LinkedIn adds a Seems like AI slop button and drops its AI writer

LinkedIn เพิ่มปุ่มรายงาน AI slop และถอดฟีเจอร์เขียนโพสต์ด้วย AI

เวลาโพสต์ Social mediaAugust 3, 2026
By Antonio Fernandez

TechCrunch รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ว่า LinkedIn กำลังเพิ่มปุ่มรายงานชื่อ Seems like AI slop ซึ่งให้ผู้ใช้รายงานโพสต์ที่อ่านแล้วรู้สึกว่าเขียนด้วย AI โดย Hari Srinivasan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ LinkedIn ประกาศชุดมาตรการรับมือคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่สร้างด้วย AI ไว้ในโพสต์บน LinkedIn

ปุ่มรายงานนี้ทำอะไร

ปุ่ม Seems like AI slop ที่ TechCrunch รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 เปิดให้ผู้ใช้กดรายงานโพสต์ที่อ่านแล้วเหมือนเขียนด้วย AI รายงานเหล่านี้ป้อนทั้งงานตรวจสอบและงานตรวจจับ เพราะมันทำหน้าที่เป็นสัญญาณที่ช่วยให้ LinkedIn ปรับโมเดล AI ของตัวเองให้ระบุคอนเทนต์ประเภทนี้ได้แม่นขึ้น พูดง่าย ๆ คือทุกครั้งที่มีคนกดรายงาน ระบบก็ได้ตัวอย่างที่ติดป้ายแล้วไปหนึ่งชิ้น ทั้งนี้ TechCrunch อธิบายว่าปุ่มนี้อยู่บนโพสต์ และไม่ได้ระบุว่าครอบคลุมถึงคอมเมนต์

LinkedIn กำลังถอดฟีเจอร์ที่ช่วยร่างคอนเทนต์ออก

ตามรายงานของ TechCrunch วันที่ 30 กรกฎาคม 2026 LinkedIn กำลังถอดฟีเจอร์เขียนโพสต์ด้วย AI ที่ชื่อ enhance your post ออก แล้วแทนที่ด้วยเครื่องมือตรวจทานข้อความ ความย้อนแย้งตรงนี้ควรพูดตรง ๆ ว่าฟีเจอร์ที่กำลังถูกถอดออก คือฟีเจอร์ที่ผูกอยู่กับการผลิตคอนเทนต์แบบที่ปุ่มรายงานตัวใหม่ถูกสร้างมาเพื่อรับเรื่อง เครื่องมือตรวจทานแก้สิ่งที่คนเขียนไว้แล้ว ส่วนตัวสร้างเป็นคนร่างให้ตั้งแต่ต้น LinkedIn เลือกเก็บอย่างแรกและตัดอย่างหลังทิ้ง

สัญญาณเตือนแบบส่วนตัว ไม่ใช่ป้ายสาธารณะ

TechCrunch รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ว่า LinkedIn จะแจ้งเตือนแบบส่วนตัวในแดชบอร์ดของผู้ใช้ เมื่อมีคนรู้สึกว่าคอนเทนต์ของเจ้าของบัญชีดูไม่จริงใจเพราะใช้ AI หนักเกินไป สัญญาณนี้ส่งถึงคนเขียน ไม่ได้ส่งถึงผู้อ่าน รายงานไม่ได้พูดถึงป้ายกำกับที่คนอื่นมองเห็น เรื่องนี้จึงใกล้เคียงกับบันทึกเตือนเงียบ ๆ มากกว่าเครื่องหมายที่ติดอยู่บนโพสต์

เหตุผลที่ LinkedIn บอกว่าเรื่องนี้สำคัญ

Srinivasan อธิบายเหตุผลไว้ตรงไปตรงมาในประกาศที่ TechCrunch รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ว่า AI slop เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญสูงสุด และพวกเขาใส่ใจเรื่องนี้จริง ๆ เพราะคนเข้ามาที่ LinkedIn เพื่อเชื่อมต่อกับคนจริง และเพื่อแบ่งปันมุมมอง ไอเดีย และความเชี่ยวชาญที่เป็นของตัวเอง รายงานฉบับเดียวกันยังให้ภาพขนาดของงานฝั่งระบบอัตโนมัติที่ LinkedIn รับมืออยู่ ซึ่งใหญ่พอจะอธิบายความเร่งด่วนได้

สิ่งที่เปลี่ยน เรียงให้เห็นพร้อมกัน

รายงานของ TechCrunch วันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ระบุสิ่งที่เพิ่มเข้ามา สิ่งที่ถูกถอดออกหนึ่งอย่าง และตัวเลขขนาดของปัญหาหนึ่งชุด ตารางด้านล่างมีเฉพาะรายการที่รายงานไว้

สิ่งที่เปลี่ยน เรียงให้เห็นพร้อมกัน
สิ่งที่เปลี่ยนสิ่งที่ TechCrunch รายงาน
เพิ่ม: ปุ่มรายงาน Seems like AI slopให้ผู้ใช้รายงานโพสต์ที่อ่านแล้วเหมือนเขียนด้วย AI ระบุไว้ที่โพสต์ ไม่ได้พูดถึงคอมเมนต์
เพิ่ม: การแจ้งเตือนส่วนตัวในแดชบอร์ดLinkedIn แจ้งเจ้าของบัญชีเป็นการส่วนตัวเมื่อมีคนรู้สึกว่าคอนเทนต์ดูไม่จริงใจเพราะใช้ AI หนักเกินไป
การใช้ข้อมูลจากการรายงานเป็นสัญญาณที่ช่วยให้ LinkedIn ปรับโมเดล AI ให้ระบุ slop ได้แม่นขึ้น
ถอดออก: ฟีเจอร์เขียนโพสต์ด้วย AI enhance your postกำลังถูกถอดออกและแทนที่ด้วยเครื่องมือตรวจทานข้อความ
ระบบอัตโนมัติที่ถูกบล็อกความพยายามคอมเมนต์อัตโนมัติหลายแสนครั้งต่อวัน และความพยายามใช้ระบบอัตโนมัติอื่นอีกหลายล้านครั้งในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา

สิ่งที่รายงานไม่ได้ครอบคลุม

บทความของ TechCrunch วันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ไม่ได้ให้วันเริ่มใช้งาน ไม่ได้ให้รายชื่อตลาด ไม่ได้พูดถึงกระบวนการอุทธรณ์ ไม่ได้ระบุบทลงโทษสำหรับคอนเทนต์ที่ถูกรายงาน และไม่ได้รายงานผลกระทบต่อการเข้าถึงหรือการกระจายเนื้อหาของโพสต์ที่ถูกกดรายงาน ใครที่วางแผนรับมือควรถือว่าเรื่องเหล่านี้ยังไม่รู้ แทนที่จะสมมติผลกระทบต่ออันดับซึ่งไม่มีใครอธิบายไว้ กลไกเดียวที่ระบุชัดคือวงจรการเรียนรู้ ที่การรายงานทำให้ระบบตรวจจับเก่งขึ้น

สิ่งนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักการตลาดไทย

ทีม B2B ไทย ฝ่ายสรรหาบุคลากร และผู้ก่อตั้งที่โพสต์สร้างแบรนด์บุคคลบน LinkedIn คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องมากที่สุด เพราะงานส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้ร่างด้วย AI ตามตารางที่ตั้งไว้ ข้อสรุปนี้มาจากกลไกที่รายงานอธิบาย ไม่ได้มาจากอะไรที่ TechCrunch พูดถึงประเทศไทย ถ้าการรายงานของผู้ใช้คือสัญญาณที่ใช้ปรับระบบตรวจจับ การโพสต์เน้นปริมาณสัปดาห์ละห้าชิ้นที่เนื้อหาแทบเหมือนกันก็เท่ากับป้อนตัวอย่างให้ระบบเรียนรู้ สิ่งที่คนอ่านกดรายงานคือความถี่ที่ไม่มีมุมมองของคนอยู่ข้างหลัง นี่เป็นปัญหาคอนเทนต์ก่อนจะเป็นปัญหาแพลตฟอร์ม และคุ้มที่จะทบทวนว่าแผนงาน คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ของคุณจัดการการร่างโพสต์ LinkedIn อย่างไร ใครเป็นคนอนุมัติ และโพสต์นั้นพูดสิ่งที่มีแต่คนเขียนคนนั้นพูดได้หรือเปล่า สำหรับทีมที่ซื้อการเข้าถึงด้วย คำถามเรื่องความจริงใจนี้อยู่ข้าง ๆ งาน โฆษณาโซเชียลมีเดีย เพราะโพสต์ที่โปรโมตก็ยังมีชื่อคนเขียนกำกับอยู่ดี ทั้งนี้ TechCrunch ไม่ได้รายงานรายชื่อตลาดหรือการเริ่มใช้งานในประเทศไทย

คำถามที่พบบ่อย

ปุ่ม Seems like AI slop ทำอะไรกันแน่

มันเปิดให้ผู้ใช้รายงานโพสต์ที่อ่านแล้วเหมือนเขียนด้วย AI TechCrunch รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ว่ารายงานเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นสัญญาณที่ช่วยให้ LinkedIn ปรับโมเดล AI ให้ระบุ slop ได้แม่นขึ้น ปุ่มนี้จึงป้อนระบบตรวจจับ ไม่ใช่แค่ตั้งเรื่องร้องเรียนไว้เฉย ๆ

โพสต์ที่ถูกรายงานจะโดนลงโทษหรือการเข้าถึงลดลงไหม

รายงานไม่ได้ระบุไว้ TechCrunch ไม่ได้อธิบายบทลงโทษสำหรับคอนเทนต์ที่ถูกรายงาน ไม่ได้พูดถึงผลต่อการเข้าถึงหรือการกระจายเนื้อหา และไม่ได้พูดถึงกระบวนการอุทธรณ์ การสมมติว่ามีผลต่ออันดับจึงเกินกว่าที่รายงานไว้

ปุ่มนี้ใช้กับคอมเมนต์ด้วยหรือเฉพาะโพสต์

TechCrunch อธิบายปุ่มนี้ไว้ที่โพสต์ และไม่ได้ระบุว่าครอบคลุมถึงคอมเมนต์ ตัวเลขฝั่งระบบอัตโนมัติของ LinkedIn พูดถึงคอมเมนต์แยกต่างหาก โดยบล็อกความพยายามคอมเมนต์อัตโนมัติหลายแสนครั้งต่อวัน แต่นั่นคืองานบังคับใช้ ไม่ใช่การรายงานโดยผู้ใช้

ตอนนี้ใช้งานได้ในประเทศไทยแล้วหรือยัง

รายงานไม่ได้ระบุไว้ TechCrunch ไม่ได้ให้วันเริ่มใช้งานและไม่ได้ให้รายชื่อตลาดสำหรับปุ่มรายงาน การแจ้งเตือนในแดชบอร์ด หรือการถอดฟีเจอร์ enhance your post จึงไม่มีฐานให้ระบุไทม์ไลน์ของประเทศไทย

ทางออกเชิงปฏิบัติไม่ใช่การเลิกใช้ AI ช่วยร่าง แต่คือการทำให้ทุกโพสต์ที่ปล่อยออกไปมีมุมมองของคนที่มีชื่อกำกับอยู่จริง ถ้าอยากได้สายตาอีกคู่มาช่วยดูกระบวนการผลิตคอนเทนต์ LinkedIn และโซเชียลของคุณ ทีม Relevant Audience ยินดีช่วยดูให้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: