Google This Week: ฟีเจอร์ใหม่ อัปเดต Policy และอื่นๆ

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • กูเกิลอัปเดต Video Policy ของ Google Ads อย่างเงียบๆ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ภายใต้ชื่อ “Unavailable Video” ครอบคลุม 4 กรณีที่นำมาโฆษณาไม่ได้ คือ คลิปที่ถูกลบ คลิป Private คลิป Live Premiere และคลิปที่ให้ชมเฉพาะสมาชิกหรือผู้สนับสนุนช่อง
  • คลิปวิดีโอที่อยู่ในสถานะถูกลบ ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือบังเอิญ ต้องอัปโหลดใหม่ก่อนจึงจะนำกลับมาใช้เพื่อการโฆษณาได้
  • Performance Max ใช้งานร่วมกับ Performance Planner ได้แล้ว จากเดิมที่รองรับเฉพาะแคมเปญ Search, Shopping, Display, App, Video และ Local พร้อมเพิ่ม Asset Group Scheduling ผ่าน Automated Rules
  • กูเกิลยังเพิ่มจำนวน Headlines บน Performance Max จาก 5 เป็น 15 รายการ เพิ่มคำอธิบายสำหรับแคมเปญ Online Sales ที่วิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และสินค้าขายดี เพิ่ม Data Segment สำหรับ First-Party Audience Insights และอัปเดต Podcast Placement บน Google Ads

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีการอัปเดตต่างๆ มากมายจาก Google ไม่ว่าจะเป็น Podcast Placement บน Google Ads, Policy ใหม่สำหรับ Video Ads, Performance Max อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ และอื่นๆ อีกมากมาย ในบทความนี้ Relevant Audience ได้รวบรวมข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจของกูเกิลมาให้ทุกคนได้รับชมไปพร้อมกัน จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย

Google Ads อัปเดต Video Policy

เพื่อปกป้องผู้ใช้งาน กูเกิลได้อัปเดต Video Policy อย่างเงียบๆ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยนโยบายที่ถูกอัปเดตนี้จะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาบางประเภทที่จะไม่สามารถนำมาใช้งานสำหรับการยิงแคมเปญโฆษณาบน Google Ads ได้ โดย Policy นี้เรียกว่า “Unavailable Video” โดยมีเนื้อหาหลักๆ 4 อย่างคือ

  • คลิปวิดีโอที่กำลังอยู่ในสถานะถูกลบไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือบังเอิญ กูเกิลจะไม่อนุญาตให้นำคลิปวิดีโอนั้นๆ มาใช้เพื่อการโฆษณาใดๆ หากต้องการนำคลิปวิดีโอนั้นมาใช้งานเพื่อการทำการตลาดจำเป็นจะต้องอัปโหลดใหม่
  • คลิปวิดีโอที่ถูกตั้งสถานะเป็น Private จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาใช้เพื่อการโฆษณา
  • คลิปวิดีโอที่มีสถานะเป็น Live Premiere จะไม่สามารถนำมาใช้งานเพื่อการโฆษณาได้
  • คลิปวิดีโอที่มีสถานะถูกตั้งค่าเฉพาะการรับชมของสมาชิกในช่องหรือผู้สนับสนุน จะไม่สามารถนำมาใช้เพื่อการโฆษณาใดๆ ได้

โดยนโยบายเหล่านี้ของกูเกิล จะช่วยอธิบายให้กับนักการตลาดหลายคนที่อาจสงสัยว่าทำไมแคมเปญการตลาดผ่านวิดีโอคอนเทนต์บางรายการถึงไม่สามารถทำการโฆษณาได้ เพื่อให้แก้ไขและดำเนินการได้ตรงตามข้อกำหนด

Google Performance Max อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ 

กูเกิลเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน Performance Max Campaigns เพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถรันแคมเปญให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่ใกล้จะถึง ไม่ว่าจะเป็น

  • ปรับให้ใช้งานร่วมกับ Performance Planner ได้แล้ว ในตอนนี้ผู้ใช้งาน Performance Max Campaign สามารถใช้เครื่องมือ Performance Planner เพื่อช่วยคาดการณ์ผลลัพธ์ของแคมเปญที่รันบน Performance Max ได้แล้ว โดยก่อนหน้านี้ Performance Planner สามารถใช้งานบนแคมเปญต่างๆ บน Search, Shopping, Display, App, Video และ Local Campaign เท่านั้น
  • Asset Group Scheduling ในตอนนี้ Asset Groups บน Performance Max สามารถใช้ฟีเจอร์ Automated Rules เพื่อเป็นการจัดกลุ่ม Asset ต่างๆ เอาไว้เพื่อรอเวลารันแคมเปญในช่วงเวลาที่ต้องการได้
  • More Headlines กูเกิลเพิ่มจำนวน Headlines บน Performance Max จากเดิม 5 รายการเป็น 15 รายการ
  • คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับ Online Sales Campaigns กูเกิลเพิ่มคำอธิบายเฉพาะสำหรับแคมเปญ Online Sales บน Performance Max โดยจะมีคำอธิบายที่ช่วยนำเสนอการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และสินค้าขายดีเพิ่มเข้ามา 
  • First-Party Audience Insights กูเกิลเพิ่ม Data Segment สำหรับข้อมูลเชิงลึกของกลุ่ม Audience ซึ่งช่วยให้สามารถค้นหากลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มในการเพิ่ม Conversion ให้กับแคมเปญมากขึ้น

Google Ads อัปเดต Podcast Placement 

Placemen บน Google Ads คือสถานที่ที่โฆษณาจะไปปรากฏนั่นเอง ซึ่งในแต่ละ Placement ก็จะมีประสิทธิภาพและจุดมุ่งหมายของแคมเปญโฆษณาที่แตกต่างกัน โดยจากการอัปเดตล่าสุดของกูเกิล พบว่ามีการอัปเดต Placement ใหม่สำหรับการรันแคมเปญบนคอนเทนต์ประเภท Podcast ได้แล้ว

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สำหรับแบรนด์หรือนักการตลาดที่กำลังทำการตลาดดิจิทัลอยู่ในตอนนี้คงยิ้มกว้างกันอยู่แน่นอน เพราะกูเกิลอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ หลายอย่างเพื่อให้การทำงานของนักการตลาดสามารถทำได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น หากมีการอัปเดตอะไรเพิ่มเติม ขอสัญญาว่าเราจะรวบรวมข้อมูลมาฝากกันอีกแน่นอน

Source: SEJ SEJ

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com 

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น