Abstract glass-panel illustration of repeating templated web pages in an ad auction

AI slop กินงบโฆษณาโปรแกรมมาติกสูงสุด 2.4% และผ่านเกณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียม

analyticsJuly 31, 2026
By Antonio Fernandez

เว็บไซต์ที่สร้างด้วย AI ซึ่งงานวิจัยเรียกว่า AI slop กินงบโฆษณาโปรแกรมมาติกบนเว็บเปิดราว 1.3% ถึง 2.4% ตามผลวิเคราะห์ที่ Trustworthy Accountability Group (TAG), Association of National Advertisers (ANA) และบริษัทเทคโนโลยี Fiducia เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ประเด็นที่หนักกว่าตัวเลขนั้นคือ อินเวนทอรีชุดเดียวกันได้เกรดพรีเมียมมากกว่า 70% ของกรณีทั้งหมด ทำคะแนนดีกว่าอินเวนทอรีสะอาดทั้งด้านทราฟฟิกไม่ถูกต้องและ viewability และยังมีราคาต่อพันอิมเพรสชันแพงกว่า

สองเรื่องที่ต้องพูดก่อนอ่านตัวเลข TAG และ ANA เป็นองค์กรกลางของอุตสาหกรรมก็จริง แต่การวัดผลทำโดยผู้ขายเชิงพาณิชย์ คือ DeepSee, Mobian และ Fiducia ซึ่งทั้งหมดขายสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ตัวเองวัด อีกเรื่องคือเอกสารรายงานฉบับต้นทางยังหาไม่พบ PPC Land ไม่ได้ลิงก์ไว้ ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้จึงอ้างอิงตามที่ PPC Land รายงาน ไม่ใช่การอ่านจากรายงานต้นฉบับ

TAG ANA และ Fiducia วัดอะไรเมื่อ 28 กรกฎาคม 2026

TAG ANA และ Fiducia ระบุว่าผลวิเคราะห์ที่เผยแพร่เมื่อ 28 กรกฎาคม 2026 เป็นการวัดปริมาณอินเวนทอรี AI slop ในโฆษณาโปรแกรมมาติกอย่างมีนัยทางสถิติเป็นครั้งแรก การวัดใช้สองวิธีคู่ขนานบนชุดข้อมูลเดียวกัน DeepSee จำแนกอินเวนทอรีในระดับโดเมนครอบคลุมงบโฆษณาบนเว็บเปิดที่จับคู่ได้ 33.97 ล้านดอลลาร์ ส่วน Mobian ประเมินหน้าเว็บที่เรนเดอร์จริง ครอบคลุม 233 ล้าน URL, 4.45 พันล้านอิมเพรสชัน และงบที่วัดได้ 14.84 ล้านดอลลาร์

สองวิธีนี้ให้ตัวเลขคนละปลายของช่วง 1.3% ถึง 2.4% และรายละเอียดตรงนี้ต้องอ่านให้ถูก ค่า 1.3% เป็นขอบล่างที่มาจากการประเมินระดับหน้าเว็บ และเป็นตัวเลขที่มีช่วงความเชื่อมั่น 99% อยู่ที่ 0.98% ถึง 1.56% ส่วนขอบบน 2.4% มาจากการจำแนกระดับโดเมน ช่วงความเชื่อมั่นดังกล่าวจึงอธิบายเฉพาะค่าขอบล่าง ไม่ใช่ช่วงความเชื่อมั่นของทั้งช่วง 1.3% ถึง 2.4%

AI slop ผ่านด่านตรวจที่ตั้งไว้เพื่อสกัดมันเอง

ตารางด้านล่างคือส่วนของผลวิเคราะห์ TAG และ ANA ที่ควรเปลี่ยนวิธีคิดของทีมมีเดียเรื่องการตรวจสอบคุณภาพ ตัวเลขทั้งหมดมาจากงานวิจัยวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ตามที่ PPC Land รายงาน

AI slop ผ่านด่านตรวจที่ตั้งไว้เพื่อสกัดมันเอง
ตัวชี้วัดอินเวนทอรี AI slopอินเวนทอรีสะอาด
อัตราทราฟฟิกไม่ถูกต้อง (IVT)0.05%0.32%
Viewability77.2%74.9%
TrueCPM7.08 ดอลลาร์6.15 ดอลลาร์
สัดส่วนเว็บที่ใช้เทมเพลต30.0%1.2%

