Layered translucent glass panels of unequal thickness on a crimson gradient, illustrating that two SEO quotes at different prices are buying different amounts of work.

จ้างทํา SEO ราคาเท่าไร คู่มืออ่านใบเสนอราคาก่อนเซ็น

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)August 25, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • ณ เดือนสิงหาคม 2569 ยังไม่มีแหล่งอ้างอิงราคากลางของบริการ SEO ในไทย ตัวเลขที่เห็นตามหน้าเว็บจึงเป็นเรทของผู้ขายรายนั้น ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของตลาด
  • ราคาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีขอบเขตงานกำกับ ว่าทำหน้าไหน ใช้เวลากับงานเทคนิค คอนเทนต์ และลิงก์เท่าไร ใครลงมือทำ และใช้เครื่องมืออะไร
  • เอกสารของ Google เรื่องการเลือกผู้ให้บริการ SEO เตือนว่าไม่มีใครรับประกันอันดับได้ และ Google ไม่ได้ประกาศกรอบเวลาว่าผลจะเกิดขึ้นเมื่อไร
  • Google Search Console ใช้ฟรีและเก็บข้อมูลคลิก การแสดงผล และอันดับของเว็บคุณเอง ซึ่งใช้เป็นเส้นฐานในการตัดสินใบเสนอราคาได้
  • SEO ราคาถูกกับราคาแพงต่างกันที่จำนวนชั่วโมงงานที่ค่าจ้างซื้อได้ ไม่ใช่ที่ถ้อยคำในรายการบริการ และความต่างจะโผล่ตรงงานที่ถูกตัดออก

จ้างทํา SEO ราคาเท่าไร คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ ไม่มีราคากลางของตลาด SEO ในไทยที่หยิบมาอ้างอิงได้ ตัวเลขที่ลอยอยู่ตามหน้าเว็บและโพสต์โฆษณาเกือบทั้งหมดคือเรทของผู้ขายรายนั้นเพียงรายเดียว ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และราคาที่ไม่มีขอบเขตงานกำกับไว้ก็แทบไม่มีความหมาย บทความนี้จึงไม่แจกตัวเลข แต่จะสอนวิธีอ่านใบเสนอราคา SEO ให้ออก เพื่อให้คุณตัดสินเองได้ว่างานที่จะได้รับคุ้มกับเงินที่จ่ายหรือไม่

คู่มือนี้เขียนให้คนที่กำลังถือใบเสนอราคาอยู่ในมือสองสามใบ แล้วพบว่าราคาต่างกันหลายเท่าทั้งที่หัวข้อบริการเขียนคล้ายกันแทบทุกบรรทัด ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าใบไหนแพงเกินไป แต่อยู่ที่ว่าใบเสนอราคาส่วนใหญ่ไม่ได้บอกว่าเงินก้อนนั้นซื้อเวลาของใคร กี่ชั่วโมง เอาไปทำอะไร เมื่อไม่มีข้อมูลส่วนนี้ การเทียบราคาก็กลายเป็นการเดา และคนที่เดาผิดคือคนจ่ายเสมอ

SEO ราคาเท่าไร ทำไมไม่มีตัวเลขกลางให้อ้างอิง

ในประเทศไทยไม่มีหน่วยงานกลางที่เก็บสถิติค่าบริการ SEO ไม่มีการสำรวจราคาที่เปิดเผยวิธีเก็บตัวอย่างและขนาดกลุ่มตัวอย่าง และไม่มีสมาคมวิชาชีพใดประกาศเรทมาตรฐานที่ผู้ให้บริการต้องอิง สิ่งที่มีอยู่คือหน้าราคาของผู้ขายแต่ละราย ซึ่งเป็นข้อเสนอทางการค้า ไม่ใช่ข้อมูลตลาด การเอาราคาของผู้ขายรายหนึ่งมาบอกว่านี่คือเรทของทั้งอุตสาหกรรมจึงไม่ต่างจากการเดินเข้าร้านอาหารร้านเดียวแล้วสรุปราคาอาหารทั้งย่าน

