A disavow text file being reviewed line by line beside a falling search ranking chart

Mueller ยืนยันเครื่องมือ disavow มีผลจริง แต่ลิงก์ไม่กี่เส้นไม่ทำให้เว็บหลุดอันดับ

เอสอีโอ (Search Engine Optimization)September 4, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Search Engine Roundtable รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 พร้อมย้ำว่า Google เคยระบุว่าเครื่องมือ disavow ทำให้เว็บเสียหายมากกว่าช่วย และ Bing ถอดเครื่องมือลักษณะเดียวกันออกไปแล้ว
  • Mueller เขียนว่าการ disavow ลิงก์ไม่กี่ลิงก์จะไม่ทำให้เว็บหลุดออกจากผลการค้นหา ไฟล์ขนาดเล็กจึงอธิบายการตกครั้งใหญ่ไม่ได้
  • Barry Schwartz บรรณาธิการบริหารระบุว่าเว็บที่ถามมาเกี่ยวข้องกับการซื้อ guest post และซื้อลิงก์จาก Fiverr คำพูดนี้จึงเจาะจงกับกรณีนั้น
  • สาเหตุที่เขาระบุคือสแปมอัปเดตในวงกว้างช่วงเวลานั้น ซึ่งการฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน และปัญหาทางเทคนิคระดับบล็อกทั้งเว็บ

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 Search Engine Roundtable รายงานว่า John Mueller จาก Google ตอบเจ้าของเว็บไซต์รายหนึ่งบน Reddit ว่าเครื่องมือ disavow ของ Google "มีผลจริง" แต่ก็เสริมว่า "มันมีที่ทางและจังหวะเวลาของมัน" คำถามต้นทางมาจากเจ้าของเว็บที่อันดับตกลงหลังจากเพิ่มลิงก์เข้าไปในไฟล์ disavow โดย Mueller ไม่ได้บอกว่าการ disavow คือสาเหตุของอันดับที่ตก และไม่ได้บอกว่าเครื่องมือนี้ไร้ประโยชน์ สิ่งที่เขาแนะนำคือให้แก้ไฟล์ให้ตรงกับสิ่งที่เจ้าของเว็บต้องการจริง แล้วไปหาสาเหตุที่แท้จริงจากจุดอื่น

Mueller เขียนอะไรไว้ในกระทู้ Reddit

ตามรายงานของ Search Engine Roundtable วันที่ 2 กันยายน 2569 Mueller เริ่มด้วยการแย้งบรรยากาศของกระทู้เองว่า "ในนี้มีคนเกลียดเครื่องมือ disavow กันเยอะ แต่มันมีที่ทางและจังหวะเวลาของมัน และมันมีผลจริง" ประโยคนี้แคบกว่าที่หลายคนอ่าน เขายืนยันว่าเครื่องมือนี้เชื่อมกับกลไกจริงบางอย่างในระบบของ Google เท่านั้น เขาไม่ได้บอกว่ามันเป็นงานประจำที่ทุกเว็บต้องทำ และไม่ได้บอกว่าเจ้าของเว็บในกระทู้เสียหายเพราะมัน

ประโยคที่สองคือประโยคที่เจ้าของเว็บส่วนใหญ่ควรจำ Mueller เขียนว่า "การ disavow ลิงก์ไม่กี่ลิงก์จะไม่ทำให้เว็บของคุณหลุดออกจากผลการค้นหา" พูดอีกอย่างคือไฟล์ disavow ขนาดเล็กไม่ใช่คำอธิบายที่ฟังขึ้นสำหรับเว็บที่หายไปจากหน้าผลการค้นหา ประโยคนี้จึงวางขอบเขตไว้ว่าไฟล์นี้รับผิดได้แค่ไหน ถ้าไฟล์เล็ก ๆ ทำให้เว็บจมไม่ได้ อันดับที่ตกหลังการอัปโหลดไฟล์เล็ก ๆ ก็ต้องมีคำอธิบายอื่น และเวลาของเจ้าของเว็บควรถูกใช้ไปกับการหาคำอธิบายนั้น

จากนั้น Mueller ให้คำแนะนำสองข้อ ข้อแรกคือแก้ไฟล์ disavow ให้เป็นสิ่งที่เจ้าของเว็บต้องการจริง ซึ่งเขาบอกว่า "อาจจะว่างเปล่า หรืออาจจะไม่ว่างก็ได้" ข้อที่สองคือให้มองหาสาเหตุอื่นของอันดับที่ตก เขาพูดถึงสแปมอัปเดตในวงกว้างที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมระบุว่าเจ้าของกระทู้ไม่ได้บอกวันที่ไว้ และตัวเขาเองก็จำวันที่ของอัปเดตนั้นไม่ได้ เขาเตือนด้วยว่าเมื่ออันดับที่ตกตรงกับการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมขนาดใหญ่ การแก้ไขปัญหาอาจใช้เวลานาน "บางครั้งหลายเดือน" กว่าจะเห็นผล คำแนะนำอีกข้อของเขาคือให้ตัดปัญหาทางเทคนิคขนาดใหญ่ออกไปก่อน และเขาขีดเส้นไว้ชัดว่าไม่ใช่ระดับ "อุ๊ปส์ ใส่ canonical ผิด" แต่เป็นระดับ "อุ๊ปส์ บล็อกทั้งเว็บไปเลย"

กระทู้นี้เป็นเรื่องของลิงก์ที่ซื้อมา ซึ่งเปลี่ยนวิธีอ่านคำพูดนั้น

Search Engine Roundtable ใส่บริบทที่สำคัญกว่าตัวคำพูดเสียอีก Barry Schwartz ในฐานะบรรณาธิการบริหารระบุว่าเว็บที่ Mueller ตอบนั้นเกี่ยวข้องกับการซื้อ guest post และซื้อลิงก์จาก Fiverr หรืออะไรทำนองนั้น และคำพูดของ Mueller เจาะจงกับกรณีดังกล่าว เขายังเขียนด้วยว่าโดยส่วนใหญ่แล้วเว็บไซต์ไม่ควร disavow ลิงก์ แม้จะมีบางโอกาสที่ควรทำก็ตาม

ดังนั้นประโยค "มันมีผลจริง" จึงพูดกับเจ้าของเว็บที่จ่ายเงินซื้อลิงก์มาก่อน นั่นคือกรณีแคบ ๆ ที่ไฟล์ disavow มีหน้าที่ให้ทำ เพราะเจ้าของเว็บรู้แน่ชัดว่าซื้อลิงก์ไหนมาบ้างและระบุรายการได้ ประโยคนี้ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เว็บที่ไม่เคยซื้อลิงก์เลยเริ่มอัปโหลดโดเมนที่ตัวเองดูแล้วไม่ถูกใจ

รายงานชิ้นเดียวกันยังทบทวนจุดยืนของ Google ที่มีมานานว่า Mueller เคยพูดไว้ว่าเว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้อง disavow และการ disavow ลิงก์เป็นการเสียเวลา ว่า Google เคยระบุว่าเครื่องมือนี้สร้างความเสียหายให้เว็บมากกว่าที่ช่วย และยืนยันจุดยืนเดิมว่าไม่ควรใช้ รวมถึงว่า Google อาจถอดเครื่องมือนี้ออกในอนาคตแบบเดียวกับที่ Bing ทำไปแล้ว จุดยืนสองอย่างนี้ไม่ได้ขัดกัน เครื่องมือหนึ่งอาจทำงานได้จริงและยังเป็นทางเลือกที่ผิดสำหรับเกือบทุกคนที่เอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพร้อมกัน

สรุปข้อเท็จจริงที่ถูกรายงานไว้ในตารางเดียว

ทุกบรรทัดในตารางด้านล่างมาจากรายงานของ Search Engine Roundtable วันที่ 2 กันยายน 2569 และจากคำตอบบน Reddit ที่รายงานนั้นอ้างถึง ไม่มีบรรทัดใดเป็นการอนุมานเพิ่มเอง

