[How to] สอนวิเคราะห์ Keyword คู่แข่งแบบเหนือชั้นใน 5 ขั้นตอน

RA CONTENT JUN 6 C2 Blog Size [1200x628px] (4)

หนึ่งในสิ่งที่นักการตลาดที่ดีไม่ควรลืมหรือละเลยเมื่อเริ่มต้นการทำการตลาดออนไลน์บน Search Engine นั่นคือการทำ Competitor Keyword Analysis หรือการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดของคู่แข่งขันทางการตลาด หลายคนคงทราบดีว่าหากมี Keyword ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง โอกาสที่จะจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาเลือกใช้บริการหรือซื้อสินค้าต่างๆ ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการรู้จักคู่แข่งก็จะเท่ากับว่าจะสามารถเตรียมความพร้อมในการวางแผนเพื่อเอาชนะคู่แข่งได้อย่างแม่นยำขึ้น 

ในปัจจุบัน มีคีย์เวิร์ดนับร้อยและเครื่องมือนับล้านที่ถูกออกแบบมาให้นักการตลาดเลือกใช้ เชื่อได้เลยว่าหากใครที่เป็นมือใหม่แล้วกำลังเริ่มต้นการทำ Competitor Keyword Analysis รับรองว่ามีกุมขมับแน่นอน ฉะนั้นในบทความนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับการทำ Competitor Keyword Analysis แบบฉบับกะทัดรัด เข้าใจง่ายได้ไม่ยาก รับรองว่าอ่านจบได้ภายใน 5 นาที ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย

Competitor Keyword Analysis คืออะไร?

Competitor Keyword Analysis คือกระบวนการในการค้นหาคีย์เวิร์ดของคู่แข่งที่กำลังติดอันดับในหน้า SERPs เพื่อให้รู้ว่าคู่แข่งมีคีย์เวิร์ดอะไรบ้าง ก็จะสามารถลงมือขยับ Rank ให้สูงขึ้นได้เพื่อให้ธุรกิจมีขีดความสามารถที่เหนือกว่าคู่แข่งนั่นเอง

เริ่มต้นการทำ Competitor Keyword Analysis 

ใครที่กำลังตามหา Golden Keyword ที่จะเป็นตัวช่วยดันอันดับเว็บไซต์อยู่ ลองทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้รับรองว่าได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงแน่นอน

1. ทำความเข้าใจว่าลูกค้าของคุณค้นหาอะไร?

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดที่นักการตลาดมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ในรูปแบบ SEO และ PPC คือการเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มีปริมาณ Volume ที่สูงๆ เข้าไว้ แต่ในความเป็นจริงนั้น Keyword ที่มี Volume สูงไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่ม Leads และ Conversions เสมอไป

ตัวอย่างเช่น การใช้คีย์เวิร์ด “Content Marketing” อาจมีปริมาณการค้นหารายเดือนมากถึง 14,000 Volume และเว็บไซต์มีปริมาณการรับชมเว็บไซต์ที่เพิ่มขึ้น แต่กลับไม่มีผู้รับชมคนใดที่กลายมาเป็นลูกค้าจริงๆ เพราะต้องเข้าใจว่าผู้คนส่วนมากเพียงแค่พยายามค้นหาว่าอะไรคือ “Content Marketing” เท่านั้น ไม่ได้ต้องการบริการช่วยเหลือด้านการทำ Marketing แต่อย่างใด จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะพยายามทำความเข้าใจเบื้องหลังการค้นหาของลูกค้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็น

  • คำถามที่พวกเขาถามคืออะไร?
  • ปัญหาที่พวกเขาเจอคืออะไร?
  • อะไรคือเป้าหมายของพวกเขา
  • เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูดถึง

หากทำความเข้าใจเบื้องลึกของการค้นหาแล้ว รับรองว่าการเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมจะช่วยให้เว็บไซต์ได้ลูกค้าจริงๆ แบบไม่จกตาแน่นอน นอกจากนี้การทำ Keyword Mapping ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่นักการตลาดมือใหม่ควรศึกษา (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

