Abstract stacked glass tiers, illustrating the Meta One subscription plan levels

Meta One เปิดตัวทั่วโลก ราคาในไทยเริ่ม 27 บาท สูงสุด 10,990 บาทต่อเดือน

metaSeptember 16, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Meta เปิดตัว Meta One ทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พร้อมฟีเจอร์กว่า 50 รายการบน Instagram, Facebook, WhatsApp และ Meta AI และระบุยอดสมัครกับทดลองใช้รวม 15 ล้านครั้ง
  • ราคาระดับโลกอยู่ระหว่าง 2.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับ WhatsApp Plus ถึง 499 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับแผนธุรกิจ Max
  • ราคาไทยที่เผยแพร่ครบทั้งเก้าแผนอยู่ระหว่าง 27 บาทถึง 10,990 บาทต่อเดือน โดยแผน Advanced อยู่ที่ 1,099 บาท ตามที่ Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569
  • แผน Advanced คือระดับที่เปลี่ยนงานการตลาดจริง ทั้งการตั้งเวลา Stories ล่วงหน้า 30 วัน การใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels แบบ organic การส่งออกข้อมูลวิเคราะห์ และการให้ทีมเข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน
  • Meta Business Agent ระบุไว้สำหรับไทยเฉพาะบน WhatsApp ซึ่งจำกัดคุณค่าของแผน Essential สำหรับธุรกิจที่ลูกค้าใช้ LINE

Meta เปิดตัว Meta One ทั่วโลกเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นบริการสมาชิกแบบเสียเงินที่ทำงานข้าม Instagram, Facebook, WhatsApp และ Meta AI โดยแบ่งระดับแยกกันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ครีเอเตอร์ และธุรกิจ Meta ประกาศเรื่องนี้บนห้องข่าวของตัวเอง ระบุว่าบริการเปิดตัวพร้อมฟีเจอร์มากกว่า 50 รายการ และมียอดสมัครสมาชิกกับทดลองใช้รวมแล้ว 15 ล้านครั้งจนถึงปัจจุบัน ราคาระดับโลกเริ่มต้นที่ 2.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนสำหรับแผนแอปเดียว ไปจนถึง 499 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับแผนธุรกิจสูงสุด ส่วนราคาในประเทศไทยเผยแพร่แยกต่างหาก เริ่มต้นที่ 27 บาทต่อเดือน

ประโยคที่ Meta พูดซ้ำสองครั้งคือประโยคที่ภาคธุรกิจควรอ่านก่อน นั่นคือประสบการณ์หลักบนแอปทั้งหมดและบน Meta AI ยังฟรีเหมือนเดิม Meta One ไม่ใช่กำแพงเก็บเงินที่ล้อมรอบเพจ Facebook หรือโปรไฟล์ธุรกิจบน Instagram แต่เป็นชุดส่วนเสริมแบบเสียเงิน และหลายอย่างในระดับธุรกิจคือความสามารถที่นักการตลาดขอจาก Meta มาหลายปี รวมถึงการใส่ลิงก์ในโพสต์แบบ organic และการส่งออกข้อมูลวิเคราะห์

Meta One มีอะไรอยู่ข้างในบ้าง

Meta อธิบายแผนออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือแผนรายแอป ได้แก่ Instagram Plus, Facebook Plus และ WhatsApp Plus ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในปีนี้และยังมีต่อไป กลุ่มที่สองคือแผนรวมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ได้แก่ Core และ Premium ซึ่งรวมฟีเจอร์ของแผนรายแอปเข้าด้วยกันพร้อมเพิ่มโควตาการใช้เครื่องมือ AI ที่กินทรัพยากรประมวลผลสูง กลุ่มที่สามคือแผนสำหรับครีเอเตอร์และธุรกิจ ตั้งแต่ Essential ไปจนถึง Max ซึ่งเพิ่มเครื่องมือระดับมืออาชีพเข้ามา

ฝั่งผู้ใช้ทั่วไป Meta ระบุฟีเจอร์ที่เพิ่งเพิ่มเข้าไปในแต่ละแผนรายแอป Instagram Plus เพิ่มฟอนต์แบบกำหนดเองสำหรับข้อความส่วนตัวและ Stories การแจ้งเตือนเมื่อคนที่กำหนดไว้เข้ามาดู Story และตัวอย่างข้อความ ส่วน Facebook Plus กำลังเพิ่มตัวเลือกปรับแต่ง Messenger ข้อมูลเชิงลึกของ Reels ที่มากขึ้น และรีแอ็กชันพิเศษบน Reels และโพสต์ในฟีด ขณะที่ WhatsApp Plus จะเริ่มทดสอบพื้นที่เก็บข้อมูลสำรองของแชทและสื่อ พร้อมกับ Focus Schedules ที่ปิดเสียงหรือซ่อนแชทตามตารางเวลา

