Website building blocks and tools

สร้างเว็บไซต์ เลือกแพลตฟอร์มไหนดีให้เหมาะกับธุรกิจ

อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน คำตอบสั้น ๆ คือเลือกเครื่องมือให้ตรงกับสิ่งที่ธุรกิจต้องการจริง ๆ ถ้าเน้นเขียนบทความและปรับแต่งได้ยืดหยุ่นก็เหมาะกับ WordPress ถ้าจะขายของออนไลน์จริงจังก็ไปทาง Shopify หรือระบบ ecommerce ถ้าอยากได้เร็วและง่ายก็ใช้ website builder และถ้าต้องการฟีเจอร์เฉพาะที่ระบบสำเร็จรูปทำไม่ได้ค่อยขยับไปหา custom website บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่เหตุผลที่ควรมีเว็บ ประโยชน์ที่ได้จริง ไปจนถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้เลือกได้ถูกตั้งแต่รอบแรก

เหตุผลที่ควรมีเว็บไซต์ของตัวเอง

หลายคนคิดว่ามีเพจโซเชียลก็พอแล้ว แต่เพจเป็นพื้นที่เช่า วันดีคืนดีถูกจำกัดการมองเห็น หรือกฎเปลี่ยนก็กระทบยอดทันที เว็บไซต์ต่างออกไปตรงที่เป็นพื้นที่ที่เราเป็นเจ้าของเต็มตัว ควบคุมได้ทั้งหน้าตา เนื้อหา และข้อมูลลูกค้า ไม่ต้องลุ้นว่าอัลกอริทึมจะเมตตาไหมในเดือนนี้

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือความน่าเชื่อถือ เวลาคนได้ยินชื่อแบรนด์แล้วลองค้นหาใน Google สิ่งแรกที่เขาอยากเจอคือเว็บไซต์ที่ดูเป็นทางการ ถ้าค้นแล้วไม่เจออะไรเลย ความมั่นใจก็หายไปครึ่งหนึ่ง เว็บไซต์จึงทำหน้าที่เหมือนหน้าร้านที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง คอยตอบคำถามและปิดการขายแม้ในเวลาที่เราหลับ

เว็บไซต์ยังเป็นฐานที่ทำให้เราทำการตลาดผ่านการค้นหาได้ คนที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการแบบเรามักพิมพ์หาใน Google ก่อน ถ้าเรามีหน้าเว็บที่ตอบโจทย์คำค้นเหล่านั้น ก็มีโอกาสได้ลูกค้าที่ตั้งใจซื้ออยู่แล้วเข้ามาเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาทุกครั้ง

ประโยชน์ของการมีเว็บไซต์ธุรกิจ

พอมีเว็บเป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่หน้าเว็บสวย ๆ แต่เป็นเครื่องมือทำงานที่ช่วยธุรกิจได้หลายด้าน ลองดูประโยชน์หลัก ๆ ที่เห็นผลชัด

  • สร้างความน่าเชื่อถือ เว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพช่วยให้ลูกค้าใหม่กล้าตัดสินใจเร็วขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ยอดสั่งซื้อต่อครั้งสูง
  • เปิดรับลูกค้าตลอดเวลา ลูกค้าเข้ามาดูสินค้า อ่านรายละเอียด หรือกรอกฟอร์มติดต่อได้ทุกชั่วโมง ไม่จำกัดเวลาทำการ
  • เก็บข้อมูลไว้เป็นของเราเอง รายชื่อผู้สนใจ อีเมล และพฤติกรรมการเข้าชม กลายเป็นข้อมูลที่นำไปต่อยอดการตลาดได้
  • ควบคุมภาพลักษณ์แบรนด์ เลือกสี ฟอนต์ โทนภาพ และวิธีเล่าเรื่องได้ตามใจ ไม่ต้องยึดกรอบของแพลตฟอร์มโซเชียล
  • รองรับการเติบโต เริ่มจากเว็บเล็ก ๆ แล้วค่อยเพิ่มระบบจองคิว ตะกร้าสินค้า หรือระบบสมาชิกทีหลังได้
  • วัดผลได้จริง เชื่อมกับเครื่องมือวิเคราะห์เพื่อดูว่าคนเข้ามาจากไหน หน้าไหนขายดี และควรปรับตรงไหน

ธุรกิจบริการที่เน้นให้คนติดต่อกลับ กับร้านค้าที่เน้นปิดการขายในหน้าเว็บ จะให้น้ำหนักประโยชน์เหล่านี้ต่างกัน แต่ทุกแบบได้กำไรจากการมีบ้านของตัวเองบนโลกออนไลน์เหมือนกัน

โปรแกรมสร้างเว็บไซต์มีอะไรบ้าง

เครื่องมือสร้างเว็บทุกวันนี้มีให้เลือกเยอะจนงง แต่พอจัดกลุ่มจริง ๆ จะเหลือไม่กี่แบบหลัก แต่ละแบบออกแบบมาเพื่อโจทย์คนละอย่าง ลองทำความรู้จักทีละตัวพร้อมข้อดีข้อเสีย จะได้เห็นว่าตัวไหนใกล้เคียงกับที่เราต้องการ

WordPress

เป็นระบบจัดการเนื้อหาที่มีคนใช้ทั่วโลกมากที่สุด จุดแข็งคือความยืดหยุ่น มีปลั๊กอินและธีมให้เลือกมหาศาล อยากทำบล็อก เว็บบริษัท หรือเว็บขายของก็ปรับได้หมด เหมาะกับคนที่อยากทำ SEO จริงจังเพราะปรับโครงสร้างหน้าเว็บได้ละเอียด ข้อเสียคือต้องดูแลอัปเดตเองพอสมควร และถ้าลงปลั๊กอินมั่วก็ทำให้เว็บช้าหรือมีช่องโหว่ได้ หากอยากได้คนช่วยวางระบบให้เรียบร้อย ลองดูแนวทางเรื่อง การออกแบบเว็บไซต์ WordPress เพิ่มเติม

Website builder

คือเครื่องมือสร้างเว็บแบบลากวาง ไม่ต้องเขียนโค้ด เลือกเทมเพลตแล้วแก้ข้อความกับรูปได้เลย จุดเด่นคือเริ่มได้ไวและเห็นผลทันตา เหมาะกับธุรกิจเล็กหรือคนที่อยากมีหน้าเว็บง่าย ๆ ไว้แนะนำตัว ข้อจำกัดคือความยืดหยุ่นน้อยกว่า อยากได้ฟีเจอร์แปลก ๆ นอกกรอบเทมเพลตมักทำไม่ได้ และการย้ายเว็บออกไปแพลตฟอร์มอื่นทีหลังก็ยุ่งยาก

แพลตฟอร์มขายของออนไลน์

ถ้าโจทย์หลักคือขายสินค้าเป็นชิ้น ระบบอย่าง Shopify หรือแพลตฟอร์ม ecommerce โดยเฉพาะจะตอบโจทย์กว่า เพราะมีระบบตะกร้า ชำระเงิน จัดการสต๊อก และคำนวณค่าส่งมาให้พร้อม ไม่ต้องประกอบเองทีละชิ้น เหมาะกับร้านที่มีสินค้าหลายรายการและอยากให้ขั้นตอนซื้อลื่นไหล ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายรายเดือนและอาจถูกจำกัดการปรับแต่งบางส่วน ใครวางแผนทำร้านจริงจังอ่านเรื่อง การออกแบบเว็บไซต์ ecommerce ไว้ก่อนจะช่วยได้มาก

Custom website

คือการจ้างพัฒนาเว็บขึ้นมาใหม่ตามความต้องการเฉพาะ เขียนโค้ดเองหรือใช้เฟรมเวิร์กสมัยใหม่ จุดแข็งคืออยากได้อะไรก็ทำได้แทบทุกอย่าง ควบคุมประสิทธิภาพและความปลอดภัยได้เต็มที่ เหมาะกับธุรกิจที่มีระบบซับซ้อนหรือฟีเจอร์ที่ระบบสำเร็จรูปทำไม่ได้ ข้อเสียคือใช้เวลาและงบมากกว่า และต้องมีทีมดูแลต่อเนื่อง ถ้าสนใจแนวทางนี้ลองศึกษาเรื่อง เว็บไซต์กำหนดเอง ประกอบการตัดสินใจ

โปรแกรมสร้างเว็บไซต์ที่ดีที่สุด (แนะนำตามความเหมาะสม)

คำว่าดีที่สุดไม่มีคำตอบเดียว เพราะขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาเว็บไปทำอะไร ลองจับคู่ความต้องการกับเครื่องมือแบบนี้

อยากทำเว็บบริษัท เว็บให้ข้อมูล หรือบล็อกที่เน้นการค้นหา WordPress คือตัวเลือกที่ลงตัว เพราะปรับ SEO ได้ละเอียดและต่อยอดได้ยาว ถ้าเน้นขายสินค้าออนไลน์เป็นหลักและอยากให้ระบบซื้อขายพร้อมใช้ ให้มองแพลตฟอร์ม ecommerce ไว้ก่อน จะประหยัดเวลาตั้งค่าไปได้เยอะ

ส่วนใครที่งบจำกัดหรืออยากได้หน้าเว็บง่าย ๆ ไว้ก่อน website builder ช่วยให้ออกตัวได้เร็วโดยไม่ต้องมีทีมเทคนิค แล้วค่อยขยับไปแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นกว่าเมื่อธุรกิจโตขึ้น แต่ถ้าธุรกิจมีระบบเฉพาะตัว เช่น ต้องเชื่อมกับหลังบ้าน คำนวณราคาแบบซับซ้อน หรือประสบการณ์ใช้งานที่ไม่เหมือนใคร custom website คือทางที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน หัวใจสำคัญคือวางโครงสร้างและดีไซน์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ตั้งแต่ต้น ใครที่อยากได้มุมมองภาพรวมเรื่องการวางเว็บให้ใช้งานง่ายและดูดี ลองอ่านแนวทาง การออกแบบเว็บไซต์ เพิ่มเติม แล้วเริ่มจากสิ่งที่ธุรกิจต้องการจริง ไม่ใช่เริ่มจากเครื่องมือที่คนอื่นบอกว่าดี

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: