Abstract glass panels forming a split gateway, illustrating Cloudflare separating AI training from search crawling

Cloudflare เปิด Disallow AI Training กันเนื้อหาจากการเทรน AI โดยไม่บล็อก Googlebot

geoSeptember 16, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Cloudflare เปิดการตั้งค่า Disallow AI Training เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งเขียนคำสั่งปฏิเสธการเทรนลงใน robots.txt โดย Googlebot, Applebot และ Bingbot ยังเก็บข้อมูลเพื่อการค้นหาได้
  • ตัวเลือก Block ตอนนี้หยุดครอว์เลอร์ทั้งสามตัวอย่างสมบูรณ์รวมถึงการค้นหา กลับทางจากแผนเดือนกรกฎาคมที่การบล็อกการเทรนจะบล็อกครอว์เลอร์เหล่านั้นไปด้วยโดยอัตโนมัติ
  • ฝั่ง Google การตั้งค่านี้ทำงานผ่านคำสั่ง Disallow สำหรับ Google-Extended ซึ่ง Google ระบุในเอกสารว่าไม่มีผลต่อการถูกรวมใน Search หรือต่ออันดับ
  • Bing ยังไม่ถูกครอบคลุม Microsoft ตั้งเป้ารองรับคำสั่งปฏิเสธการเทรนใน robots.txt ช่วงต้นปี 2570 และช่องทางปฏิเสธตอนนี้คือแท็ก NOARCHIVE
  • Block AI Bots และ Managed Robots.txt กำลังจะถูกยกเลิก ส่วนการบล็อกในส่วน Training เดิมจะถูกย้ายมาเป็น Disallow AI Training โดยอัตโนมัติ

Cloudflare เปิดตัวการตั้งค่า Disallow AI Training ที่เขียนคำสั่งไม่อนุญาตให้นำเนื้อหาไปเทรนโมเดล AI ลงในไฟล์ robots.txt ของเว็บไซต์ โดยยังเปิดให้ Googlebot, Applebot และ Bingbot เข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อการค้นหาได้ตามปกติ Search Engine Journal รายงานการเปลี่ยนแปลงนี้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ผลในทางปฏิบัติคือเจ้าของเว็บไซต์ที่ต้องการกันเนื้อหาของตัวเองออกจากการเทรนโมเดล ไม่ต้องยอมแลกด้วยการเสียการเก็บข้อมูลเพื่อการค้นหาอีกต่อไป และปุ่ม Block AI Bots แบบเดิมที่เลือกได้เพียงเปิดหรือปิดทั้งหมดกำลังจะถูกยกเลิก

เรื่องนี้สำคัญเพราะก่อนหน้านี้ Cloudflare ส่งสัญญาณไปในทางตรงกันข้าม ตามที่ Search Engine Journal ระบุไว้ แผนที่อธิบายไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมคือ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป เว็บไซต์ที่บล็อกการเทรน AI จะบล็อก Googlebot, Applebot และ Bingbot ไปด้วย เพราะครอว์เลอร์ทั้งสามตัวทำงานทั้งเพื่อการค้นหาและเพื่อการเทรนโมเดล แผนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ตัวเลือก Block ยังอยู่ และตอนนี้กลายเป็นตัวเลือกที่บล็อกทั้งหมดจริง ๆ คือการเลือก Block จะหยุดครอว์เลอร์ทั้งสามตัวอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการเก็บข้อมูลเพื่อการค้นหาด้วย

สิ่งที่ Cloudflare เปลี่ยนเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569

Disallow AI Training เป็นตัวเลือกใหม่ภายใต้ส่วนควบคุมที่ชื่อว่า Training ซึ่งเป็นหนึ่งในสามส่วนควบคุม ร่วมกับ Search และ Agent โดย Cloudflare อธิบายตัวเลือก Disallow AI Training นี้ครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม เมื่อเปิดใช้ Disallow AI Training ครอว์เลอร์ที่ทำงานทั้งเพื่อการค้นหาและการเทรนโมเดลจะยังเข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อการค้นหาได้ ถ้า Cloudflare ระบุว่าผู้ให้บริการเบื้องหลังครอว์เลอร์นั้นอยู่ในกลุ่ม Accountable ส่วนครอว์เลอร์ที่ทำงานเพื่อการเทรนอย่างเดียวจะถูกบล็อก

