สิ่งที่ต้องรู้สำหรับ YouTube Partner Program ในปี 2023

สิ่งที่ต้องรู้สำหรับ YouTube Partner Program ในปี 2023

Author: Antonio Fernandez
แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:
  • YouTube เปิดเผยข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่สำหรับ Channel ที่ต้องการสร้างรายได้
  • ครีเอเตอร์ที่ต้องการเข้าร่วม YouTube Partner Program ต้องยอมรับข้อกำหนดใหม่นี้ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม
  • ระบบ YouTube Shorts Monetization (สร้างรายได้ผ่าน YouTube Shorts) พร้อมให้บริการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

ไฮไลท์ในบทความ

YouTube หนึ่งในแพลตฟอร์มวิดีโอคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกมาทุกยุคทุกสมัย ล่าสุดได้มีการออกมาประกาศถึงการเปลี่ยนข้อกำหนดของการเป็น YouTube Partner Program หรือก็คือระบบการสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์ ที่ YouTube ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม 

มาดูกันดีกว่าว่าการเปลี่ยนแปลงของ YouTube Partner Program นั้นเป็นอย่างไร และจะดีจริงอย่างที่ YouTube เคลมเอาไว้หรือไม่ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูรายละเอียดทั้งหมดกันเลย 

แผนดึงดูดผู้ใช้งานของ YouTube 

ก่อนอื่นเราขอพามาทำความรู้จักกับ YouTube Partner Program กันก่อน โดยแรกเริ่มเดิมที YouTube ได้เปิดตัว YouTube Partner Program อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2015 เพื่อเป็นการอนุญาตให้ผู้ใช้งานที่เป็นครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มสามารถสร้างรายได้ให้กับแชนแนลของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาของวิดีโอ ค่าธรรมเนียมกการสมัครสมาชิก YouTube Premium การซัพพอร์ทช่อง รวมถึงฟีเจอร์ Super Chat ต่างๆ 

แน่นอนว่าหลังการมาถึงของ TikTok ส่งผลกระทบต่อฐานผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม YouTube อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้เมื่อช่วงปลายปี 2022 ที่ผ่านมา YouTube ได้ออกมาประกาศในงาน “Made on YouTube” ว่ากำลังมีการปรับลดข้อกำหนดสำหรับครีเอเตอร์ในการสร้างรายได้ อนุญาตให้สามารถใช้เพลงที่ติดลิขสิทธิ์เพื่อประกอบผลงานผ่าน Cretor Music ที่เป็นส่วนหนึ่งของ YouTube Studio  รวมไปถึงการเพิ่ม Monetization Program ให้กับ YouTube Shorts เพื่อเป็นการดึงดูดให้เหล่าครีเอเตอร์เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานบนแพลตฟอร์มมากขึ้นนั่นเอง โดยครีเอเตอร์ทุกคนที่ต้องการเข้าร่วมจะต้องยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่นี้ก่อนเท่านั้น

YouTube  เตรียมแบ่งรายได้ให้กับครีเอเตอร์สาย Shorts และอื่นๆ

YouTube กำลังมีกาสร้างระบบที่เรียกว่า “ระบบโมดูลาร์แบบแยกส่วน (Modular System)” โดยระบบดังกล่าวนี้จะช่วย “เพิ่มโอกาสในการสร้างได้ใหม่ในอนาคต ได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น” โดยโมดูลต่างๆ มีดังนี้

  • ข้อกำหนดพื้นฐาน (Base Term) สำหรับในส่วนข้อกำหนดพื้นฐานจะเกี่ยวข้องกับ วิธีการที่ YouTube จะจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ นโยบายที่ยอมรับได้ของคอนเทนต์ และข้อกำหนดอื่นๆ เช่น เรื่องของลิขสิทธิ์ต่างๆ เป็นต้น
  • การสร้างรายได้จาก Watch Page สำหรับ Watch Page ในที่นี้หมายถึงหน้าต่างๆ บน YouTube, YouTUbe Music และ YouTube Kids และครอบคลุมถึงเนื้อหาคอนเทนต์แบบการสตรีมสด 
  • การสร้างรายได้จาก Shorts ครีเอเตอร์จะสามารถสร้างรายได้จาก “โฆษณาที่ดูระหว่างวิดีโอในฟีด Shorts”
  • Commerce Prodduct Addendum ในส่วนนี้จะเป็นการสร้างรายได้จาก การเป็นสมาชิก, Super Chats, Super Stickers และ Super Thank

ถ้าไม่ยอมรับข้อกำหนดใหม่นี้จาก YouTube จะเป็นอย่างไร?

ส่วนสำคัญที่สุดของการสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม YouTube คือการที่ครีเอเตอร์ทุกคนต้องเข้าร่วม YouTube Partner Program ดังนั้นควรที่จะเริ่มต้นศึกษาและทำความเข้าใจข้อกำหนดใหม่และต้องยอมรับ หากต้องการเข้าร่วมหรืออยู่ใน YouTube Partner Program ต่อไป 

สำหรับส่วนแบ่งรายได้จาก Shorts จะเริ่มนับในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023 ดังนั้นหากใครที่ต้องการสร้างรายได้จาก Shorts ก็สามารถกดยอมรับได้ทันที ส่วนการสร้างรายได้ในส่วนอื่น จะมีเวลาจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2023 ในการตรวจสอบและยอมรับข้อกำหนดใหม่นี้ หากไม่ ระบบก็จะทำการลบช่องออกจากการเข้าร่วม YouTube Partner Program ทันที และจะต้องสมัครเข้าร่วมโปรแกรมใหม่อีกครั้ง

ทิ้งท้าย

การอัปเดตข้อกำหนดใหม่ของ YouTube ในครั้งนี้ถือเป็นการอัปเดตครั้งใหญ่ที่มีการปรับปรุงการสร้างรายได้ให้กับครีเอเตอร์ในหลายๆ ส่วน โดยกำหนดให้ทุกคนที่ต้องการเข้าร่วม YouTube Partner Program จะเป็นที่จะต้องลงนามในข้อกำหนดของข้อตกลงใหม่นี้หากต้องการสร้างรายได้บนแพลตฟอร์ม จุดสำคัญเลยก็คือการที่ YouTube อนุญาตให้ครีเอเตอร์สามารถหารายได้จากโฆษณาบน Shorts ได้แล้ว ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อใครที่เป็นครีเอเตอร์สายวิดีโอขนาดสั้นอยู่ ก็สามารถได้รายได้เพิ่มจากทั้ง วิดีโอปกติและ Shorts ด้วยนั่นเอง

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์3 min read

โฆษณา ChatGPT: สิ่งที่นักธุรกิจมืออาชีพต้องรู้

เรียนรู้วิธีการทำงานของโฆษณา ChatGPT ว่าใครสามารถซื้อได้บ้าง และแพลตฟอร์มโฆษณาใหม่ของ OpenAI มีความหมายอย่างไรต่อกลยุทธ์การตลาดและการทำงานประจำวันของคุณ...

การตลาดดิจิตอล3 min read

ค่าใช้จ่าย Google Ads กำลังเพิ่มขึ้น แต่อัตราการแปลงดีขึ้น เพราะอะไร?

CPC ของ Google Ads พุ่งสูงถึง $5.42 ในปี 2025 เรียนรู้สิ่งที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบ และวิธีได้รับประโยชน์สูงสุดจากงบโฆษณาของคุณ...

เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์3 min read

การตรวจสอบ GEO ด้วย AI: สิ่งที่คุณต้องทำให้ถูกต้อง

เรียนรู้ว่าทำไมการตรวจสอบ GEO ที่สร้างโดย AI ส่วนใหญ่จึงล้มเหลว และวิธีแก้ไขด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง วิธีการที่ชัดเจน และการดูแลของมนุษย์...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)3 min read

วิธีได้รับการสนับสนุนสำหรับงาน SEO เชิงเทคนิค

เรียนรู้วิธีให้งาน SEO เชิงเทคนิคได้รับการอนุมัติและนำไปใช้จริง โดยเชื่อมโยงกับรายได้ การแปลงลูกค้า และเป้าหมายทางธุรกิจที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสำคัญ...

ai3 min read

Google I/O 2026: ประกาศสำคัญทุกรายการ

Google I/O 2026 มาถึงแล้ว เรียนรู้เกี่ยวกับ Gemini Omni, Gemini 3.5 Flash, Gemini Spark, Googlebook และประกาศด้านปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญทุกรายการจากงานนี้...

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)3 min read

INP ตัวชี้วัดใหม่จาก Google คืออะไร สำคัญอย่างไร?

เมื่อปี 2023 Google ได้ประกาศเปลี่ยนตัวชี้วัดประสิทธิภาพเว็บไซต์หลัก (Core Web Vitals) จาก FID (First Input Delay) มาเป็น INP (Interaction to Next Paint) โดยมีเหตุผล คือ...