สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization บทความจัดให้เป็นการลงทุนระยะยาว เพราะข้อมูลที่ติดอันดับแล้วจะอยู่ได้ยาวนานกว่า พร้อมสร้าง Brand Awareness และความน่าเชื่อถือไปด้วย
- PPC ย่อมาจาก Pay Per Click คือจ่ายตามจำนวนคลิก ถ้าไม่มีคนคลิกก็ไม่เสียเงิน โดยราคาขึ้นอยู่กับ Keyword ที่เลือกใช้ รวมถึงคุณภาพโฆษณาและเว็บไซต์
- PPC เริ่มลงโฆษณาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง กำหนดงบประมาณได้แบบวันต่อวัน และเห็นผลได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ SEO ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงเนื้อหาก่อนจึงจะเห็นผล
- ข้อสรุปของบทความไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ระบุว่าธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายร้อยแห่งใช้ทั้งการจ่ายเงินเพื่อเร่ง Traffic และเทคนิค SEO เพื่อเพิ่ม Organic Traffic ควบคู่กัน
ในทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ในการแข่งขันการทำการตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และแน่นอนว่ากลยุทธ์อันดับแรกในการทำการตลาดออนไลน์คือการค้นหาข้อมูลบน Search Engine ปัจจุบันเทคนิคที่ได้รับความไว้วางใจของนักการตลาดมีอยู่สองอย่าง คือ SEO และ PPC แต่หลายคนก็ยังสับสนว่าจะเลือกใช้อันไหนให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ Relevant Audience จะพาไปไขความลับนี้กัน
ทำไม SEO ถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ?
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization เป็นหนึ่งในเทคนิคของนักการตลาดที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากอาศัยพื้นที่บน Search Engine ในการโฆษณาเว็บไซต์ เพราะการที่เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรก ก็จะทำให้ผู้คนสนใจและคลิกเข้ามาดู โดยอิงจากเกณฑ์การคัดเลือกของ Search Engine ที่จะวัดตามโครงสร้างและเนื้อหาภายในเว็บไซต์
- สร้าง Brand Awareness ได้มากขึ้น การมองเห็นเว็บไซต์หรือคอนเทนต์ของคุณอยู่บนหน้า Search Engine จะเป็นการกระตุ้นการมองเห็นของคนที่อาจจะเป็นกลุ่มลูกค้าของคุณได้ในอนาคต!
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ กว่าที่แบรนด์ของคุณจะได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมของจำนวน Organic Traffic ย่อมแลกมากับการสร้างเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ต้องมีการปรับปรุงทั้งเนื้อหาและโครงสร้าง ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีต่อแบรนด์ของคุณที่จะกลายเป็นที่รับรู้ของกลุ่มลูกค้าได้
- คุ้มค่าแก่การลงทุนในระยะยาว ถึงแม้ว่างบประมาณในการทำ SEO จะไม่ได้มีราคาที่ถูก แต่โดยทั่วไปแล้วจะคุ้มค่ากว่ากลยุทธ์ทางการตลาดแบบอื่น เพราะการสืบค้นข้อมูลใหม่ๆ ของผู้คนเกิดขึ้นในทุกวันทุกเวลาและข้อมูลที่ติดอันดับแล้ว จะอยู่ยาวนานกว่า
PPC (Pay Per Click) คืออะไร? คุ้มค่าแค่ไหน?
PPC ย่อมาจาก Pay Per Click จุดเด่นก็ตรงตามชื่อ คือการจ่ายเงินตามจำนวนคลิก ถ้าไม่มีคนคลิกเข้ามาดูก็ไม่เสียเงิน โดยมีราคาที่ขึ้นอยู่กับ Keyword ที่เลือกใช้ รวมถึงคุณภาพโฆษณาและเว็บไซต์ของเรา
- ลงโฆษณาได้ทันที คุณจะยิง Ads เอาเองหรือจะจ้างเอเจนซีก็ได้ทั้งนั้นเพียงแค่กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ และใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อที่จะเริ่มลงโฆษณา
- คุมงบประมาณได้ คุณสามารถกำหนดงบประมาณในการลงโฆษณาที่คุณยินดีจ่ายได้แบบวันต่อวัน
- ติดตามผลได้อย่างรวดเร็ว หาก SEO จำเป็นต้องใช้เวลาในการรอผลลัพธ์จากการพิถีพิถันในการปรับปรุงเนื้อหาของคอนเทนต์ ในทางกลับกันหากคุณมีแคมเปญ แบบ PPC ที่ตรงตามใจกลุ่มเป้าหมาย ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้ภายในไม่กี่สัปดาห์
สรุปแล้วควรเลือกแบบไหน SEO หรือ PPC ?
มาถึงตรงนี้ผู้อ่านที่ยังสงสัยว่าทั้ง SEO และ PPC ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ความยืดหยุ่น รวมถึงงบประมาณในการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป จากประสบการณ์ของเราพบว่า ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายร้อยแห่ง จะใช้ข้อดีจากทั้งสองแบบมาบูรณาการเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดี เพราะการจ่ายเงินและหวังผลให้ได้รับยอด Traffic สูงๆ อาจเหมาะกับการตลาดเชิงรุกที่มีการเติบโตสูง ในขณะเดียวกันคุณก็จำเป็นที่จะต้องมีกลยุทธ์ในการเพิ่มยอด Organic Traffic ด้วยเทคนิคแบบ SEO ด้วยเช่นกัน แต่หากคุณยังลังเล สามารถรับคำปรึกษากลยุทธ์ทางการตลาด จากเราได้ฟรีที่ Relevant Audience
รับปรึกษาการทำการตลาดแบบคุ้มค่า ที่ Relevant Audience
Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร.: 02-038-5055
อีเมล: info@relevantaudience.com
เว็บไซต์: www.relevantaudience.com