แผนรวมเพิ่มโควตา AI มากกว่าจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ คือเพิ่มการสร้างสื่อด้วย Meta AI ทั้งภาพและวิดีโอที่สร้างจากโมเดล Muse ของ Meta และเพิ่มการใช้เครื่องมือในแอปอย่าง Restyle บน Instagram Meta ระบุว่าในการทดสอบช่วงแรก ผู้สมัครแผนรวมมากกว่าครึ่งใช้ทั้งฟีเจอร์ AI และฟีเจอร์การแสดงออก และ Restyle กับเอฟเฟกต์เสียงบน Instagram อยู่ในกลุ่มเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่คนตัดสินใจสมัคร

ราคาระดับโลกตามที่ Meta เผยแพร่

Meta ให้รายการราคาไว้ครบในประกาศ โดยระบุว่าแผน สิทธิประโยชน์ ราคา และการเปิดให้บริการอาจต่างกันไปตามภูมิภาค ตามแอป และตามบัญชี และวิธีดูว่าบัญชีหนึ่งได้อะไรบ้างคือเริ่มขั้นตอนการสมัคร

ราคาระดับโลกตามที่ Meta เผยแพร่
แผนราคา (ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน)เหมาะกับใคร
WhatsApp Plus2.99ผู้ใช้ทั่วไป แอปเดียว
Instagram Plus และ Facebook Plus3.99 ต่อแผนผู้ใช้ทั่วไป แอปเดียว
Core7.99ผู้ใช้ทั่วไป ครบสามแอป พร้อมโควตา Meta AI เพิ่ม
Premium19.99ผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการโควตา AI สูงสุดของกลุ่มนี้
Essentialเริ่มต้น 14.99ครีเอเตอร์และธุรกิจที่กำลังสร้างตัวตน
Advancedเริ่มต้น 49.99ธุรกิจที่ต้องการเครื่องมือเผยแพร่ วิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีม
Expert และ Maxเริ่มต้น 149 และ 499ทีมที่บริหารคอนเทนต์และบัญชีในสเกลใหญ่

ระดับธุรกิจคือส่วนที่เปลี่ยนงานการตลาดจริง

Essential ที่เริ่มต้น 14.99 ดอลลาร์ต่อเดือน เน้นเรื่องความน่าเชื่อถือมากกว่าความสามารถ แผนนี้มีเครื่องหมายยืนยันตัวตน ช่องทางที่ยืนยันแล้วบนแอป WhatsApp Business และระบบป้องกันการแอบอ้าง ทั้งหมดต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อน พร้อมโปรไฟล์ที่ปรับปรุงแล้วซึ่งแสดงเว็บไซต์ ที่ตั้ง และสิ่งที่ผู้คนพูดถึงธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีสิทธิใช้ Meta Business Agent มากขึ้นสำหรับตอบลูกค้าตลอดเวลา Meta ระบุฟีเจอร์การเติบโตแบบ organic ไว้ที่ระดับนี้ด้วยสองอย่าง คือปุ่มติดตามแบบเด่นบน Reels และคำเชิญให้ติดตามที่ส่งอัตโนมัติไปยังคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์

Advanced ที่เริ่มต้น 49.99 ดอลลาร์ต่อเดือน คือระดับที่ฟีเจอร์เชิงปฏิบัติการอยู่ Meta ระบุไว้ว่ามีการตั้งเวลา Stories ล่วงหน้าได้สูงสุด 30 วัน การใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels แบบ organic การส่งออกข้อมูลวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายที่ละเอียดขึ้น การให้สมาชิกในทีมเข้าถึงบัญชีได้โดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากขึ้น เครดิตการบรอดแคสต์เชิงธุรกิจบน WhatsApp ที่มากขึ้น และจำนวนการตอบของ Meta Business Agent ที่มากขึ้น