การตั้งค่าสองแบบที่เคยยกเว้นครอว์เลอร์แบบทำงานสองหน้าที่ ตอนนี้ไม่ยกเว้นอีกแล้ว ทั้ง Block และ Block on pages with ads จะมีผลกับครอว์เลอร์กลุ่มนี้ด้วย เหตุผลที่ Cloudflare เคยยกเว้นไว้คือการบล็อกครอว์เลอร์เหล่านั้นอาจกระทบการมองเห็นบนหน้าค้นหา ซึ่งก็คือข้อแลกเปลี่ยนที่ตัวเลือก Disallow AI Training ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดออกไปพอดี

เว็บไซต์ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม การตั้งค่า Training เดิมที่เป็น Block หรือ Block on pages with ads จะถูกย้ายมาเป็น Disallow AI Training โดยอัตโนมัติ ส่วนเว็บไซต์ที่เคยใช้ตัวเลือกบล็อกอย่างใดอย่างหนึ่งภายใต้ปุ่ม Block AI Bots แบบเก่า จะลงเอยที่การตั้งค่าสามส่วน คือ Allow for Search สำหรับการค้นหา Disallow AI Training สำหรับการเทรน และ Block on pages with ads สำหรับเอเจนต์ ตัวปุ่ม Block AI Bots เอง พร้อมกับฟีเจอร์ Managed Robots.txt ของ Cloudflare มีกำหนดจะถูกยกเลิก ส่วนโดเมนใหม่ที่หารายได้จากโฆษณาจะได้ Disallow AI Training เป็นค่าตั้งต้นของส่วน Training

ตารางด้านล่างสรุปว่าการตั้งค่าแต่ละแบบทำอะไรหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ตามที่ Cloudflare อธิบายไว้

สิ่งที่ Cloudflare เปลี่ยนเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569
การตั้งค่าผลที่เกิดขึ้นตอนนี้
Disallow AI Trainingเขียนคำสั่งไม่อนุญาตให้เทรนโมเดลลงใน robots.txt ครอว์เลอร์แบบทำงานสองหน้าที่จากผู้ให้บริการกลุ่ม Accountable ยังเข้ามาเพื่อการค้นหาได้ ส่วนครอว์เลอร์ที่ใช้เทรนอย่างเดียวถูกบล็อก
Blockหยุดครอว์เลอร์แบบทำงานสองหน้าที่ทั้งหมด รวมถึง Googlebot, Applebot และ Bingbot ที่เข้ามาเพื่อการค้นหา
Block on pages with adsตอนนี้มีผลกับครอว์เลอร์แบบทำงานสองหน้าที่ด้วย จากเดิมที่ไม่มีผล
Block AI Bots (ปุ่มเดิม)กำลังจะถูกยกเลิก เว็บไซต์ที่เคยใช้จะถูกย้ายไปเป็น Allow for Search บวก Disallow AI Training บวก Block on pages with ads

Accountable หมายถึงอะไร และใครเข้าเกณฑ์บ้าง

Accountable คือป้ายกำกับที่ Cloudflare สร้างขึ้นหลังการพูดคุยกับผู้ให้บริการครอว์เลอร์ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนกรกฎาคม ครอว์เลอร์แบบทำงานสองหน้าที่จะยังเข้าถึงเพื่อการค้นหาได้ภายใต้ Disallow AI Training ก็ต่อเมื่อผู้ให้บริการของครอว์เลอร์นั้นได้รับป้ายนี้ และ Cloudflare กำหนดเงื่อนไขไว้สี่ข้อที่ผู้ให้บริการต้องทำได้แล้วหรือให้คำมั่นว่าจะทำ

  • มีช่องทางให้ปฏิเสธการนำเนื้อหาไปเทรน AI ผ่าน robots.txt หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเคียงกันได้
  • มีช่องทางให้ปฏิเสธการนำเนื้อหาไปทำสรุปด้วย AI โดยตั้งค่ากับผู้ให้บริการโดยตรงในตอนนี้ และตั้งผ่าน Cloudflare ได้ในปีหน้า
  • เปิดให้เห็นในระดับ URL ว่าหน้าไหนบ้างที่ถูกนำไปใช้เทรน พร้อมตัวเลขว่าเนื้อหานั้นปรากฏบนหน้าค้นหาอย่างไร
  • ให้คำยืนยันว่าการปฏิเสธการเทรนจะไม่กระทบผลการค้นหาแบบดั้งเดิม

Cloudflare ระบุว่า Apple, Google และ Microsoft เข้าเกณฑ์เหล่านี้ โดยแต่ละรายมีฟีเจอร์บางส่วนพร้อมใช้แล้วและมีคำมั่นพร้อมกำหนดเวลาสำหรับส่วนที่เหลือ นอกจากนี้ยังระบุครอว์เลอร์ที่เกี่ยวข้องของ Amazon, Anthropic, Meta และ OpenAI ว่าอยู่ในกลุ่ม Accountable ด้วย เพราะบริษัทเหล่านั้นแยกครอว์เลอร์สำหรับการค้นหาและสำหรับการเทรนออกจากกัน ครอว์เลอร์ฝั่งเทรนของผู้ให้บริการกลุ่มนี้ยังคงถูกบล็อกภายใต้ Disallow AI Training ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ไม่ใช่ช่องโหว่

การตั้งค่านี้ทำงานอย่างไรกับ Google, Apple และ Bing

การตั้งค่านี้ไม่ใช่สวิตช์เดียวที่ใช้ได้กับทุกที่ มันแปลงไปเป็นกลไกคนละแบบในแต่ละบริษัท และความครอบคลุมก็ไม่เท่ากัน

ฝั่ง Google การตั้งค่า Disallow AI Training ทำงานผ่านคำสั่ง Disallow สำหรับ Google-Extended ซึ่งเป็นโทเคนใน robots.txt ที่ Google จัดไว้ให้สำหรับการปฏิเสธไม่ให้นำเนื้อหาไปเทรนโมเดล Gemini เอกสารเรื่องครอว์เลอร์ของ Google ระบุว่า Google-Extended ไม่มีผลต่อการที่เว็บไซต์จะถูกรวมไว้ใน Google Search หรือต่ออันดับของเว็บไซต์ นี่คือรายละเอียดสำคัญสำหรับคนที่กังวลจะไปแตะ robots.txt เพราะโทเคนนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นกลางต่อการค้นหาตั้งแต่ต้น

Google-Extended ยังไม่ใช่ตัวควบคุม AI Overviews หรือ AI Mode ด้วย การที่เว็บไซต์จะปรากฏใน AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ generative AI ของ Discover นั้นถูกควบคุมด้วยการตั้งค่าแยกต่างหากใน Search Console และหน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่าการตั้งค่านั้นไม่มีผลต่อการเทรน AI ทั้งสองอย่างเป็นอิสระต่อกัน และการสับสนระหว่างสองอย่างนี้คือทางลัดที่สุดไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ เพราะเว็บไซต์หนึ่งอาจถูกกันออกจากการเทรนแต่ยังถูกนำไปสรุปใน AI Overviews หรือกลับกันก็ได้

