Abstract frosted glass panels floating over an indigo and teal gradient, one panel dimmed and out of line, representing an advertising network being switched off.

Google ทดสอบการตั้งค่า Partners (Alpha) ที่จะให้ผู้ลงโฆษณา Performance Max ปิด Search Partners และ Display ได้

Google AdsJuly 16, 2026
By Antonio Fernandez

Google กำลังทดสอบการตั้งค่าชื่อ Partners (Alpha) ใน Performance Max ที่ให้ผู้ลงโฆษณาเลือกเองได้ว่าจะเปิดหรือปิด Search Partners และ Google Display Network ทุกวันนี้เครือข่ายสองตัวนี้ถูกรวมมากับ PMax โดยอัตโนมัติ และไม่มีทางตัดออกเลย การทดสอบยังอยู่ในขั้น alpha เห็นได้เฉพาะบัญชีจำนวนจำกัด Google ไม่ได้ประกาศทั้งแผนปล่อยวงกว้างและกำหนดเวลา แปลว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้กดในบัญชีของคุณ และไม่มีอะไรรับประกันว่าฟีเจอร์นี้จะได้ออกมาจริง

คนที่เห็นการตั้งค่านี้คือ Saquib Syed ซึ่งเป็น PPC Growth Strategist และนำไปแชร์บน LinkedIn จากนั้น Search Engine Land รายงานเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026

การตั้งค่า Partners ทำอะไรได้บ้าง

เท่าที่มีรายงานคือมีสองสวิตช์ เปิดหรือปิด Search Partners และเปิดหรือปิด Google Display Network เท่านั้น ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก จนกว่าจะนึกได้ว่า Performance Max ไม่เคยให้ตัวเลือกนี้กับใครมาก่อน

เวลา PMax ใช้งบ งบจะไหลไปตามอินเวนทอรีของ Google ตามเงื่อนไขของ Google คุณเห็นรายงานระดับช่องทางอยู่บ้าง แต่ไม่มีสวิตช์ ถ้า Display ดูดงบไปแล้วคอนเวอร์ชันออกมาไม่ดี ทางแก้ที่มีอยู่ตอนนี้เป็นทางอ้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น brand exclusions การกันเพลสเมนต์ระดับบัญชี การรัดสัญญาณ audience ให้แคบลง asset group ที่ใช้แต่ฟีด หรือย้ายงบกลับไป Search และ Shopping แบบมาตรฐาน วิธีพวกนี้ขยับสัดส่วนได้ก็จริง แต่ไม่มีอันไหนปิดเครือข่ายได้

ทำไมสวิตช์ปิดถึงมีค่ามากกว่าที่เห็น

ของมีค่าไม่ใช่การตัดเครือข่ายทิ้ง แต่คือการได้ทดสอบ

ถ้าไม่มีสวิตช์ปิด คุณแยกไม่ออกว่า Search Partners หรือ Display มีส่วนกับผลของ PMax มากแค่ไหน อ่านสัดส่วนช่องทางแล้วตั้งสมมติฐานได้ แต่รันแคมเปญโดยมีเครือข่ายนั้น แล้วรันใหม่โดยไม่มี บนงบเท่ากัน ฟีดเดียวกัน สัญญาณเดียวกัน แล้วเอา CPA กับ ROAS มาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ถ้ามีการตั้งค่า Partners คำถามนี้จะกลายเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ แทนที่จะเป็นเรื่องที่เถียงกันไปเรื่อย นี่คือเหตุผลที่ผู้ลงโฆษณาขอฟีเจอร์นี้กันมาหลายปี และเป็นเหตุผลที่ภาพหน้าจอของสวิตช์ตัวเดียวถึงมีคนพูดถึงกันขนาดนี้

alpha ก็คือ alpha

ต้องพูดให้ชัดเรื่องสถานะ เพราะภาพหน้าจอจาก LinkedIn เดินทางเร็วกว่าข้อความกำกับที่ติดมาด้วยเสมอ

นี่คือ alpha ที่เห็นได้ในบัญชีจำนวนจำกัด Google ยังไม่ได้ประกาศเกณฑ์คุณสมบัติ วิธีขอเข้าร่วม แผนการปล่อย หรือวันที่ใด ๆ ฟีเจอร์ระดับ alpha ถูกยกเลิกกันมาแล้วหลายตัว บางตัวถูกรื้อใหม่ก่อนเปิดใช้จริง และบางตัวก็ไม่เคยได้ออกมา ให้มองว่านี่คือสัญญาณว่า Google อาจยอมคืนการควบคุมบางส่วนให้ ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่ควรเอาไปวางแผนล่วงหน้า

ถ้าออกมาจริงจะมีผลกับคนทำโฆษณาในไทยอย่างไร

การทดสอบนี้ไม่ได้พูดถึงประเทศไทย และไม่มีรายชื่อประเทศหรือบัญชีที่เผยแพร่ออกมา คนนอก alpha จึงไม่มีใครรู้ว่าใครได้บ้าง ความเกี่ยวข้องอยู่ที่รูปร่างของบัญชี ไม่ใช่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

บัญชีที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดคือบัญชีที่ PMax กินสัดส่วนงบก้อนใหญ่ และสัญญาณคอนเวอร์ชันยังอ่อน เช่น ธุรกิจแคตตาล็อกที่ตัวเลข cost per conversion ในรายงานดูรับได้ แต่รายได้ไม่ตามมาสักที หรือบัญชีสายลีดที่ฟอร์มราคาถูกจาก Display ถูกนับรวมคอลัมน์เดียวกับลีดแพงจาก Search แล้วเฉลี่ยกันจนมองไม่เห็นอะไรเลย คำถามว่า "อันนี้เป็น Display เท่าไร" ในบัญชีแบบนี้พิสูจน์ด้วยการทดลองไม่ได้ ถ้ามีสวิตช์ก็พิสูจน์ได้

เรื่องนี้เกี่ยวโดยตรงกับคนที่ทำ การตลาดอีคอมเมิร์ซ แล้วปล่อยให้ PMax แบกงานหาลูกค้าเกือบทั้งหมด และกับบัญชี Google Ads ที่เปิด PMax เพราะอยากได้ reach แล้วปล่อยยาวมาตั้งแต่นั้น

ตอนนี้ควรทำอะไร

ยังไม่ต้องรื้ออะไรทั้งนั้น ที่ทำได้จริงคือ

  • อย่ารื้อโครงสร้างแคมเปญเพื่อรอฟีเจอร์ที่อาจไม่มีอยู่จริง
  • เก็บรายงานระดับช่องทางและเพลสเมนต์ที่มีอยู่ให้สะอาด ถ้าสวิตช์มาจริงจะได้มีช่วงก่อนหน้าไว้เทียบ
  • อัปเดต placement exclusion ระดับบัญชีและลิสต์ brand exclusion ให้ทันสมัย เพราะยังเป็นเครื่องมือเดียวที่มีอยู่
  • เช็กว่า conversion value ถูกต้องก่อนจะไปโทษเครือข่าย เพราะการปิด Display ไม่ได้ซ่อมปัญหาการวัดผล

คำถามที่ตามมา

ขอเข้าร่วมกับ Google ได้ไหม

ยังไม่มีการประกาศวิธีขอ การตั้งค่านี้ถูกพบใน alpha วงจำกัด และ Google ไม่ได้บอกว่าเลือกบัญชีอย่างไร

ครอบคลุม YouTube, Gmail หรือ Discover ด้วยไหม

ยังไม่มีรายงาน เท่าที่อธิบายไว้ การตั้งค่านี้ใช้กับ Search Partners และ Google Display Network เท่านั้น

ควรคิดไว้ก่อนไหมว่าฟีเจอร์นี้มาแน่

ไม่ควร เพราะไม่มีทั้งประกาศการปล่อยและกำหนดเวลา และ alpha ก็ไม่ได้ออกมาจริงทุกตัว

สรุปสั้น ๆ

ถ้างบ Performance Max ของคุณใหญ่พอที่จะทำให้ข่าว alpha นี้สะดุดตา งานที่มีประโยชน์จริงคือส่วนที่ทำได้โดยไม่ต้องรอฟีเจอร์ ซ่อมสัญญาณคอนเวอร์ชัน รัดอินพุตฝั่ง audience ให้แน่น และรู้ให้ได้ว่าแคมเปญกำลังซื้ออะไรอยู่ Relevant Audience ดูแลแคมเปญ Google Ads ให้แบรนด์ในไทย และการทำบัญชีให้ไปถึงจุดที่สวิตช์เครือข่ายจะบอกอะไรได้จริง ก็คุ้มที่จะทำอยู่ดีไม่ว่าฟีเจอร์นี้จะออกหรือไม่ ลองดูโครงสร้าง บริการ Google Ads ได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: