LinkedIn now puts event ad viewership lift at 31x, eight months after reporting 31%

LinkedIn อ้างว่า event ads เพิ่มผู้ชม 31 เท่า หลังเคยรายงาน 31% เมื่อแปดเดือนก่อน

เวลาโพสต์ Social mediaAugust 5, 2026
By Antonio Fernandez

LinkedIn เผยแพร่กรอบการทำงานด้านโฆษณาอีเวนต์เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ระบุว่าอีเวนต์ที่บริษัทจัดเองและมีการโปรโมทด้วย event ads มีผู้ชมมากกว่าอีเวนต์ที่ไม่ได้โปรโมทถึง 31 เท่า โดยระบุว่าเป็นค่าเฉลี่ย ขณะที่เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 LinkedIn เคยรายงานว่า event ads ทำให้ยอดผู้ชมอีเวนต์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 31% PPC Land นำตัวเลขทั้งสองมาวางเทียบกันในรายงานวันที่ 4 สิงหาคม 2026 และพบว่า LinkedIn ไม่ได้อธิบายว่าตัวเลขทั้งสองสอดคล้องกันอย่างไร

ข้อสรุปที่ซื่อตรงต่อข้อมูลแคบกว่าที่พาดหัวชวนให้คิด PPC Land ไม่ได้บอกว่าตัวเลข 31 เท่าผิด สิ่งที่รายงานระบุคือตัวเลขทั้งสอง "ใช้ตัวเลขเดียวกันและอธิบายกลไกเดียวกัน แต่ต่างกันสองระดับขนาด" และเอกสารของ LinkedIn ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดมากพอที่นักโฆษณาจะคำนวณตามได้ ผลก็คือตัวคูณนี้ใช้เป็นตัวตั้งในการวางแผนไม่ได้ ซึ่งคนละเรื่องกับการบอกว่ามันเป็นเท็จ

สิ่งที่ LinkedIn เผยแพร่เมื่อ 30 กรกฎาคม 2026

เอกสารฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 เผยแพร่โดย Jae O. ซึ่งดูแลด้าน Ads, Formats, Placements, Measurement and Audiences ของ LinkedIn นอกจากตัวเลข 31 เท่าแล้ว ยังมีอีกตัวเลขหนึ่งคือสมาชิกมีแนวโน้มจะมีปฏิสัมพันธ์กับแคมเปญการตลาดถัดไปมากขึ้น 28% หลังจากเห็น event ads PPC Land ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขนี้พูดถึงผลต่อเนื่องหลังแคมเปญ ไม่ใช่ผลภายในแคมเปญ และไม่มีคำอธิบายวิธีวัดแนบมาด้วย ทั้งตัวเลข 31 เท่าและ 28% ไม่มีขนาดกลุ่มตัวอย่าง ไม่มีช่วงเวลาที่วัด และไม่มีขอบเขตพื้นที่

ตัวเลขเดือนพฤศจิกายน 2025 พูดถึงกลไกเดียวกันในขนาดที่เล็กกว่ามาก

ถ้อยคำของ LinkedIn เมื่อพฤศจิกายน 2025 คือ event ads ทำให้ยอดผู้ชมอีเวนต์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 31% ผ่านไปแปดเดือน กลไกเดิมคือการเปรียบเทียบอีเวนต์ที่โปรโมทกับที่ไม่โปรโมท กลับถูกนำเสนอเป็นความต่าง 31 เท่า ส่วนต่าง 31% กับ 31 เท่าไม่ใช่ตัวเลขคนละเวอร์ชันของเรื่องเดียวกัน อย่างแรกบอกว่าการโปรโมทช่วยเพิ่มคนดูในระดับส่วนเพิ่ม อย่างหลังบอกว่าการโปรโมทคือที่มาของผู้ชมแทบทั้งหมด แผนสื่อที่ตั้งอยู่บนสองสมมติฐานนี้หน้าตาไม่เหมือนกันเลย

ขอบเขตของสองตัวเลขไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นข้อแก้ต่างที่หนักแน่นที่สุดของ LinkedIn

PPC Land ระบุชัดว่าขอบเขตต่างกัน ตัวเลขเดือนพฤศจิกายน 2025 ครอบคลุมอีเวนต์โดยทั่วไป ส่วนตัวเลขวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 จำกัดเฉพาะอีเวนต์ที่บริษัทจัดเอง โดยเทียบกลุ่มที่โปรโมทกับกลุ่มที่ไม่โปรโมท ตัวหารที่แคบลงย่อมทำให้ได้ตัวคูณที่ใหญ่ขึ้นได้จริง และ PPC Land ก็เปิดช่องให้ความเป็นไปได้นี้ สิ่งที่รายงานไม่ยอมรับคือการที่ตัวเลขทั้งสองอย่างที่เผยแพร่ออกมาไม่มีรายละเอียดพอให้ใครคำนวณตามได้ ความต่างของขอบเขตจึงเป็นคำอธิบายที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คำอธิบายที่มีเอกสารรองรับ และ LinkedIn เองก็ไม่ได้หยิบมาใช้อธิบายด้วยซ้ำ

ทุกตัวเลขในเรื่องนี้คือ LinkedIn วัด LinkedIn

ควรพูดเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนให้ตรงไปตรงมา ตัวเลข 31% 31 เท่า และ 28% ล้วนเป็นตัวเลขของ LinkedIn เอง เผยแพร่ในเอกสารที่ทำขึ้นเพื่อโปรโมทรูปแบบโฆษณาของ LinkedIn ไม่มีการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม และไม่มีการเปิดเผยวิธีวัดสำหรับตัวเลขใดเลย การที่ผู้ขายสื่ออ้างผลลัพธ์ของตัวเองเป็นเรื่องปกติในวงการ แต่ตัวเลขที่ขยับไปสองระดับขนาดในเวลาแปดเดือน โดยไม่มีการแก้ไขและไม่มีคำอธิบาย ไม่ควรถูกนำไปใส่ในประมาณการที่เอเจนซีต้องรับผิดชอบต่อลูกค้า

พฤติกรรมของตัวสินค้าคือส่วนที่มีเอกสารรองรับและควรใช้วางแผนจริง

ใต้ชั้นของตัวเลข เอกสารวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 อธิบายสิ่งที่จับต้องได้ในตัวผลิตภัณฑ์ นั่นคือ Event Ads และ Event Ads แบบนอกแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนเป้าหมายจากการผลักดันยอดลงทะเบียนไปเป็นการผลักดันยอดผู้ชมสดโดยอัตโนมัติในวันงาน โดยผู้ลงโฆษณาไม่ต้องสร้างแคมเปญใหม่ นี่คือความเปลี่ยนแปลงจริงในวิธีวางโครงสร้างแคมเปญอีเวนต์ ในอดีตการเปลี่ยนจากช่วงเก็บยอดลงทะเบียนไปสู่ช่วงดึงคนเข้าชมหมายถึงแคมเปญที่สอง ชุดครีเอทีฟที่สอง และการสลับด้วยมือให้ตรงเวลา ซึ่งแปลว่าต้องมีคนคอยเฝ้านาฬิกา การสลับอัตโนมัติตัดขั้นตอนส่งต่อนี้ออกไป พร้อมกับความเสี่ยงที่โฆษณาชวนลงทะเบียนจะยังวิ่งอยู่ทั้งที่งานเริ่มไปแล้ว

ชุดฟีเจอร์นี้มาจากการปรับใหญ่เมื่อ 28 เมษายน 2026

LinkedIn ระบุว่า Event Ads แบบนอกแพลตฟอร์ม ฟอร์มเก็บลีดในตัวโฆษณา และการตัดคลิปจากอีเวนต์ มาจากการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 ทั้งสามอย่างตรวจสอบได้จากหน้าจอตอนตั้งแคมเปญ ต่างจากตัวคูณที่ตรวจสอบไม่ได้ การส่งโฆษณานอกแพลตฟอร์มขยายการโปรโมทอีเวนต์ออกไปนอกฟีดของ LinkedIn ฟอร์มเก็บลีดในตัวโฆษณาเก็บการลงทะเบียนได้โดยไม่ต้องพาคนออกไปหน้าแลนดิ้ง และการตัดคลิปเปลี่ยนเซสชันหนึ่งให้กลายเป็นชิ้นงานที่นำกลับมาใช้ได้ ทั้งหมดนี้ทดสอบต้นทุนและวัดผลตอบแทนได้จริง

สามข้ออ้าง วางเทียบกัน

ตารางนี้คือข้อโต้แย้งทั้งหมดในหน้าเดียว คอลัมน์ขวาสุดเหมือนกันทุกแถว และนั่นแหละคือประเด็น

สามข้ออ้าง วางเทียบกัน
ข้ออ้างLinkedIn เผยแพร่เมื่อวิธีวัดที่เปิดเผย
event ads เพิ่มยอดผู้ชมอีเวนต์เฉลี่ย 31%พฤศจิกายน 2025ไม่มี
อีเวนต์ที่บริษัทจัดเองและโปรโมทด้วย event ads มีผู้ชมมากกว่าอีเวนต์ที่ไม่ได้โปรโมท 31 เท่า30 กรกฎาคม 2026ไม่มี
สมาชิกมีแนวโน้มมีปฏิสัมพันธ์กับแคมเปญถัดไปมากขึ้น 28% หลังเห็น event ad30 กรกฎาคม 2026ไม่มี PPC Land ระบุว่าไม่มีคำอธิบายวิธีวัดแนบมา
Event Ads และ Event Ads นอกแพลตฟอร์มสลับจากยอดลงทะเบียนไปเป็นยอดผู้ชมสดอัตโนมัติในวันงาน30 กรกฎาคม 2026เป็นพฤติกรรมของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ข้ออ้างด้านผลลัพธ์

ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย

PPC Land ไม่ได้ระบุว่าประเทศไทยหรือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอยู่ในกลุ่มตัวอย่างของตัวเลขใด ดังนั้นย่อหน้านี้จึงเป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อมูลจาก LinkedIn ทีม B2B ในไทยที่จัดสัมมนาออนไลน์และงานอุตสาหกรรมบน LinkedIn มักทำงานกับฐานผู้ชมที่เล็กในเชิงจำนวนจริง ตัวคูณจากฐานระดับโลกที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดจึงเป็นตัวตั้งที่เชื่อถือได้น้อยที่สุด ทางที่ปลอดภัยกว่าคือวางแผนซื้อสื่อรอบกลไกที่มีเอกสารรองรับ ทั้งการสลับเป้าหมายอัตโนมัติในวันงานและฟีเจอร์ชุดเดือนเมษายน 2026 แล้วหาตัวเลขส่วนเพิ่มจากการทดสอบในบัญชีของตัวเอง

ในทางปฏิบัติแปลว่าต้องตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าอีเวนต์ที่โปรโมทต้องทำได้ดีกว่าอะไร ลองจัดอีเวนต์ที่เทียบเคียงกันได้แบบไม่โปรโมท หรือกันกลุ่มเป้าหมายไว้ส่วนหนึ่ง แล้วอ่านส่วนต่างจากข้อมูลของตัวเอง ถ้ายอดลงทะเบียนถูกส่งต่อให้ทีมขาย ปัญหาการวัดผลจะอยู่ปลายทางถัดจากแพลตฟอร์มโฆษณาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลให้จัดระบบ การวัดผลและ conversion tracking ให้เรียบร้อยก่อนแคมเปญถัดไป ไม่ใช่หลังจากนั้น หลักการเดียวกันใช้กับงาน โฆษณาบนโซเชียล ส่วนที่เหลือ และกับ คอนเทนต์ ที่ต้องใช้เติมเนื้องานหลังคนลงทะเบียนแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ตกลงตัวเลขไหนถูก 31% หรือ 31 เท่า

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าตัวเลขใดถูก PPC Land รายงานว่า LinkedIn ไม่ได้อธิบายความสอดคล้องของสองตัวเลข และทั้งคู่ไม่มีรายละเอียดพอให้นักโฆษณาคำนวณตาม รายงานไม่ได้ฟันธงว่าตัวเลขใดผิด

แปลว่า event ads ของ LinkedIn ใช้ไม่ได้ผลใช่ไหม

ไม่ใช่ และ PPC Land ก็ไม่ได้บอกแบบนั้น รายงานพูดเรื่องการเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่เรื่องประสิทธิภาพของรูปแบบโฆษณา event ads อาจช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าร่วมได้จริง แต่ตัวเลขที่เผยแพร่บอกไม่ได้ว่าเพิ่มเท่าไร จึงไม่ควรใช้ตั้งเป้าในแผน

LinkedIn แก้ไขหรือถอนตัวเลขเดือนพฤศจิกายน 2025 แล้วหรือยัง

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่ามีการแก้ไข PPC Land รายงานตัวเลขทั้งสองในฐานะข้ออ้างที่เผยแพร่ออกมา และชี้ว่าไม่มีการอธิบายความสอดคล้องระหว่างกัน

ประเทศไทยหรือเอเชียแปซิฟิกอยู่ในกลุ่มตัวอย่างของตัวเลขเหล่านี้หรือไม่

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ ไม่มีการเปิดเผยขอบเขตพื้นที่ของตัวเลข 31% 31 เท่า หรือ 28% จึงไม่มีฐานให้สรุปว่ามีอีเวนต์จากไทยหรือเอเชียแปซิฟิกรวมอยู่ด้วย และไม่มีฐานให้สรุปว่าไม่มีเช่นกัน

ต้องเข้าไปแก้อะไรในแคมเปญอีเวนต์ที่รันอยู่ไหม

รายงานนี้ไม่ได้บังคับให้ผู้ลงโฆษณาต้องทำอะไร สิ่งเดียวที่ควรรู้คือการสลับเป้าหมายอัตโนมัติจากยอดลงทะเบียนไปเป็นยอดผู้ชมสดในวันงาน ซึ่งมีผลต่อวิธีวางโครงสร้างและเขียนบรีฟแคมเปญ แม้ผู้ลงโฆษณาจะไม่ได้เป็นคนสั่งให้เกิดขึ้นก็ตาม

รายงานชิ้นนี้มาจาก PPC Land เผยแพร่วันที่ 4 สิงหาคม 2026 จุดยืนที่สมเหตุสมผลสำหรับคนวางแผนสื่อคือไม่หยิบตัวเลข 31 เท่าไปพูดต่อ และไม่ตัดสินว่า event ads ของ LinkedIn ใช้ไม่ได้ ใช้พฤติกรรมของผลิตภัณฑ์ที่มีเอกสารรองรับมาวางโครงสร้างแคมเปญ ใช้การทดสอบแบบกันกลุ่มของตัวเองมาหาขนาดของส่วนเพิ่ม และเก็บตัวคูณจากผู้ขายสื่อไว้นอกประมาณการจนกว่าจะมีวิธีวัดแนบมาด้วย ถ้าอยากได้ความเห็นที่สองเรื่องโครงสร้างและการวัดผลของแคมเปญอีเวนต์บน LinkedIn ควรคุยกันก่อนถึงวันงาน ไม่ใช่หลังจบงาน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: