Google เริ่มส่งการแจ้งเตือนถึงผู้ลงโฆษณา Performance Max เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ว่าจะใช้ generative AI สร้างสัดส่วนภาพที่ขาดหายไปให้กับวิดีโอที่อัปโหลดเข้าแคมเปญไว้แล้ว โดยตัดเวอร์ชันแนวตั้งและจัตุรัสออกมาจากต้นฉบับแนวนอน เพื่อให้วิดีโอชิ้นเดียวที่อัปโหลดไว้วิ่งได้ครบทุกตำแหน่งโฆษณาของ Performance Max ผู้ลงโฆษณาที่ไม่ต้องการให้ทำแบบนี้มีเวลาถึงวันที่ 4 กันยายน 2026 ในการปฏิเสธ ผ่านการติดต่อทีมดูแลบัญชีของ Google หรือกรอกแบบฟอร์มปฏิเสธของ Google
รายละเอียดที่สำคัญที่สุดอยู่ที่คำว่า "ไว้แล้ว" เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ใช้กับวิดีโอใน Performance Max ที่มีอยู่เดิม ไม่ใช่เฉพาะไฟล์ที่อัปโหลดใหม่ แปลว่าครีเอทีฟที่ผ่านการอนุมัติ เซ็นรับ และส่งขึ้นระบบไปแล้ว จะถูกโมเดลตัดกรอบใหม่โดยไม่ต้องผ่านการตรวจซ้ำจากใคร
Google แจ้งอะไรกับผู้ลงโฆษณา Performance Max เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026
การแจ้งเตือนปรากฏขึ้นในบัญชี Google Ads เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 เป้าหมายที่ Google ระบุไว้คือการขยายการเข้าถึงของวิดีโอให้มากที่สุดพร้อมกับทำให้ประสบการณ์การรับชมดีขึ้น เหตุผลเชิงกลไกเข้าใจได้ไม่ยาก แคมเปญ Performance Max วิ่งบนตำแหน่งโฆษณาที่มีรูปทรงต่างกัน วิดีโอที่มีแต่แนวนอนจึงอาจโดนใส่ขอบดำ โดนระบบครอปเอง หรือไม่ได้แสดงผลบางตำแหน่งเลย การสร้างสัดส่วนภาพที่ขาดหายไปคือคำตอบของ Google ต่อเรื่องนี้
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะครั้งแรกโดย Menachem Ani ผู้ก่อตั้ง JXT Group ที่โพสต์ภาพการแจ้งเตือนในบัญชี และ Search Engine Land รายงานในวันเดียวกัน ณ เวลาที่รายงาน Google ยังไม่ได้เผยแพร่หน้าศูนย์ช่วยเหลือหรือบล็อกโพสต์เฉพาะสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ การแจ้งเตือนในบัญชีจึงเป็นหลักฐานหลักเพียงชิ้นเดียว ซึ่งผิดปกติสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ไปแตะตัวครีเอทีฟ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กำหนดเส้นตาย 4 กันยายน มาถึงแบบที่หลายคนตั้งตัวไม่ทัน
วันที่ที่ระบุไว้ และเกิดอะไรขึ้นในแต่ละวัน
ด้านล่างคือวันที่ที่ถูกระบุไว้ในรายงาน พร้อมสิ่งที่แหล่งข่าวบอกว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละวัน นอกเหนือจากนี้ไม่มีการให้วันที่ไว้
| วันที่ | สิ่งที่แหล่งข่าวระบุว่าเกิดขึ้น |
|---|---|
| 17 สิงหาคม 2026 | การแจ้งเตือนเริ่มปรากฏในบัญชี Performance Max และ Search Engine Land รายงานในวันเดียวกัน |
| 4 กันยายน 2026 | วันสุดท้ายของการปฏิเสธ ผ่านทีมดูแลบัญชีของ Google หรือแบบฟอร์มปฏิเสธของ Google |
| หลัง 4 กันยายน 2026 | ยังเปลี่ยนการตั้งค่าวิดีโอในบัญชี Google Ads ได้ตลอดเวลา |
| ไม่ได้ระบุวันที่ | ยังไม่มีหน้าศูนย์ช่วยเหลือหรือบล็อกโพสต์เฉพาะของ Google สำหรับเรื่องนี้ ณ เวลาที่รายงาน |
แถวที่สามควรอ่านให้ละเอียด เพราะมันลดความรุนแรงของเส้นตายลง แต่ไม่ได้ทำให้เส้นตายหายไป การพลาดวันที่ 4 กันยายน ไม่ใช่เรื่องถาวร เพราะการตั้งค่าวิดีโอยังปรับได้ในบัญชีภายหลัง สิ่งที่เส้นตายกำหนดคือค่าเริ่มต้นจะถูกนำมาใช้กับแอสเซ็ตของคุณหรือไม่ตั้งแต่ต้น และกว่าจะได้เข้าไปเปลี่ยนการตั้งค่า เวอร์ชันที่ระบบสร้างขึ้นก็อาจวิ่งไปแล้ว
ทำไมการตัดกรอบครีเอทีฟที่อนุมัติแล้วคือจุดที่ต้องระวัง
การครอปจากแนวนอนไปแนวตั้งแบบอัตโนมัติต้องทิ้งพื้นที่ภาพส่วนใหญ่ไป ต้นฉบับ 16:9 ที่ตัดเป็น 9:16 เหลือความกว้างราวหนึ่งในสาม ที่เหลือคือส่วนที่ generative AI เติมเข้ามา อะไรก็ตามที่วางอยู่ใกล้ขอบซ้ายหรือขวาคือสิ่งแรกที่เสี่ยง
ในทางปฏิบัติ ตรงนั้นมักเป็นโลโก้แบรนด์ที่ธรรมเนียมการออกแบบวางไว้มุมภาพ เป็นตำแหน่งที่ภาพสินค้าอยู่ในองค์ประกอบแบบสองในสาม เป็นที่ที่ข้อความ text overlay ถูกจัดวางไว้สำหรับเฟรมกว้าง และเป็นที่ที่ข้อความกำกับตามกฎหมายถูกวางไว้ เพราะตั้งใจให้ตัวเล็กและไม่เกะกะสายตา สำหรับหมวดที่มีการกำกับดูแล เช่น การเงิน สุขภาพ แอลกอฮอล์ หรือการเคลมสรรพคุณรถยนต์ ข้อความกำกับที่ผ่านฝ่ายกฎหมายในสัดส่วนหนึ่งแล้วหายไปในอีกสัดส่วนหนึ่ง คือปัญหาการปฏิบัติตามกฎ ไม่ใช่เรื่องรสนิยมการออกแบบ
การใช้ AI เติมภาพมีความเสี่ยงอีกชั้นแยกออกไป การเติมพื้นที่ว่างด้านบนและด้านล่างของเฟรมแนวตั้ง แปลว่าโมเดลกำลังสร้างพิกเซลที่ไม่เคยถ่ายมาจริง บนพื้นหลังเรียบ ๆ เรื่องนี้ไม่มีผลอะไร แต่บนภาพโคลสอัปสินค้า ใบหน้าคน หรือแพ็กเกจจิงที่มีข้อความบนฉลากซึ่งถูกกำกับดูแล พื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่คือครีเอทีฟที่ไม่มีใครอนุมัติ แต่ไปปรากฏในตำแหน่งโฆษณาที่จ่ายเงินซื้อภายใต้ชื่อแบรนด์
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์จะออกมาแย่ Google ไม่ได้ปล่อยฟีเจอร์นี้ออกมาโดยคาดว่ามันจะพัง และสำหรับฟุตเทจที่ไม่ซับซ้อนจำนวนมาก การตัดกรอบอัตโนมัติก็ใช้ได้ ประเด็นอยู่ที่ผู้ลงโฆษณาไม่ได้เห็นก่อนมันจะวิ่ง และค่าเริ่มต้นคือเปิด
การตั้งค่าเริ่มต้นให้เข้าร่วมกลายเป็นรูปแบบปกติไปแล้ว
เรื่องนี้เดินตามรูปแบบเดียวกับที่ Google ใช้กับ automatically created assets และการอัปเกรดอัตโนมัติของ AI Max ที่กำหนดวันที่ 1 กันยายน โครงสร้างเหมือนกันหมด คือประกาศฟีเจอร์ ตั้งค่าเริ่มต้นให้เข้าร่วม มีช่องทางปฏิเสธ และให้เวลาปฏิเสธสั้น การไม่ตอบอะไรเลยถือเป็นการยินยอม
สิ่งที่ต่างออกไปในรอบนี้คือวัตถุที่ถูกกระทำ automatically created assets สร้างแอสเซ็ตใหม่ขึ้นมาวางข้าง ๆ ของที่ผู้ลงโฆษณาอัปโหลดเอง และผู้ลงโฆษณามองเห็นและลบออกได้ แต่การตัดกรอบใหม่กระทำกับวิดีโอที่ผู้ลงโฆษณาอนุมัติไปแล้วโดยตรง ความต่างระหว่างการเพิ่มครีเอทีฟที่เครื่องสร้าง กับการแก้ครีเอทีฟที่คนสร้าง คือความต่างที่สำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องเซ็นอนุมัติแอสเซ็ตแบรนด์ และควรได้รับความสนใจมากกว่ารอบก่อน ๆ
สิ่งที่ควรตรวจในบัญชี Google Ads ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2026
- แคมเปญ Performance Max ไหนบ้างที่มีวิดีโอแนบอยู่จริง แคมเปญที่ไม่ได้อัปโหลดวิดีโอเลยไม่ใช่เป้าของการเปลี่ยนแปลงนี้
- วิดีโอแต่ละไฟล์ที่อัปโหลดไว้ มีสัดส่วนภาพอะไรอยู่แล้วบ้าง แอสเซ็ตที่ส่งมาครบทั้งแนวนอน แนวตั้ง และจัตุรัสตั้งแต่แรก จะไม่มีสัดส่วนที่ขาดหายไปให้ระบบสร้างเพิ่ม และเป็นกลุ่มที่เสี่ยงน้อยที่สุด
- ตำแหน่งของโลโก้ ข้อความกำกับตามกฎหมาย และ text overlay ทั้งหมดในไฟล์ต้นฉบับแนวนอน อะไรที่อยู่ในหนึ่งในสามด้านนอกของทั้งสองฝั่ง คือสิ่งที่การครอปแนวตั้งจะตัดทิ้ง
- แคมเปญที่ได้รับผลกระทบวิ่งอยู่ในหมวดที่มีการกำกับดูแลหรือไม่ ซึ่งข้อความกำกับเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่กติกาภายในบริษัท
- บัญชีได้รับการแจ้งเตือนหรือไม่ รายงานระบุว่าเป็นการแจ้งเตือนในบัญชี ดังนั้นถ้าไม่เห็นก็ควรยืนยันให้แน่ใจ แทนที่จะเหมาเอาเอง
ผลของการตรวจสอบจะนำไปสู่ทางเลือกหนึ่งในสามทาง ทางแรกคือไม่ทำอะไร ถ้าฟุตเทจไม่ซับซ้อนและตำแหน่งโฆษณาที่ได้เพิ่มมีค่ามากกว่าการควบคุมกรอบภาพ ทางที่สองคือทำสัดส่วนภาพที่ขาดหายไปส่งเข้าไปเองก่อนวันที่ 4 กันยายน ซึ่งทำให้ Google ไม่มีเหตุต้องสร้างให้ ทางที่สามคือปฏิเสธผ่านทีมดูแลบัญชีหรือแบบฟอร์ม แล้วยอมรับว่าวิดีโอจะครอบคลุมตำแหน่งโฆษณาแคบลง
