Safari 27 ถูกรายงานว่าบล็อกตัวติดตาม (tracker) ของแพลตฟอร์มโฆษณาที่รู้จักกันดีตั้งแต่ระดับ IP address โดยตัดการเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นก่อนที่ข้อมูลการวัดผลจะออกจากเบราว์เซอร์ ตามรายงานของ PPC Land การป้องกันนี้พุ่งเป้าไปที่ช่วง IP ปลายทางที่ผูกกับแพลตฟอร์มอย่างเอนด์พอยต์ UET ของ Bing และตัวติดตามโฆษณาของ LinkedIn ซึ่งหมายความว่าคำขอนั้นไม่เคยเชื่อมต่อสำเร็จ แทนที่จะถูกตัดทิ้งหลังจากส่งไปแล้ว
ผลกระทบต่อผู้ลงโฆษณาชัดเจนและตรงไปตรงมา ทีมงานจำนวนมากเคยรับมือกับข้อจำกัดของ Safari รุ่นก่อนหน้าด้วยการส่งคำเรียกตัวติดตามผ่านโดเมนของตัวเอง โดยใช้ subdomain แบบ first-party หรือ server-side proxy เพื่อให้คำขอดูเหมือนเป็นของเว็บไซต์เองมากกว่าของแพลตฟอร์มโฆษณาภายนอก แต่เพราะ Safari 27 ผูกการบล็อกไว้กับ IP address ปลายทาง PPC Land รายงานว่าวิธีเลี่ยงแบบ first-party proxy และ subdomain เหล่านั้นใช้ไม่ได้ผล เบราว์เซอร์จะดูว่าการเชื่อมต่อกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดจริง ๆ แล้วหยุดมันไว้ ไม่ว่าจะสวมโดเมนอะไรไว้ด้านหน้าก็ตาม
วิธีการทำงานของการบล็อกระดับ IP ตามที่รายงาน
การป้องกันการติดตามรุ่นก่อนหน้าส่วนใหญ่ทำงานที่ระดับโดเมนและคุกกี้ ตัวติดตามที่โฮสต์อยู่บนโดเมนภายนอกที่จำได้ง่ายจะถูกทำเครื่องหมายไว้ และพื้นที่จัดเก็บของมันจะถูกจำกัดหรือลบทิ้งได้ ผู้ลงโฆษณาจึงปรับตัวด้วยการย้ายเอนด์พอยต์ไปไว้บนโครงสร้างพื้นฐานที่ตัวเองควบคุม ซึ่งทำให้ตรรกะการจับคู่โดเมนที่การป้องกันพึ่งพาอยู่นั้นใช้ไม่ได้
ตามคำอธิบายของ PPC Land Safari 27 เปลี่ยนชั้นที่ใช้ตัดสินใจ แทนที่จะถามว่าคำขอนี้อ้างว่ามาจากโดเมนใด มันดูที่ช่วง IP ที่การเชื่อมต่อกำลังมุ่งไปหา หากช่วงนั้นเป็นของเซิร์ฟเวอร์แพลตฟอร์มโฆษณาที่รู้จัก การเชื่อมต่อจะถูกปฏิเสธ CNAME แบบ first-party หรือ subdomain ที่เป็น proxy ก็ยังชี้ไปยังโครงสร้างพื้นฐานปลายทางเดิม ดังนั้นการเปลี่ยนป้ายหน้าประตูจึงไม่ได้เปลี่ยนที่อยู่ที่อยู่เบื้องหลัง
รายงานยังระบุรายละเอียดการส่งอัปเดตที่ควรเข้าใจ Apple ถูกระบุว่าส่งกฎเหล่านี้ผ่านไลบรารีระบบที่อัปเดตแยกต่างหาก แทนที่จะฝังไว้ในตัวเบราว์เซอร์เอง การแยกส่วนนี้ทำให้รายการบล็อกถูกแก้ไขได้โดยไม่ต้องรอการปล่อยเบราว์เซอร์รุ่นเต็ม ชุดของช่วง IP ที่พุ่งเป้าจึงเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่ารอบเวอร์ชันของ Safari เอง
ตัวติดตามใดที่ถูกระบุชื่อ
เอนด์พอยต์ที่ถูกเอ่ยถึงในรายงานคือเอนด์พอยต์ UET (Universal Event Tracking) ของ Bing และตัวติดตามโฆษณาของ LinkedIn ทั้งคู่พบได้ทั่วไปบนเว็บไซต์แบบ B2B และเว็บที่เน้นเก็บลีด ซึ่งนักการตลาดพึ่งพามันในการวัดคลิกและคอนเวอร์ชันจากแพลตฟอร์มเหล่านั้น เมื่อการเชื่อมต่อถูกบล็อกที่ระดับ IP บนอุปกรณ์ Apple อีเวนต์ที่แท็กเหล่านั้นควรบันทึกก็จะไม่มาถึงเลย
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อการวัดผล
การเปลี่ยนแปลงนี้เพิ่มเข้าไปในรูปแบบระยะยาวของการวัดคลิกและคอนเวอร์ชันที่ค่อย ๆ ถูกกัดกร่อนบนอุปกรณ์ Apple วิธีเลี่ยงทุกแบบก่อนหน้านี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการบล็อกทำงานกับสิ่งที่ผู้ลงโฆษณาเปลี่ยนป้ายได้ เช่น โดเมนหรือคุกกี้ การบล็อกที่ระดับ IP ลบสมมติฐานนั้นทิ้ง เพราะผู้ลงโฆษณาไม่ได้ควบคุมที่อยู่ปลายทางของเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นของแพลตฟอร์มโฆษณาเอง
ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเต็มร้อยแต่กระจายไม่เท่ากัน มันมีผลกับ Safari จึงกระทบหนักที่สุดกับทราฟฟิกจาก iPhone iPad และ Mac ที่ตั้ง Safari เป็นเบราว์เซอร์เริ่มต้น กลุ่มที่มีการใช้อุปกรณ์ Apple สูงจะเห็นช่องว่างระหว่างกิจกรรมจริงกับกิจกรรมที่ถูกบันทึกกว้างกว่ากลุ่มที่ใช้เบราว์เซอร์อื่นเป็นหลัก คอนเวอร์ชันที่รายงานจากแคมเปญที่พึ่งพา Bing UET หรือการติดตามของ LinkedIn อาจต่ำกว่าความเป็นจริง และขนาดของช่องว่างขึ้นอยู่กับสัดส่วนผู้ชมที่ใช้ฮาร์ดแวร์ของ Apple
| ชั้นการทำงาน | การป้องกัน Safari รุ่นก่อน | Safari 27 (ตามรายงาน) |
|---|---|---|
| สิ่งที่ถูกจับคู่ | โดเมนและคุกกี้ | ช่วง IP ปลายทาง |
| วิธีเลี่ยงแบบ first-party proxy | มักเลี่ยงการบล็อกได้ | เลี่ยงไม่ได้ |
| ที่ที่กฎถูกส่ง | มากับเบราว์เซอร์ | ไลบรารีระบบที่อัปเดตแยก |
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรต่อนักการตลาดไทย
ประเทศไทยมีฐานผู้ใช้ iOS จำนวนมาก ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงการวัดผลใด ๆ ที่กระจุกอยู่ที่ Safari และอุปกรณ์ Apple ก็มีแนวโน้มจะแตะทราฟฟิกในประเทศส่วนที่มีนัยสำคัญ รายงานไม่ได้กล่าวอ้างอะไรที่เจาะจงประเทศไทย และไม่ควรสันนิษฐานไปเอง การตีความที่สมเหตุสมผลคือแคมเปญที่วัดผลผ่านแท็ก Bing UET หรือ LinkedIn อาจแสดงช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างคอนเวอร์ชันที่แพลตฟอร์มรายงานกับสิ่งที่แหล่งข้อมูลอื่นบันทึกไว้ ตามสัดส่วนผู้ใช้อุปกรณ์ Apple
การตอบสนองที่เหมาะสมคือลดการพึ่งพาแท็กฝั่งไคลเอนต์ตัวใดตัวหนึ่งเป็นแหล่งความจริงเดียว การตั้งค่าวัดผลที่ทนทานอาศัยการเก็บข้อมูลฝั่งเซิร์ฟเวอร์และคอนเวอร์ชันเชิงโมเดล มากกว่าแท็กเบราว์เซอร์ตัวเดียวที่ยิงบนฝั่งไคลเอนต์ หากข้อมูลคอนเวอร์ชันของคุณไหลผ่านรากฐานการวิเคราะห์ที่มีโครงสร้างดี การบล็อกตัวติดตามฝั่งไคลเอนต์ของแพลตฟอร์มหนึ่งก็ตรวจจับและทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า ทีมที่กำลังทบทวนวิธีเก็บคอนเวอร์ชันเริ่มได้จากการวาง การตั้งค่าการวัดผลบน GA4 ที่ไม่ผูกกับพิกเซลของผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แล้วนำไปเทียบกับวิธีติดตามงบประมาณใน แคมเปญ Search ที่เสียเงิน เพื่อให้ตัวเลขที่รายงานถูกตรวจสอบกับสัญญาณอิสระได้
คำถามที่พบบ่อย
subdomain แบบ first-party ยังซ่อนตัวติดตามได้ไหม
ตามรายงานของ PPC Land ไม่ได้ Safari 27 บล็อกจากช่วง IP ปลายทาง ดังนั้น subdomain แบบ first-party หรือ proxy ที่ยังชี้ไปที่เซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์มโฆษณาก็จะถูกจับอยู่ดี
เรื่องนี้กระทบทุกเบราว์เซอร์หรือไม่
รายงานพูดถึง Safari 27 ทราฟฟิกบนเบราว์เซอร์อื่นไม่ได้ถูกอธิบายว่าอยู่ภายใต้กฎเฉพาะชุดนี้ ผลกระทบจึงเอนไปทางอุปกรณ์ Apple ที่ตั้ง Safari เป็นค่าเริ่มต้น
Apple อัปเดตรายการบล็อกได้เร็วไหม
กฎถูกระบุว่าส่งผ่านไลบรารีระบบที่อัปเดตแยกต่างหาก ไม่ใช่ในตัวเบราว์เซอร์ ทำให้ช่วง IP ที่พุ่งเป้าเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องรอเบราว์เซอร์รุ่นเต็ม
การวัดผลบนอุปกรณ์ Apple ยากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผู้ลงโฆษณาที่พึ่งพาแท็กฝั่งไคลเอนต์ หากคุณอยากได้การตั้งค่าคอนเวอร์ชันที่ไม่ล้มเมื่อตัวติดตามของแพลตฟอร์มหนึ่งถูกบล็อก ทีมงานของเราช่วยทบทวนได้ว่าการวิเคราะห์และการติดตามแคมเปญของคุณเชื่อมกันอย่างไร และจุดบอดอยู่ตรงไหน






