อาชีพสายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง: ทำไม Gen Z ถึงรู้สึก ‘เฉยๆ’ และทีมการตลาดควรรับมืออย่างไร

Author: Antonio Fernandez
แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

เรื่องแปลกน่าคิดเรื่องหนึ่งก็คือ คนรุ่นที่โตมากับ Instagram, TikTok และ YouTube ซึ่งเข้าใจอัลกอริทึม รูปแบบคอนเทนต์ และพฤติกรรมผู้ชมโดยสัญชาตญาณ กลับเป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มจะรู้สึกตื่นเต้นกับอาชีพด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งน้อยที่สุด

พวกเขาไม่ได้ต่อต้านหรือเกลียดชัง แค่… รู้สึกเฉยๆ กับมัน

ท่าทีนิ่งเฉยนี้คือประเด็นสำคัญที่พบในรายงาน “Point of Youth” ของ IAB Polska ซึ่งทำการสำรวจผู้ใหญ่วัย 18-30 ปีในโปแลนด์จำนวน 300 คน เกี่ยวกับมุมมองที่พวกเขามีต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ผลลัพธ์นี้น่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้นำทีมการตลาดและเริ่มสงสัยว่าทำไมใบสมัครของเด็กรุ่นใหม่ถึงบางตา หรือทำไมพนักงานที่คุณจ้างมาดูเหมือนแค่รอดูท่าที มากกว่าจะตั้งใจสร้างความเติบโตในสายอาชีพนี้อย่างจริงจัง

ทัศนคติหลักที่โดดเด่นจากงานวิจัยคือความรู้สึกเป็นกลาง ไม่ได้วาดฝัน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่เป็นกลาง ซึ่งสำหรับทีมการตลาดที่ต้องแย่งชิงบุคลากรคนเก่งกลุ่มเดียวกันกับบริษัทเทคฯ บริษัทที่ปรึกษา และสตาร์ทอัป ความรู้สึกเป็นกลางนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ นั่นหมายความว่าอุตสาหกรรมนี้ยังสร้างแรงดึงดูดได้ไม่พอ และทำให้อาชีพสายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งหล่นไปอยู่ตรงกลางตารางความสนใจ แทนที่จะอยู่ในอันดับต้นๆ

บทความนี้จะเจาะลึกว่าข้อมูลสะท้อนอะไรให้เราเห็นบ้าง ทำไมคนเก่งๆ ในกลุ่ม Gen Z ถึงลังเลใจ และทีมการตลาดจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรโดยไม่ต้องรื้อระบบจ้างงานใหม่ทั้งหมด

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงมองว่าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งแค่ ‘ก็ดีนะ’ แทนที่จะน่าตื่นเต้น

ตัวเลขบอกอะไรเกี่ยวกับทัศนคติเรื่องอาชีพของ Gen Z

เริ่มจากสิ่งที่ข้อมูลของ IAB Polska แสดงให้เห็น เพราะตัวเลขหลักๆ มีรายละเอียดซ่อนอยู่มากกว่าที่มองเห็นในตอนแรก

45% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีมุมมองเชิงบวกต่อดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในฐานะเส้นทางอาชีพ ตัวเลขนี้ฟังดูดีจนกระทั่งคุณตระหนักว่ากลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ที่สุดไม่ได้เลือกทั้งเชิงบวกหรือเชิงลบ แต่พวกเขาเลือกความรู้สึกเป็นกลาง คำตอบที่อยู่ตรงกลางนี้คือสิ่งที่ทีมการตลาดควรให้ความสนใจ เพราะมันไม่ใช่ความภักดีและไม่ใช่การปฏิเสธ แต่มันคือประตูที่เปิดไว้ซึ่งยังไม่มีใครเดินเข้าไป

สำหรับทีมสรรหาบุคลากร สิ่งนี้เป็นทั้งสัญญาณเตือนและโอกาส สัญญาณเตือนเพราะมันบ่งบอกว่าอุตสาหกรรมนี้ล้มเหลวในการนำเสนอว่าอาชีพสายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมีคุณค่าอย่างไร และเป็นโอกาสเพราะความรู้สึกเป็นกลางนั้นเปลี่ยนทิศทางได้ คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้สมัครที่ตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว พวกเขาแค่ยังไม่ได้รับเหตุผลที่ดีพอที่จะทำให้เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งต่างหาก

อุตสาหกรรมการตลาดมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ ซึ่งแก้ไขไม่ได้ด้วยแค่แคมเปญโฆษณาเก๋ๆ แต่มันต้องการผู้นำการตลาดที่พูดความจริงว่าชีวิตการทำงานในแต่ละวันเป็นอย่างไร เส้นทางการเติบโตแบบไหนที่มีอยู่จริง และงานของพวกเขาเชื่อมโยงกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเลขชี้วัดแคมเปญได้อย่างไร

A diverse group of young professionals in a modern open office, looking at screens and brainstorming together, representing Gen Z entering the workforce### ความคิดสร้างสรรค์ได้คะแนนสูง แต่สายไอทีก็ยังชนะใจคนเก่งอยู่ดี

ตรงนี้คือจุดที่เห็นความขัดแย้งชัดเจนขึ้น เกือบสองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อมโยงดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม นี่คือภาพจำในแง่บวกที่ชัดเจน คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เข้าใจว่านี่คือสายงานที่ไอเดียมีผล สายงานที่มีพื้นที่ให้แสดงออก และไม่ได้มีแต่งานทำตามจำเจ

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อถามผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มเดียวกันนี้เกี่ยวกับอาชีพในฝัน สายไอทีก็ยังคว้าอันดับหนึ่งไปครองอย่างต่อเนื่อง เราจึงเห็นภาพของคนรุ่นหนึ่งที่มองว่างานดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสร้างสรรค์และน่าสนใจ แต่ก็ยังจัดอันดับให้ต่ำกว่าสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาโปรดักต์อยู่ดี

ทำไมช่องว่างนี้ถึงเกิดขึ้น? มีเหตุผลสองสามข้อที่มักยกขึ้นมาเมื่อคุยกับผู้สมัครที่อายุน้อยกว่าหรือเมื่อดูข้อมูลในด้านนี้

ประการแรก เรื่องราวค่าตอบแทนในสายเทคฯ นั้นดังและชัดเจนกว่า ทุกคนเคยได้ยินเรื่องวิศวกรซอฟต์แวร์จบใหม่ที่ได้เงินเดือนเหยียบแสน แต่อาชีพดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไม่มีเรื่องเล่าทำนองนี้ดึงดูดใจเด็กจบใหม่เลย

ประการที่สอง เส้นทางความก้าวหน้าในสายการตลาดนั้นคลุมเครือกว่า สายเทคฯ มักมีเส้นทางสอบใบรับรอง เกณฑ์การเลื่อนตำแหน่ง และชื่อตำแหน่งที่บ่งบอกขั้นการเติบโตอย่างชัดเจน ในขณะที่เส้นทางสายการตลาดมักยืดหยุ่นกว่า ซึ่งอาจรู้สึกเหมือนเป็นอิสระสำหรับคนที่อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว แต่กลับดูไม่มั่นคงสำหรับคนที่กำลังคิดจะก้าวเข้ามา

ประการที่สาม วิธีที่อุตสาหกรรมการตลาดใช้อธิบายตัวเองก็ไม่ได้ช่วยอะไร ประกาศรับสมัครงานมักเขียนแบบกว้างๆ ความรับผิดชอบก็ทับซ้อนกันระหว่างตำแหน่ง ช่องว่างระหว่าง “ตำแหน่งนี้ฟังดูเป็นยังไง” กับ “เนื้องานจริงๆ ต้องทำอะไร” อาจกว้างมาก จนทำให้ผู้สมัครที่หาข้อมูลด้วยตัวเองเกิดความลังเลใจก่อนยื่นใบสมัคร

สำหรับทีมการตลาด นี่หมายความว่าคุณกำลังจ้างงานจากกลุ่มคนที่มองว่าคุณเป็นตัวเลือกรอง ซึ่งยังพอมีหวัง หากคุณตั้งใจปรับเปลี่ยนมุมมองเหล่านี้ใหม่


ความกดดันเรื่องผลงาน ความกังวลต่อ AI และอุปสรรคที่แท้จริงที่ปิดกั้นคนเก่งรุ่นใหม่