ฝั่ง Apple การตั้งค่าทำงานผ่านคำสั่ง Disallow สำหรับ Applebot-Extended เอกสารของ Apple ระบุว่า Applebot-Extended ไม่ได้เข้ามาเก็บข้อมูลหน้าเว็บ และไม่ถูกนำมาพิจารณาในการจัดอันดับการค้นหา ส่วนการกันเนื้อหาออกจากคำตอบที่สร้างด้วย AI สำหรับคำถามความรู้ทั่วไปใน Siri และ Search เป็นคนละงานกัน และเส้นทางที่ Apple ระบุไว้สำหรับเรื่องนั้นคือแท็ก nosnippet

Bing คือช่องว่างของเรื่องนี้ การเลือก Disallow AI Training ยังไม่ส่งคำสั่งปฏิเสธการเทรนไปยัง Bing ผ่าน robots.txt เพราะ Microsoft ยังต้องเพิ่มการรองรับก่อน และ Cloudflare ระบุว่างานส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ การบล็อกในส่วน Training ของ Cloudflare แบบเดิมก็ไม่มีผลกับ Bingbot อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีอะไรถอยหลัง แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นสำหรับ Bing เช่นกัน ช่องทางปฏิเสธการเทรนของ Bing ในตอนนี้คือแท็ก NOARCHIVE เอกสารของ Bing ระบุว่าเนื้อหาที่ติดแท็ก NOARCHIVE จะไม่ถูกนำไปเทรนโมเดล generative AI ของ Microsoft และจะไม่ถูกลิงก์ใน Chat และ Copilot ด้วย ซึ่งแปลว่าการปฏิเสธฝั่ง Bing มีต้นทุนด้านการมองเห็นที่โทเคนของ Google และ Apple ไม่มี

การตั้งค่านี้ทำงานอย่างไรกับ Google, Apple และ Bing
ผู้ให้บริการกลไกที่ใช้สถานะ
Googleคำสั่ง Disallow สำหรับ Google-Extendedใช้งานได้แล้ว Google ระบุในเอกสารว่าไม่กระทบการถูกรวมใน Search หรืออันดับ
Appleคำสั่ง Disallow สำหรับ Applebot-Extendedใช้งานได้แล้ว Apple ระบุว่าไม่ถูกนำมาพิจารณาในการจัดอันดับ
Bingคำสั่งปฏิเสธการเทรนใน robots.txtยังไม่รองรับ Microsoft ตั้งเป้ารองรับช่วงต้นปี 2570 ตอนนี้ใช้แท็ก NOARCHIVE แทน

สิ่งที่จะตามมา พร้อมกำหนดเวลาที่ Cloudflare ให้ไว้

Cloudflare วางสิ่งที่จะตามมาไว้สามเรื่อง เรื่องแรกคือ Google มีแผนจะเปิดเครื่องมือแสดงความโปร่งใสระดับ URL สำหรับ Google-Extended ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เรื่องที่สองคือ Apple กำลังพัฒนาเครื่องมือระดับ URL ของตัวเองสำหรับปีหน้า และเรื่องที่สามคือการรองรับคำสั่งปฏิเสธการเทรนใน robots.txt ของ Microsoft ตั้งเป้าไว้ที่ช่วงต้นปี 2570 ซึ่งทำให้ Bing ช้ากว่าอีกสองรายอยู่พอสมควร

ส่วนงานถัดไปของ Cloudflare เองคือเรื่องการสรุปด้วย AI ไม่ใช่เรื่องการเทรน บริษัทระบุว่าเป้าหมายคือการมีการตั้งค่าเดียวบน Cloudflare ที่ควบคุมว่าเนื้อหาจะถูกนำไปใส่ในบทสรุปมากน้อยแค่ไหน แทนสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องไปตั้งค่าแยกทีละผู้ให้บริการ และตั้งเป้าไว้ที่ช่วงต้นปีหน้า

สิ่งที่ควรเข้าไปตรวจในระบบของตัวเอง

การย้ายค่าเกิดขึ้นอัตโนมัติ ซึ่งนั่นคือความเสี่ยง เพราะการตั้งค่าที่ถูกเปลี่ยนให้แทนเรา คือการตั้งค่าที่ไม่มีใครในทีมได้อ่าน การตรวจสั้น ๆ จึงคุ้มค่า

