LINE ประเทศไทยเปิดตัวเลขชุดใหญ่ที่สุดของปีนี้ พร้อมกับชุดผลิตภัณฑ์ธุรกิจปี 2569 โดย Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่าแพลตฟอร์มเปิดเผยตัวเลขผู้ใช้ในประเทศไทย 56 ล้านคน บทสนทนาผ่าน LINE Official Account มากกว่า 12,000 ล้านครั้งตลอดปี 2568 และการเพิ่มเพื่อนใหม่บน LINE OA ราว 800 ล้านครั้งเฉพาะในครึ่งแรกของปี 2569 รายงานฉบับนี้อ้างคำพูดของ Rathee Chaturomgsuk รองประธานฝ่ายคอมเมิร์ซของ LINE ประเทศไทย
สิ่งที่ทำให้รายงานนี้ต่างจากข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไปคือ มันวาง LINE ใหม่จากการเป็นช่องทางส่งข้อความ ไปเป็นชุดเครื่องมือคอมเมิร์ซบวกเอไอ ก่อนจะไปต่อ ต้องพูดให้ชัดข้อหนึ่ง ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้เป็นข้อมูลที่ LINE เปิดเผยเอง และ Marketing Oops เป็นผู้รายงาน ไม่ใช่ตัวเลขจากการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม อ่านรายงานต้นทางได้ที่ Marketing Oops
ตัวเลขที่ LINE ประเทศไทยเปิดเผย และแต่ละตัวเป็นตัวหารของอะไร
Marketing Oops รายงานเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ว่า LINE ประเทศไทยเปิดเผยตัวเลขหลักห้าชุด ตารางด้านล่างจับคู่ตัวเลขกับสิ่งที่มันวัดจริง เพราะตัวเลขที่ใหญ่โดยไม่มีตัวหารกำกับจะถูกอ่านผิดได้ง่ายที่สุด
| ตัวเลขที่เปิดเผย | สิ่งที่ตัวเลขนั้นวัด ตามที่มีรายงาน |
|---|---|
| 56 ล้าน | ผู้ใช้ LINE ในประเทศไทย |
| มากกว่า 12,000 ล้าน | บทสนทนาที่เกิดขึ้นผ่าน LINE Official Account ตลอดปี 2568 |
| ราว 800 ล้าน | การเพิ่มเพื่อนใหม่บน LINE OA เฉพาะครึ่งแรกของปี 2569 |
| มากกว่า 3 ล้าน | ผู้สมัครใช้บริการ LINE Premium |
| 979 ล้าน | การใช้งานสติกเกอร์สปอนเซอร์ต่อปี |
ตัวเลข 56 ล้านคนคือฐานที่ตัวเลขอื่นตั้งอยู่ แต่มีข้อควรระวัง รายงานไม่ได้ให้ตัวเลขประชากรไทยไว้เทียบ และไม่ได้ให้อัตราการเข้าถึงเป็นเปอร์เซ็นต์ ใครที่อยากแปลง 56 ล้านเป็นสัดส่วนของประชากรต้องไปหาตัวเลขประชากรจากที่อื่น บทความนี้จะไม่เดาตัวเลขนั้นให้ และรายงานก็ไม่ได้บอกด้วยว่าใน 56 ล้านนั้นมีผู้ใช้ที่ยังใช้งานอยู่จริงเท่าไร
ตัวเลขการเพิ่มเพื่อนใหม่ราว 800 ล้านครั้งในครึ่งปีเดียวอ่านได้เป็นความเร็วในการหาผู้ติดตาม ไม่ใช่จำนวนคน คนคนเดียวเพิ่มเพื่อนได้หลายบัญชี ส่วนบทสนทนา 12,000 ล้านครั้งตลอดปี 2568 อ่านได้เป็นภาระงานบริการลูกค้าที่ไหลผ่านช่องทางนี้ ทั้งสองตัวเลขบอกขนาดของกิจกรรม ไม่ได้บอกผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ปลายทาง
ชุดผลิตภัณฑ์ทีละชิ้น และธุรกิจแบบไหนที่แต่ละชิ้นรองรับ
Marketing Oops รายงานรายละเอียดผลิตภัณฑ์ในชุด LINE Business Solutions 2026 ไว้หลายรายการ แต่ละชิ้นตอบโจทย์ธุรกิจคนละแบบ
Verified Official Account พร้อมตราสัญลักษณ์สีน้ำเงินและสีเขียว เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ ธุรกิจที่ลูกค้าต้องแยกให้ออกระหว่างบัญชีจริงกับบัญชีปลอมก่อนจะกดคุย คือกลุ่มที่ได้ประโยชน์ตรงที่สุด รายงานไม่ได้ระบุเกณฑ์การได้ตราแต่ละสี
OA Chat Package ที่เก็บประวัติแชทย้อนหลังห้าปี เป็นเรื่องของการเก็บบันทึก ธุรกิจที่มีวงจรการขายยาว มีการรับประกันสินค้า หรือมีข้อพิพาทที่ต้องย้อนดูว่าตกลงอะไรกันไว้ จะเห็นค่าของมันมากกว่าธุรกิจที่ขายจบในบทสนทนาเดียว
MyShop ในฐานะเครื่องมือแชทคอมเมิร์ซที่มีระบบอัตโนมัติด้วยเอไอ เป็นเรื่องของการปิดการขายในห้องแชท ธุรกิจที่รับออเดอร์ผ่านการคุยกับลูกค้าอยู่แล้วคือกลุ่มเป้าหมายชัดเจน MyTeam มีกำหนดออกต้นปี 2570 ซึ่งแปลว่ายังวางแผนใช้งานในปีนี้ไม่ได้ และ LINE MINI Eats สำหรับการสั่งอาหารและเครื่องดื่ม เป็นชิ้นที่แคบที่สุดในชุด รายงานไม่ได้ระบุราคาของผลิตภัณฑ์ใดเลย
MINI App เพิ่มเป็นสามเท่า และตัวเลข DAU 4 เท่าบอกอะไร ไม่บอกอะไร
Marketing Oops รายงานว่าจำนวน LINE MINI App เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็นมากกว่า 1,000 แอป และผู้ใช้งานรายวันเพิ่มขึ้น 4 เท่า โดยการเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2569
สิ่งที่ตัวเลขคู่นี้บอกคือ การเปิดประตูให้นักพัฒนาเข้ามาแล้วมีของเพิ่มขึ้นจริงภายในไม่กี่เดือน สิ่งที่มันไม่บอกสำคัญกว่า การเพิ่มขึ้น 4 เท่าของผู้ใช้งานรายวันเกิดขึ้นบนฐานที่โตขึ้นสามเท่าไปพร้อมกัน เมื่อจำนวนแอปเพิ่มขึ้นสามเท่า ผู้ใช้รายวันรวมย่อมเพิ่มขึ้นตามอยู่แล้วส่วนหนึ่ง ตัวเลขนี้จึงไม่ได้แปลว่าแอปแต่ละตัวมีคนใช้มากขึ้น 4 เท่า และรายงานไม่ได้ให้ค่าเฉลี่ยต่อแอปไว้ ใครที่กำลังชั่งใจว่าจะลงทุนสร้าง MINI App ควรถือว่านี่เป็นสัญญาณว่าแพลตฟอร์มกำลังเติบโต ไม่ใช่หลักฐานว่าแอปของตัวเองจะมีคนใช้
IPX และการตลาดผ่านคาแรกเตอร์ คนละเกมกับการซื้อโฆษณา
ส่วนที่มักถูกอ่านรวมไปกับข่าวโฆษณาแต่จริงๆ เป็นคนละเรื่อง คือธุรกิจลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ Marketing Oops รายงานว่า IPX ซึ่งเดิมคือ LINE FRIENDS ปัจจุบันให้ลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์มากกว่า 250 ตัว
ผลลัพธ์ที่รายงานยกมามีสี่รายการ อิโมจิ Butterbear มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 600,000 ครั้งและการใช้งาน 2.6 ล้านครั้งภายใน 30 วัน คอลเลกชัน LINE FRIENDS ของ Big C ทำยอดขายได้ 200% ของเป้าหมาย ZO&FRIENDS ขายหมดจากชั้นวาง 80% ตั้งแต่วันวางจำหน่าย และสินค้าไลน์ Dreamiez ของ NCT DREAM ขายหมดใน 50 นาที
กลไกของงานประเภทนี้ต่างจากการยิงโฆษณาโดยสิ้นเชิง มันคือการเช่าความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อคาแรกเตอร์มาใส่สินค้า ผลลัพธ์จึงผูกกับตัวคาแรกเตอร์และช่วงเวลา ไม่ได้ผูกกับงบที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มงบไม่ได้ทำให้คาแรกเตอร์เป็นที่รักมากขึ้น ทีมที่วางแผนงานแบบนี้ควรจัดไว้ในหมวดสปอนเซอร์ชิปและการออกสินค้า ไม่ใช่หมวดสื่อที่วัดผลด้วยต้นทุนต่อการกระทำ
ตัวเลขเหล่านี้มาจากใคร และเชื่อได้แค่ไหน
ข้อนี้สำคัญพอที่จะมีหัวข้อของตัวเอง ตัวเลขทุกตัวข้างต้นเป็นข้อมูลที่ LINE เปิดเผยเองและ Marketing Oops รายงานต่อ ไม่มีการตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม
ผลลัพธ์ฝั่งพาร์ตเนอร์ต้องระวังมากกว่านั้นอีกชั้น ร้านค้าบน LINE Shopping มีมูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50% และพาร์ตเนอร์ของ LINE MAN เพิ่มขึ้น 30% ตัวเลขทั้งสองนี้ รวมถึง 200% ของเป้าหมาย 80% ที่ขายหมดจากชั้น และ 50 นาที เป็นผลลัพธ์เคสที่ผู้ให้บริการรายงานเอง โดยไม่มีการเผยแพร่ระเบียบวิธี
สิ่งที่ขาดหายไปในผลลัพธ์แบบนี้คือ ไม่มีกลุ่มควบคุม ไม่ทราบว่าวัดในช่วงเวลาใด ไม่ทราบว่าเลือกร้านค้ามาอย่างไร และไม่ทราบว่าค่าเฉลี่ยที่ว่านั้นคำนวณจากร้านกี่ราย ตัวเลขที่ว่ามูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50% อาจหมายถึงร้านส่วนใหญ่ดีขึ้นเล็กน้อย หรือหมายถึงร้านไม่กี่รายดีขึ้นมากจนดึงค่าเฉลี่ยทั้งกลุ่ม ทั้งสองแบบให้ตัวเลขเดียวกันแต่มีความหมายต่อการตัดสินใจต่างกันมาก เมื่อไม่มีระเบียบวิธี เราแยกไม่ออกว่าเป็นแบบไหน
นี่ไม่ได้แปลว่าตัวเลขเหล่านี้ผิด แต่แปลว่ามันเป็นตัวเลขที่ผู้ขายให้มา ควรใช้เป็นเหตุผลในการทดสอบ ไม่ใช่ใช้เป็นตัวเลขคาดการณ์ในแผนงบประมาณ
สิ่งที่รายงานไม่ได้ระบุ
รายการนี้ยาวพอที่จะเปลี่ยนวิธีอ่านตัวเลขทั้งหมด รายงานของ Marketing Oops วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ไม่ได้ให้ระเบียบวิธีของผลลัพธ์ฝั่งพาร์ตเนอร์เลย ไม่ได้นิยามว่าอะไรนับเป็นหนึ่งบทสนทนา ซึ่งทำให้ตัวเลข 12,000 ล้านตีความได้หลายแบบ ไม่ได้ให้ตัวเลขการเลิกใช้งานหรือจำนวนผู้ใช้ที่ยังใช้งานอยู่จริงเบื้องหลังตัวเลข 56 ล้าน ไม่ได้ให้ราคาของผลิตภัณฑ์ใดเลย และไม่ได้เทียบกับปีก่อนหน้าสำหรับตัวชี้วัดส่วนใหญ่
ข้อสุดท้ายกระทบการอ่านมากกว่าที่คิด เมื่อไม่มีตัวเลขปีก่อนมาเทียบ เราบอกไม่ได้ว่าตัวเลขไหนกำลังเร่งขึ้น ตัวไหนกำลังชะลอ และตัวไหนแค่ใหญ่มาตลอด ตัวเลขที่มีการเทียบชัดเจนในรายงานคือ MINI App ที่เพิ่มสามเท่า ผู้ใช้รายวัน 4 เท่า และการใช้งานฟีเจอร์สำรองข้อมูลที่พุ่งขึ้น 35% ในช่วงเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธง ส่วนตัวเลขอื่นเป็นค่าสัมบูรณ์ที่ไม่มีจุดอ้างอิง
อีกเรื่องที่ต้องพูดให้ชัด รายงานไม่ได้เปรียบเทียบส่วนแบ่งตลาดของ LINE กับแพลตฟอร์มอื่นในประเทศไทย ใครที่เห็นตัวเลข 56 ล้านแล้วสรุปเป็นอันดับหรือส่วนแบ่ง กำลังเติมข้อมูลที่ไม่ได้อยู่ในรายงาน
เรื่องนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักการตลาดไทย
ต่างจากข่าวแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ นี่เป็นเรื่องของตลาดไทยโดยตรงจากแหล่งข่าวไทย ธุรกิจไทยจึงไม่ต้องแปลงบริบทอะไร ตัวเลขและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดพูดถึงประเทศไทยตั้งแต่ต้น
ข้อสรุปเชิงวางแผนที่ตามมามีสองข้อ ข้อแรก ถ้ามีบทสนทนาผ่าน LINE OA มากกว่า 12,000 ล้านครั้งในหนึ่งปี งานบนช่องทางนี้ส่วนใหญ่คือการตอบลูกค้า ไม่ใช่การกระจายข้อความออกไป ทีมที่วางแผน LINE เป็นช่องทางส่งข้อความอย่างเดียวกำลังวางแผนกับด้านที่เล็กกว่าของภาระงานจริง กำลังคนในการตอบแชทกับคุณภาพของระบบอัตโนมัติจึงเป็นตัวแปรที่ใหญ่พอๆ กับงบสื่อ
ข้อสอง ชุดผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวเน้นไปทางคอมเมิร์ซและการเก็บบันทึกมากกว่าการเข้าถึงคนใหม่ MyShop OA Chat Package และ Verified Official Account ล้วนช่วยหลังจากลูกค้าเข้ามาคุยแล้วทั้งสิ้น ธุรกิจที่ยังไม่มีคนเข้ามาคุยจะไม่ได้ประโยชน์จากของพวกนี้มากนัก งานหาคนเข้ามายังเป็นงานคนละส่วน ทีมที่ต้องการเพิ่มจำนวนคนเข้ามาคุยก่อน ควรดูงาน โฆษณาบนไลน์ แยกออกจากงานปรับปรุงสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแชท ส่วนแบรนด์ที่รับออเดอร์ในแชทอยู่แล้วจะเห็นว่างานนี้ทับซ้อนกับแผน การตลาดอีคอมเมิร์ซ ของตัวเองมากกว่าที่คิด
สิ่งที่ทีมการตลาดตรวจได้ในสัปดาห์นี้
- ดูว่าบัญชี LINE OA ของคุณได้รับการยืนยันแล้วหรือยัง รายงานระบุว่ามีตราสัญลักษณ์สีน้ำเงินและสีเขียว แต่ไม่ได้ระบุเกณฑ์ของแต่ละสี ให้ตรวจเงื่อนไขจากแพลตฟอร์มโดยตรง
- วัดว่าปัจจุบันมีบทสนทนาเข้ามากี่ครั้งต่อเดือน และใช้เวลาตอบเฉลี่ยเท่าไร ตัวเลขระดับอุตสาหกรรมช่วยตัดสินใจแทนคุณไม่ได้ ตัวเลขของคุณเองช่วยได้
- ถ้าคุณเก็บประวัติแชทไว้สั้นกว่าห้าปี ให้ตัดสินใจว่านั่นเป็นความเสี่ยงหรือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ตามลักษณะข้อพิพาทที่ธุรกิจของคุณเจอจริง
- แยกงบสปอนเซอร์ชิปคาแรกเตอร์ออกจากงบสื่อในแผน เพราะสองอย่างนี้วัดผลด้วยตัวชี้วัดคนละชุด
- อย่าใส่ตัวเลข 50% หรือ 30% ลงในประมาณการของคุณ ตัวเลขเหล่านั้นเป็นผลลัพธ์เคสที่ผู้ให้บริการรายงานเองโดยไม่มีระเบียบวิธี ใช้เป็นเหตุผลในการทดสอบได้ ใช้เป็นตัวเลขคาดการณ์ไม่ได้
- MyTeam มีกำหนดต้นปี 2570 อย่าวางแผนปีนี้โดยพึ่งมัน
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลข 56 ล้านคนคือผู้ใช้ที่ยังใช้งานอยู่จริงหรือเปล่า
รายงานไม่ได้ระบุ Marketing Oops รายงานว่า LINE เปิดเผยตัวเลขผู้ใช้ในประเทศไทย 56 ล้านคน แต่ไม่มีตัวเลขผู้ใช้ที่ยังใช้งานอยู่จริงหรืออัตราการเลิกใช้งานประกอบไว้ และไม่มีตัวเลขประชากรไทยให้เทียบเป็นสัดส่วน
ตัวเลขผลลัพธ์ของพาร์ตเนอร์ เช่น มูลค่าคำสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่ม 50% เชื่อถือได้ไหม
ควรถือว่าเป็นผลลัพธ์เคสที่ผู้ให้บริการรายงานเอง รายงานไม่ได้เผยแพร่ระเบียบวิธี ไม่มีกลุ่มควบคุม ไม่มีช่วงเวลาที่วัด และไม่มีจำนวนร้านค้าในกลุ่มตัวอย่าง ตัวเลข 30% ของพาร์ตเนอร์ LINE MAN 200% ของเป้าหมาย 80% ที่ขายหมดจากชั้น และ 50 นาที อยู่ในหมวดเดียวกันทั้งหมด
ต้องรีบทำอะไรตอนนี้ไหม
ไม่ต้อง นี่เป็นการประกาศชุดผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่การเปลี่ยนกฎที่มีเส้นตาย รายงานไม่ได้ระบุวันบังคับใช้ ไม่ได้ระบุการเลิกใช้ฟีเจอร์เดิม และไม่ได้ระบุราคาของผลิตภัณฑ์ใด สิ่งที่ควรทำคืออ่านว่าผลิตภัณฑ์ไหนตรงกับวิธีที่ธุรกิจคุณรับออเดอร์อยู่จริง
MyTeam กับ LINE MINI Eats ใช้ได้แล้วหรือยัง
MyTeam มีกำหนดออกต้นปี 2570 ตามที่รายงานระบุ ส่วน LINE MINI Eats รายงานอธิบายว่าเป็นบริการสั่งอาหารและเครื่องดื่ม แต่ไม่ได้ระบุวันเปิดให้บริการหรือเงื่อนไขการเข้าร่วม
ตัวเลข MINI App ที่เพิ่มสามเท่าแปลว่าควรสร้างแอปของตัวเองไหม
ตัวเลขนี้ตอบคำถามนั้นไม่ได้ รายงานระบุว่าจำนวนแอปเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็นมากกว่า 1,000 แอป และผู้ใช้รายวันเพิ่มขึ้น 4 เท่า หลังเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงในเดือนมีนาคม 2569 แต่การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้รายวันเกิดบนฐานจำนวนแอปที่โตขึ้นพร้อมกัน รายงานไม่ได้ให้ค่าเฉลี่ยผู้ใช้ต่อแอป จึงบอกไม่ได้ว่าแอปหนึ่งตัวมีคนใช้มากขึ้นหรือไม่
สรุปสั้น
นี่คือชุดตัวเลขฝั่ง LINE ประเทศไทยที่ละเอียดที่สุดในปีนี้ และมันวาง LINE เป็นชุดเครื่องมือคอมเมิร์ซบวกเอไอ ไม่ใช่แค่ช่องทางแชท ตัวเลขขนาดใหญ่มาจาก LINE เอง ผลลัพธ์ฝั่งพาร์ตเนอร์เป็นเคสที่ผู้ให้บริการรายงานเองโดยไม่มีระเบียบวิธี และหลายอย่างที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้จริง ทั้งราคา นิยามของบทสนทนา และการเทียบกับปีก่อน ไม่ได้อยู่ในรายงาน
ถ้าธุรกิจของคุณรับลูกค้าผ่านห้องแชทอยู่แล้ว คำถามที่ควรตอบคือคุณกำลังขาดคนเข้ามาคุย หรือขาดความสามารถในการปิดการขายเมื่อเขาเข้ามาแล้ว สองปัญหานี้แก้คนละทาง Relevant Audience ทำงานกับแบรนด์ไทยในเรื่อง โฆษณาบนไลน์ และการวางงานการตลาดดิจิทัลรอบช่องทางแชท