สรุปข้อเท็จจริงที่ถูกรายงานไว้ในตารางเดียว
ประเด็นสิ่งที่ Search Engine Roundtable รายงาน
เครื่องมือนี้ทำงานจริงหรือไม่Mueller ระบุว่า "มีผลจริง" แต่ "มันมีที่ทางและจังหวะเวลาของมัน"
ลิงก์ไม่กี่ลิงก์ทำให้เว็บหลุดอันดับได้หรือไม่"การ disavow ลิงก์ไม่กี่ลิงก์จะไม่ทำให้เว็บของคุณหลุดออกจากผลการค้นหา"
สิ่งแรกที่ Mueller บอกให้ทำแก้ไฟล์ disavow ให้เป็นสิ่งที่ต้องการจริง ซึ่ง "อาจจะว่างเปล่า หรืออาจจะไม่ว่างก็ได้"
สาเหตุอื่นที่ Mueller หยิบยกขึ้นมาสแปมอัปเดตในวงกว้างที่อาจเกิดในช่วงเวลาใกล้กัน โดยการฟื้นตัว "บางครั้งใช้เวลาหลายเดือน" และปัญหาทางเทคนิคขนาดใหญ่ระดับบล็อกทั้งเว็บ
จุดยืนเดิมของ Google ต่อเครื่องมือนี้เว็บส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้อง disavow เครื่องมือนี้ทำให้เว็บเสียหายมากกว่าช่วย และ Bing ถอดเครื่องมือลักษณะเดียวกันออกไปแล้ว

ทำไมอันดับที่ตกพร้อมสแปมอัปเดตจึงมักไม่ได้มาจากไฟล์ disavow

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่คำพูดของ Mueller เหตุการณ์สองอย่างที่เกิดในสัปดาห์เดียวกันคือหลักฐานที่อ่อนที่สุดแบบหนึ่ง และการอัปโหลดไฟล์ disavow เป็นหนึ่งในไม่กี่งาน SEO ที่มีวันเวลากำกับชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงถูกโทษบ่อย เจ้าของเว็บจำได้ว่าอัปโหลดไฟล์วันไหน แต่จำไม่ได้ว่าสแปมอัปเดตปล่อยเสร็จวันไหน เพราะไม่มีใครส่งอีเมลมาบอก

ความไม่สมมาตรนี้ยิ่งชัดเมื่อดูที่ระดับของผลกระทบ ไฟล์ disavow ทำงานกับลิงก์เฉพาะที่ระบุไว้ในไฟล์ ส่วนสแปมอัปเดตทำงานกับวิธีที่เว็บทั้งกลุ่มถูกประเมิน ถ้าเว็บเสียการมองเห็นในคีย์เวิร์ดจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกันพร้อมกัน รวมถึงหน้าที่ไม่เคยมีลิงก์ที่ถูก disavow ชี้เข้ามาเลย รูปแบบนี้ชี้ไปที่การประเมินใหม่ทั้งเว็บมากกว่าลิงก์ไม่กี่เส้นที่ถูกตัดผล แต่ถ้าความเสียหายกระจุกอยู่ที่สองสามหน้าซึ่งลิงก์ที่ถูก disavow เคยชี้เข้ามา ไฟล์นั้นก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่สมเหตุสมผลขึ้น

คำเตือนเรื่องกรอบเวลาของ Mueller ก็สำคัญเช่นกัน เขาบอกว่าการแก้ปัญหารอบ ๆ การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมขนาดใหญ่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล ข้อนี้มีผลกับคนที่ตอบสนองต่ออันดับที่ตกด้วยการเปลี่ยนใหญ่หนึ่งครั้ง รอสามสัปดาห์ ไม่เห็นอะไร แล้วเปลี่ยนใหญ่อีกครั้ง พอถึงเวลาที่การเปลี่ยนครั้งแรกจะแสดงผล เว็บก็ถูกแก้ไปแล้วอีกสี่รอบ และไม่มีทางแยกได้ว่าการเปลี่ยนครั้งไหนให้ผลอะไร

ไฟล์ disavow มีประโยชน์เมื่อไร และไม่มีประโยชน์เมื่อไร

ในเชิงวิเคราะห์ ไฟล์ disavow คือคำสารภาพ ไม่ใช่น้ำยาทำความสะอาด มันมีประโยชน์เมื่อเจ้าของเว็บระบุได้ว่าลิงก์ไหนคือลิงก์ที่ตัวเองรับผิดชอบ ซึ่งมักเป็นเพราะตัวเองหรือซัพพลายเออร์รายก่อนจ่ายเงินซื้อมา นั่นคือสถานการณ์ในกระทู้ Reddit เจ้าของเว็บมีรายการอยู่จริง รายการนั้นตรวจสอบได้ และการ disavow คือการยอมรับตามนั้น