ถึงจะมีคนรวบรวมตัวเลขมาให้ ตัวเลขนั้นก็ยังใช้เทียบไม่ได้อยู่ดี เพราะคำว่า SEO หนึ่งเดือนของแต่ละเจ้าไม่ได้หมายถึงงานชุดเดียวกัน บางเจ้าหมายถึงการส่งรายงานอันดับคำค้นเดือนละครั้ง บางเจ้าหมายถึงการเขียนบทความสี่ชิ้น บางเจ้าหมายถึงทีมที่เข้าไปแก้โครงสร้างเว็บกับนักพัฒนาของคุณจริง ทั้งสามอย่างนี้ต้นทุนต่างกันคนละระดับ แต่เขียนบนใบเสนอราคาได้ด้วยคำเดียวกันหมด

วิธีคิดที่ปลอดภัยกว่าคือ เลิกถามว่าราคาตลาดเท่าไร แล้วเปลี่ยนมาถามว่าใบนี้ให้เวลาของใคร ทำอะไร กี่ชั่วโมงต่อเดือน และผลลัพธ์ที่วัดได้คืออะไร เมื่อคุณตอบสี่ข้อนี้จากใบเสนอราคาแต่ละใบได้ครบ คุณจะเทียบได้เองทันทีว่าใบไหนถูกจริงและใบไหนแค่ดูถูก

อีกเรื่องที่ควรตั้งหลักไว้ตั้งแต่ต้นคือกรอบเวลา Google ไม่ได้ประกาศตารางเวลาว่าเว็บจะมีอันดับดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์หรือกี่เดือน เอกสารของ Google ที่ว่าด้วยการเลือกผู้ให้บริการ SEO ระบุเพียงว่าการเปลี่ยนแปลงอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล ใครก็ตามที่ให้ปฏิทินแม่นยำกว่าที่เจ้าของเครื่องมือค้นหาให้ได้ ก็กำลังพูดในสิ่งที่เขาไม่มีทางรู้

ราคาที่ไม่มีขอบเขตงานกำกับ คือราคาที่อ่านไม่ได้

ก่อนจะตัดสินว่าแพงหรือถูก ให้ดูก่อนว่าใบเสนอราคาบอกอะไรบ้าง ใบที่อ่านได้จริงจะแยกรายการออกมาให้เห็นว่าเงินไปตรงไหน ไม่ใช่เขียนรวมเป็นก้อนเดียวว่าบริการ SEO รายเดือน รายการต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรมีอยู่ในเอกสาร ถ้าขาดข้อไหน ให้ถามกลับก่อนเซ็น

  • หน้าไหนบ้างที่จะทำ และกี่หน้า ระบุ URL หรืออย่างน้อยระบุกลุ่มหน้าให้ชัด ไม่ใช่คำว่าทั้งเว็บ
  • สัดส่วนงานเทคนิค งานคอนเทนต์ และงานลิงก์ แยกกันเป็นคนละบรรทัด พร้อมจำนวนชิ้นงานหรือชั่วโมงต่อเดือน
  • ใครลงมือทำ ตำแหน่งอะไร ประจำอยู่ที่ไหน และงานส่วนใดถูกส่งต่อให้ผู้รับเหมาช่วง
  • ใช้เครื่องมืออะไร ไลเซนส์เป็นของผู้ให้บริการหรือของคุณ และเมื่อเลิกสัญญาแล้วข้อมูลในเครื่องมือนั้นตามมาด้วยหรือไม่
  • รอบการรายงาน ใครเข้าดูแดชบอร์ดได้ และคุณมีสิทธิ์ดูข้อมูลดิบระดับหน้าและระดับคำค้นหรือเปล่า
  • ความยาวสัญญา เงื่อนไขการบอกเลิก และค่าปรับถ้าออกก่อนกำหนด
  • สิ่งที่ส่งมอบเป็นของใครหลังจบสัญญา ทั้งบทความ หน้าเว็บ สคีมา และเอกสารตรวจเว็บ
  • บัญชี Google Search Console และ Google Analytics เปิดในชื่อของคุณ โดยให้สิทธิ์ผู้ให้บริการเข้าใช้ ไม่ใช่เปิดในชื่อของผู้ให้บริการแล้วให้คุณดูผ่านสไลด์

ข้อสุดท้ายสำคัญกว่าที่หลายคนคิด Google Search Console เป็นเครื่องมือฟรีและเป็นข้อมูลของเว็บคุณเอง ถ้าเจ้าของเว็บไม่ได้ถือสิทธิ์เจ้าของบัญชี คุณจะไม่มีทางตรวจสอบสิ่งที่รายงานบอกได้เลย และเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ ประวัติข้อมูลก็มีโอกาสหายไปพร้อมกัน ดูภาพรวมของงานที่ควรอยู่ในขอบเขตได้จากหน้า บริการ SEO เพื่อใช้เป็นรายการตั้งต้นเวลาไล่เทียบกับเอกสารที่ได้รับมา

จ้างทำ SEO ราคาถูก vs แพง คุณกำลังซื้ออะไรอยู่

เงินที่จ่ายให้งาน SEO เกือบทั้งหมดคือเวลาของคน บวกค่าเครื่องมือและค่าผลิตคอนเทนต์ ดังนั้นความต่างระหว่างราคาถูกกับราคาแพงจึงไม่ใช่เรื่องของกำไรที่บวกเข้าไปเป็นหลัก แต่เป็นเรื่องว่าค่าจ้างก้อนนั้นซื้อชั่วโมงของคนที่มีทักษะระดับไหนได้กี่ชั่วโมง งบที่ต่ำมากซื้อชั่วโมงได้น้อย และเมื่อชั่วโมงมีน้อย งานบางประเภทจะถูกตัดออกโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะผู้ให้บริการไม่อยากทำ แต่เพราะทำไม่ได้ในเวลาที่มี

งานที่ถูกตัดออกก่อนเสมอคืองานที่ใช้เวลามากและอธิบายให้ลูกค้าเห็นยาก ได้แก่ การไล่แก้ปัญหาเทคนิคทีละหน้า การเขียนคอนเทนต์ที่ต้องเข้าใจสินค้าก่อน และการหาลิงก์จากแหล่งจริงที่ต้องติดต่อคนจริง ส่วนงานที่เหลืออยู่คืองานที่ทำได้เร็วและดูเป็นชิ้นเป็นอันบนรายงาน เช่น การส่งไฟล์ตรวจเว็บอัตโนมัติ การเปลี่ยนแท็กหัวข้อ และการรายงานอันดับคำค้นที่ไม่มีคนค้น

อีกด้านหนึ่ง ราคาแพงก็ไม่ได้แปลว่าดีโดยอัตโนมัติ ราคาสูงอาจสะท้อนค่าโครงสร้างองค์กร ค่าทีมขาย หรือค่าบริหารบัญชีที่ไม่ได้ลงมาถึงงานบนเว็บของคุณเลย วิธีตรวจคือดูว่าเงินที่เพิ่มขึ้นแลกกับชั่วโมงงานหรือชิ้นงานที่เพิ่มขึ้นตามกันหรือไม่ ถ้าราคาเพิ่มเป็นเท่าตัวแต่รายการงานเท่าเดิม นั่นคือส่วนต่างที่คุณควรขอคำอธิบาย

ความแตกต่างหลักระหว่างบริการ SEO ราคาถูกและราคาแพง

ตารางด้านล่างเทียบให้เห็นว่าเมื่อค่าจ้างซื้อชั่วโมงงานได้ต่างกัน งานแต่ละประเภทจะออกมาหน้าตาต่างกันอย่างไร ตารางนี้พูดถึงทรัพยากรและวิธีทำงาน ไม่ใช่ป้ายราคา เพราะสองเจ้าที่คิดเงินเท่ากันก็ยังจัดสรรเวลาต่างกันได้

