สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- เอกสารของ Video Advertising Bureau ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นำข้อมูลการบังคับใช้นโยบายปี 2568 ของ Google มาเสนอใหม่ คือโฆษณาถูกบล็อกหรือลบมากกว่า 8.3 พันล้านชิ้น และบัญชีผู้ลงโฆษณาถูกระงับมากกว่า 24.9 ล้านบัญชีทั่วโลก
- ในสหรัฐอเมริกา Google บล็อกหรือลบโฆษณา 1.7 พันล้านชิ้นและระงับบัญชีผู้ลงโฆษณา 3.3 ล้านบัญชี ซึ่งมากกว่าจำนวนแบรนด์ผู้ลงโฆษณาทางทีวี 86,800 รายราว 38 เท่า
- การใช้เครือข่ายโฆษณาในทางที่ผิดเป็นหมวดใหญ่ที่สุดที่มากกว่า 1.29 พันล้านชิ้น และนิยามของหมวดนี้ระบุการสร้างบัญชีใหม่เพื่อหลบการบังคับใช้ไว้อย่างชัดเจน
- PPC Land พบว่า 16 หมวดที่ระบุไว้รวมกันได้ราว 5.27 พันล้านชิ้น หรือประมาณ 63% ของตัวเลขพาดหัว 8.3 พันล้าน โดยไม่มีคำอธิบายส่วนที่เหลือ
- ในหน้าเว็บผู้เผยแพร่ 480 ล้านหน้าที่ถูกดำเนินการ ราว 409 ล้านหน้าอยู่ในหมวดเนื้อหาทางเพศ ซึ่งเป็นหมวดที่ถูกจำกัดและโฆษณายังแสดงได้ในบางกรณี
Video Advertising Bureau เผยแพร่เอกสารวิเคราะห์ความยาว 13 หน้าเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งนำตัวเลขการบังคับใช้นโยบายของ Google ปี 2568 ไปเทียบกับโทรทัศน์แบบดั้งเดิม และ PPC Land รายงานเรื่องนี้ในวันเดียวกัน พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวมีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลตรงไหน ตัวเลขที่เป็นแกนกลางเป็นของ Google เอง คือโฆษณาที่ถูกบล็อกหรือถูกลบทั่วโลกในปี 2568 มากกว่า 8.3 พันล้านชิ้น บัญชีผู้ลงโฆษณาที่ถูกระงับมากกว่า 24.9 ล้านบัญชี และในจำนวนนั้นเป็นการระงับในสหรัฐอเมริกา 3.3 ล้านบัญชี
สำหรับผู้ลงโฆษณา เนื้อหาที่ใช้ประโยชน์ได้ไม่ใช่ข้อโต้แย้งของสมาคมการค้ารายนี้ แต่คือการแจกแจงหมวดนโยบายที่อยู่ข้างใต้ ซึ่งบอกอะไรที่จับต้องได้ว่าการระงับบัญชีมาจากไหนจริง ๆ และคือช่องว่างเฉพาะจุดที่ PPC Land ชี้ให้เห็นในวิธีนำเสนอตัวเลขชุดนี้
เอกสารฉบับนี้คืออะไร
เอกสารใช้ชื่อว่า Bad Actors: Examining How Much Objectionable Advertising Google Takes Action Against และอยู่ในชุด Fast Facts ของสมาคม ถูกส่งให้สื่อมวลชนผ่านจดหมายข่าวรายสัปดาห์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 และไม่มีวันที่เผยแพร่แยกต่างหากบนหน้าเอกสาร ทุกสไลด์มีข้อความจำกัดการเผยแพร่ไว้เฉพาะสมาชิกและนักการตลาดที่ผ่านเกณฑ์ ส่วนหน้าดาวน์โหลดเปิดให้โหลดได้ทั้งแบบ PowerPoint และ PDF