ทางที่สองคือทางที่มักถูกข้าม ทั้งที่โดยทั่วไปคุ้มที่สุด การทำเวอร์ชันแนวตั้งและจัตุรัสจากไฟล์ต้นฉบับที่มีอยู่คืองานตัดต่อ ไม่ใช่การถ่ายใหม่ ได้ตำแหน่งโฆษณาครบ โลโก้อยู่ที่เดิม และเส้นตายก็หมดความหมายไปเลย ถ้างานส่วนนี้อยู่ในโครงการ Google Ads ที่ใหญ่กว่า มันคือสิ่งที่ควรทำรวบไปพร้อมรอบอัปเดตแอสเซ็ตตามปกติ และไฟล์ต้นฉบับชุดเดียวกันก็มักถูกใช้กับ โฆษณาบน YouTube อยู่แล้ว
สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้บอก
มีหลายเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ และไม่ควรเติมด้วยการเดา Google ยังไม่ได้เผยแพร่หน้าศูนย์ช่วยเหลือหรือบล็อกโพสต์ จึงไม่มีเอกสารทางการที่ระบุขอบเขต รายงานไม่ได้บอกว่าเวอร์ชันที่ระบบสร้างขึ้นจะมีป้ายกำกับหรือให้ตรวจสอบในหน้าจอก่อนเริ่มวิ่งหรือไม่ ไม่ได้บอกว่าการปฏิเสธมีผลทั้งบัญชีหรือแยกเป็นรายแคมเปญ ไม่ได้บอกว่าผู้ที่ส่งแบบฟอร์มหลังวันที่ 4 กันยายน จะเจออะไร นอกเหนือจากคำอธิบายกว้าง ๆ ว่าการตั้งค่าวิดีโอเปลี่ยนได้ในบัญชีตลอดเวลา ไม่ได้ให้รายชื่อประเทศ จึงไม่มีฐานให้บอกว่าตลาดไหนได้ก่อน และไม่ได้ให้ตัวเลขว่ามีผู้ลงโฆษณาหรือแอสเซ็ตจำนวนเท่าไรที่ได้รับผลกระทบ
เมื่อ Google ยังไม่ได้ทำเอกสารไว้ การแจ้งเตือนในบัญชีกับทีมดูแลบัญชีคือสองที่เดียวที่จะได้คำตอบ นั่นเป็นฐานข้อมูลที่บางมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ไปแตะครีเอทีฟที่อนุมัติแล้ว และเป็นเรื่องที่พูดตรง ๆ ได้
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย
ครีเอทีฟวิดีโอไทยพึ่งข้อความภาษาไทยที่เบิร์นติดไปกับภาพและซูเปอร์ภาษาไทยค่อนข้างมาก และสองอย่างนี้คือเหยื่อรายแรกของการครอปแนวนอนไปแนวตั้งแบบอัตโนมัติ ซูเปอร์ภาษาไทยที่พาดอยู่ช่วงล่างของเฟรม 16:9 ถูกออกแบบมาสำหรับความกว้างเท่านั้น พอตัดเป็น 9:16 ประโยคจะขาดหัวขาดท้าย ซึ่งในภาษาไทยอาจเหลือเศษที่ยังอ่านออกเป็นคำได้อยู่ แต่ความหมายเปลี่ยนไปจากเดิม
เรื่องนี้แย่กว่าโลโก้โดนตัด เพราะโลโก้ที่โดนตัดคนอ่านออกว่าเป็นความผิดพลาด แต่ประโยคภาษาไทยที่ขาดครึ่งอาจถูกอ่านเป็นข้อความที่แบรนด์ตั้งใจสื่อ การเคลมราคา เงื่อนไขโปรโมชัน และคำบรรยายสินค้าที่เขียนเป็นซูเปอร์ ล้วนอยู่ในความเสี่ยงเดียวกันหมด