ทำไม ‘การแข่งขันที่สูงเกินไป’ ถึงชนะเรื่องเงินเดือนในฐานะอุปสรรคอันดับแรก

หากถามผู้นำการตลาดส่วนใหญ่ว่าอะไรคือสิ่งที่หยุดยั้งคนรุ่นใหม่ไม้ให้เข้ามาทำงานสายนี้ พวกเขามักจะตอบเรื่องเงินเดือนที่ไม่สู้คู่แข่งเพรีจ แต่ข้อมูลจาก IAB Polska ชี้ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาหลัก

35% ของผู้ตอบแบบสอบถามยกให้การแข่งขันเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่วงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ไม่ใช่เงินเดือน ไม่ใช่การขาดโอกาส หรือตำแหน่งเริ่มต้นงานที่น้อยเกินไป แต่เป็นการแข่งขัน ความรู้สึกที่ว่าสายงานนี้คนล้นตลาด ใครๆ ก็มีพอร์ตโฟลิโอ และมาตรฐานความโดดเด่นก็พุ่งสูงจนยากจะเอื้อมถึง

นี่สะท้อนถึงเรื่องจริง การก้าวขึ้นมาของการทำคอนเทนต์ในฐานะงานอดิเรกที่เปลี่ยนเป็นอาชีพได้ ทำให้คนรุ่นใหม่นับล้านมีทักษะดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งโดยไม่ต้องผ่านการอบรมหรือมีประสบการณ์ตรง เมื่อคนที่สร้างแบรนด์ส่วนตัวมาตั้งแต่อายุสิบหก หันมามองกลุ่มผู้สมัครในตำแหน่งการตลาดระดับเริ่มต้น พวกเขาอาจรู้สึกถูกกดดัน อาการ Imposter Syndrome (รู้สึกว่าตัวเองเก่งไม่พอ) ในสายงานนี้คืออุปสรรคทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กที่มองข้ามได้

ความคาดหวังรายวันที่ไม่ชัดเจนในประกาศรับสมัครงานยิ่งทำให้เรื่องนี้แย่ลง เมื่อคุณไม่เข้าใจเต็มที่ว่าต้องทำอะไรบ้าง การจะคาดเดาว่าตัวเองทำได้ดีหรือไม่ก็ยากขึ้น ความไม่แน่นอนนำไปสู่ความลังเล และความลังเลก็ทำให้คนเก่งๆ ไม่กล้าสมัคร

สำหรับหัวหน้าทีมการตลาด นี่คือสิ่งที่แก้ไขได้ การเขียนรายละเอียดงานให้ชัดเจน พรีวิวเนื้องานสมจริง และมีขั้นตอนจ้างงานที่โปร่งใส จะแก้ปัญหาตรงจุดเกี่ยวกับความเชื่อที่ว่าดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเป็นสายงานที่เข้าถึงยาก การปรับแต่งคำในประกาศรับสมัครงานเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนกลุ่มผู้สมัครที่รู้สึกมั่นใจมากพอที่จะสมัครงานกับคุณได้

A visual breakdown of the top barriers Gen Z candidates face when considering digital marketing careers, including competition, unclear role expectations, and AI concerns### AI แบ่งคนเป็นสองกลุ่ม: โอกาส VS ภัยคุกคามในหมู่คนอายุต่ำกว่า 30

รายงานพบว่า AI ในสายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งทำให้เกิดปฏิกิริยาแบ่งขั้วมากกว่าหัวข้ออื่นๆ ในงานวิจัย ซึ่งควรทำความเข้าใจว่าทำไมความเห็นนั้นถึงแบ่งแยก แทนที่จะแค่รับรู้ไว้เฉยๆ

ฝั่งหนึ่งมีกลุ่มผู้สมัครรุ่นใหม่ที่มองว่า AI เป็นตัวเร่งการเติบโต หากคุณรู้เรื่อง prompt engineering รู้วิธีใช้เครื่องมือ generative และทำงานได้เร็วขึ้นด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติ AI ก็จะทำให้คุณมีค่ามากขึ้น ผู้สมัครกลุ่มนี้กำลังมองหาบทบาทที่นำทักษะด้าน AI มาเป็นแต้มต่อ

อีกฝั่งหนึ่งคือกลุ่มที่มองว่า AI เป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งเริ่มต้นในสายการตลาดซึ่งเคยเป็นประตูบานแรกของคนเข้าสู่วงการ ลองคิดถึงงานของเด็กจบใหม่สมัยก่อน: การดราฟต์ก็อปปี้แรก การทำรีพอร์ตพื้นฐาน การแต่งภาพ การตั้งเวลาโพสต์โซเชียล งานพวกนี้ถูกจัดการด้วย AI หรือระบบอัตโนมัติไปเยอะแล้ว หากบันไดขั้นแรกสุดหายไป คนหน้าใหม่จะเริ่มต้นจากตรงไหน?

นี่คือข้อกังวลที่สมเหตุสมผล และทีมการตลาดที่เมินเฉยต่อเรื่องนี้กำลังมองข้ามสิ่งที่สำคัญ ตำแหน่งระดับเริ่มต้นที่ยังเหลืออยู่จำเป็นต้องได้รับการนิยามใหม่โดยเน้นไปที่สิ่งที่ AI ทำไม่ได้ง่ายๆ เช่น การคิดเชิงกลยุทธ์ วิจารณญาณเชิงสร้างสรรค์ การสร้างความสัมพันธ์ และการอ่านกระแสสังคม การนิยามตำแหน่งใหม่นี้ต้องสะท้อนออกมาให้เห็นในขั้นตอนการสรรหา ไม่ใช่แค่ในโครงสร้างการทำงานภายในเท่านั้น

ความเปิดเผยตรงไปตรงมาเรื่องวิธีที่ทีมของคุณใช้ AI ทักษะที่คุณให้ความสำคัญจริงๆ และการเติบโตของเด็กจบใหม่ไปสู่ระดับซีเนียร์ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการสรรหาที่ดี แต่เป็นความจริงใจที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีเซนส์ตรวจจับคำพูดสวยหรูในองค์กรที่ไม่มีความรหมายอะไรเลย


ทีมการตลาดทำอะไรได้บ้างในตอนนี้เพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งรุ่นใหม่เอาไว้

ชูเรื่องความสร้างสรรค์ในการสรรหาบุคลากร มากกว่าเส้นทางความก้าวหน้า

งานวิจัยระบุว่าผู้ตอบแบบสอบถามรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม มากกว่าเงินเดือนเมื่อพูดถึงข้อดีของงานดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หากสิ่งนี้คือเรื่องจริง (และข้อมูลก็ชี้ไปทางนั้น) การสื่อสารจ้างงานที่เน้นเรื่องฐานเงินเดือนหรือตารางเลื่อนตำแหน่งกำลังไปผิดทางกับจุดจิตวิทยาของคนกลุ่มนี้

นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากวิธีที่ทีมการตลาดหลายทีมกำลังนำเสนอตัวเองกับผู้สมัคร ฐานเงินเดือน สวัสดิการ นโยบายการทำงานระยะไกล และรอบประเมินผลประจำปี ไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดใจคนรุ่นนี้เป็นหลัก ความคิดสร้างสรรค์ต่างหากคือคำตอบ

การชูเรื่องความสร้างสรรค์ในทางปฏิบัติหน้าตาเป็นอย่างไร?

  • โชว์ผลงาน ไม่ใช่โชว์แค่รางวัลที่ได้ แต่ให้โชว์ตัวงานจริงๆ โจทย์ที่ต้องตีให้ออก ปัญหาที่ช่วยแก้ได้ และการตัดสินใจเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นตัวกำหนดผลงานชิ้นนั้น
  • แนะนำเพื่อนร่วมทีม ผู้สมัคร Gen Z ตอบสนองได้ดีกับการสื่อสารที่จริงใจ ว่าพวกเขาจะได้ทำงานกับใคร และคนเหล่านั้นแคร์เรื่องอะไร
  • ระบุความอิสระในการสร้างสรรค์ให้ชัดเจน คำสัญญาเลื่อนลอยอย่าง “เราเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น” ไม่มีประโยชน์ การยกตัวอย่างที่ชัดเจนว่าสมาชิกทีมระดับจูเนียร์ได้มีส่วนสร้างแคมเปญ เสนอไอเดีย หรือนำโปรเจกต์มาตั้งแต่ต้นอย่างไรนั้นทรงพลังกว่ามาก
  • ปรับมุมมองเรื่องทักษะทางเทคนิคกับความคิดสร้างสรรค์ ผู้สมัครรุ่นใหม่หลายคนยังไม่มองว่าการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ SEO เป็นงานครีเอทีฟ ทีมที่สามารถชูทักษะเหล่านี้ให้ดูเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จะเปิดกว้างสำหรับผู้สมัครที่มีแรงจูงใจได้มากขึ้น

A marketing team working collaboratively on a creative campaign, with digital screens showing data dashboards and mood boards side by side, symbolizing the creative-technical overlap in modern marketing rolesพันธมิตรระดับมหาวิทยาลัยก็กำลังถูกมองข้ามอยู่ในประเด็นนี้ การสร้างความสัมพันธ์กับหลักสูตรนิเทศศาสตร์ บริหารธุรกิจ จิตวิทยา หรือแม้แต่การออกแบบ จะทำให้ทีมการตลาดเข้าถึงนักศึกษาที่ยังไม่โดนสายเทคฯ แย่งตัวไป และผู้ที่อาจจะค้นพบว่าการผสมผสานระหว่างวิธีทางเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ของดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งนั้นน่าหลงใหลอย่างแท้จริง หากคุณนำเสนออย่างถูกต้อง

สร้างความสัมพันธ์กับหัวหน้างานเพื่อรั้งให้คนรุ่นใหม่อยากทำงานต่อ

ยังมีข้อมูลชิ้นหนึ่งที่ควรเปลี่ยนกรอบความคิดของผู้นำการตลาดเกี่ยวกับการรักษาพนักงาน: ความสัมพันธ์กับหัวหน้างานสายตรงเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนความพึงพอใจในงานได้แรงกว่าสวัสดิการขององค์กรหรือเงื่อนไขการจ้างงานต่างๆ ในมุมมองของคนรุ่นใหม่

ไม่ใช่โครงสร้างโบนัส ไม่ใช่นโยบายทำงานทางไกล ไม่ใช่ชื่อเสียงบริษัท แต่คือ ตัวหัวหน้างาน

นี่หมายความว่าการรักษาพนักงานที่มีความสามารถ โดยเฉพาะในระดับเริ่มต้น ถือเป็นปัญหาของการจัดการคน (people management) เป็นอันดับแรกก่อนประเด็นเรื่องเงินหรือสิทธิพิเศษใดๆ และสำหรับทีมการตลาดที่พึ่งพาการเลื่อนขั้นพนักงานเก่งๆ ให้มาเป็นหัวหน้าโดยไม่ได้ลงทุนฝึกทักษะการบริหารคนให้พวกเขาเลย นี่คือช่องโหว่ที่ต้องแก้ไขด่วน

สำหรับพนักงาน Gen Z การจัดการบริหารที่ดีมีหน้าตาเป็นอย่างไร ตามที่งานวิจัยชี้?

  • ฟีดแบ็กงานที่เจาะจง สม่ำเสมอ และนำไปปรับใช้ได้จริงหลังส่งงาน ไม่ใช่การประเมินประจำปีปีละครั้ง พนักงาน Gen Z ต้องการรู้ผลตอบรับรวดเร็วว่ามาถูกทางหรือเปล่า
  • ความปลอดภัยทางจิตวิทยา ความกล้าที่จะลองของใหม่ เสนอไอเดีย หรือชี้จุดบกพร่องโดยไม่ต้องกลัวโดนเมินหรือโดนลงโทษ สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับสายงานที่ต้องเอาความเสี่ยงเชิงความคิดสร้างสรรค์มาเป็นส่วนหนึ่งของงาน
  • การพูดคุยเรื่องการเติบโตอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ประชุมตามหน้าที่เพื่อเช็คลิสต์ แต่คือการพูดคุยจริงๆ ว่าเขาอยากเติบโตไปทางไหน กำลังสร้างทักษะอะไรอยู่ และงานปัจจุบันเกี่ยวข้องกับโอกาสในอนาคตได้อย่างไร
  • สมดุลและความเคารพเวลาส่วนตัว ความคาดหวังเรื่องชีวิตและการทำงานของ Gen Z ไม่ใช่ข้อด้อย แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าการทำงานอย่างยั่งยืนมีความสำคัญกับคนกลุ่มนี้ และทีมที่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้จะได้เปรียบในการรักษาคนไว้

ทักษะความเป็นผู้นำทางการตลาดไม่ได้มาจากแค่การทำการตลาดเก่งเพียงอย่างเดียว มันต้องอาศัยการลงทุนในคน การโค้ชชิ่ง และการประเมินตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ทีมที่มองข้ามการพัฒนาศักยภาพผู้จัดการ จะคอยเห็นพนักงานระดับจูเนียร์ที่เก่งที่สุดทยอยลาออกหลังทำงานได้ 12-18 เดือน ไม่ใช่เพราะตัวปัญหาที่งาน แต่เป็นประสบการณ์แย่ๆ จากการถูกบริหารงาน

ข่าวดีคือเรื่องทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งการเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ ปัจจัยส่วนมากที่ทำให้พนักงานหน้าใหม่รู้สึกมีตัวตน ได้รับการซัพพอร์ต และตื่นเต้นที่จะสร้างอาชีพในสายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและปฏิบัติในแต่ละวันของผู้จัดการสายตรงล้วนๆ ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ที่หัวหน้าการตลาดสามารถขยับปรับตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนโยบายจากฝ่ายบุคคลหรืองบประมาณใหม่

อาชีพสายดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤต แต่อยู่บนทางแยก สายเลือดใหม่ที่ควรจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานสายนี้กลับกำลังมีท่าทีนิ่งเฉย ท่าทีนี้คือหน้าต่างบานเล็กๆ ให้เราสร้างความเปลี่ยนแปลงก่อนที่พวกเขาจะหันหลังกลับอย่างเต็มตัว ทีมการตลาดที่ยกเอาความสร้างสรรค์เป็นตัวนำ สร้างหัวหน้างานที่ดีขึ้น และพูดความจริงว่าเนื้องานจะต้องเจออะไรบ้าง จะสามารถคว้าคนเก่งๆ ที่ตัวเองตามหามาได้ ส่วนทีมที่ละเลยจะทำได้เพียงไล่เก็บรายชื่อผู้สมัครแบบเหลือเลือกมาจากลิสต์การสมัครงานที่อื่นเท่านั้น

Tags:
Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

การตลาดดิจิตอล3 min read

ค่าใช้จ่าย Google Ads กำลังเพิ่มขึ้น แต่อัตราการแปลงดีขึ้น เพราะอะไร?

CPC ของ Google Ads พุ่งสูงถึง $5.42 ในปี 2025 เรียนรู้สิ่งที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบ และวิธีได้รับประโยชน์สูงสุดจากงบโฆษณาของคุณ...

การตลาดดิจิตอล3 min read

AI คลิกโฆษณาในเบราว์เซอร์: วิธีปกป้องงบประมาณของคุณ

เรียนรู้วิธีที่เบราว์เซอร์ AI อย่าง ChatGPT Atlas คลิกโฆษณาและส่งผลกระทบต่องบประมาณการตลาดของคุณ ค้นพบสัญญาณเตือนและกลยุทธ์การป้องกัน...

การตลาดดิจิตอล3 min read

วิธีวางแผนงบประมาณการตลาดดิจิทัลของคุณสำหรับปี 2025

เรียนรู้วิธีสร้างงบประมาณการตลาดดิจิทัลอย่างชาญฉลาดสำหรับปี 2025 คู่มือนี้ครอบคลุมช่องทางหลักๆ กลยุทธ์การจัดสรร และข้อผิดพลาดทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยง...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

ai3 min read

Google I/O 2026: ประกาศสำคัญทุกรายการ

Google I/O 2026 มาถึงแล้ว เรียนรู้เกี่ยวกับ Gemini Omni, Gemini 3.5 Flash, Gemini Spark, Googlebook และประกาศด้านปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญทุกรายการจากงานนี้...

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)3 min read

INP ตัวชี้วัดใหม่จาก Google คืออะไร สำคัญอย่างไร?

เมื่อปี 2023 Google ได้ประกาศเปลี่ยนตัวชี้วัดประสิทธิภาพเว็บไซต์หลัก (Core Web Vitals) จาก FID (First Input Delay) มาเป็น INP (Interaction to Next Paint) โดยมีเหตุผล คือ...

General topics3 min read

Target Audience คืออะไร? พร้อมเทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพ

ในโลกของการตลาดดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ธุรกิจและนักการตลาดจำเป็นต้องรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คือ Target Audience คืออะไร เพราะช่วยให้สามารถออกแบบกลยุทธ์และการสื่อสารออกมาได้อย่างตรงจุด และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่า ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึก Target Audience และวิธีการใช้ Audience Targeting เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาดดิจิทัล Target Audience คืออะไร? Target...