  • เปิดส่วนควบคุม Training ใน Cloudflare แล้วอ่านว่าโดเมนของคุณถูกตั้งค่าเป็นอะไรอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม โดเมนที่เคยอยู่บน Block AI Bots ถูกย้ายไปเป็นการตั้งค่าสามส่วนแล้ว
  • ดึงไฟล์ robots.txt ของตัวเองขึ้นมาอ่าน ถ้า Disallow AI Training ทำงานอยู่ คุณควรเห็นคำสั่งปฏิเสธการเทรนในไฟล์ และไม่ควรเห็น Googlebot ถูกสั่งห้าม
  • ยืนยันว่าไม่มีโดเมนไหนค้างอยู่ที่ Block โดยไม่ตั้งใจ เพราะตอนนี้ Block คือการตั้งค่าที่หยุด Googlebot, Applebot และ Bingbot ทั้งหมด ทั้งที่คำเดียวกันนี้เคยมีความหมายแคบกว่านั้นก่อนวันที่ 15 กันยายน
  • ตรวจการตั้งค่า generative AI ใน Search Console แยกต่างหาก ถ้าสิ่งที่คุณสนใจจริง ๆ คือการปรากฏใน AI Overviews และ AI Mode เพราะ Google-Extended ไม่ได้ควบคุมส่วนนั้น
  • ถ้า Bing และ Copilot มีผลต่อทราฟฟิกของคุณ ให้ตัดสินใจเรื่อง NOARCHIVE อย่างตั้งใจ เพราะมันหยุดการเทรนก็จริง แต่ก็ตัดลิงก์จาก Chat และ Copilot ออกไปด้วย เป็นคนละข้อแลกเปลี่ยนกับโทเคนของ Google และ Apple
  • บันทึกวันที่ที่คุณเข้าไปตรวจไว้ด้วย เพราะ Cloudflare เปลี่ยนพฤติกรรมของส่วนควบคุมเหล่านี้มาแล้วสองครั้งในสามเดือน และบันทึกที่มีวันที่กำกับคือสิ่งเดียวที่บอกได้ว่าคุณตั้งค่าไว้บนเวอร์ชันไหน

ถ้าการเข้าถึงของครอว์เลอร์และพฤติกรรมการอ้างอิงของ AI เป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลงานฝั่ง organic อยู่แล้ว เรื่องนี้ควรอยู่ในรอบตรวจเดียวกัน เว็บไซต์ที่อยากให้ตรวจฝั่งการมองเห็นของคำถามเดียวกันนี้ เริ่มได้จาก บริการตรวจสอบ SEO ส่วนฝั่งการถูกอ้างอิงเป็นงานของ GEO

สิ่งที่ประกาศนี้ไม่ได้บอก

มีหลายเรื่องที่เจ้าของเว็บไซต์อยากรู้แต่ไม่ได้อยู่ในแหล่งข่าว และควรพูดออกมาตรง ๆ ดีกว่าเติมช่องว่างด้วยการคาดเดา

Cloudflare ไม่ได้เผยตัวเลขว่าการย้ายค่าอัตโนมัติครั้งนี้กระทบกี่โดเมน ไม่ได้บอกว่าป้าย Accountable จะถูกถอนจากผู้ให้บริการที่พลาดกำหนดเวลาที่ให้คำมั่นไว้หรือไม่ และถ้าถูกถอน เว็บไซต์ที่พึ่งพาผู้ให้บริการรายนั้นจะเป็นอย่างไร ไม่ได้เผยรูปแบบคำสั่งที่แน่นอนใน robots.txt ที่ Disallow AI Training เขียนลงไป นอกจากอธิบายว่าเป็นคำสั่งปฏิเสธการเทรน และไม่ได้ให้ตัวเลขใด ๆ เลยว่าการปฏิเสธการเทรนส่งผลอย่างไรต่อการปรากฏของเว็บไซต์ในคำตอบของ AI เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นคำถามที่ผู้เผยแพร่เนื้อหาสนใจมากที่สุด การปฏิเสธการเทรนกับการปฏิเสธการถูกนำไปสรุปเป็นคนละตัวควบคุม และสิ่งที่เปลี่ยนในครั้งนี้คืออย่างแรกเท่านั้น

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

เว็บไซต์ไทยขนาดกลางขึ้นไปส่วนใหญ่อยู่หลัง Cloudflare การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเข้าถึงตลาดในประเทศลึกกว่าประกาศของแพลตฟอร์มทั่ว ๆ ไป ส่วนที่สำคัญคือส่วนที่ตัดข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่ควรมีออกไป ที่ผ่านมา ผู้เผยแพร่เนื้อหาหรือเว็บอีคอมเมิร์ซไทยที่อยากกันข้อความสินค้าและบทความของตัวเองออกจากการเทรนโมเดล ต้องเสี่ยงทำลายการเก็บข้อมูลของ Google ไปด้วย และสำหรับตลาดที่ Google organic เป็นช่องทางค้นพบหลัก ความเสี่ยงนั้นแทบไม่เคยคุ้ม Disallow AI Training แยกการตัดสินใจสองเรื่องนี้ออกจากกัน

ประเด็นที่สองเจาะจงกับเว็บไซต์สองภาษา เนื้อหาภาษาไทยมีอยู่ในข้อมูลเทรนค่อนข้างน้อย ซึ่งส่งผลสองทาง คือมันมีค่ากับโมเดลมากกว่า และมันก็เป็นเนื้อหาที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะทำให้แบรนด์ไทยถูกเอ่ยถึงในคำตอบของ AI ตั้งแต่แรก การปฏิเสธการเทรนไม่ได้แปลว่าเว็บไซต์จะถูกกันออกจากการถูกอ้างอิงใน AI Overviews หรือ AI Mode เพราะ Google ควบคุมสองอย่างนั้นผ่าน Search Console แทน เว็บไซต์ไทยที่อยากได้การถูกอ้างอิงโดยไม่ให้เอาไปเทรน จึงทำได้ทั้งสองอย่างตามเอกสารของ Google

ช่องว่างฝั่ง Bing มีน้ำหนักน้อยกว่าในไทยเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา เพราะส่วนแบ่งการค้นหาของ Bing ในไทยไม่สูง แต่ Copilot เป็นคนละคำถามกับ Bing search และข้อแลกเปลี่ยนของ NOARCHIVE ควรถูกตัดสินอย่างตั้งใจ ไม่ใช่ปล่อยไปตามค่าเริ่มต้น สำหรับแบรนด์ที่ทำ SEO ในประเทศไทย อยู่แล้ว นี่คือรายการตรวจเพิ่มอีกหนึ่งข้อ ไม่ใช่การรื้อกลยุทธ์

คำถามที่พบบ่อย

การเปิด Disallow AI Training กระทบอันดับบน Google หรือไม่

เอกสารเรื่องครอว์เลอร์ของ Google ระบุว่า Google-Extended ไม่มีผลต่อการที่เว็บไซต์จะถูกรวมไว้ใน Google Search หรือต่ออันดับ และ Disallow AI Training ทำงานผ่านคำสั่ง Disallow สำหรับ Google-Extended นอกจากนี้ Cloudflare ยังกำหนดให้คำยืนยันว่าการปฏิเสธการเทรนจะไม่กระทบผลการค้นหาแบบดั้งเดิม เป็นหนึ่งในสี่เงื่อนไขของกลุ่ม Accountable การตั้งค่าที่ต้องระวังคือ Block ซึ่งหยุด Googlebot ทั้งหมดจริง

การตั้งค่านี้ทำให้หน้าเว็บหายจาก AI Overviews และ AI Mode หรือไม่

ไม่ การปรากฏใน AI Overviews, AI Mode และฟีเจอร์ generative AI ของ Discover ถูกควบคุมด้วยการตั้งค่าแยกใน Search Console และหน้าช่วยเหลือของ Google ระบุว่าการตั้งค่านั้นไม่มีผลต่อการเทรน AI ทั้งสองเป็นตัวควบคุมอิสระ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แตะเฉพาะฝั่งการเทรนเท่านั้น

ถ้าบล็อกบอท AI ไว้อยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนอะไรไหม

Cloudflare ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ต้องเปลี่ยน การตั้งค่า Training เดิมที่เป็น Block หรือ Block on pages with ads จะถูกย้ายมาเป็น Disallow AI Training และเว็บไซต์ที่เคยใช้ปุ่ม Block AI Bots แบบเก่าจะถูกย้ายไปเป็น Allow for Search, Disallow AI Training และ Block on pages with ads ถึงอย่างนั้นก็ยังควรเปิดแดชบอร์ดเข้าไปอ่านผลลัพธ์ เพราะ Block AI Bots และ Managed Robots.txt กำลังจะถูกยกเลิก

ใช้ได้กับ Bing แล้วหรือยัง

ยังไม่ได้ Cloudflare ระบุว่าการเลือก Disallow AI Training ไม่ส่งคำสั่งปฏิเสธการเทรนไปยัง Bing ผ่าน robots.txt เพราะ Microsoft ยังต้องเพิ่มการรองรับ ซึ่ง Cloudflare ระบุกรอบเวลาไว้ที่ช่วงต้นปี 2570 ช่องทางปฏิเสธการเทรนของ Bing ตอนนี้คือแท็ก NOARCHIVE ซึ่งตัดลิงก์จาก Chat และ Copilot ออกไปด้วย

บริษัท AI รายไหนบ้างที่ยังเข้าถึงเพื่อการค้นหาได้ภายใต้การตั้งค่านี้

Cloudflare ระบุว่า Apple, Google และ Microsoft เข้าเกณฑ์ Accountable และยังระบุครอว์เลอร์ที่เกี่ยวข้องของ Amazon, Anthropic, Meta และ OpenAI ว่าอยู่ในกลุ่ม Accountable ด้วย เพราะบริษัทเหล่านั้นแยกครอว์เลอร์สำหรับการค้นหาและการเทรนออกจากกัน ครอว์เลอร์ฝั่งเทรนของผู้ให้บริการกลุ่มนี้ยังคงถูกบล็อกภายใต้ Disallow AI Training

สรุปสำหรับเจ้าของเว็บไซต์

สรุปที่ใช้งานได้คือ ทางเลือกถูกแยกออกเป็นสองเรื่องแล้ว การเทรนกับการค้นหาถูกมัดรวมอยู่ในครอว์เลอร์ตัวเดียวกันมาหลายปี ซึ่งทำให้ทุกการตัดสินใจเรื่องการปฏิเสธการเทรนกลายเป็นการเดิมพันกับทราฟฟิก organic ตอนนี้ Cloudflare เขียนการแยกนั้นลงไปในการตั้งค่าบนแดชบอร์ดแล้ว Google กับ Apple มีโทเคนที่มีเอกสารรองรับ ส่วน Microsoft ยังตามไม่ทัน ไม่มีอะไรในนี้เปลี่ยนวิธีที่หน้าเว็บถูกจัดอันดับหรือเปลี่ยนว่า answer engine จะอ้างอิงหรือไม่ ดังนั้นงานที่ต้องทำจริงยังเหมือนเดิม คืออ่านการตั้งค่าปัจจุบัน อ่าน robots.txt ของตัวเอง และแยกการตัดสินใจเรื่องการเทรนออกจากการตัดสินใจเรื่องการมองเห็น ทีมที่ต้องการให้ช่วยจับคู่ทั้งสองฝั่งเข้ากับข้อมูลทราฟฟิกของตัวเอง คุยกับทีม GEO ของเราได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น