เอกสารนี้ไม่มีการเก็บข้อมูลใหม่อยู่เบื้องหลัง ตามที่ Video Advertising Bureau ระบุ การวิเคราะห์อ้างอิงเอกสารของ Google สองฉบับที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2569 ได้แก่ 2025 Global Ads Safety Report และ 2025 Ads Safety Report for the United States ตัวเลขต้นฉบับชุดเดียวมาจากการวิเคราะห์ข้อมูล Nielsen Ad Intel ช่วงวันที่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นข้อมูลฝั่งโทรทัศน์ PPC Land ซึ่งเคยรายงานรายงานต้นทางของ Google ไปเมื่อเดือนเมษายน อธิบายว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือกรอบการนำเสนอรอบตัวเลข ไม่ใช่ตัวเลขเอง
ตัวเลขการบังคับใช้นโยบายระดับโลก
| รายการ | ตัวเลขทั่วโลกปี 2568 |
|---|---|
| โฆษณาที่ถูกบล็อกหรือถูกลบ | มากกว่า 8.3 พันล้านชิ้น |
| บัญชีผู้ลงโฆษณาที่ถูกระงับ | มากกว่า 24.9 ล้านบัญชี |
| หน้าเว็บที่ถูกบล็อกหรือถูกจำกัด | มากกว่า 480 ล้านหน้า |
| เว็บไซต์ผู้เผยแพร่ที่ถูกดำเนินการ | มากกว่า 245,000 เว็บไซต์ |
การดำเนินการกับผู้เผยแพร่ถูกนิยามไว้ในเชิงอรรถของเอกสารว่าครอบคลุมการตัดรายได้จากโฆษณา การยุติการแสดงโฆษณา และการระงับบัญชี ส่วนการหลอกลวงมีสัดส่วนที่ระบุชัด คือโฆษณา 602 ล้านชิ้นถูกลบจากการละเมิดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงมากที่สุด และบัญชีมากกว่า 4 ล้านบัญชีถูกระงับจากกิจกรรมที่เกี่ยวกับการหลอกลวง คิดเป็นราว 7% ของโฆษณาที่ถูกบล็อกหรือลบ แต่เป็นราว 16% ของบัญชีที่ถูกระงับ ซึ่งชี้ว่าการบังคับใช้นโยบายกับการหลอกลวงพึ่งการจัดการระดับบัญชีมากกว่าการบังคับใช้โดยรวม
โฆษณาที่ถูกลบมาจากหมวดไหนบ้าง
การแจกแจงหมวดคือส่วนที่ควรอ่านถ้าคุณทำโฆษณาเป็นอาชีพ เพราะมันบอกว่านโยบายข้อไหนสร้างปริมาณการบังคับใช้จริง
| หมวดนโยบาย | จำนวนโฆษณาที่ถูกดำเนินการปี 2568 |
|---|---|
| การใช้เครือข่ายโฆษณาในทางที่ผิด | มากกว่า 1.29 พันล้านชิ้น |
| การละเมิดเรื่องการปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคล | มากกว่า 755 ล้านชิ้น |
| ข้อกำหนดทางกฎหมาย | 646.7 ล้านชิ้น |
| การบิดเบือนข้อมูล | 421.5 ล้านชิ้น |
| เครื่องหมายการค้า | 372.7 ล้านชิ้น |
| สินค้าปลอม (น้อยที่สุดใน 16 หมวด) | 513,000 ชิ้น |
การใช้เครือข่ายโฆษณาในทางที่ผิดซึ่งเป็นหมวดใหญ่ที่สุด ถูกนิยามด้วยถ้อยคำของ Google เองว่าครอบคลุมซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายหรือไม่พึงประสงค์ เว็บไซต์ที่ถูกแฮ็ก การได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมในการประมูลโฆษณา การอำพรางองค์ประกอบของโฆษณาเพื่อเลี่ยงการตรวจจับ การสร้างบัญชีใหม่เพื่อหลบการบังคับใช้ และการละเมิดนโยบายสแปมของ Google Search ส่วนการละเมิดเรื่องการปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคลครอบคลุมโฆษณาหรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ข้อมูลอ่อนไหวของผู้ใช้ ลักษณะส่วนบุคคล หรือสถานการณ์ชีวิตที่เป็นเรื่องส่วนตัว
หมวดที่เหลือเรียงจากมากไปน้อยคือ การนัดเดตและการหาเพื่อน 354.2 ล้านชิ้น บริการทางการเงิน 327.8 ล้านชิ้น เนื้อหาทางเพศ 321 ล้านชิ้น การพนันและเกม 270.7 ล้านชิ้น ลิขสิทธิ์ 229.4 ล้านชิ้น เนื้อหาไม่เหมาะสม 147 ล้านชิ้น สุขภาพและยา 87.8 ล้านชิ้น แอลกอฮอล์ 20.6 ล้านชิ้น และการเอื้อให้เกิดพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์กับสินค้าหรือบริการอันตราย หมวดละ 13.1 ล้านชิ้น
ช่องว่างสามจุดที่ PPC Land ชี้ให้เห็น
จุดแรกเป็นเรื่องเลขคณิต PPC Land คำนวณว่า 16 หมวดที่ระบุไว้รวมกันได้ประมาณ 5.27 พันล้านชิ้น หรือราว 63% ของตัวเลขพาดหัว 8.3 พันล้าน และเอกสารไม่ได้อธิบายว่าอีกราว 3 พันล้านที่เหลือคืออะไร ชุดนโยบายของ Google มีหมวดมากกว่าที่แผนภูมิแสดง และโฆษณาชิ้นเดียวอาจถูกดำเนินการภายใต้นโยบายมากกว่าหนึ่งข้อได้ในหลักการ ช่องว่างนี้จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงความผิดพลาด แต่มันหมายความว่าแผนภูมินี้อ่านเป็นการกระจายตัวที่สมบูรณ์ไม่ได้
จุดที่สองเป็นความขัดแย้งภายในเอกสารเอง สไลด์ Key Marketer Takeaways ของเอกสารระบุว่าการละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์ เนื้อหาทางเพศ การกระทำฉ้อโกง และสินค้าปลอม อยู่ในกลุ่มเหตุผลอันดับต้นที่โฆษณาถูกลบ แต่ตามแผนภูมิของเอกสารเอง สินค้าปลอมอยู่อันดับสุดท้ายของ 16 หมวดที่ 513,000 ชิ้น และลิขสิทธิ์อยู่อันดับที่สิบ ขณะที่การละเมิดเรื่องการปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคลและข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งเป็นหมวดใหญ่อันดับสองและสาม กลับไม่ปรากฏในรายการสรุปนั้นเลย PPC Land ยังพบประโยคแปลกปลอมในชั้นข้อความของไฟล์ PDF เกี่ยวกับผู้ใหญ่อายุเกิน 50 ปีที่คิดเป็น 36% ของประชากร ซึ่งไม่ปรากฏบนสไลด์ที่แสดงผลและไม่เกี่ยวกับหัวข้อนี้
จุดที่สามคือตัวเลขที่หายไป ขอบเขตที่ระบุไว้ครอบคลุมโฆษณาที่ถูกบล็อก ถูกลบ หรือถูกจำกัด แต่เอกสารไม่มีตัวเลขของโฆษณาที่ถูกจำกัดเลย รายงานระดับโลกของ Google ระบุโฆษณาที่ถูกจำกัดไว้ที่ 4.8 พันล้านชิ้นในปี 2568 ลดลงจาก 9.1 พันล้านชิ้นในปี 2567 ตามที่ PPC Land รายงานไว้เมื่อเดือนเมษายน โฆษณาที่ถูกจำกัดยังได้รับอนุญาตให้แสดงภายใต้เงื่อนไข เช่น ข้อจำกัดด้านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือตำแหน่งการแสดงผล ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ต่างจากการถูกลบอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลข 480 ล้านหน้าส่วนใหญ่คือหมวดที่ถูกจำกัด
ตัวเลขฝั่งผู้เผยแพร่ชวนให้อ่านว่ามีหน้าเว็บเกือบครึ่งพันล้านหน้าถูกห้ามหารายได้ รายละเอียดบอกอีกอย่าง เนื้อหาทางเพศคิดเป็นมากกว่า 409 ล้านหน้า หรือราว 85% ของทั้งหมด และเชิงอรรถอธิบายว่าเป็นหมวดที่ถูกจำกัด ครอบคลุมภาพเปลือยบางส่วน สินค้าเกี่ยวกับเพศ และภาพเปลือย ซึ่งโฆษณายังแสดงได้ในบางกรณี
หมวดที่เหลือเล็กกว่ามาก คือเนื้อหาอันตรายและเหยียดหยาม 20.5 ล้านหน้า เนื้อหาน่าตกใจ 15 ล้านหน้า การโปรโมตและขายอาวุธ 12.8 ล้านหน้า การพนันออนไลน์ 9.7 ล้านหน้า แอลกอฮอล์และยาสูบอย่างละ 5 ล้านหน้า ส่วนเนื้อหาทางเพศอย่างโจ่งแจ้งและมัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์อย่างละ 2 ล้านหน้า เก้าหมวดนี้รวมกันได้ราว 481 ล้านหน้า ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขพาดหัว โดย Google ระบุว่าระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีส่วนช่วยตรวจพบหน้าเหล่านั้นมากกว่า 467 ล้านหน้า ตามที่ PPC Land รายงานไว้เมื่อเดือนเมษายน
สำหรับคนซื้อสื่อ ความแตกต่างนี้มีผลจริง หน้าเว็บที่ถูกจำกัดเพราะเนื้อหาทางเพศยังแสดงโฆษณาได้ภายใต้กฎของ Google โดยมีเงื่อนไข ซึ่งแปลว่าการตัดสินใจเรื่องความเหมาะสมของแบรนด์ยังอยู่ที่การตั้งค่าการยกเว้นของผู้ซื้อเอง ไม่ใช่อยู่ที่ตัวเลขการบังคับใช้ของ Google
การเปรียบเทียบกับโทรทัศน์ และเหตุผลที่เลขถูกแต่ข้อสรุปไม่ตาม
สไลด์ที่เป็นที่มาของพาดหัวนำการบังคับใช้ในสหรัฐของ Google ไปเทียบกับโทรทัศน์แบบดั้งเดิม ฝั่ง Google คือโฆษณาที่ถูกบล็อกหรือถูกลบ 1.7 พันล้านชิ้น และบัญชีผู้ลงโฆษณาที่ถูกระงับ 3.3 ล้านบัญชีในสหรัฐเมื่อปี 2568 คิดเป็นราว 20% ของโฆษณาที่ถูกบล็อกหรือลบทั่วโลก และราว 13% ของการระงับบัญชีทั่วโลก ส่วนฝั่งโทรทัศน์คือหน่วยโฆษณาที่ออกอากาศจริงบนทีวีระดับประเทศและทีวีท้องถิ่นรวม 146 ล้านหน่วย และแบรนด์ผู้ลงโฆษณา 86,800 ราย จากการวิเคราะห์ Nielsen Ad Intel
เลขคณิตถูกต้อง การระงับบัญชีในสหรัฐมากกว่าจำนวนแบรนด์ผู้ลงโฆษณาทางทีวีราว 38 เท่า และโฆษณาที่ถูกบล็อกหรือลบในสหรัฐมากกว่าจำนวนหน่วยโฆษณาที่ออกอากาศราว 11.6 เท่า แต่คำถามว่าการเปรียบเทียบนี้วัดสิ่งที่พาดหัวอ้างหรือไม่เป็นคนละเรื่อง และเชิงอรรถของเอกสารเองก็ให้เหตุผลว่ามันไม่ได้วัด ฝั่งโทรทัศน์นับหน่วยโฆษณาที่ออกอากาศจริงแบบไม่ปรับน้ำหนักตามความยาว สปอต 15 วินาทีกับ 60 วินาทีจึงนับเป็นหนึ่งเท่ากัน ส่วนฝั่ง Google นับโฆษณาที่ถูกบล็อกหรือถูกลบ ซึ่งส่วนใหญ่ตามที่ Google ระบุไม่เคยถูกแสดงเลย และการนับผู้ลงโฆษณาฝั่งทีวีใช้หน่วยแบรนด์ของ Nielsen ขณะที่ Google นับเป็นบัญชี
การนับสิ่งที่ถูกหยุดไปเทียบกับสิ่งที่ได้ออกอากาศไม่ได้ให้อัตราส่วนที่เทียบกันได้ ตัวเลขการระงับบัญชีที่สูงสอดคล้องได้ทั้งกับระบบบังคับใช้ที่จับได้เยอะ และกับระบบนิเวศที่ดึงดูดผู้ไม่หวังดีเข้ามาเยอะ และไม่มีอะไรในเอกสารทั้งสองฉบับที่แยกสองอย่างนี้ออกจากกัน
ประเด็นที่ PPC Land ตั้งไว้ว่ายังขาดคือบรรทัดที่มีประโยชน์ที่สุดในรายงานทั้งหมด คือ Google ไม่ได้เปิดเผยว่าโฆษณาที่ละเมิดซึ่งหลุดรอดไปนั้นแสดงอยู่นานเท่าไร มีคนเห็นกี่คน และแสดงที่ไหน นั่นคือตัวเลขที่จะทำให้ใครก็ตามตัดสินประสิทธิผลของการบังคับใช้ได้ และไม่มีตัวเลขใดในนั้นอยู่ในรายงานทั้งสองฉบับ
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรถ้าคุณรัน Google Ads
กฎของ Google ไม่ได้เปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคือตัวเลขชุดที่เผยแพร่ไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนกลับมาหมุนเวียนอีกครั้งพร้อมกรอบที่คมขึ้น คุณค่าในทางปฏิบัติจึงอยู่ที่การอ่านหมวดนโยบาย ไม่ใช่อ่านอัตราส่วน
- การระงับบัญชีเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในเชิงปริมาณที่สเกลของ Google ไม่ใช่เรื่องหายาก บัญชีมากกว่า 24.9 ล้านบัญชีถูกระงับทั่วโลกในปี 2568 และตัวขับเคลื่อนใหญ่ที่สุดอย่างการใช้เครือข่ายโฆษณาในทางที่ผิดก็ระบุการสร้างบัญชีใหม่เพื่อหลบการบังคับใช้ไว้ชัดเจน บัญชีที่ถูกระงับจึงไม่ใช่เรื่องที่แก้ได้ด้วยการไปเปิดบัญชีใหม่
- การละเมิดเรื่องการปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคลเป็นหมวดใหญ่อันดับสองที่มากกว่า 755 ล้านชิ้น ครอบคลุมการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ข้อมูลอ่อนไหวของผู้ใช้ ลักษณะส่วนบุคคล หรือสถานการณ์ชีวิตส่วนตัว นี่คือหมวดที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะไปโดนผู้ลงโฆษณาที่สุจริตโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะในกลุ่มสุขภาพ การเงิน และธุรกิจใกล้เคียงกับการหาคู่
- การบิดเบือนข้อมูลอยู่อันดับสี่ของโลกที่ 421.5 ล้านชิ้น และอยู่อันดับสองในสหรัฐเมื่อจัดอันดับ เป็นหมวดที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงมากที่สุด และเป็นหมวดที่จับข้อความโฆษณาทั่วไปที่กล่าวอ้างเกินจริงไปด้วย
- สุขภาพและยาคิดเป็น 87.8 ล้านชิ้น คลินิกและร้านขายยาที่ทำ การตลาดด้านสุขภาพ ทำงานอยู่ภายใต้ชุดนโยบายที่สร้างปริมาณการบังคับใช้หลักสิบล้านชิ้นต่อปี
- สินค้าปลอมถูกเอ่ยถึงในสไลด์สรุปของเอกสาร ทั้งที่เป็นหมวดเล็กที่สุดที่ 513,000 ชิ้น ผู้ค้าปลีกจึงควรจัดน้ำหนักความสนใจด้านการปฏิบัติตามนโยบายตามตัวเลขจริง ไม่ใช่ตามสิ่งที่พาดหัวเน้น
- ความเหมาะสมของแบรนด์ฝั่งผู้เผยแพร่ยังเป็นงานของคุณ เพราะหน้าเว็บส่วนใหญ่ใน 480 ล้านหน้าที่ถูกดำเนินการอยู่ในหมวดที่ถูกจำกัดซึ่งโฆษณายังแสดงได้ การตั้งค่ายกเว้นตำแหน่งของคุณเองจึงกำลังทำงานที่คุณอาจเข้าใจว่าการบังคับใช้ของ Google ทำให้เสร็จแล้ว
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับผู้ลงโฆษณาไทย
รายงานทั้งสองฉบับไม่ได้แยกตัวเลขของประเทศไทย ตัวเลขใด ๆ ที่เจาะจงตลาดนี้จึงเป็นการแต่งขึ้น สิ่งที่ถ่ายโอนมาได้คือโครงสร้างของการบังคับใช้ ซึ่งเป็นสากล
มีสองหมวดที่ควรได้รับความสนใจในประเทศ หมวดแรกคือการละเมิดเรื่องการปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคล ซึ่งสะดุดได้ง่ายในข้อความภาษาไทยที่พูดถึงภาวะสุขภาพ สถานะทางการเงิน หรือลักษณะส่วนบุคคล ในแบบที่อ่านแล้วเป็นการตลาดธรรมดาสำหรับคนในประเทศ แต่เป็นการกำหนดกลุ่มเป้าหมายด้วยข้อมูลอ่อนไหวสำหรับระบบตรวจนโยบาย หมวดที่สองคือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งครอบคลุมการกล่าวอ้างเกินจริง ที่พบได้ทั่วไปในข้อความโปรโมชันภาษาไทยซึ่งการใช้คำขั้นสูงสุดเป็นธรรมเนียมมากกว่าจะเป็นการอ้างตามตัวอักษร ทั้งสองอย่างไม่ใช่เจตนาไม่ดี และทั้งสองอย่างก็ไม่ใช่ข้อแก้ต่าง
ประเด็นเรื่องการหลบด้วยการเปิดบัญชีใหม่มีน้ำหนักในไทยมากกว่าที่อื่น การเปิดบัญชีใหม่หลังถูกระงับเป็นวิธีรับมือที่แพร่หลายในกลุ่มผู้ลงโฆษณาไทยรายเล็ก และนิยามหมวดการบังคับใช้ที่ใหญ่ที่สุดของ Google เองก็ระบุพฤติกรรมนั้นไว้อย่างชัดเจน สำหรับ ผู้ขายอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะ เส้นทางที่ปลอดภัยกว่าคือการแก้เหตุของการไม่อนุมัติบนบัญชีเดิม
คำถามที่พบบ่อย
ปี 2568 มีบัญชี Google Ads ถูกระงับกี่บัญชี
มากกว่า 24.9 ล้านบัญชีทั่วโลก โดยในจำนวนนั้นเป็นบัญชีในสหรัฐอเมริกา 3.3 ล้านบัญชี ตามรายงานความปลอดภัยด้านโฆษณาปี 2568 ของ Google ที่ Video Advertising Bureau นำมาเสนอ และในจำนวนการระงับทั่วโลกมีมากกว่า 4 ล้านบัญชีที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหลอกลวง
เหตุผลอันดับหนึ่งที่ Google ลบโฆษณาคืออะไร
คือการใช้เครือข่ายโฆษณาในทางที่ผิด ที่มากกว่า 1.29 พันล้านชิ้นในปี 2568 นิยามของ Google สำหรับหมวดนี้ครอบคลุมซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายหรือไม่พึงประสงค์ เว็บไซต์ที่ถูกแฮ็ก การได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมในการประมูล การอำพรางองค์ประกอบของโฆษณาเพื่อเลี่ยงการตรวจจับ การสร้างบัญชีใหม่เพื่อหลบการบังคับใช้ และการละเมิดนโยบายสแปมของ Google Search
นี่เป็นข้อมูลใหม่จาก Google หรือไม่
ไม่ใช่ การวิเคราะห์อ้างอิงเอกสารของ Google สองฉบับที่เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2569 ได้แก่ 2025 Global Ads Safety Report และ 2025 Ads Safety Report for the United States ตัวเลขต้นฉบับชุดเดียวในเอกสารมาจากการวิเคราะห์ Nielsen Ad Intel ตลอดปี 2568 ซึ่งใช้เป็นข้อมูลฝั่งโทรทัศน์
ตัวเลข 480 ล้านหน้าที่ถูกบล็อกแปลว่าเว็บไซต์เหล่านั้นเสียโฆษณาทั้งหมดหรือไม่
ไม่ใช่ ในจำนวนนั้นมากกว่า 409 ล้านหน้า หรือราว 85% อยู่ในหมวดเนื้อหาทางเพศ ซึ่งเชิงอรรถอธิบายว่าเป็นหมวดที่ถูกจำกัด ครอบคลุมภาพเปลือยบางส่วน สินค้าเกี่ยวกับเพศ และภาพเปลือย โดยโฆษณายังแสดงได้ในบางกรณี การถูกจำกัดกับการถูกลบเป็นผลลัพธ์คนละอย่าง
ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยหรือไม่
ไม่บอก รายงานของ Google ทั้งสองฉบับที่เอกสารอ้างถึงไม่ได้แยกข้อมูลของประเทศไทย และรายละเอียดระดับประเทศเพียงอย่างเดียวในเอกสารคือของสหรัฐอเมริกา ส่วนหมวดนโยบายเองใช้ทั่วโลก ซึ่งเป็นเหตุผลที่การแจกแจงยังมีประโยชน์ที่นี่แม้ไม่มีตัวเลขในประเทศ
สรุปสั้น ๆ
สมาคมการค้าฝั่งโทรทัศน์หยิบตัวเลขการบังคับใช้ของ Google เองมาสร้างเป็นอัตราส่วน และอัตราส่วนนั้นถูกต้องทางเลขคณิตแต่ไม่สอดคล้องกันทางวิธีวิทยา เพราะมันนับโฆษณาที่ถูกหยุดไปเทียบกับโฆษณาที่ได้ออกอากาศ ถ้าถอดกรอบการนำเสนอออก การแจกแจงข้างใต้ยังคุ้มค่าเวลาหนึ่งชั่วโมงของผู้ลงโฆษณาทุกคน เพราะมันแสดงให้เห็นว่าการระงับบัญชีอยู่ในหลักสิบล้าน ว่าหมวดใหญ่ที่สุดระบุการเปิดบัญชีใหม่เพื่อหลบการบังคับใช้ไว้อย่างชัดเจน และว่าการปรับเนื้อหาเฉพาะบุคคลกับการบิดเบือนข้อมูลเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่กว่ามากสำหรับผู้ลงโฆษณาที่สุจริต เมื่อเทียบกับหมวดที่เอกสารเลือกมาพาดหัว ผู้ลงโฆษณาที่อยากให้ตรวจบัญชีเทียบกับหมวดนโยบายที่สร้างการบังคับใช้จริง คุยกับทีม Google Ads ของเราได้







