Google Ads กำลังทดสอบข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ห้ามผู้ใช้ซึ่งล็อกอินด้วยอีเมลฟรีอย่าง @gmail.com หรือ @yahoo.com ทำรายการสำคัญ (sensitive actions) ในบัญชีโฆษณา โดย Google ระบุกฎนี้ไว้ในเอกสารช่วยเหลือฉบับใหม่ว่าเฉพาะบัญชีอีเมลองค์กรเท่านั้นที่จะทำรายการเหล่านั้นได้ และ Search Engine Roundtable รายงานเอกสารดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 Google อธิบายว่าข้อกำหนดนี้ "currently being piloted for a subset of advertisers" หรืออยู่ระหว่างทดสอบกับผู้ลงโฆษณาบางกลุ่ม และบัญชีที่ถูกดึงเข้าร่วมจะได้รับอีเมลแจ้งเตือน
เหตุผลที่ Google ให้ไว้คือการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในเอกสารดังกล่าว Google ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีขึ้นเพื่อ "enhance account security and minimize the impact of unauthorized access" คือยกระดับความปลอดภัยของบัญชีและลดผลกระทบจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้าน Search Engine Roundtable เชื่อมโยงการทดสอบนี้เข้ากับคลื่นการแฮ็กบัญชี Google Ads ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มองแบบนี้แล้วเป้าหมายของกฎไม่ใช่ตัวผู้ลงโฆษณา แต่คือคนที่เจาะเข้าอีเมลส่วนตัวได้หนึ่งบัญชี แล้วเดินเข้าไปในบัญชีโฆษณาทุกบัญชีที่ล็อกอินนั้นคุมอยู่ รหัสผ่าน Gmail ที่หลุดพร้อมสิทธิ์ admin ในบัญชีลูกค้าห้าบัญชี เสียหายคนละเรื่องกับรหัสผ่าน Gmail ที่หลุดเฉย ๆ
รายการที่ถูกจำกัดคือรายการที่ส่งมอบอำนาจควบคุม
Google ยกตัวอย่างรายการสำคัญไว้สองอย่าง คือการอัปเดตการเชื่อมโยงบัญชี (account linking updates) และการเปลี่ยนสิทธิ์การเข้าถึงของผู้ใช้ (user access changes) พร้อมระบุว่าตัวอย่างเหล่านี้ "non-exhaustive and are subject to change without prior notice" คือไม่ใช่รายการทั้งหมดและเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า Google ยังไม่ได้เผยแพร่รายการฉบับปิด
งานส่วนที่เหลือยังทำได้ตามปกติ Google ระบุว่าผู้ใช้ที่ใช้อีเมลฟรียังดูรายงานและแก้ไขแคมเปญตามปกติได้ ขึ้นอยู่กับระดับสิทธิ์ที่ได้รับ กฎนี้จึงอยู่ที่ชั้นสิทธิ์การเข้าถึง ไม่ใช่ชั้นงานประจำวัน ล็อกอิน Gmail ยังหยุดแคมเปญหรือขยับบิดได้ แต่เชิญผู้ใช้ใหม่ไม่ได้ และเนื่องจาก Google ไม่ได้ระบุว่าการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ตัวไหนบ้างที่นับเป็น account linking update งานรื้อ การเชื่อม GA4 เข้ากับ Google Ads จึงควรวางแผนโดยดูก่อนว่าใครถือบัญชีอีเมลองค์กรอยู่
Multi-Party Approval เริ่มทำงานที่ผู้ดูแล 3 คนขึ้นไป
ส่วน FAQ ท้ายเอกสารเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง Google ระบุว่าถ้าบัญชีมีผู้ดูแล (administrator) ที่ยังใช้งานอยู่ 3 คนขึ้นไป การเชิญผู้ใช้ใหม่หรือการแก้ไขสิทธิ์ผู้ดูแลจะทำให้เกิด Multi-Party Approval ซึ่งต้องให้ผู้ดูแลอีกคนที่มีอยู่แล้วกดอนุมัติ ในบัญชีแบบนั้นผู้ดูแลคนเดียวจะให้สิทธิ์ใครไม่ได้อีกต่อไป
เรื่องนี้เปลี่ยนหน้าตาของงานรับคนใหม่สำหรับทีมที่เพิ่มคนบ่อย การเพิ่ม account manager หนึ่งคนจะไม่ใช่งานสามสิบวินาทีอีกแล้ว แต่กลายเป็นคำขอที่ค้างอยู่จนกว่าผู้ดูแลอีกคนจะกดอนุมัติ ดังนั้นควรรู้ไว้ล่วงหน้าว่าผู้ดูแลคนไหนในทีมเปิดอ่านการแจ้งเตือนจริง ๆ
บัญชีที่ย้ายไปใหม่ต้องตั้ง passkey ของตัวเอง
FAQ ยังยืนยันว่าบัญชีองค์กรที่ย้ายไปใช้ต้องตั้ง passkey ใหม่ของตัวเอง เพราะ passkey ผูกอยู่กับ Google Account รายบุคคล การย้ายคนในทีมจากล็อกอิน Gmail ส่วนตัวไปเป็นล็อกอินโดเมนบริษัทจึงเป็นงานสองชิ้น ไม่ใช่ชิ้นเดียว คือสร้างบัญชีองค์กรแล้วให้สิทธิ์ จากนั้นตั้ง passkey บนบัญชีนั้นอีกที passkey ไม่ได้ตามตัวคนไปด้วย
สรุปการทดสอบในตารางเดียว
ทุกบรรทัดในตารางด้านล่างมาจากเอกสารช่วยเหลือของ Google และ FAQ ตามที่รายงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026
| หัวข้อ | สิ่งที่ Google ระบุ |
|---|---|
| ใครอยู่ในขอบเขต | ผู้ใช้ที่ล็อกอินด้วยอีเมลโดเมนฟรี เช่น @gmail.com หรือ @yahoo.com เฉพาะในกลุ่มผู้ลงโฆษณาบางส่วนที่อยู่ในการทดสอบ |
| ตัวอย่างรายการสำคัญ | การอัปเดตการเชื่อมโยงบัญชี และการเปลี่ยนสิทธิ์ผู้ใช้ ซึ่ง Google ระบุว่าไม่ใช่รายการทั้งหมดและเปลี่ยนได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า |
| เงื่อนไขที่ทำให้เกิด Multi-Party Approval | บัญชีที่มีผู้ดูแลใช้งานอยู่ 3 คนขึ้นไป เมื่อเชิญผู้ใช้ใหม่หรือแก้ไขสิทธิ์ผู้ดูแล |
| passkey | ผูกกับ Google Account รายบุคคล บัญชีองค์กรที่ย้ายไปใหม่จึงต้องตั้ง passkey ของตัวเอง |
| สิ่งที่อีเมลฟรียังทำได้ | ดูรายงานและแก้ไขแคมเปญตามปกติ ขึ้นอยู่กับระดับสิทธิ์ |
สิ่งนี้หมายถึงอะไรกับนักการตลาดไทย
งาน Google Ads ในไทยจำนวนมากรันจากอีเมล Gmail ส่วนตัว ฟรีแลนซ์ เอเจนซีขนาดเล็ก และเจ้าของ SME มักถือบัญชีลูกค้าไว้บนอีเมลที่สมัครไว้ตั้งแต่หลายปีก่อน และธุรกิจไทยอีกไม่น้อยก็ไม่เคยซื้อ Google Workspace บนโดเมนตัวเอง ถ้า Google ดึงบัญชีกลุ่มนี้เข้าร่วมการทดสอบ คนที่เคยเป็นผู้ให้สิทธิ์มาตลอดจะกลายเป็นคนที่ให้สิทธิ์ไม่ได้
ทางแก้เป็นงานธุรการมากกว่างานเทคนิค และถูกที่สุดถ้าทำก่อนอีเมลแจ้งเตือนมาถึง ให้ตัดสินใจว่าบัญชี Google บนโดเมนบริษัทตัวไหนควรถือสิทธิ์ผู้ดูแลใน บัญชี Google Ads แต่ละบัญชี เพิ่มบัญชีนั้นเป็น admin ตั้งแต่ตอนที่ admin อีเมลฟรียังทำได้ แล้วตั้ง passkey ให้เรียบร้อย ส่วนบริษัทที่ยังไม่มีอีเมลบนโดเมนตัวเองเลย มีคำถามใหญ่กว่านั้นให้ตอบก่อน และตอบตอนแคมเปญยังรันปกติย่อมดีกว่าตอบตอนที่เข้าบัญชีไม่ได้
คำถามที่พบบ่อย
ตอนนี้กฎนี้มีผลกับบัญชีของเราแล้วหรือยัง
มีผลเฉพาะกรณีที่ Google ดึงบัญชีของคุณเข้าร่วมแล้วเท่านั้น Google ระบุว่ากำลังทดสอบกับผู้ลงโฆษณาบางกลุ่ม และบัญชีที่เข้าร่วมจะได้รับอีเมลแจ้งเตือน อีเมลฉบับนั้นจึงเป็นสัญญาณเดียว เอกสารไม่ได้ระบุวิธีสมัครเข้าร่วมหรือขอออกจากการทดสอบ
แปลว่าใช้ Gmail ล็อกอินไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม
ไม่ใช่ Google ระบุว่าผู้ใช้ที่ใช้อีเมลโดเมนฟรียังดูรายงานและแก้ไขแคมเปญตามปกติได้ ขึ้นอยู่กับระดับสิทธิ์ สิ่งที่ถูกบล็อกคือรายการสำคัญ โดยมีการอัปเดตการเชื่อมโยงบัญชีและการเปลี่ยนสิทธิ์ผู้ใช้เป็นตัวอย่างที่ Google ยกไว้
การทดสอบนี้ครอบคลุมประเทศไทยหรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าครอบคลุมประเทศใดหรือบัญชีประเภทใด Google บอกเพียงว่าเป็นผู้ลงโฆษณาบางกลุ่ม บัญชีในไทยจึงอาจอยู่หรือไม่อยู่ในกลุ่มนั้นก็ได้ และอีเมลแจ้งเตือนคือทางเดียวที่เอกสารระบุไว้ให้รู้
ถ้ายังไม่ได้รับแจ้งเตือน ต้องทำอะไรไหม
ยังไม่มีอะไรที่บังคับต้องทำ แต่มีสองอย่างที่ลงมือไว้ก่อนแล้วแทบไม่มีต้นทุน คือให้แน่ใจว่ามีบัญชี Google บนโดเมนบริษัทอย่างน้อยหนึ่งบัญชีถือสิทธิ์ผู้ดูแลในแต่ละบัญชี Google Ads และตั้ง passkey บนบัญชีองค์กรนั้น เพราะ Google ยืนยันว่า passkey ไม่ได้ย้ายตามมาจากบัญชีเดิม
บัญชีอีเมลองค์กรนับจากอะไร
เอกสารของ Google แบ่งเส้นระหว่างอีเมลโดเมนฟรีอย่าง @gmail.com หรือ @yahoo.com กับบัญชีอีเมลองค์กร และข้อความที่ถูกรายงานไม่ได้ให้นิยามละเอียดกว่านั้น ในทางปฏิบัติจึงอ่านได้ว่าเป็นอีเมลบนโดเมนที่ธุรกิจถือครองเอง
การไล่ตรวจสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีเป็นงานน่าเบื่อที่คุ้มค่าทันทีที่มีคนลาออกหรือทำรหัสผ่านหลุด ถ้าอยากได้อีกสายตาช่วยดูว่าใครถือสิทธิ์ผู้ดูแลใน บัญชี Google Ads ของคุณบ้าง และล็อกอินไหนจะรอดจากกฎนี้ ทีม Relevant Audience ยินดีไล่รายการนี้ไปด้วยกัน







