สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google ทดลองคำตอบ AI ในชื่อ SGE ผ่าน Search Labs ในปี 2566 และเปิดตัว AI Overviews ในสหรัฐอเมริกาที่งาน Google I/O เดือนพฤษภาคม 2567
- Google ระบุว่าหน้าที่จะแสดงเป็นลิงก์ใน AI Overviews ต้องถูกทำดัชนีและมีสิทธิ์แสดง snippet เท่านั้น ไม่ต้องใส่ schema หรือ markup พิเศษ
- รายงานประสิทธิภาพ generative AI ใน Search Console เปิดให้ทุกเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 แสดง impressions ตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ แต่ไม่มีคลิกหรือคำค้น
- nosnippet, data-nosnippet หรือตัวควบคุม generative AI ใน Search Console ใช้กันคอนเทนต์ออกจาก AI Overviews ได้ แต่ Google-Extended ทำไม่ได้
AI Overviews คือคำตอบสรุปที่ Google สร้างขึ้นด้วย AI และแสดงอยู่ด้านบนของผลการค้นหาบางคำค้น พร้อมลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูล ผู้ใช้จึงได้คำตอบภาพรวมก่อนตัดสินใจคลิกเข้าเว็บ สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ AI Overviews เปลี่ยนทั้งวิธีที่คนเห็นผลการค้นหา จำนวนคลิกที่ได้ และความหมายของคำว่า "ติดหน้าแรก" ในปัจจุบัน
AI Overviews คืออะไร และมาจากไหน
Google เริ่มทดลองคำตอบที่สร้างด้วย AI ในผลการค้นหาภายใต้ชื่อ Search Generative Experience (SGE) ผ่าน Search Labs ในปี 2566 จากนั้นเปิดตัวในชื่อ AI Overviews ในสหรัฐอเมริกาที่งาน Google I/O เดือนพฤษภาคม 2567 และขยายไปยังประเทศและภาษาอื่นเป็นลำดับ AI Overviews ไม่ได้ขึ้นกับทุกคำค้น Google แสดงเมื่อระบบประเมินว่าคำตอบสรุปจะเป็นประโยชน์ มักเป็นคำถามที่ซับซ้อนหรือคำค้นที่ต้องรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง
ภายในกล่อง AI Overview จะมีข้อความสรุป และมีลิงก์ไปยังหน้าเว็บที่ใช้ประกอบคำตอบ ลิงก์เหล่านี้อาจแสดงข้างข้อความ ใต้ข้อความ หรือซ่อนอยู่หลังปุ่มขยาย ขึ้นกับรูปแบบที่ Google ทดสอบในแต่ละช่วง
AI Overviews ต่างจาก featured snippet อย่างไร
featured snippet คือการยกข้อความจากหน้าเว็บหน้าเดียวมาแสดงตรง ๆ พร้อมลิงก์ไปหน้านั้น ส่วน AI Overview คือข้อความที่ AI เขียนขึ้นใหม่โดยอาศัยข้อมูลจากหลายหน้า และแสดงลิงก์หลายลิงก์ ความต่างนี้มีผลในทางปฏิบัติ featured snippet ให้เครดิตกับเว็บเดียวอย่างชัดเจน ขณะที่ AI Overview กระจายการมองเห็นไปหลายเว็บ และผู้ใช้อาจได้คำตอบที่ต้องการโดยไม่ต้องคลิกเลย
| หัวข้อ | Featured snippet | AI Overview |
|---|---|---|
| ที่มาของข้อความ | ยกข้อความจากหน้าเว็บหน้าเดียว | AI เขียนขึ้นจากข้อมูลหลายแหล่ง |
| จำนวนลิงก์ | โดยทั่วไปหนึ่งลิงก์ | หลายลิงก์ในกล่องเดียว |
| ใน Search Console | นับรวมในรายงานประสิทธิภาพปกติ | นับในรายงานปกติ และมีมุมมองแยกในรายงานประสิทธิภาพ generative AI |
| การควบคุมของเจ้าของเว็บ | nosnippet และ max-snippet | nosnippet, data-nosnippet, max-snippet และตัวควบคุม generative AI ระดับ property ใน Search Console |
AI Overviews เลือกแหล่งอ้างอิงจากอะไร
Google ไม่ได้เปิดเผยสูตรการเลือกแหล่งอ้างอิง สิ่งที่ Google ระบุไว้ในเอกสารสำหรับเจ้าของเว็บคือ หน้าที่จะแสดงเป็นลิงก์ใน AI features ต้องถูกทำดัชนีและมีสิทธิ์แสดง snippet ในผลการค้นหาปกติ และไม่มีข้อกำหนดทางเทคนิคพิเศษหรือ markup เฉพาะที่ต้องเพิ่ม แนวทาง SEO พื้นฐานเดิมยังใช้ได้ ทั้งการเปิดให้ crawl ได้ เนื้อหาที่เป็นประโยชน์และเขียนเพื่อคน และข้อความสำคัญที่อยู่ในรูปแบบข้อความ ไม่ใช่ซ่อนในรูปภาพ
ในเชิงกลไก ระบบ AI จะดึงข้อความจากหลายหน้ามาเป็นฐาน (grounding) ของคำตอบ หน้าที่ระบุข้อเท็จจริงชัดเจนในประโยคเดียว มีผู้กระทำ วันที่ และตัวเลขอยู่ครบ ถูกนำไปใช้ได้ง่ายกว่าหน้าที่คำตอบกระจายอยู่หลายย่อหน้าหรือเขียนกว้าง ๆ นี่เป็นหลักการเดียวกับงาน Generative Engine Optimization (GEO)
AI Overviews กับ AI Mode ต่างกันอย่างไร
AI Overviews แสดงอยู่บนหน้าผลการค้นหาปกติ เหนือหรือแทรกกับลิงก์ธรรมดา ส่วน AI Mode คือประสบการณ์ค้นหาแยกต่างหากในรูปแบบบทสนทนา ผู้ใช้ถามต่อเนื่องได้ และคำตอบยาวกว่า ทั้งสองอย่างใช้ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ และทั้งสองอย่างถูกนับรวมในรายงานประสิทธิภาพ generative AI ของ Search Console
AI Overviews ส่งผลต่อทราฟฟิกและ CTR อย่างไร
เมื่อ AI Overview แสดงบนคำค้น ผลการค้นหาแบบ organic จะถูกดันลงต่ำลงบนหน้าจอ และผู้ใช้บางส่วนได้คำตอบโดยไม่คลิก ผลกระทบไม่เท่ากันทุกประเภทเนื้อหา คำค้นเชิงข้อมูลง่าย ๆ อย่างนิยาม มักได้รับผลกระทบมากกว่าคำค้นที่ต้องการลงมือทำ เช่น ซื้อ จอง หรือติดต่อ ขณะเดียวกัน เว็บที่ถูกอ้างอิงในกล่อง AI Overview ก็ได้การมองเห็นในตำแหน่งบนสุดของหน้า
ข้อสำคัญคืออย่าเดาจากความรู้สึก ให้ดูข้อมูลของเว็บตัวเอง เทียบ CTR ของหน้าเดียวกันก่อนและหลังช่วงที่ AI Overviews เริ่มแสดงสำหรับคำค้นกลุ่มนั้น และดูว่าคำค้นที่ impressions ขึ้นแต่คลิกลดลงเป็นคำค้นประเภทไหน
ดูข้อมูล AI Overviews ใน Search Console ได้ที่ไหน
Search Console มีรายงานประสิทธิภาพ generative AI เป็นแท็บย่อยใต้รายงาน Performance ซึ่ง Google ยืนยันว่าเปิดให้ทุกเว็บไซต์ทั่วโลกแล้วเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 รายงานนี้แสดง impressions แยกตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ สำหรับ AI features บน Google Search และ Discover ข้อจำกัดที่ต้องรู้มีดังนี้
- ไม่มีข้อมูลคลิกและไม่มีข้อมูลคำค้น จึงคำนวณ CTR จากรายงานนี้ไม่ได้
- เป็นมุมมองที่กรองมาจากข้อมูลที่อยู่ในรายงาน Web search อยู่แล้ว ห้ามนำตัวเลขไปบวกรวมกับรายงานปกติ
- ทุกลิงก์ภายใน AI Overview ได้ตำแหน่ง (position) เดียวกับบล็อก AI Overview ตัวเลข position จึงไม่ได้บอกว่าลิงก์ของคุณอยู่ลำดับที่เท่าไรในกล่อง
- ถ้าเว็บมี impressions ใน AI features ไม่พอ รายงานอาจไม่แสดง และ Google ไม่ได้ประกาศเกณฑ์ขั้นต่ำ
ปิดไม่ให้เว็บถูกใช้ใน AI Overviews ได้ไหม
ได้ มีหลายระดับ ระดับละเอียดที่สุดคือ data-nosnippet ซึ่งใส่กับส่วนของหน้าที่ไม่ต้องการให้นำไปแสดง ระดับหน้าคือ meta robots แบบ nosnippet หรือ max-snippet ซึ่งจำกัดการใช้ข้อความจากหน้าในผลการค้นหาทั้งแบบปกติและ AI features ระดับทั้งเว็บคือตัวควบคุม generative AI ของ Search ใน Search Console ซึ่ง Google ยืนยันว่าเปิดให้ทุกเว็บไซต์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ตัวควบคุมนี้กันไม่ให้เว็บปรากฏใน AI Overviews, AI Mode และ AI Overviews ใน Discover ทั้งในรูปลิงก์และในการนำไปใช้เป็นฐานของคำตอบ และทราฟฟิกกับ impressions จากพื้นที่เหล่านั้นจะหายไปด้วย
ควรรู้ว่า Google-Extended ใน robots.txt ไม่ใช่ตัวปิด AI Overviews Google-Extended ควบคุมการนำคอนเทนต์ไปใช้ฝึกโมเดล Gemini รุ่นอนาคตและการใช้เป็นฐานคำตอบใน Gemini Apps และ Vertex API ไม่ใช่ AI features ใน Search นอกจากนี้ Google ระบุว่าตัวควบคุมเฉพาะ generative AI ไม่ถูกใช้เป็นสัญญาณจัดอันดับในส่วนที่ไม่ใช่ generative AI ของ Search การปิดจึงเป็นการแลกการมองเห็นในพื้นที่ AI กับการควบคุมคอนเทนต์ ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ควรทำโดยไม่ได้ชั่งน้ำหนักก่อน
ทำคอนเทนต์ภาษาไทยให้ถูกอ้างอิงใน AI Overviews
- ตรวจว่าหน้าถูกทำดัชนีและไม่มี nosnippet ติดอยู่โดยไม่ตั้งใจ ปลั๊กอินหรือธีมบางตัวใส่ค่าเหล่านี้ให้เอง
- ตอบคำถามหลักในสองประโยคแรกของหน้าหรือของแต่ละหัวข้อ แล้วค่อยขยายความ
- เขียนข้อเท็จจริงให้ครบในประโยคเดียว เช่น ระบุชื่อหน่วยงาน วันที่ และตัวเลข แทนการเขียนว่า "เมื่อเร็ว ๆ นี้" หรือ "หลายคนบอกว่า"
- ใช้หัวข้อที่เป็นคำถามแบบที่คนไทยพิมพ์จริง รวมถึงคำที่ผสมภาษาอังกฤษ เช่น "AI Overviews คืออะไร"
- ใส่ตารางเปรียบเทียบและรายการขั้นตอนเมื่อเนื้อหาเหมาะ เพราะเป็นรูปแบบที่ดึงข้อมูลไปใช้ได้ง่าย
- ใส่ข้อมูลที่เป็นของตลาดไทยจริง เช่น ข้อกำหนด ราคา หรือขั้นตอนที่ใช้ในไทย ซึ่งหน้าแปลจากต่างประเทศไม่มี
- ทำ structured data ขององค์กรและผู้เขียนให้ถูกต้อง เพื่อให้ Google เชื่อมคอนเทนต์กับแบรนด์ได้ชัด
ตัวอย่างการปรับย่อหน้าให้หยิบไปใช้ได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างสมมติของหน้าบริการติดตั้งแอร์ในกรุงเทพฯ เพื่อแสดงวิธีเขียน ไม่ใช่ข้อมูลจริงของธุรกิจใด
ก่อนปรับ: "บริการดีที่สุดในราคาคุ้มค่า ทีมงานมืออาชีพพร้อมดูแลทุกขั้นตอน ติดต่อได้เลย" ย่อหน้านี้ไม่มีข้อเท็จจริงให้ระบบ AI หยิบไปตอบคำถามใดได้ ไม่รู้ว่าบริการอะไร ที่ไหน ใช้เวลาเท่าไร หรือมีเงื่อนไขราคาอย่างไร
หลังปรับ: "การติดตั้งแอร์ติดผนังขนาด 9,000 ถึง 18,000 BTU ในกรุงเทพฯ และนนทบุรีใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมงต่อเครื่อง ค่าติดตั้งมาตรฐานรวมท่อน้ำยาไม่เกิน 4 เมตร ส่วนที่เกินคิดเป็นเมตร และรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี" ย่อหน้านี้ตอบคำถามที่คนค้นหาได้หลายข้อในประโยคเดียว ทั้งพื้นที่ ขนาดเครื่อง ระยะเวลา เงื่อนไขราคา และการรับประกัน ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ ธุรกิจจริงต้องใช้ข้อมูลของตัวเองเท่านั้น
หลักการที่ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรมคือ แทนคำคุณศัพท์ด้วยข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ระบุขอบเขตและเงื่อนไขให้ชัด และวางคำตอบไว้ใต้หัวข้อที่เป็นคำถามตรงกับที่ลูกค้าพิมพ์ การเขียนแบบนี้ช่วยทั้งผู้อ่าน ผลการค้นหาปกติ และระบบ AI ที่ต้องการข้อความชัดเจนไปประกอบคำตอบ
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Overviews
- "ต้องติดอันดับ 1 ถึงจะถูกอ้างอิง" เอกสารของ Google ไม่ได้กำหนดเช่นนั้น หน้าที่ถูกอ้างอิงต้องมีสิทธิ์แสดงในผลการค้นหา แต่ Google ไม่ได้ระบุว่าต้องอยู่อันดับใด ควรดูข้อมูลของคำค้นตัวเองแทนการเดา
- "impressions ใน AI Overviews คือคนเห็นลิงก์จริง" impression นับเมื่อลิงก์อยู่ในหน้าผลการค้นหาที่แสดงผล แม้ผู้ใช้ไม่ได้เลื่อนลงไปเห็น ส่วนลิงก์ที่ซ่อนหลังปุ่มขยายจะไม่นับจนกว่าจะมีการกดขยาย
- "ปิด AI Overviews แล้วอันดับปกติจะดีขึ้น" Google ระบุว่าตัวควบคุมเฉพาะ generative AI ไม่ได้เป็นสัญญาณจัดอันดับในส่วนที่ไม่ใช่ generative AI การปิดจึงไม่ได้ช่วยอันดับปกติ
- "คอนเทนต์ยาวถูกอ้างอิงมากกว่าเสมอ" ความยาวไม่ใช่ตัวตัดสิน สิ่งที่ช่วยคือคำตอบที่ชัดเจนและข้อเท็จจริงที่ครบในประโยค หน้าที่ยาวแต่คำตอบกระจายอาจถูกหยิบไปใช้ยากกว่าหน้าที่สั้นแต่ตรงประเด็น
ความหมายสำหรับธุรกิจไทย
การที่ AI Overviews แสดงสำหรับคำค้นภาษาไทยหรือไม่ ขึ้นกับประเทศ ภาษา และประเภทคำค้น ธุรกิจไทยจึงควรตรวจเองจากคำค้นหลักของตัวเอง ทั้งคำค้นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และบันทึกว่าคำค้นไหนมีกล่อง AI Overview และเว็บไหนถูกอ้างอิง คำค้นที่ผสมภาษาไทยกับคำอังกฤษเฉพาะทาง เช่น ชื่อเครื่องมือหรือชื่อแพลตฟอร์ม เป็นกลุ่มที่ควรจับตา เพราะคอนเทนต์ภาษาไทยที่อธิบายเรื่องเหล่านี้อย่างละเอียดยังมีน้อย การรีวิว AI SEO ช่วยจับคู่หน้าเว็บกับคำค้นที่มี AI Overview และ การตรวจ SEO เชิงเทคนิค ช่วยหาปัญหาการทำดัชนีหรือค่า snippet ที่ทำให้หน้าไม่มีสิทธิ์ถูกอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ AI Overviews
AI Overviews คืออะไร
AI Overviews คือคำตอบสรุปที่ Google สร้างด้วย AI และแสดงด้านบนผลการค้นหาบางคำค้น พร้อมลิงก์ไปยังเว็บไซต์ที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูล เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567
ต้องใส่ schema พิเศษเพื่อให้ติด AI Overviews ไหม
ไม่ต้อง Google ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดทางเทคนิคหรือ markup พิเศษสำหรับ AI features หน้าต้องถูกทำดัชนีและมีสิทธิ์แสดง snippet ตามปกติ
ดู CTR จาก AI Overviews ใน Search Console ได้หรือไม่
ไม่ได้ รายงานประสิทธิภาพ generative AI มีแค่ impressions แยกตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ ไม่มีข้อมูลคลิกและคำค้น
ปิด Google-Extended แล้วเว็บจะหายจาก AI Overviews ไหม
ไม่ Google-Extended ควบคุมการใช้คอนเทนต์กับ Gemini Apps, Vertex API และการฝึกโมเดล ถ้าต้องการปิด AI Overviews ต้องใช้ nosnippet หรือตัวควบคุม generative AI ใน Search Console
AI Overviews ทำให้ SEO ไม่สำคัญแล้วหรือเปล่า
ไม่ใช่ หน้าที่ถูกอ้างอิงใน AI Overviews ต้องถูกทำดัชนีและมีคุณภาพพอจะติดอันดับอยู่แล้ว SEO พื้นฐานจึงยังเป็นเงื่อนไขแรก สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีวัดผลและรูปแบบการเขียนที่ช่วยให้ถูกหยิบไปใช้
ถ้าอยากรู้ว่าคำค้นหลักของธุรกิจคุณมี AI Overviews หรือไม่ ใครถูกอ้างอิง และหน้าไหนของคุณควรปรับ Relevant Audience ช่วยตรวจและวางแผนงาน GEO และ AI SEO สำหรับเว็บไซต์ภาษาไทยได้