2. กำหนดคู่แข่ง 3 อันดับแรก

ลองใช้เวลา 10 วินาทีเพื่อนึกถึงชื่อธุรกิจที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนดูหน่อย…. แน่นอนว่าไม่มี ดังนั้นในการเริ่มต้นการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดของคู่แข่ง ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดนั่นคือการเริ่มต้นกำหนดคู่แข่ง มีสองเหตุผลว่าทำไมถึงแนะนำให้มองหาคู่แข่ง 3 อันดับแรกเท่านั้น นั่นคือ

  1. ไม่มีใครที่มีเวลามากพอในการทำ Competitor Keyword Analysis กับธุรกิจที่มีคู่แข่งจำนวนมาก
  2. ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือการมองคู่แข่งที่มีความใกล้เคียงที่สุด 3 อันดับแรก

โดยในการเลือกคู่แข่ง 3 อันดับแรกนั้น ขึ้นอยู่กับ

  • คู่แข่งที่มีฐานลูกค้าเดียวกัน
  • มีความคล้ายกับธุรกิจของคุณมากที่สุด (ในแง่ของสินค้าหรือการให้บริการ)
  • อยู่ในใจมากที่สุด (หลับตาแล้วนึกชื่อออกทันที)

3. เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม

หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้แผนการตลาดออนไลน์รุ่งหรือร่วง นั่นคือการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับการทำงาน ฉะนั้นการเลือกใช้เครื่องมือวิเคราะห์สำหรับการทำ Competitor Keyword Analysis ด้วยการเลือกจากเครื่องมือที่มีความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้งาน ก็จะมีโอกาสการเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น อย่าง Google Keyword Planner ที่เป็นเครื่องมือที่กูเกิลพัฒนาขึ้นมาเอง เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลคู่แข่งเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้น หรืออาจเป็น SimilarWeb ที่มีฟีเจอร์แสดงข้อมูลแบบละเอียดมากขึ้น หรือ Ahref ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการวิเคราะห์ SEO ที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่งในตลาดตอนนี้ เป็นต้น 

4. เริ่มต้นวิเคราะห์คู่แข่ง

เมื่อกำหนดคู่แข่ง 3 อันดับแรกและเลือกเครื่องมือได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มต้นนำลิงก์ URL ของคู่แข่งที่ถูกเลือกไว้มาเริ่มการวิเคราะห์ โดยปกติเครื่องมือส่วนใหญ่จะมีฟีเจอร์ “Site Explorer” อย่างใน Ahrefs นักการตลาดก็จะสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อเรียกดูกลุ่มรีพอร์ตที่ใช้วิเคราะห์เกี่ยวกับเว็บไซต์ที่สนใจได้ โดยในกลุ่มรีพอร์ตนี้จะถูกจัดกลุ่มเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น Backlink Profile ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Backlink ของเว็บไซต์นั้นๆ หรือ Organic Search ที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Organic Keyword เป็นต้น

หรืออีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดของคู่แข่งบน Ahrefs คือ ฟีเจอร์ “Content Gap Analysis” ที่จะเป็นเครื่องมือในการช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดของคู่แข่งติดอันดับ SEO ซึ่งในกรณีที่เว็บไซต์ของเรายังไม่ติดอันดับก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ต่อได้ทันที 

5. ถึงเวลาหา Golden Keyword คีย์เวิร์ดไข่ทองคำ

ไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องมือใด สิ่งสำคัญคือการระบุคีย์เวิร์ดที่ติดอันดับของคู่แข่ง หรือที่เรียกว่า Golden Keyword โดยคีย์เวิร์ดนี้จะต้อง

  • สร้างฐานลูกค้าได้จริง (ไม่ใช่แค่เข้ามาแล้วกดออกไป)
  • สามารถนำมาปรับใช้กับการทำ On-Page SEO ให้เว็บไซต์ดีขึ้นกว่าคู่แข่ง
  • มี Search Volume ที่คุ้มค่าพอจะลงทุน

ท้ายที่สุดอย่าลืมว่าคุณรู้สูตรนี้ก็จริง แต่คู่แข่งคุณก็รู้เช่นกัน ดังนั้นใครที่ยังลังเลรีบไปทำตามขั้นตอนข้างต้นทันที ใครทำก่อนก็ย่อมได้เปรียบกว่า 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on tumblr

Related Articles

เมนู

We use cookies to improve your experience and performance on our website. for more information click here PDPA Policy You can manage your preferences by clicking Setting

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose cookie settings by on/off. Cookies of each type are available on request, except for essential cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า