สองข้อในนั้นควรหยุดดู ข้อแรกคือการใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels แบบ organic ซึ่งเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของ Instagram มาหลายปี และวิธีแก้ที่ทั้งวงการสร้างขึ้นมาอย่างลิงก์ในไบโอก็เกิดขึ้นเพราะข้อจำกัดนี้ ตอนนี้ Meta เอาความสามารถนั้นไปไว้หลังค่าสมาชิก แทนที่จะยกเลิกข้อจำกัด ข้อที่สองคือการให้สมาชิกในทีมเข้าถึงบัญชีโดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน เพราะการแชร์รหัสผ่านเป็นปัญหาความปลอดภัยจริงในธุรกิจขนาดเล็ก และทางแก้ในที่นี้เป็นฟีเจอร์แบบเสียเงิน ไม่ใช่ค่าเริ่มต้น

Expert ที่ 149 ดอลลาร์ต่อเดือนและ Max ที่ 499 ดอลลาร์ต่อเดือน ถูกอธิบายไว้เพียงว่าเป็นระดับการเข้าถึงฟีเจอร์และความจุของ Meta Business Agent สูงสุดสำหรับทีมที่บริหารงานในสเกลใหญ่ Meta ไม่ได้แจกแจงว่าอะไรแยกสองแผนนี้ออกจากกันนอกจากโควตา

ราคาในประเทศไทย ซึ่งเผยแพร่แยกต่างหาก

Meta เผยแพร่ราคาไทยครบทั้งเก้าแผน โดย Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ราคาเหล่านี้เป็นราคาขายในไทย ไม่ใช่การแปลงค่าเงินจากตัวเลขดอลลาร์ และในหลายระดับก็ถูกกว่าการแปลงค่าตรง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

ราคาในประเทศไทย ซึ่งเผยแพร่แยกต่างหาก
แผนราคา (บาทต่อเดือน)
WhatsApp Plus27
Instagram Plus และ Facebook Plus35 ต่อแผน
Core และ Premium169 และ 679
Essentialเริ่มต้น 319
Advancedเริ่มต้น 1,099
Expert และ Maxเริ่มต้น 3,199 และ 10,990

Marketing Oops ยังรายงานรายละเอียดเฉพาะของไทยอีกสองข้อ ข้อแรกคือประกาศ Meta One สำหรับประเทศไทยระบุ Meta Business Agent เฉพาะบน WhatsApp เท่านั้น ทั้งที่ตัวเอเจนต์ทำงานทั้งบน WhatsApp และ Messenger และกำลังขยายไป Instagram ข้อที่สองคือแผน Advanced ในไทยถูกอธิบายพร้อมเพดาน 8 ลิงก์ต่อเดือนสำหรับการใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels ซึ่งเป็นโควตา ไม่ใช่สิทธิแบบไม่จำกัด

จุดที่ไม่เข้ากับตลาดไทย และจุดที่เข้ากัน

ข้อจำกัดเรื่อง WhatsApp คือส่วนที่ขัดใจที่สุด WhatsApp ไม่ใช่ช่องทางแชทหลักในประเทศไทย LINE ต่างหากที่เป็น ฟีเจอร์เด่นด้านการสนทนาของแผน Essential จึงไปถึงกลุ่มผู้ใช้ที่เล็กกว่าในตลาดนี้ ธุรกิจไทยที่ลูกค้าทักผ่าน LINE Official Account ทั้งหมด เท่ากับจ่ายเงินให้ผู้ช่วยตอบลูกค้าบนช่องทางที่ลูกค้าไม่ได้ใช้ นั่นทำให้ Essential มีประโยชน์ในไทยมากที่สุดกับธุรกิจที่มีลูกค้าต่างชาติหรือทำตลาดข้ามประเทศ ซึ่ง Marketing Oops ก็ตั้งข้อสังเกตเดียวกัน

Advanced อ่านแล้วต่างออกไป การตั้งเวลาโพสต์ การส่งออกข้อมูลวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย การเข้าถึงแบบทีมโดยไม่ต้องแชร์รหัสผ่าน และการใส่ลิงก์ในโพสต์แบบ organic เป็นเรื่องที่ไม่ผูกกับช่องทางแชท ทั้งหมดคือสิ่งที่เอเจนซีหรือทีมโซเชียลในองค์กรของไทยทำทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่ผ่านเครื่องมือจากภายนอกในตอนนี้ ที่ราคา 1,099 บาทต่อเดือนต่อบัญชี การเปรียบเทียบที่ซื่อสัตย์จึงไม่ใช่การเทียบกับการไม่ทำอะไรเลย แต่คือการเทียบกับชุดเครื่องมือตั้งเวลาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ทีมจ่ายอยู่แล้ว

เครื่องหมายยืนยันตัวตนและระบบป้องกันการแอบอ้างในแผน Essential มีน้ำหนักเป็นพิเศษในไทย ซึ่งการแอบอ้างเพจแบรนด์และบัญชีผู้ขายปลอมเป็นปัญหาเรื้อรัง นั่นคือการซื้อเพื่อลดความเสี่ยง ไม่ใช่การซื้อเพื่อการตลาด และควรถูกประเมินบนฐานนั้น

ทั้งหมดนี้ไม่แตะฝั่งสื่อที่เสียเงิน Meta One คือค่าสมาชิกสำหรับการมีตัวตนแบบ organic เครื่องมือของครีเอเตอร์ และโควตาการใช้ AI โครงสร้างแคมเปญ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และการประมูลบน โฆษณา Facebook และ Instagram ยังเหมือนเดิม และไม่มีอะไรในประกาศที่บอกว่าผู้สมัครได้เปรียบในการประมูลโฆษณาหรือได้การเข้าถึงแบบ organic มากขึ้นนอกเหนือจากฟีเจอร์ที่ระบุไว้

สิ่งที่ Meta ไม่ได้บอก

ประกาศนี้เปิดคำถามค้างไว้หลายข้อ และเป็นข้อที่แผนสื่อจำเป็นต้องใช้

Meta ไม่ได้บอกว่าฟีเจอร์ใดของ Meta One ส่งผลต่อการเข้าถึงหรือการกระจายคอนเทนต์แบบ organic ไม่ได้แยกตัวเลข 15 ล้านว่าเป็นการสมัครจริงเท่าไรและทดลองใช้เท่าไร ไม่ได้แยกตามแผนหรือตามประเทศ ตัวเลขนี้จึงแทบไม่บอกอะไรเลยเกี่ยวกับการใช้งานในระดับธุรกิจ ไม่ได้แจกแจงความต่างระหว่าง Expert กับ Max นอกจากระดับโควตา ไม่ได้ให้ตัวเลขโควตาของการตอบด้วย Meta Business Agent เครดิตบรอดแคสต์ หรือจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้ในแต่ละระดับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัดสินว่าแผน Advanced เพียงพอกับธุรกิจหนึ่ง ๆ หรือไม่ ไม่ได้ให้วันที่ที่ Meta Business Agent จะไปถึง Messenger หรือ Instagram ภายใต้ Meta One ในประเทศไทย และแม้จะบอกว่า Edits Plus และการรองรับแว่น AI กำลังจะมา ก็ไม่ได้ระบุวันที่ของทั้งสองอย่าง

วิธีตัดสินใจโดยไม่ต้องคิดมาก

  • หาให้ชัดก่อนว่าลูกค้าทักคุณผ่านช่องทางไหนจริง ๆ ถ้าเป็น LINE คุณค่าด้านการสนทนาของแผน Essential ในไทยจะจำกัด และสิ่งที่คุณซื้อจริงคือเครื่องหมายยืนยันตัวตนกับระบบป้องกันการแอบอ้าง
  • ตั้งราคา Advanced เทียบกับค่าเครื่องมือตั้งเวลาและวิเคราะห์ข้อมูลที่จ่ายอยู่แล้ว คิดเป็นต่อบัญชีต่อเดือน ถ้าดูแลห้าบัญชีแบรนด์ การเทียบก็คือค่าสมาชิกห้าชุด
  • ตรวจเพดาน 8 ลิงก์ต่อเดือนที่รายงานไว้สำหรับไทย เทียบกับความถี่ที่คุณต้องใส่ลิงก์ในโพสต์แบบ organic จริง ๆ สำหรับแบรนด์ที่โพสต์โปรโมชันทุกสัปดาห์ โควตานี้ตึง
  • แยกเครื่องหมายยืนยันตัวตนออกจากชุดฟีเจอร์ เพราะต้องผ่านการยืนยันตัวตนก่อน และคุณค่าของมันเป็นการตั้งรับ
  • อย่าเปลี่ยนงบสื่อเพราะเรื่องนี้ ไม่มีอะไรในประกาศที่เชื่อมค่าสมาชิกกับผลงานโฆษณา และผลของ โฆษณาโซเชียล ยังมาจากครีเอทีฟ กลุ่มเป้าหมาย และการวัดผลเหมือนเดิม
  • ถ้าปริมาณการสนทนาส่วนใหญ่ของคุณอยู่บน LINE คำถามเรื่องการลงทุนที่เทียบเคียงกันอยู่ที่ โฆษณาบน LINE และ LINE Official Account ของคุณ ไม่ใช่ผู้ช่วยตอบแชทบน WhatsApp

คำถามที่พบบ่อย

Meta One ในประเทศไทยราคาเท่าไร

ราคาไทยอยู่ระหว่าง 27 บาทต่อเดือนสำหรับ WhatsApp Plus ไปจนถึง 10,990 บาทต่อเดือนสำหรับแผนธุรกิจ Max รวมเก้าแผน ตามที่ Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดย Instagram Plus และ Facebook Plus อยู่ที่ 35 บาทต่อแผน Core 169 บาท Premium 679 บาท Essential เริ่มต้น 319 บาท Advanced เริ่มต้น 1,099 บาท และ Expert เริ่มต้น 3,199 บาท

ต้องจ่ายเงินไหมถึงจะใช้ Facebook และ Instagram ทำธุรกิจต่อได้

ไม่ต้อง Meta ระบุว่าประสบการณ์หลักบนแอปทั้งหมดและบน Meta AI ยังฟรี และค่าสมาชิกเป็นการปลดล็อกความสามารถเพิ่มเติมบนสิ่งที่มีอยู่แล้ว Meta One เป็นส่วนเสริม ไม่ใช่เงื่อนไขของการใช้งานต่อ

Meta One ช่วยให้การเข้าถึงแบบ organic ดีขึ้นหรือไม่

Meta ไม่ได้บอกว่าช่วย ประกาศระบุฟีเจอร์เฉพาะอย่างปุ่มติดตามแบบเด่นบน Reels และคำเชิญให้ติดตามอัตโนมัติไปยังคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ แต่ไม่ได้อ้างถึงการกระจายคอนเทนต์หรือการเข้าถึงของผู้สมัครโดยรวม

ใส่ลิงก์ในโพสต์ Instagram ได้ไหมถ้าสมัคร Meta One

Meta ระบุการใส่ลิงก์ในโพสต์และ Reels แบบ organic ไว้เป็นฟีเจอร์ของแผน Advanced ซึ่งเริ่มต้น 49.99 ดอลลาร์ต่อเดือนในระดับโลกและ 1,099 บาทต่อเดือนในไทย โดย Marketing Oops รายงานสิทธิในไทยว่าเป็น 8 ลิงก์ต่อเดือน ไม่ใช่แบบไม่จำกัด

Meta Business Agent ใช้บน LINE หรือ Messenger ภายใต้ Meta One ในไทยได้หรือไม่

ใช้บน LINE ไม่ได้ เพราะ LINE ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของ Meta ส่วน Marketing Oops รายงานว่าประกาศ Meta One ของไทยระบุ Meta Business Agent เฉพาะบน WhatsApp และ Meta ไม่ได้ให้วันที่ว่าเอเจนต์จะไปถึง Messenger หรือ Instagram ภายใต้ Meta One ในประเทศไทยเมื่อไร

สรุปสั้น ๆ

Meta เปลี่ยนคำขอฟีเจอร์ที่สะสมมาเป็นสิบปีให้กลายเป็นรายการราคา สำหรับธุรกิจไทย การตัดสินใจแยกออกได้ชัดเจน แผนผู้ใช้ทั่วไปและครีเอเตอร์คือการซื้อแบบผู้บริโภค แผน Essential ส่วนใหญ่คือการซื้อความน่าเชื่อถือและการยืนยันตัวตน โดยมีฟีเจอร์สนทนาที่เล็งไปผิดช่องทางสำหรับตลาดนี้ ส่วนแผน Advanced คือการตัดสินใจเรื่องเครื่องมือจริง ที่ต้องชั่งกับซอฟต์แวร์ตั้งเวลาและวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่ในงบอยู่แล้ว ไม่มีอะไรในนี้เปลี่ยนผลงานของแคมเปญที่เสียเงิน ทีมที่กำลังชั่งค่าสมาชิกฝั่ง organic กับแผนโซเชียลแบบเสียเงินของตัวเอง คุยกับทีมโฆษณาโซเชียลของเราได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น