Google เอาเงื่อนไขการใช้จ่ายโฆษณาสะสม 50,000 ดอลลาร์ที่เคยกั้นการใช้ Lead Form assets ออกไปแล้ว และเปลี่ยนมาใช้การตรวจสอบชื่อเสียงของผู้ลงโฆษณากับขั้นต่ำที่ต่ำลงมากเพียง 1,000 ดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงนี้มาแบบเงียบ ๆ ผ่านการอัปเดตหน้า Help Center และเปิดทางให้การเก็บลีดในผลค้นหาเข้าถึงผู้ลงโฆษณาที่เคยถูกกันออกด้วยราคา ตามรายงานของ Search Engine Land
อะไรเปลี่ยนไปบ้าง
Lead Form assets ให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลติดต่อได้จากตัวโฆษณาโดยตรง ไม่ต้องเข้าหน้าเว็บแยกก่อน กฎเดิมกำหนดว่าบัญชีต้องใช้จ่ายสะสมถึง 50,000 ดอลลาร์ก่อนจึงจะใช้ได้ ตัวเลขนั้นหายไปแล้ว แทนที่ด้วยการที่ Google ตรวจสอบชื่อเสียงของผู้ลงโฆษณาและขอขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่บัญชีที่ยิงโฆษณาอยู่จริงผ่านได้ตั้งแต่ช่วงต้น
ยังมีรายละเอียดอื่นที่ขยับพร้อมกัน
- Lead Form รองรับเฉพาะใน Search และ Performance Max เท่านั้น Display และ Video ไม่ใช่พื้นที่ที่ใช้ได้อีกต่อไป
- ฟีเจอร์นี้เพิ่มการเชื่อมต่อกับ Zapier และการแจ้งเตือนทางอีเมล ลีดที่ถูกส่งเข้ามาจึงไหลไปยังเครื่องมืออื่นหรือเข้ากล่องอีเมลได้ทันทีที่เกิดขึ้น
- ขยายการให้บริการไปยังประเทศเพิ่มอีกกว่า 20 ประเทศ
- Google ระบุชัดว่าข้อมูลลีดจะถูกเก็บไว้ 60 วัน
ทำไมกฎเดิมถึงสำคัญ
เพดาน 50,000 ดอลลาร์คือกำแพงจริง ๆ มันกันผู้ลงโฆษณารายเล็กและกลางออกจากรูปแบบที่เก็บลีดได้ในจังหวะที่ผู้ใช้มีความตั้งใจสูงสุด คือบนหน้าผลค้นหา ก่อนคลิกเข้าเว็บด้วยซ้ำ บัญชีใหญ่ที่มีประวัติใช้จ่ายหลายปีเข้าถึงได้ แต่บัญชีใหม่หรือบัญชีที่งบน้อยเข้าไม่ได้ ไม่ว่าข้อเสนอจะดีแค่ไหน
การเปลี่ยนจากด่านการใช้จ่ายมาเป็นการตรวจชื่อเสียงบวกขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์ เปลี่ยนว่าใครได้เข้า บัญชีที่ยิงแคมเปญสะอาดและถึงระดับใช้จ่ายขั้นต่ำที่ไม่สูงนัก ใช้ Lead Form ได้เลยโดยไม่ต้องรอสะสมประวัติหลักหมื่นดอลลาร์
สิ่งที่ต้องแลกในการเปลี่ยนพื้นที่
การเข้าถึงกว้างขึ้น แต่ที่ที่ยิงฟอร์มได้แคบลง การจำกัด Lead Form ไว้แค่ Search และ Performance Max เอา Display และ Video ออกจากตัวเลือก สำหรับผู้ลงโฆษณาสายเก็บลีดส่วนใหญ่ถือว่าเป็นการแลกที่รับได้ เพราะ Search และ Performance Max คือที่ที่ปริมาณลีดตามความตั้งใจอยู่มากอยู่แล้ว แต่ก็แปลว่าใครที่เคยเก็บลีดผ่าน Display หรือ Video ต้องวางแผนใหม่สำหรับทราฟฟิกส่วนนั้น
| รายการ | ก่อนหน้า | ตอนนี้ |
|---|---|---|
| เงื่อนไขการใช้จ่าย | สะสม 50,000 ดอลลาร์ | ขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์ + ตรวจชื่อเสียง |
| พื้นที่ที่รองรับ | รวม Display และ Video | เฉพาะ Search และ Performance Max |
| การเชื่อมต่อ | จำกัด | Zapier และการแจ้งเตือนอีเมล |
| ประเทศที่ใช้ได้ | น้อยกว่า | เพิ่มอีกกว่า 20 ประเทศ |
| ระยะเก็บข้อมูลลีด | ไม่ชัดเจน | 60 วัน |
สิ่งนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักการตลาดไทย
ผู้ลงโฆษณา SMB ไทยจำนวนมากไม่เคยเข้าใกล้เพดาน 50,000 ดอลลาร์ ทำให้ Lead Form assets เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้เลย ตอนนี้ไม่เป็นแบบนั้นแล้ว คลินิกท้องถิ่น โครงการอสังหา หรือบริษัทบริการ B2B ที่ยิงงบไม่มาก เก็บลีดได้ในผลค้นหาเอง ซึ่งมักช่วยเพิ่มอัตราการกรอกจบ เพราะผู้ใช้ไม่ต้องโหลดหน้า Landing Page แยกอีกหน้า
มีสองเรื่องที่ควรวางแผนก่อนเปิดใช้ อย่างแรกคือหน้าต่างเก็บข้อมูล 60 วันแปลว่าต้องดึงลีดเข้าระบบของคุณเองอย่างรวดเร็ว การเชื่อมต่อ Zapier และอีเมลทำให้การส่งต่อตรงไปตรงมา และเป็นการตั้งค่าที่ทีมของเราจัดให้ในงาน บริหารจัดการ Google Ads อย่างที่สองคือลีดที่ข้ามหน้า Landing Page ก็ข้ามระบบติดตามที่อยู่บนหน้านั้นไปด้วย การวัดผลจึงต้องเผื่อจุดนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับงานในการวาง Google Analytics 4 ให้สะอาด ที่ต้องนิยาม event ของลีดและค่า conversion อย่างตั้งใจ ไม่ใช่รับต่อมาเฉย ๆ
คำถามที่พบบ่อย
ยังต้องใช้จ่าย 50,000 ดอลลาร์ถึงจะใช้ Lead Form assets ได้ไหม
ไม่ เงื่อนไขนั้นถูกเอาออกแล้ว ตอนนี้บัญชีต้องผ่านการตรวจชื่อเสียงและถึงขั้นต่ำ 1,000 ดอลลาร์
ยังยิง Lead Form บน Display หรือ Video ได้ไหม
ไม่ได้ ตอนนี้ฟอร์มรองรับเฉพาะแคมเปญ Search และ Performance Max
Google เก็บข้อมูลลีดไว้นานแค่ไหน
Google ระบุว่าข้อมูลลีดถูกเก็บไว้ 60 วัน จึงควรส่งออกหรือส่งต่อลีดก่อนหน้าต่างนั้นจะปิด
ขั้นต่อไป
ถ้ากฎการใช้จ่ายเดิมคือเหตุผลที่ Lead Form ไม่เคยเป็นตัวเลือกสำหรับบัญชีของคุณ ตอนนี้ก็ควรกลับมาดูใหม่ คุยกับทีมของเราว่าการเก็บลีดในผลค้นหาเหมาะกับแคมเปญของคุณหรือไม่ และจะส่งต่อกับวัดผลลีดเหล่านั้นอย่างไรไม่ให้หมดอายุในหน้าต่าง 60 วัน