ไฟล์นี้เข้ากันไม่ได้เลยกับสถานการณ์ที่พบบ่อยกว่ามาก นั่นคือเจ้าของเว็บเปิดเครื่องมือวิเคราะห์แบ็กลิงก์ เรียงลำดับตามค่าที่เครื่องมือเรียกว่าความเป็นพิษ แล้วอัปโหลดทุกอย่างที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ค่าคะแนนเหล่านั้นคือความเห็นของผู้ผลิตเครื่องมือ Google ไม่เคยประกาศเกณฑ์ใด ๆ และรายงานของ Search Engine Roundtable ก็ย้ำจุดยืนของ Google ว่าเครื่องมือนี้ทำให้เว็บเสียหายมากกว่าช่วย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ถ้าการอัปโหลดส่วนใหญ่คือรายการลิงก์ที่ไม่ได้สร้างความเสียหายและบางส่วนยังให้ประโยชน์ด้วยซ้ำ เว็บที่สร้างโปรไฟล์ลิงก์ผ่านงาน outreach และ digital PRแทนการซื้อ แทบไม่มีอะไรต้องสารภาพ และแทบไม่มีเหตุผลที่จะเก็บไฟล์นี้ไว้เลย

มีกรณีกลาง ๆ ที่ควรพูดถึงด้วย เว็บที่เปลี่ยนมือเจ้าของ หรือเว็บที่เคยทำงานกับซัพพลายเออร์ซึ่งไม่เคยบันทึกวิธีทำงานไว้ บางครั้งไม่รู้จริง ๆ ว่าโปรไฟล์ลิงก์ของตัวเองมีอะไรอยู่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาสำหรับกรณีนี้คือตรวจสอบก่อนอัปโหลด ไม่ใช่ใช้การอัปโหลดแทนการตรวจสอบ

สิ่งที่ควรตรวจก่อนแตะไฟล์ disavow

ลำดับต่อไปนี้เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่คำแนะนำที่อ้างว่ามาจาก Mueller เขาระบุสองหมวดที่ควรไปตรวจ และรายการด้านล่างอยู่ภายในสองหมวดนั้น

  • จดวันที่ที่การมองเห็นตกลงจริง โดยดูจาก Search Console ไม่ใช่จากความทรงจำ Mueller ระบุชัดว่าเจ้าของกระทู้ไม่ได้บอกวันที่ไว้ ซึ่งทำให้วินิจฉัยยากขึ้น ถ้าไม่มีวันที่ ก็ไม่มีสมมติฐานไหนที่ทดสอบได้
  • ดูว่าการตกเกิดทั้งเว็บหรือเฉพาะบางหน้า เปรียบเทียบยอด impression ของหน้าที่ลิงก์ซึ่งถูก disavow เคยชี้เข้ามา กับหน้าที่เหลือของเว็บในช่วงเวลาเดียวกัน
  • ตัดปัญหาทางเทคนิคขนาดใหญ่แบบที่ Mueller อธิบายไว้ออกไปก่อน ระดับที่บล็อกทั้งเว็บ เช่น ไฟล์ robots.txt ที่ขึ้นโปรดักชันพร้อมคำสั่ง disallow แท็ก noindex จากเซิร์ฟเวอร์ทดสอบที่หลุดขึ้นเว็บจริง เซิร์ฟเวอร์ที่คืนค่า error ให้ Googlebot หรือใบรับรอง SSL ที่หมดอายุ สิ่งเหล่านี้ตรวจง่ายและอธิบายการตกแบบฉับพลันได้บ่อยกว่าสัญญาณลิงก์มาก
  • เปิดไฟล์ disavow แล้วอ่านทีละบรรทัด คำแนะนำของ Mueller คือทำให้ไฟล์เป็นสิ่งที่คุณต้องการจริง ถ้าไม่มีใครในทีมอธิบายได้ว่าโดเมนหนึ่งเข้าไปอยู่ในไฟล์ได้อย่างไร นั่นคือเหตุผลให้ตั้งคำถามกับบรรทัดนั้น ไม่ใช่เหตุผลให้เก็บไว้
  • ดูว่ามีอะไรเปลี่ยนอีกในช่วงสองสัปดาห์เดียวกัน เช่น การย้ายเว็บ การเปลี่ยนเทมเพลต การรีดีไซน์ที่ทำให้ลิงก์ภายในหายไป หรือการอัปเดต CMS การทำตรวจสอบทางเทคนิคอย่างเป็นระบบจะเจอเรื่องพวกนี้เร็วกว่านั่งจ้องรายงานแบ็กลิงก์

มีอีกประเด็นเรื่องกระบวนการ การลบโดเมนออกจากไฟล์ disavow ไม่ได้เห็นผลทันที Google ต้องรวบรวมข้อมูลลิงก์เหล่านั้นใหม่ก่อน การย้อนการอัปโหลดที่ผิดพลาดจึงกินเวลาเท่ากับรอบการเก็บข้อมูล ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ควรให้ไฟล์เล็กที่สุดหรือไม่มีเลย

สิ่งที่รายงานไม่ได้พูดถึง

มีหลายอย่างที่คนอยากอ่านเพิ่มเข้าไปแต่ไม่ได้อยู่ในแหล่งข่าว Mueller ไม่ได้ยืนยันว่าอันดับที่ตกของเจ้าของกระทู้เกิดจากไฟล์ disavow และไม่ได้ยืนยันว่าเกิดจากสแปมอัปเดตเช่นกัน เขาบอกเพียงว่าสแปมอัปเดตอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นและเขาจำวันที่ไม่ได้ เขาไม่ได้ระบุชื่ออัปเดต ไม่ได้ให้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ และไม่ได้อธิบายรูปแบบการฟื้นตัวใด ๆ นอกจากบอกว่าผลอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะปรากฏ

เขายังไม่ได้ให้เกณฑ์ใด ๆ ไม่มีข้อความในรายงานที่บอกว่าลิงก์กี่เส้นถือว่ามากเกินไปสำหรับการ disavow ตัวชี้วัดใดที่ทำให้ควร disavow หรือเครื่องมือนี้ทำงานอย่างไรภายใน Search Engine Roundtable รายงานว่า Google อาจถอดเครื่องมือนี้ออกเหมือนที่ Bing ทำ แต่ไม่มีการระบุกรอบเวลาและไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ ใครที่นำข่าวนี้ไปเสนอว่าการ disavow กลับมาแล้ว ควรถูกถามกลับว่าประโยคไหนในแหล่งข่าวที่บอกแบบนั้น

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

การซื้อ guest post เป็นวิธีสร้างลิงก์ที่เว็บไทยจำนวนมากใช้กันเป็นปกติ ทั้งผ่านเอเจนซี ฟรีแลนซ์ และมาร์เก็ตเพลส และบ่อยครั้งผู้ซื้อไม่ได้เก็บบันทึกว่าลงลิงก์อะไรไว้ที่ไหนบ้าง นั่นคือสถานการณ์เดียวกับที่กระทู้ Reddit บรรยาย คำตอบจึงใช้ได้ตรง ๆ ว่าเจ้าของเว็บที่ซื้อลิงก์มาคือคนที่มีของจริงให้ disavow

แต่สิ่งที่มีประโยชน์กว่าสำหรับเจ้าของเว็บไทยคือขอบเขตที่ Mueller ขีดไว้ ถ้าเว็บภาษาไทยเสียอันดับแบบยกแผง ไฟล์ disavow สั้น ๆ ไม่ใช่คำอธิบายที่เพียงพอ และแรงควรถูกทุ่มไปที่สาเหตุสองข้อที่เขาพูดถึงมากกว่า เว็บสองภาษายังมีอีกหมวดที่เขาไม่ได้พูดถึงแต่มีพฤติกรรมคล้ายตัวอย่างทางเทคนิคของเขา นั่นคือความผิดพลาดของ hreflang และ canonical ระหว่างเวอร์ชันไทยกับอังกฤษ ซึ่งทำให้ทั้งภาษาหายไปจากผลการค้นหาได้ ขณะที่อีกภาษายังดูปกติดี ใครที่ดูแลงาน SEO ทั้งภาษาไทยและอังกฤษควรยืนยันให้ได้ก่อนว่าภาษาไหนกันแน่ที่เสียการมองเห็นไป ก่อนจะสรุปว่าเป็นปัญหาเรื่องลิงก์

อีกเรื่องคือนิสัยการเก็บเอกสาร ถ้าซัพพลายเออร์เป็นคนวางลิงก์ เว็บควรถือรายการนั้นไว้เอง ถ้าไม่มีรายการ เจ้าของเว็บที่วันหนึ่งต้องลงมือแก้จะแยกไม่ออกว่าลิงก์ไหนคือลิงก์ที่ตัวเองรับผิดชอบ และลิงก์ไหนเกิดขึ้นเอง การเดาที่ตามมาคือต้นเหตุของไฟล์ disavow ที่ใหญ่เกินจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องเครื่องมือ disavow กับอันดับที่ตก