ความแตกต่างหลักระหว่างบริการ SEO ราคาถูกและราคาแพง
งานที่ต้องทำเมื่อค่าจ้างซื้อเวลาได้น้อยเมื่อค่าจ้างซื้อเวลาได้มาก
การตรวจเว็บก่อนเริ่มงานส่งรายงานสำเร็จรูปจากเครื่องมืออัตโนมัติให้ลูกค้าไปแก้เองใช้เครื่องมือควบคู่กับการตรวจด้วยคน จัดลำดับปัญหาตามผลกระทบ และระบุว่าใครรับผิดชอบแก้ส่วนไหน
งานเทคนิคบนเว็บเขียนข้อเสนอแนะเป็นเอกสาร แต่ไม่มีใครลงมือแก้จริงมีคนที่เข้าถึงระบบหรือทำงานร่วมกับนักพัฒนาลงมือแก้ แล้วตรวจซ้ำหลังแก้เสร็จ
คอนเทนต์เน้นจำนวนชิ้น ความยาวสั้น ไม่มีคนที่เข้าใจสินค้าตรวจความถูกต้องวางโครงหัวข้อจากความต้องการค้นหาจริง มีคนเขียนที่ได้บรีฟจากทีมของคุณ และมีรอบตรวจก่อนเผยแพร่
งานลิงก์ซื้อลิงก์เป็นแพ็กเกจจากเครือข่ายที่ขายให้ทุกคนเหมือนกันหาโอกาสจากสื่อและพันธมิตรที่มีผู้อ่านจริง ซึ่งได้จำนวนน้อยกว่าต่อเดือนและใช้เวลามากกว่า
การรายงานสรุปอันดับของคำค้นที่เลือกมาเอง โดยลูกค้าไม่มีสิทธิ์เข้าดูข้อมูลดิบอ้างอิงข้อมูลจาก Search Console และตัวเลขธุรกิจ พร้อมให้สิทธิ์ลูกค้าเข้าดูได้ตลอดเวลา

ความเสี่ยงของฝั่งราคาถูกไม่ได้โผล่มาในเดือนแรก มันโผล่ทีหลัง คอนเทนต์ที่ผลิตเร็วโดยไม่มีคนตรวจจะกลายเป็นหน้าที่ต้องรื้อทิ้งหรือเขียนใหม่ทั้งชุด ข้อเสนอแนะเทคนิคที่ไม่มีใครลงมือทำจะสะสมเป็นหนี้ที่ต้องจ่ายตอนเปลี่ยนทีม และลิงก์ที่ซื้อมาเป็นแพ็กเกจจะกลายเป็นงานตามล้างในภายหลัง เพราะนโยบายสแปมของ Google ระบุชัดว่าการซื้อขายลิงก์เพื่อส่งผลต่ออันดับเป็นการละเมิดนโยบาย

เมื่อคิดต้นทุนรวมตลอดสองถึงสามปี ค่าใช้จ่ายจริงจึงไม่ใช่ตัวเลขบนใบเสนอราคาอย่างเดียว แต่รวมค่ารื้อของเดิมและเวลาที่เสียไประหว่างทางด้วย นี่คือเหตุผลที่การเทียบ cheap vs expensive SEO ด้วยราคาต่อเดือนเพียงอย่างเดียวมักให้คำตอบผิด

ปัจจัยที่ทำให้ราคา SEO ไม่เท่ากัน

เมื่อสองใบเสนอราคาต่างกันหลายเท่า ความต่างมักมาจากห้าเรื่องด้านล่างนี้ ถามให้ครบทั้งห้าข้อ แล้วส่วนต่างของราคาจะอธิบายตัวเองได้เกือบหมด

ทีมที่ลงมือทำจริง

ค่าแรงเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของงาน SEO ทีมที่มีคนดูแลเทคนิค คนวางคอนเทนต์ และคนทำงานลิงก์แยกบทบาทกัน ย่อมมีต้นทุนสูงกว่าคนเดียวที่ทำทุกอย่าง คำถามที่ควรถามคือใครจะเป็นคนลงมือ ไม่ใช่ใครจะเป็นคนมาประชุม เพราะคนที่มานำเสนอกับคนที่นั่งแก้ไฟล์มักไม่ใช่คนเดียวกัน และควรถามด้วยว่างานส่วนไหนถูกส่งต่อออกไปข้างนอก

เครื่องมือและไลเซนส์

เครื่องมือวิเคราะห์คำค้น เครื่องมือไล่คลานเว็บ และเครื่องมือติดตามอันดับ ล้วนคิดค่าบริการรายเดือนและเป็นต้นทุนคงที่ของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการที่ถือไลเซนส์เต็มจะมีต้นทุนสูงกว่าคนที่ใช้เวอร์ชันฟรี แต่สิ่งที่คุณควรตรวจคือใครเป็นเจ้าของบัญชี ถ้าไลเซนส์เป็นของผู้ให้บริการ ประวัติการติดตามผลจะอยู่กับเขา ส่วน Search Console นั้นฟรีและควรอยู่ในชื่อของคุณเสมอ

ขนาดเว็บและสภาพการแข่งขัน

เว็บที่มีหน้าไม่กี่สิบหน้ากับเว็บอีคอมเมิร์ซที่มีหน้าสินค้าหลายพันหน้าใช้เวลาต่างกันมาก ทั้งในขั้นตรวจสอบและขั้นแก้ไข ระดับการแข่งขันของคำค้นก็มีผลเช่นกัน คำค้นที่หน้าแรกเต็มไปด้วยเว็บใหญ่ที่ลงทุนมานานย่อมต้องใช้ทรัพยากรมากกว่าคำค้นเฉพาะกลุ่ม การเริ่มจาก การตรวจสอบ SEO ให้เห็นสภาพจริงของเว็บก่อน จะทำให้ขอบเขตงานและราคาที่ตามมาตั้งอยู่บนข้อมูล ไม่ใช่การประมาณ

ปริมาณและคุณภาพของคอนเทนต์

คอนเทนต์เป็นรายการที่ทำให้ราคาขยับมากที่สุด เพราะเป็นงานที่คิดเป็นชิ้นและใช้เวลาชัดเจน บทความที่ต้องสัมภาษณ์คนในองค์กร ตรวจข้อมูล และผ่านรอบแก้ไข ใช้เวลาต่างจากบทความที่ผลิตจากหัวข้อกว้างโดยไม่ต้องคุยกับใครหลายเท่า ถ้าใบเสนอราคาบอกแค่จำนวนบทความต่อเดือน ให้ถามต่อว่ามีขั้นตอนตรวจอะไรบ้าง และใครเป็นคนอนุมัติก่อนเผยแพร่

งานลิงก์และงานประชาสัมพันธ์

งานลิงก์ที่ทำอย่างถูกวิธีคือการหาเหตุผลให้เว็บอื่นอยากอ้างถึงคุณ ซึ่งกินเวลาและได้ผลเป็นจำนวนน้อยต่อเดือน ส่วนแพ็กเกจที่เสนอลิงก์จำนวนมากในราคาต่ำมักมาจากเครือข่ายที่ขายให้ทุกคน ซึ่งเข้าข่ายสิ่งที่นโยบายของ Google เรียกว่าลิงก์แบบเสียเงินและถือเป็นการละเมิด ถ้าจะทำงานส่วนนี้ ควรเข้าใจวิธีทำงานของ บริการแบ็คลิงค์ ให้ชัดก่อนว่าลิงก์มาจากไหนและได้มาด้วยวิธีใด

หกปัจจัยที่ทำให้ราคา SEO ต่างกัน ได้แก่ ขอบเขตงาน งานเทคนิค คอนเทนต์ งานลิงก์ เครื่องมือ และการรายงาน

วิธีคิดเลขเองว่าใบเสนอราคานี้คุ้มหรือไม่

แทนที่จะไปหาว่าราคาตลาดเท่าไร ให้คำนวณจากตัวเลขของธุรกิจคุณเองว่าอันดับที่ดีขึ้นมีค่าเท่าไร วิธีนี้ให้คำตอบที่ใช้ได้จริงกว่า เพราะมูลค่าของทราฟฟิกหนึ่งหน่วยของแต่ละธุรกิจไม่เท่ากันอยู่แล้ว ขั้นตอนมีดังนี้

  1. เปิด Google Search Console ซึ่งใช้ฟรี แล้วดูจำนวนคลิกและการแสดงผลจากการค้นหาย้อนหลังสิบสองเดือน แยกตามหน้าและตามกลุ่มคำค้น นี่คือเส้นฐานของคุณ
  2. หาอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าของทราฟฟิกจากการค้นหาโดยเฉพาะ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรวมทุกช่องทาง เพราะทราฟฟิกจากโฆษณาและจากโซเชียลมักมีพฤติกรรมต่างกัน
  3. หามูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ หรือมูลค่าเฉลี่ยต่อลีดที่ปิดได้ ถ้าเป็นธุรกิจแบบมีทีมขาย ให้ใช้มูลค่าต่อลีดคูณกับอัตราปิดการขาย
  4. ดูวงจรการขายว่ากินเวลากี่เดือนจากคลิกแรกถึงเงินเข้า เพราะตัวเลขนี้บอกว่าคุณต้องจ่ายค่าบริการไปกี่เดือนก่อนจะเริ่มเห็นรายได้ที่เกี่ยวข้องกัน
  5. เอาสามตัวแรกคูณกัน จะได้มูลค่าโดยประมาณของคลิกจากการค้นหาหนึ่งครั้ง จากนั้นถามผู้ให้บริการว่าคาดว่าคลิกจะเพิ่มขึ้นเท่าไรและมาจากหน้าไหน แล้วเทียบกับค่าบริการรวมตลอดสัญญาบวกระยะเวลารอตามข้อสี่

ประโยชน์ของการคิดแบบนี้คือมันเปลี่ยนบทสนทนา จากการต่อราคาไปเป็นการตกลงกันว่าอะไรคือความสำเร็จ ถ้าผู้ให้บริการตอบไม่ได้ว่าคลิกที่เพิ่มขึ้นจะมาจากหน้าไหนและกลุ่มคำค้นแบบใด แปลว่าเขายังไม่ได้ดูเว็บของคุณจริงก่อนเสนอราคา ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ามากกว่าส่วนลดที่เขาจะให้

ข้อควรระวังคืออย่าเอาตัวเลขนี้ไปแปลงเป็นคำมั่นสัญญา การประมาณการเป็นเครื่องมือสำหรับตัดสินใจ ไม่ใช่หลักประกัน ผู้ให้บริการที่ยอมใส่ตัวเลขคาดการณ์ลงในสัญญาแบบผูกมัดกำลังรับความเสี่ยงที่เขาควบคุมไม่ได้ และมักชดเชยด้วยการเลือกวัดผลจากคำค้นที่ไม่มีใครค้นหา

สัญญาณเตือนที่ควรถอยตั้งแต่ยังไม่เซ็น

บางข้อเสนอตรวจได้ทันทีว่ามีปัญหา โดยไม่ต้องรู้ราคาตลาดเลย เพราะขัดกับสิ่งที่เจ้าของเครื่องมือค้นหาประกาศไว้เอง

  • รับประกันอันดับหนึ่งหรือรับประกันติดหน้าแรกภายในเวลาที่กำหนด เอกสารของ Google เรื่องการเลือกผู้ให้บริการ SEO เตือนไว้ตรงตัวว่าไม่มีใครรับประกันอันดับบน Google ได้ คำรับประกันจึงเป็นสัญญาณเตือนในตัวมันเอง
  • เสนอขายลิงก์เป็นจำนวนต่อเดือน นโยบายสแปมของ Google ระบุว่าการซื้อหรือขายลิงก์ที่ส่งผลต่ออันดับเป็นการละเมิดนโยบาย ความเสี่ยงตกอยู่ที่เว็บของคุณ ไม่ใช่ของผู้ขาย
  • อ้างว่ามีความสัมพันธ์พิเศษกับ Google หรือส่งข้อมูลเข้าระบบได้ทางลัด
  • รับประกันว่าข้อความในหน้าผลการค้นหาจะแสดงตามที่เขียนไว้ทุกตัวอักษร ทั้งที่ Google ระบุว่าอาจเขียนหัวข้อและคำอธิบายในผลการค้นหาใหม่เองตามบริบทของคำค้น
  • ไม่ยอมให้เจ้าของเว็บถือสิทธิ์ในบัญชี Search Console และ Analytics ของตัวเอง
  • รายงานที่มีแต่อันดับ โดยไม่เชื่อมกับคลิก การแสดงผล หรือรายได้
  • สัญญายาวที่ไม่มีเงื่อนไขออก และไม่ระบุว่าสิ่งที่ส่งมอบเป็นของใครเมื่อจบสัญญา

เลือกบริษัทรับทำ SEO เลือกยังไง

เช็กลิสต์ด้านล่างเรียงตามลำดับที่ใช้ได้จริงในการคุย ใช้ชุดคำถามเดียวกันกับทุกเจ้าที่คุยด้วย แล้วเทียบคำตอบข้างกัน ไม่ใช่เทียบสไลด์ข้างกัน

  1. ขอให้เขาชี้ปัญหาบนเว็บของคุณสามข้อก่อนเสนอราคา ถ้าชี้ไม่ได้ แปลว่ายังไม่ได้ดูเว็บ
  2. ถามว่าใครลงมือทำ ตำแหน่งอะไร และมีงานส่วนใดที่ส่งต่อให้คนนอกทีม
  3. ขอตัวอย่างเอกสารส่งมอบจริง เช่น รายงานตรวจเว็บหรือแผนคอนเทนต์ โดยปิดชื่อลูกค้าไว้ก็ได้ เพื่อดูว่าคุณภาพงานหน้าตาเป็นอย่างไร
  4. ถามว่าจะวัดผลด้วยตัวชี้วัดอะไร และตัวชี้วัดนั้นดึงมาจากแหล่งไหน ควรมี Search Console อยู่ในคำตอบ
  5. ถามว่าถ้าผ่านไปหกเดือนแล้วตัวเลขไม่ขยับ แผนคืออะไร คำตอบที่ดีจะพูดถึงการทบทวนสมมติฐาน ไม่ใช่การขอเวลาเพิ่มอย่างเดียว
  6. ตรวจเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาและความเป็นเจ้าของในสิ่งที่ส่งมอบ ตั้งแต่ก่อนเซ็น
  7. ถามว่าลิงก์ที่จะได้มาจากไหน และได้มาด้วยวิธีใด คำตอบที่คลุมเครือคือคำตอบ
  8. ถ้าธุรกิจของคุณพึ่งลูกค้าในพื้นที่ ให้ถามว่าจะจัดการโปรไฟล์ธุรกิจและสัญญาณระดับพื้นที่อย่างไร ซึ่งเป็นคนละชุดงานกับ Local SEO หรือไม่

บริษัทรับทำ SEO ต่างกันที่โครงสร้างทีม ไม่ใช่ที่คำโฆษณา

เมื่อดูจากหน้าเว็บ บริษัทรับทำ SEO เกือบทุกเจ้าเขียนรายการบริการคล้ายกัน สิ่งที่ต่างกันจริงคือทีมข้างหลัง ว่ามีคนดูแลงานเทคนิคแยกจากคนดูแลคอนเทนต์หรือไม่ มีคนที่คุยกับนักพัฒนาของคุณรู้เรื่องหรือเปล่า และมีกระบวนการตรวจงานก่อนส่งหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ถามได้ตรง และคำตอบจะบอกโครงสร้างต้นทุนของเขาไปในตัว

อีกข้อที่ควรตรวจคือความเข้าใจตลาดที่คุณขายอยู่ เว็บที่ต้องทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมีงานเพิ่มขึ้นจริง ทั้งเรื่องโครงสร้าง URL การกำกับภาษาให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจ และการผลิตคอนเทนต์สองชุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ราคาของงานสองภาษามักสูงกว่างานภาษาเดียว ดูขอบเขตงานฝั่งตลาดไทยได้ที่ SEO ประเทศไทย เพื่อใช้เป็นตัวตั้งในการถาม

Relevant Audience เป็นเอเจนซีการตลาดดิจิทัลในกรุงเทพฯ ที่ให้บริการด้าน SEO ทั้งงานตรวจสอบเว็บ งานคอนเทนต์ งานลิงก์ และ Local SEO โดยรายละเอียดขอบเขตงานแต่ละส่วนอยู่บนหน้า บริการ SEO กรุงเทพ ซึ่งใช้เป็นแบบตั้งต้นในการเทียบกับใบเสนอราคาที่คุณได้รับจากที่อื่นได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อยก่อนจ้างทำ SEO

จ้างทำ SEO เดือนละเท่าไรถึงจะพอ

ไม่มีตัวเลขที่ตอบแทนทุกธุรกิจได้ และไม่มีแหล่งอ้างอิงราคากลางของไทยที่น่าเชื่อถือพอจะยกมา สิ่งที่ตอบได้คือ งบที่พอคืองบที่ซื้อชั่วโมงงานได้มากพอจะทำสิ่งที่จำเป็นกับเว็บของคุณจริง ซึ่งต้องเริ่มจากรู้ก่อนว่าเว็บมีปัญหาอะไรและแข่งกับใคร ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลข

ทำไมเอเจนซีที่น่าเชื่อถือถึงไม่ยอมรับประกันอันดับ

เพราะอันดับถูกกำหนดโดยระบบของ Google ที่ไม่มีผู้ให้บริการรายใดควบคุมได้ และเอกสารของ Google เองก็เตือนว่าไม่มีใครรับประกันอันดับหนึ่งได้ เอเจนซีควบคุมได้แค่คุณภาพและปริมาณของงานที่ทำ ส่วนผลลัพธ์เป็นเรื่องของการแข่งขันที่เปลี่ยนตลอดเวลา คำรับประกันจึงมักมาพร้อมเงื่อนไขที่ทำให้มันไม่มีความหมาย

ต้องรอกี่เดือนถึงจะเห็นผล

ยังไม่มีกรอบเวลาที่ Google ประกาศไว้ให้ยึด เอกสารของ Google ระบุเพียงว่าการเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล ระยะเวลาจริงขึ้นกับสภาพเว็บตอนเริ่ม ระดับการแข่งขัน และความเร็วในการนำสิ่งที่แนะนำไปแก้จริง สิ่งที่ควรตกลงกันล่วงหน้าคือจะดูตัวเลขอะไรระหว่างทาง ไม่ใช่กำหนดวันที่จะติดหน้าแรก

ซื้อลิงก์ราคาถูกแทนการทำคอนเทนต์ได้ไหม

ไม่ควร เพราะนโยบายสแปมของ Google ระบุว่าการซื้อหรือขายลิงก์ที่มีผลต่ออันดับเป็นการละเมิดนโยบาย ความเสี่ยงตกอยู่ที่เว็บของผู้ซื้อ และการตามแก้ภายหลังมักใช้เวลามากกว่าการทำงานให้ถูกตั้งแต่ต้น ถ้างบจำกัด การเลือกทำหน้าที่สำคัญให้ดีจริงไม่กี่หน้ามักคุ้มกว่าการกระจายงบไปกับลิงก์จำนวนมาก

ถ้าเลิกสัญญาแล้วงานที่ทำไปหายไหม

ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขียนไว้ในสัญญา ถ้าบัญชี Search Console บทความ และเอกสารต่างๆ อยู่ในชื่อของคุณ งานจะยังอยู่กับเว็บของคุณ แต่ถ้าเนื้อหาถูกวางบนโดเมนของผู้ให้บริการ หรือบัญชีเครื่องมือเป็นของเขา คุณอาจเสียทั้งข้อมูลย้อนหลังและเนื้อหาบางส่วน จึงควรตกลงเรื่องความเป็นเจ้าของก่อนเซ็น ไม่ใช่ตอนจะเลิก

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: