สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Google ขยายการจับคู่คำที่มีความหมายเหมือนกัน (same-meaning close variants) จาก Exact Match ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปีก่อนหน้า ไปยังคีย์เวิร์ดแบบ Phrase Match และ Broad Match Modifier
- ตัวอย่างในบทความคือ คีย์เวิร์ด Phrase Match อย่าง lawn mowing service จะจับคู่กับคำค้นหา local lawn cutting services ส่วนการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้าทำให้ yosemite camping จับคู่กับ Yosemite campground และ Yosemite national park camping
- Google แจ้งว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มยอดคลิก 3-4% และจะป้องกันไม่ให้คีย์เวิร์ดในบัญชีเดียวกันแข่งขันกันเองในคำค้นหาเดียวกัน
- การเปลี่ยนแปลงจะเริ่มใช้ในสัปดาห์ถัดมาโดยทยอยไปทีละภาษา เหลือ Negative Keyword และการตรวจรายงานคำค้นหาบ่อยขึ้นเป็นเครื่องมือควบคุมหลักที่ยังอยู่ในมือผู้ลงโฆษณา
- ประกาศของ Google เน้นข้อความว่าจะได้ทราฟฟิกที่เกี่ยวข้องมากขึ้นจาก Broad Match Modifier และ Phrase Match พร้อมยังควบคุมได้เหมือนเดิม ซึ่งเป็นประเด็นที่บทความตั้งคำถาม
โลกยุคที่จะไม่มีคำค้นหาอีกต่อไปกำลังใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว! และทั้งหมดนี้ก็จะถูกควบคุมโดย AI ตัวร้าย
วันเวลาของการไล่เก็บ ไล่ตามตรวจสอบคุณภาพของคำค้นหา ที่ครั้งหนึ่งเราเชื่อว่าจะต้องเป็นคำที่ตรงที่สุดเท่านั้นที่ใช้ในแต่ละแคมเปญกำลังมาถึงจุดจบแล้ว
ทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากผ่านหน้าร้อนมาไม่นานนัก Google ก็ช่วยเรากำจัดปัญหาของการไม่มีเวลาพอที่จะมาคอยจัดระเบียบคำค้นหาต่างๆ และเพิ่มคำใหม่ๆ เข้าไป โดยช่วยเพิ่มให้มีการเพิ่มการค้นหาไปยังคำที่ “มีความหมายเหมือนและมีคำเชื่อม หรือคำเสริมที่คล้ายกับคำตั้งต้น” ความสามารถใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นนี้ ก่อให้เกิดความวุ่นวายมากมายสำหรับผู้ใช้งานคำแบบ OCD ที่ชอบหาคำที่ความหมายเหมือนๆ กัน มาตั้งไว้ภายใต้การค้นหาเดียวกัน โดยมีหน้าโฆษณาที่ต่างกัน แล้วส่งไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต่างกัน แล้วจากนั้นก็คอยดูว่าคำค้นหาใหม่ๆ อะไรจะขึ้นมา
การเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้ทำให้เกิดเหตุการณ์ เช่น คำต้นคือ Yosemite Campaign ก็จะมีคำที่ขึ้นว่าตรงกันคือ Campsites in Yosemite และ Yosemite Campground หรือ Yosemite National Park Camping
หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น เราหลายคนตกใจและเริ่มดูรายการคำที่มีอยู่เพื่อปรับเปลี่ยนให้ตรงแบบ Exact Match มากขึ้นเพื่อเพิ่มความแม่นยำ
เรารู้ว่าไม่นานความพยายามทั้งหมดของเราก็คงจะสูญเปล่า ความพยายามในการจัดการคำค้นหาเพื่อให้ได้คำที่เหมาะสมที่สุด เพราะตอนนี้คำที่ความหมายเหมือนกันก็จะถูกเลือกโดยอัตโนมัติจาก Google แล้ว
15% ของคำใหม่ๆ เหล่านี้ที่ Google เพิ่มเข้ามาจะเป็นคำที่ €#$@÷*/ ซึ่งจะช่วยเราในการ @(%# และ ROI ก็จะเพิ่มขึ้น แน่นอนว่า ×€^£%&!÷ ก็จะได้เห็นกันแน่ในไม่ช้า
คำอย่างเช่น “Lawn Mowing Service” จะถูกจับให้หาเจอกับคำเช่น “Local Lawn Cutting Services”


Google แจ้งว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มยอดการคลิกได้มากถึง 3-4% และนี่จะหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นสำหรับ Google หรือว่า Conversion Rate ที่ดีขึ้นสำหรับลูกค้ากันแน่?
และยังแจ้งอีกว่าจะมีการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแข่งขันกันเพื่อคำใกล้เคียงเหล่านี้
เราคงได้เห็นคำใหม่ๆ ที่เราเคยมองข้ามไป และเห็นเทรนด์ใหม่ๆ ที่อาจจะดีเท่า PPC Account Manager ที่คุณสามารถเพิ่มพวกเขาเข้าไปในแต่ละแคมเปญเพื่อช่วยในการประมูลที่ดีกว่าได้
ในบทความประกาศจาก Google ได้เน้นข้อความเหล่านี้ด้วยตัวหนา:
จะมีการเข้าถึงเว็บไซต์จาก Broad Match Modifier มากขึ้น ???
จะมีการเข้าถึงเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้นจาก Phase Match ???
ยังคงสามารถควบคุมและตรวจสอบได้อย่างสะดวกสบาย ???
เราก็ได้แต่ภาวนาเพราะตอนนี้คำที่เกี่ยวข้องทั้งหมดหลุดจากมือของเราไปอยู่ในมือของ Google AI เรียบร้อยแล้ว เราก็คงทำได้แค่เชื่อว่ามันจะทำออกมาได้ดีแบบที่เราตั้งไว้
ตอนนี้สิ่งที่กลับมามีความสำคัญมากที่สุดก็คือ คำค้นหาแบบ Negative Keyword ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้เราสามารถควบคุมความแม่นยำของการค้นหาได้ ดังนั้น หมั่นตรวจสอบรายการคำบน Google ของคุณให้บ่อยขึ้น และก็ขอให้ Negative Keyword ไม่ได้เป็นหนึ่งในโปรแกรมใหม่ที่ Google เตรียมจะเอาออกมาใช้
การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มเห็นอย่างเป็นทางการหลังจากการประกาศและเริ่มไปทีละภาษา เรียงตามความสำคัญในการใช้งาน
ในฐานะ Partner ของ Google เราสามารถช่วยให้คุณเข้าใจและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ติดต่อหาเราได้ทุกเมื่อเลย
More info: https://support.google.com/google-ads/answer/9426627