เครื่องมือ disavow ของ Google ทำงานจริงหรือไม่

ทำงานจริง John Mueller จาก Google เขียนบน Reddit ตามที่ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ว่าเครื่องมือนี้ "มีผลจริง" พร้อมเสริมว่า "มันมีที่ทางและจังหวะเวลาของมัน" เขาพูดกับเจ้าของเว็บที่มีเรื่องการซื้อ guest post และซื้อลิงก์เข้ามาเกี่ยวข้อง และ Search Engine Roundtable ระบุว่าคำพูดนี้เจาะจงกับกรณีนั้น

การ disavow ลิงก์ไม่กี่เส้นทำให้เว็บหลุดจาก Google ได้ไหม

Mueller บอกว่าไม่ได้ โดยเขียนว่า "การ disavow ลิงก์ไม่กี่ลิงก์จะไม่ทำให้เว็บของคุณหลุดออกจากผลการค้นหา" อันดับที่ตกแรง ๆ หลังการอัปโหลดไฟล์เล็ก ๆ จึงต้องมีคำอธิบายอื่น และ Mueller ชี้ไปที่สแปมอัปเดตในวงกว้างหรือปัญหาทางเทคนิคขนาดใหญ่ว่าเป็นจุดที่ควรไปดู

อันดับตกในสัปดาห์เดียวกับที่อัปโหลดไฟล์ disavow ไฟล์คือสาเหตุหรือเปล่า

แหล่งข่าวไม่ได้ให้คำตอบสำหรับเว็บใดเว็บหนึ่งโดยเฉพาะ และ Mueller ก็ไม่ได้ตอบให้เจ้าของกระทู้เช่นกัน เขาขอวันที่ บอกว่าสแปมอัปเดตอาจเกิดในช่วงเวลาใกล้กัน และให้เจ้าของเว็บตัดปัญหาทางเทคนิคระดับบล็อกทั้งเว็บออกไปก่อนจะสรุปว่าไฟล์คือสาเหตุ

เว็บทั่วไปควรมีไฟล์ disavow ไหม

คำแนะนำของ Mueller คือทำให้ไฟล์เป็นสิ่งที่คุณต้องการจริง "ซึ่งอาจจะว่างเปล่า หรืออาจจะไม่ว่างก็ได้" Search Engine Roundtable เสริมว่าโดยส่วนใหญ่เว็บไม่ควร disavow ว่า Google เคยระบุว่าเครื่องมือนี้ทำให้เว็บเสียหายมากกว่าช่วย และว่า Bing ถอดเครื่องมือของตัวเองออกไปแล้ว

ถ้าสาเหตุคือสแปมอัปเดต ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหน

Mueller บอกว่าการแก้ปัญหารอบ ๆ การเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมขนาดใหญ่ "อาจใช้เวลานาน บางครั้งหลายเดือน" กว่าผลจะปรากฏ เขาไม่ได้ให้กรอบเวลาที่เจาะจงและไม่ได้ให้ตัวเลขการฟื้นตัว ดังนั้นตัวเลขที่แม่นยำกว่านี้ซึ่งถูกอ้างถึงย่อมไม่ได้มาจากรายงานฉบับนี้

ก้าวต่อไป

สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงจากรายงานวันที่ 2 กันยายน 2569 คือการเปลี่ยนลำดับการทำงาน หาวันที่ของการตกให้ได้ก่อน แยกให้ออกว่าเสียทั้งเว็บหรือเสียเฉพาะหน้า ตัดปัญหาทางเทคนิคออกไป แล้วค่อยเปิดไฟล์ disavow โดยมีเป้าหมายให้ไฟล์ตรงกับความจริง ไม่ใช่ให้ไฟล์ยาวขึ้น ถ้าประวัติการสร้างลิงก์ของเว็บไม่มีเอกสารกำกับและอันดับที่ตกยังอธิบายไม่ได้ การตรวจสอบเพื่อหาว่าเกิดอะไรขึ้นจริงคือสิ่งที่ควรลงทุนก่อนการอัปโหลดรอบใหม่ การนั่งดูข้อมูลใน Search Console อย่างเป็นระบบมักให้คำตอบได้เร็วกว่าการเดา

อ่านรายงานต้นฉบับได้ที่ Search Engine Roundtable

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น