Similar Audiences จะถูกถอดออกจาก Google Ads ภายใน 2023

Similar Audiences จะถูกถอดออกจาก Google Ads ภายใน 2023

เมื่อปลายปีที่แล้ว Google ได้ออกมาประกาศว่าจะยุติการให้บริการฟีเจอร์ Similar Audience บน Google Ads โดย Ginny Marvin ซึ่งเป็นผู้ประสานงานของทีม Google Ads ออกมาระบุว่า Google จะยุติการให้บริการ Similar Audience ภายในปี 2023 รายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไร มาดูไปพร้อมกันเลย

ไม่สามารถใช้งานหรือสร้าง Similar Audience ได้

สำหรับแผนการปรับปรุงฟีเจอร์ Similar Audience จากทางกูเกิลคือตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2023 จะไม่อนุญาตให้ผู้ใช้งานสร้าง Similar Audience หรือนำ Similar Audience ไปใช้ได้ แต่แคมเปญก่อนหน้าที่ใช้ Similar Audience จะยังคงสามารถใช้ได้ตามปกติ

ยกเลิกการให้บริการ Similar Audience เป็นการถาวร 

กูเกิลให้เวลาผู้ใช้งานต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2023 โดยภายในเดือนสิงหาคม ฟีเจอร์ Similar Audience จะถูกยุติการให้บริการอย่างเป็นทางการ โดย Google จะลบ Similar Audience Segments ที่ถูกสร้างเอาไว้ออกจาก Ad Groups และแคมเปญทั้งหมด แต่ผู้ใช้งานยังคงสามารถเข้าถึงตัวรีพอร์ทย้อนหลังได้หากจำเป็น

ทำไมกูเกิลถึงต้องยกเลิก Similar Audience

กูเกิลระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจาก

ด้วยกูเกิลตระหนักดีถึงควาสำคัญของสร้าง Audience Segment เพื่อใช้การทำการตลาดออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นกูเกิลจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนฟีเจอร์ไปสู่โซลูชันใหม่ไม่ว่าจะเป็น Smart Bidding, Audience Expansion และ Optimized Targeting ที่จะช่วยหากลุ่ม Audience Segment ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ทิ้งท้าย

อย่างที่เห็นว่า Google มีการปรับตัวเข้าหาเทรนด์อยู่เสมอ จะเห็นได้ว่า Similar Audience ที่ถูฏเอาออกไปจาก Google Ads ถือเป็นการอัปเกรดมากกว่าเลิกใช้งาน โดยทาง Google จะเน้นไปทาง Automation มากขึ้น ในครั้งต่อไปเราจะพาทุกคนมาเจาะลึกกับฟีเจอร์ต่างๆ สำหรับการสร้าง Audience Segment บน Google Ads ยุคใหม่กัน

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com 

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์3 min read

การตรวจสอบ GEO ด้วย AI: สิ่งที่คุณต้องทำให้ถูกต้อง

เรียนรู้ว่าทำไมการตรวจสอบ GEO ที่สร้างโดย AI ส่วนใหญ่จึงล้มเหลว และวิธีแก้ไขด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง วิธีการที่ชัดเจน และการดูแลของมนุษย์...

เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์3 min read

GEO: คะแนนคุณภาพเนื้อหาส่งผลต่อการค้นหา AI อย่างไร

เรียนรู้วิธีการทำงานของ GEO สัญญาณที่สำคัญอย่าง E-E-A-T และคะแนนคุณภาพเนื้อหา รวมถึงวิธีได้รับการอ้างอิงจากเครื่องมือค้นหา AI เช่น Google AI Overviews...

เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์3 min read

PR และ SEO ช่วยเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ร่วมกันได้อย่างไร

เรียนรู้วิธีการผสมผสาน PR และ SEO เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ เพิ่มการมองเห็นในผลการค้นหา และช่วยให้แบรนด์ของคุณปรากฏในผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่าง AEO และ GEO...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

ai3 min read

Google I/O 2026: ประกาศสำคัญทุกรายการ

Google I/O 2026 มาถึงแล้ว เรียนรู้เกี่ยวกับ Gemini Omni, Gemini 3.5 Flash, Gemini Spark, Googlebook และประกาศด้านปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญทุกรายการจากงานนี้...

การตลาดดิจิตอล3 min read

ค่าใช้จ่าย Google Ads กำลังเพิ่มขึ้น แต่อัตราการแปลงดีขึ้น เพราะอะไร?

CPC ของ Google Ads พุ่งสูงถึง $5.42 ในปี 2025 เรียนรู้สิ่งที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบ และวิธีได้รับประโยชน์สูงสุดจากงบโฆษณาของคุณ...

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)3 min read

INP ตัวชี้วัดใหม่จาก Google คืออะไร สำคัญอย่างไร?

เมื่อปี 2023 Google ได้ประกาศเปลี่ยนตัวชี้วัดประสิทธิภาพเว็บไซต์หลัก (Core Web Vitals) จาก FID (First Input Delay) มาเป็น INP (Interaction to Next Paint) โดยมีเหตุผล คือ...