AI slop มีทราฟฟิกไม่ถูกต้องราวหนึ่งในหกของอินเวนทอรีสะอาด และมีค่า viewability สูงกว่า นอกจากนั้นยังได้เกรดพรีเมียมมากกว่า 70% ของกรณี และมีราคาต่อพันอิมเพรสชันแพงกว่าราว 15% พูดอีกแบบคือสัญญาณที่นักโฆษณาส่วนใหญ่ใช้คัดกรองคุณภาพ คือสัญญาณเดียวกับที่ปล่อยอินเวนทอรีชุดนี้ผ่าน แล้วผู้ซื้อยังจ่ายแพงกว่าเดิมด้วย หน้าเว็บที่โมเดลเขียนขึ้น โหลดเร็ว และมีคนจริงเปิดดูในตำแหน่งที่มองเห็นได้ ย่อมดูดีมากในสายตาผู้ให้บริการตรวจสอบ เพียงแต่เนื้อหาบนหน้านั้นไม่มีอะไรเลย

สัญญาณที่แยกสองกลุ่มออกจากกันได้จริงเป็นเรื่องเชิงโครงสร้าง

ตัวชี้วัดหนึ่งในงานวิจัยของ TAG และ ANA แยกสองกลุ่มออกจากกันได้ชัด คือสัดส่วนเว็บที่ใช้เทมเพลต ซึ่งอยู่ที่ 30.0% ในฝั่ง AI slop เทียบกับ 1.2% ในฝั่งอินเวนทอรีสะอาด และจากโดเมน AI slop ที่ตรวจสอบทั้งหมด 11,552 โดเมน มี 88% ที่ถูกจัดว่าเป็นเว็บประเภท made-for-advertising ด้วย ซึ่งเป็นหมวดที่ผู้ซื้อจำนวนมากเชื่ออยู่แล้วว่าตัวเองกันออกไปหมดแล้ว

นี่คือเหตุผลที่ข้อเสนอแนะแนบท้ายผลวิเคราะห์ไม่ได้ชี้ไปที่การตั้งเกณฑ์คะแนน TAG และ ANA แนะนำให้ทบทวนตัวเลขทราฟฟิกไม่ถูกต้องร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่ตรวจสอบให้ ตรวจดูว่างบไหลผ่าน exchange รายเล็กมากแค่ไหน และตรวจสอบ suppression list เพื่อดูความเสี่ยงจากซัพพลายหางยาว ไม่มีข้อไหนเป็นเรื่องของการยกเพดาน viewability ให้สูงขึ้น และจากข้อมูลชุดนี้ การยกเพดานมีแต่จะซื้อ AI slop เพิ่ม

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

งานวิจัยชิ้นนี้ครอบคลุมเฉพาะโปรแกรมมาติกบนเว็บเปิด ไม่ได้พูดถึง walled garden, search หรือ social ไม่มีการแยกข้อมูลรายภูมิภาค และไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทยเลย สิ่งที่ส่งต่อมาถึงตลาดไทยได้คือรูปแบบของความเสี่ยง ไม่ใช่ตัวเลขท้องถิ่นใด ๆ นักโฆษณาไทยที่ซื้ออินเวนทอรีบนเว็บเปิดผ่าน DSP กำลังเข้าถึงแหล่งซัพพลายหางยาวชุดเดียวกันผ่าน exchange ชุดเดียวกัน ขั้นตอนการตรวจสอบจึงใช้ได้เหมือนกันทุกข้อ

ในทางปฏิบัติแปลว่าให้ดึงรายงานงบระดับโดเมนแทนระดับแคมเปญ ดูว่างบไหลผ่าน exchange รายเล็กมากแค่ไหน และมองว่า suppression list เป็นของที่ต้องดูแลทุกเดือน ไม่ใช่ของที่รับต่อมาแล้วปล่อยไว้ อีกข้อคือต้องแยกคุณภาพมีเดียออกจากคุณภาพการวัดผล ถ้าข้อมูลตำแหน่งโฆษณาไม่เคยไหลเข้า ระบบ analytics ของคุณ ในระดับโดเมน เรื่องทั้งหมดนี้ก็จะมองไม่เห็นตั้งแต่ต้น แบรนด์รีเทลที่ยิงแคมเปญหาลูกค้าใหม่ปริมาณมากควรใส่การตรวจสอบชุดเดียวกันนี้ไว้ในแผน การตลาดอีคอมเมิร์ซ เพราะดิสเพลย์บนเว็บเปิดมักรับหน้าที่ช่วงต้นของกรวย ส่วนงบฝั่งเสิร์ชอยู่นอกขอบเขตงานวิจัยนี้ทั้งหมด การประเมินงาน Google Ads จึงต้องดูจากหลักฐานของตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย

AI slop กินงบโปรแกรมมาติกเท่าไร

อยู่ระหว่าง 1.3% ถึง 2.4% ของงบโปรแกรมมาติกบนเว็บเปิด ตามผลวิเคราะห์ของ TAG ANA และ Fiducia ที่เผยแพร่เมื่อ 28 กรกฎาคม 2026 โดยขอบล่าง 1.3% มาจากการประเมินระดับหน้าเว็บและมีช่วงความเชื่อมั่น 99% ที่ 0.98% ถึง 1.56% ส่วนขอบบน 2.4% มาจากการจำแนกระดับโดเมน

การให้คะแนน brand safety และ viewability จับ AI slop ได้ไหม

ไม่ได้ และจากข้อมูลชุดนี้ยังชี้ไปคนละทาง อินเวนทอรี AI slop ได้เกรดพรีเมียมมากกว่า 70% ของกรณี มีอัตราทราฟฟิกไม่ถูกต้อง 0.05% เทียบกับ 0.32% ในฝั่งอินเวนทอรีสะอาด และมี viewability 77.2% เทียบกับ 74.9%

AI slop ราคาถูกกว่าอินเวนทอรีสะอาดหรือไม่

ไม่ถูกกว่า แต่แพงกว่า ค่า TrueCPM อยู่ที่ 7.08 ดอลลาร์ในฝั่ง AI slop เทียบกับ 6.15 ดอลลาร์ในฝั่งอินเวนทอรีสะอาด หรือสูงกว่าราว 15%

งานวิจัยพูดถึงประเทศไทยไหม

ไม่ได้พูดถึง ผลวิเคราะห์ไม่มีการแยกข้อมูลรายภูมิภาคและไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทย อีกทั้งครอบคลุมเฉพาะโปรแกรมมาติกบนเว็บเปิด ไม่รวม walled garden, search หรือ social

ใครเป็นคนวัดตัวเลขเหล่านี้

DeepSee รับผิดชอบการจำแนกระดับโดเมน Mobian รับผิดชอบการประเมินระดับหน้าเว็บ และ Fiducia เผยแพร่ร่วมกับ TAG และ ANA ทั้งสามรายเป็นผู้ขายเชิงพาณิชย์ในตลาดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรชั่งน้ำหนักเวลาอ่านตัวเลขที่ผู้ขายเป็นคนผลิต และเอกสารรายงานต้นทางยังหาไม่พบ ตัวเลขทั้งหมดจึงอ้างอิงตามที่ PPC Land รายงาน

เริ่มตรวจจากตรงไหนก่อน

ถ้าคุณซื้อโปรแกรมมาติกบนเว็บเปิด สิ่งที่ทำได้เร็วที่สุดคือเอ็กซ์พอร์ตงบระดับโดเมนย้อนหลัง 90 วัน เรียงตามยอดใช้จ่าย แล้วอ่านเทียบกับ suppression list ที่ใช้อยู่ หน้าเว็บแบบเทมเพลตและ exchange รายเล็กคือจุดที่งานวิจัยชิ้นนี้พบความต่าง และทั้งสองอย่างไม่โผล่ในแดชบอร์ดที่ดูแค่ viewability กับทราฟฟิกไม่ถูกต้อง หากอยากได้อีกสายตาช่วยดูว่างบดิสเพลย์ไปตกอยู่ที่ไหนจริง ๆ ทีมงานของเรายินดีไล่ดูข้อมูลตำแหน่งโฆษณาไปด้วยกัน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: