot ไม่ได้ตัดสินใจยิง PATCH ใส่เซิร์ฟเวอร์คุณ แต่ฟรอนต์เอนด์ของคุณเองเป็นคนขอ แล้ว Google ก็แค่รันสคริปต์ที่ขอนั้น
คำขอมาจากไหน และไม่ได้มาจากไหน
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุชื่อสคริปต์ ไลบรารี หรือเฟรมเวิร์กใดเป็นการเฉพาะ และ Illyes ก็ไม่ได้แยกตัวเลขรายเมธอดออกมา สิ่งที่โพสต์นี้ยืนยันคือทิศทางของสาเหตุ ซึ่งเป็นส่วนที่มีประโยชน์ตอนนั่งไล่ล็อกไฟล์ คำขอ HEAD หรือ OPTIONS ที่มาจากคลอว์เลอร์ของ Google ไม่ใช่หลักฐานว่า Google กำลังสำรวจ endpoint ของคุณ แต่เป็นหลักฐานว่ามีบางอย่างบนหน้าที่เรนเดอร์แล้วยิงคำขอออกไป และตัวเรนเดอร์ทำตาม
ความต่างข้อนี้เปลี่ยนว่าควรไปคุยกับใครก่อน มันเป็นคำถามฝั่งฟรอนต์เอนด์ ก่อนจะเป็นคำถามฝั่ง Search
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอันดับ
ไม่มีข้อความใดในรายงานของ Search Engine Roundtable วันที่ 7 สิงหาคม 2026 ที่บอกว่าคำขอเหล่านี้กระทบอันดับ การจัดทำดัชนี หรือการประเมินหน้าเว็บ Illyes ตอบคำถามแคบ ๆ ว่าคลอว์เลอร์ของ Google ส่ง HTTP method อะไรบ้างและเพราะอะไร จึงควรอ่านเป็นการชี้แจงพฤติกรรมของคลอว์เลอร์ ไม่ใช่สัญญาณให้เปลี่ยนวิธีสร้างหรือปรับหน้าเว็บ
สรุปสิ่งที่ Illyes ระบุ
ตารางด้านล่างคือเนื้อหาทั้งหมดของการเปิดเผยครั้งนี้ จากโพสต์บน LinkedIn ตามที่มีรายงานเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2026
| ประเด็น | สิ่งที่ Gary Illyes ระบุ |
|---|---|
| เมธอดอื่นนอกจาก GET และ POST | คลอว์เลอร์ของ Google ส่ง HEAD, OPTIONS, PUT, PATCH และ DELETE จริง |
| สัดส่วนจากคำขอทั้งหมด | ไม่ถึง 1.5% ของคำขอทั้งหมดที่คลอว์เลอร์ของ Google ส่ง |
| ต้นทางของคำขอ | JavaScript บนหน้าเว็บ ที่ทำงานระหว่างการเรนเดอร์ |
| สิ่งที่เขาตัดออก | พฤติกรรมการเก็บข้อมูลที่ตั้งใจ โดยเรียกว่าเป็นการเรนเดอร์ที่ทำงานตามปกติ |
| เหตุที่โพสต์ | มีคนถามเรื่องนี้เข้ามาหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า |
อ่านรายงานได้ที่ Search Engine Roundtable
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
เว็บไซต์จำนวนมากอยู่หลัง CDN หรือชุดกฎไฟร์วอลล์ที่บล็อก HTTP method ที่ไม่ค่อยได้ใช้ตั้งแต่ค่าเริ่มต้น เพราะการบล็อก PUT และ DELETE ที่ขอบเครือข่ายเป็นคำแนะนำมาตรฐานด้านความปลอดภัย และแทบไม่มีใครย้อนกลับไปดูว่ากฎนั้นดักอะไรไว้บ้าง ถ้าเว็บที่พึ่ง JavaScript หนักมีอาการแปลก ๆ ตอนเรนเดอร์ ลำดับเหตุการณ์ที่ Illyes อธิบายก็ให้จุดที่ควรไปดูอย่างเจาะจง ดึงล็อกเซิร์ฟเวอร์และล็อก WAF ออกมา กรองเฉพาะคลอว์เลอร์ของ Google แล้วดูว่าคำขอ HEAD หรือ OPTIONS ถูกปฏิเสธอยู่หรือเปล่า แหล่งข่าวไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้ทำให้การเรนเดอร์มีปัญหา แต่บอกว่าคำขอเหล่านี้มีอยู่จริงและมาจากไหน ซึ่งพอจะยืนยันหรือตัดสมมติฐานทิ้งได้ แทนที่จะเดา
ตัวเลข 1.5% ก็ใช้เป็นเกณฑ์เทียบได้ ถ้าทราฟฟิกที่ไม่ใช่ GET จากคลอว์เลอร์ของ Google โผล่ในล็อกเป็นสัดส่วนใหญ่ ปริมาณนั้นไม่ตรงกับที่ Google อธิบาย และคำอธิบายที่เป็นไปได้มากกว่าคือมีอย่างอื่นอยู่บนเส้นทางของคำขอ การอ่านล็อกแบบนี้ควรอยู่ใน งานตรวจสอบ SEO เชิงเทคนิค มากกว่าจะไปอยู่ในบทสนทนาเรื่องอันดับ และถือเป็นหนึ่งในการตรวจที่ถูกที่สุดของ งาน SEO เพราะข้อมูลอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองอยู่แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
เรื่องนี้กระทบอันดับของเว็บไหม
แหล่งข่าวไม่ได้บอกว่ากระทบ Illyes ตอบคำถามว่าคลอว์เลอร์ของ Google ส่ง HTTP method อะไรบ้าง และรายงานของ Search Engine Roundtable ไม่ได้อ้างถึงอันดับ การจัดทำดัชนี หรือการประเมินหน้าเว็บเลย
Googlebot พยายามแก้หรือลบข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์เราหรือเปล่า
ไม่ใช่ ตามคำอธิบายของ Illyes เขาระบุว่าคำขอเหล่านี้มาจาก JavaScript บนหน้าเว็บที่ทำงานระหว่างการเรนเดอร์ ไม่ใช่พฤติกรรมการเก็บข้อมูลที่ตั้งใจ โดยเรียกต้นเหตุว่าเป็น "some JavaScript nonsense" ที่เริ่มยิงคำขอออกไปขณะเรนเดอร์
ควรเลิกบล็อก PUT และ DELETE ในไฟร์วอลล์ไหม
แหล่งข่าวไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องการตั้งค่าไฟร์วอลล์ เรื่องนี้จึงเป็นการตัดสินใจของทีมความปลอดภัยของคุณเอง สิ่งที่ Illyes ให้ไว้คือสาเหตุ ถ้ากฎบล็อกกำลังดักคำขอเหล่านี้อยู่ สิ่งที่ถูกดักคือคำขอที่สคริปต์บนหน้าเว็บของคุณเองเป็นคนเริ่ม ระหว่างที่ Google เรนเดอร์
ปริมาณคำขอมากแค่ไหน
ไม่ถึง 1.5% ของคำขอทั้งหมดที่คลอว์เลอร์ของ Google ส่ง โดยนับ HEAD, OPTIONS, PUT, PATCH และ DELETE รวมกัน และ Illyes ไม่ได้แยกตัวเลขเป็นรายเมธอด
พฤติกรรมนี้เพิ่งเกิดขึ้นหรือเปล่า
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ Illyes บอกเพียงว่าเป็นคำถามที่มีคนถามเข้ามาหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า และไม่ได้ให้วันเริ่มต้นหรือความเป็นมาไว้
ถ้าเว็บของคุณพึ่ง JavaScript หนักและยังไม่เคยตรวจว่ากฎที่ขอบเครือข่ายทำอะไรกับคำขอตอน Google เรนเดอร์ การตรวจนี้ใช้เวลาแค่ครึ่งวันในการไล่ล็อก และมักถูกเจอในงานตรวจสอบ SEO เชิงเทคนิค