ประกาศของ Google ไม่ได้พูดถึงประเทศไทยหรือครีเอทีฟภาษาไทยแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นผลจากวิธีผลิตวิดีโอที่นิยมใช้ในตลาดนี้ ไม่ใช่อะไรที่เจาะจงประเทศในตัวการเปลี่ยนแปลง ทางออกที่ทำได้จริงคือตรวจวิดีโอใน Performance Max ทั้งหมดก่อนวันที่ 4 กันยายน 2026 ดูว่าข้อความภาษาไทยวางอยู่ตรงไหนของเฟรมจริง ๆ แล้วเลือกว่าจะย้ายเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยกลางภาพ ส่งไฟล์แนวตั้งกับจัตุรัสเข้าไปเอง หรือปฏิเสธไปเลย
คำถามที่พบบ่อยเรื่องการย่อขยายวิดีโอ Performance Max
เส้นตายของการปฏิเสธคือวันไหน
วันที่ 4 กันยายน 2026 การปฏิเสธทำได้โดยติดต่อทีมดูแลบัญชีของ Google หรือกรอกแบบฟอร์มปฏิเสธของ Google และหลังจากวันนั้นยังเปลี่ยนการตั้งค่าวิดีโอในบัญชี Google Ads ได้อยู่
วิดีโอที่อัปโหลดไว้หลายเดือนแล้วโดนด้วยไหม
โดน การเปลี่ยนแปลงนี้ใช้กับวิดีโอที่อัปโหลดเข้าแคมเปญ Performance Max ไว้แล้ว ไม่ใช่เฉพาะไฟล์ที่อัปโหลดใหม่ ครีเอทีฟที่เคยอนุมัติไปแล้วจึงอยู่ในขอบเขตด้วย
ต้องทำอะไรไหม
ต้องทำก็ต่อเมื่อยังอยากคุมกรอบภาพของวิดีโอเอง เพราะค่าเริ่มต้นคือเปิด การไม่ทำอะไรเลยแปลว่า Google จะสร้างสัดส่วนภาพที่ขาดหายไปให้กับวิดีโอเดิมของคุณ
ดูเวอร์ชันที่ระบบสร้างก่อนปล่อยได้ไหม
แหล่งข่าวไม่ได้บอก ไม่มีอะไรในรายงานที่อธิบายขั้นตอนตรวจสอบหรืออนุมัติเวอร์ชันที่ถูกสร้างขึ้น และ Google ก็ยังไม่ได้เผยแพร่หน้าศูนย์ช่วยเหลือที่จะระบุเรื่องนี้ไว้
ในประเทศไทยมีผลแล้วหรือยัง
แหล่งข่าวไม่ได้บอก ไม่มีการให้รายชื่อประเทศ และ Google ยังไม่ได้เผยแพร่เอกสารระบุขอบเขต วิธีตรวจที่เชื่อถือได้ทางเดียวคือดูว่าการแจ้งเตือนขึ้นในบัญชีของคุณหรือไม่
แหล่งข่าว
Search Engine Land รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 หลังจาก Menachem Ani ผู้ก่อตั้ง JXT Group โพสต์ภาพการแจ้งเตือนในบัญชี อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Search Engine Land
ถ้าบัญชีของคุณมี Performance Max ที่แนบวิดีโออยู่ การตรวจสอบใช้เวลาไม่นาน และหน้าต่างเวลาปิดในวันที่ 4 กันยายน 2026 Relevant Audience ดูแลโครงสร้างและครีเอทีฟของ Performance Max ให้ผู้ลงโฆษณาในประเทศไทย และช่วยไล่รายการแอสเซ็ตไปด้วยกันก่อนถึงเส้นตายได้ ดีกว่าไปตามแก้ทีหลัง







