Abstract glassmorphism illustration of two toggle switches over layered translucent panels, representing Performance Max inventory controls

Google เริ่มทดสอบเงียบ ๆ ให้ผู้ลงโฆษณาปิด Search Partners และ Display ใน Performance Max

Google AdsJuly 28, 2026
By Antonio Fernandez

Google กำลังทดสอบตัวเลือกใหม่ใน Performance Max ที่ให้ผู้ลงโฆษณาตัดอินเวนทอรีของ Search Partners ซึ่งเป็นเครือข่ายเว็บไซต์ภายนอก และ Google Display Network ออกจากแคมเปญได้ Digiday รายงานเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 ว่าตัวเลือกนี้ปรากฏเป็นเช็กบ็อกซ์สองช่องในหน้าจัดการ Performance Max โดยเปิดใช้งานไว้เป็นค่าเริ่มต้น และตอนนี้กดปิดได้แล้ว สิทธิ์การเข้าถึงจำกัดอยู่ที่ผู้ลงโฆษณาบางรายเท่านั้น Google ยังไม่ได้ประกาศเรื่องนี้ต่อสาธารณะ และมีเดียบายเออร์บางรายบอกว่าช่องนี้โผล่ขึ้นมาในแดชบอร์ดเองโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ต้องระบุสถานะให้ชัดก่อน นี่คือการทดสอบวงจำกัดที่คนซื้อสื่อไปเจอเข้าเอง ไม่ใช่การเปิดใช้งานทั่วไป ยังไม่มีกำหนดวันปล่อยจริง ไม่มีประกาศจากทาง Google เอง และไม่มีการยืนยันว่าบัญชีแบบไหนได้ใช้บ้าง

เช็กบ็อกซ์สองช่องนี้ทำอะไร

Performance Max ซื้อสื่อข้ามอินเวนทอรีทั้งหมดของ Google จากแคมเปญเดียว และมีอยู่สองส่วนที่โดนวิจารณ์มากที่สุดตั้งแต่ PMax เข้ามาแทน Smart Shopping ในปี 2022 นั่นคือ Search Partners ซึ่งเป็นเว็บไซต์ภายนอกที่แสดงผลการค้นหาของ Google และ Display Network ที่ผ่านมาปิดทั้งสองส่วนจากในแคมเปญ PMax ไม่ได้เลย การทดสอบนี้ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นตัวเลือก โดยค่าเริ่มต้นยังเปิดไว้เหมือนเดิม

คนซื้อสื่อที่ให้สัมภาษณ์กับ Digiday เรียกสองเครือข่ายนี้ว่าเป็น "แหล่งอินเวนทอรีเหลือค้างที่ Google บังคับให้ผู้ลงโฆษณาต้องเข้าร่วม" ซึ่งสรุปข้อร้องเรียนทั้งหมดไว้ในประโยคเดียว งบไหลไปที่ตำแหน่งโฆษณาเหล่านั้นไม่ว่าผู้ลงโฆษณาจะต้องการหรือไม่ และรายงานที่ได้กลับมาก็บางมาก

ต่อจากการผ่อนปรนรอบก่อน ๆ ของ PMax

เช็กบ็อกซ์สองช่องนี้อยู่ในชุดเดียวกับการควบคุมอื่นที่ Google ทยอยเพิ่มให้ Performance Max หลังโดนกดดันจากฝั่งผู้ลงโฆษณา ของเดิมมีรายงานผลแยกตามช่องทาง คีย์เวิร์ดเชิงลบระดับแคมเปญ และการยกเว้นกลุ่มเป้าหมายจากข้อมูลของผู้ลงโฆษณาเอง แต่ละอย่างช่วยให้ตรวจสอบหรือบังคับทิศทาง PMax ได้ง่ายขึ้นทีละนิด

การปิดในระดับอินเวนทอรีเป็นคนละเรื่องกัน รายงานบอกว่าเงินไปไหนแล้ว ส่วนการยกเว้นเป็นตัวกำหนดว่าเงินจะไปไหนตั้งแต่แรก ถ้าการทดสอบนี้เปิดใช้งานจริงในวงกว้าง นิยามของแคมเปญ PMax ก็จะเปลี่ยนไป จากการซื้อสื่อก้อนเดียวที่มองไม่เห็นข้างใน กลายเป็นส่วนผสมช่องทางที่ผู้ลงโฆษณาพอจะจัดรูปได้

ถ้าเช็กบ็อกซ์โผล่มาในบัญชี ควรทดสอบยังไง

อย่าเพิ่งเดาว่าบัญชีตัวเองมีช่องนี้จนกว่าจะเข้าไปดูจริง ถ้ามี วิธีทดสอบก็ตรงไปตรงมา ปล่อยแคมเปญให้วิ่งตามเดิมก่อนเพื่อเก็บค่าฐานที่นิ่งพอ แล้วค่อยปิดทั้งสองช่อง จากนั้นเทียบต้นทุนต่อคอนเวอร์ชันและจำนวนคอนเวอร์ชันในช่วงเวลาที่ยาวเท่ากัน

  • อิมเพรสชันจะลดลงแน่นอน นั่นคือจุดประสงค์ของการยกเว้น ฉะนั้นให้ตัดสินผลจากต้นทุนต่อผลลัพธ์ ไม่ใช่จากการเข้าถึง
  • ให้เวลาแคมเปญเรียนรู้ใหม่ การตัดอินเวนทอรีออกเท่ากับเปลี่ยนโจทย์ที่ระบบ smart bidding กำลังหาคำตอบอยู่
  • กลับไปเทียบ PMax กับ Standard Shopping อีกรอบหลังจากนั้น การเทียบแบบเดิมหลายครั้งไม่ยุติธรรม เพราะ PMax แบกงบฝั่ง Display และ Search Partners ที่แคมเปญ Shopping ไม่เคยแตะ
  • ใช้คอนเวอร์ชันแอ็กชันและการตั้งค่า attribution ชุดเดียวกันทั้งสองฝั่ง ไม่อย่างนั้นตัวเลขที่ได้ก็อ่านไม่ได้

ตรรกะเดียวกันนี้ใช้ได้กับบัญชี Google Ads ที่รัน PMax คู่กับแคมเปญ Search อยู่แล้ว ถ้า PMax หยุดซื้อ Display คำถามเรื่องการทับซ้อนระหว่างสองแคมเปญก็ตอบง่ายขึ้นมาก

ฝั่งการวัดผลต้องตามให้ทัน

การปิดอินเวนทอรีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อตัวเลขที่ใช้ตัดสินเชื่อถือได้ ก่อนจะปิดสองเครือข่ายแล้วอ่านผล ควรยืนยันก่อนว่าคอนเวอร์ชันถูกนับครั้งเดียว คอนเวอร์ชันแอ็กชันที่ใช้คือสิ่งที่ธุรกิจสนใจจริง และระบบวิเคราะห์ไม่ได้นับซ้ำข้ามแคมเปญ การตั้งค่า GA4 และ conversion tracking ที่สะอาดคือเส้นแบ่งระหว่างการตัดสินใจกับการเดา

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

บัญชีในไทยส่วนใหญ่รัน PMax ด้วยงบต่อเดือนที่เล็กกว่าบัญชีฝั่งสหรัฐหรือยุโรปที่มักถูกยกมาคุยเวลามีฟีเจอร์ใหม่ พอสเกลงบเล็กลง สัดส่วนที่เสียไปกับตำแหน่งโฆษณาแบบ Display ที่ความตั้งใจซื้อต่ำและคลิกจาก Search Partners ก็ยิ่งหนักขึ้น เพราะไม่มีงบส่วนเกินเหลือไว้รองรับ งบที่กระจายไปทุกที่ที่ Google เอื้อมถึงมักได้อะไรกลับมาน้อยไปหมดทุกช่องทาง

ฉะนั้นถ้าเช็กบ็อกซ์นี้โผล่มาในบัญชีไทย ก็คุ้มที่จะลองเพื่อดูประสิทธิภาพล้วน ๆ ยังไม่มีใครยืนยันว่าการทดสอบนี้มาถึงไทยแล้ว และไม่ควรเหมาเอาเอง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือเตรียมตัว รู้ให้ได้ก่อนว่างบ PMax ตอนนี้ตกอยู่ที่ Display และ Search Partners เท่าไรจากรายงานผลแยกตามช่องทาง แล้วกำหนดล่วงหน้าว่าผลลัพธ์แบบไหนถึงเรียกว่าดีขึ้น สำหรับบัญชี ecommerce ที่มีฟีดสินค้าจำนวนมาก ตัวเลขนี้มักเป็นอย่างแรกที่ควรเปิดดู

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ผู้ลงโฆษณาทุกคนใช้ได้แล้วหรือยัง

ยัง Digiday ระบุว่าสิทธิ์เข้าถึงจำกัดอยู่ที่ผู้ลงโฆษณาบางราย และ Google ยังไม่ได้ประกาศต่อสาธารณะ ให้ถือว่าเป็นการทดสอบ

ค่าเริ่มต้นคือเปิดหรือปิด

ทั้งสองเครือข่ายยังเปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น สิ่งที่เปลี่ยนคือผู้ลงโฆษณาที่ได้ฟีเจอร์นี้กดเอาเครื่องหมายถูกออกได้แล้ว

ควรย้ายงบ PMax กลับไป Standard Shopping ไหม

ไม่ควรย้ายเพราะข่าวการทดสอบอย่างเดียว แต่เหตุผลหลักที่หลายคนอยากย้ายงบกลับคืออินเวนทอรีที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งเหตุผลนั้นจะอ่อนลงถ้าการยกเว้นกลายเป็นมาตรฐาน

ปิด Display แล้วผลจะแย่ลงไหม

ยังไม่มีคำตอบ และคำตอบจะต่างกันไปตามแต่ละบัญชี Display และ Search Partners สร้างคอนเวอร์ชันได้จริงในบางบัญชี คุณค่าของการปิดได้คือมันเปลี่ยนข้อสันนิษฐานให้กลายเป็นสิ่งที่ทดสอบได้

ขั้นต่อไป

เข้าไปดูก่อนว่าแคมเปญ Performance Max ของคุณมีเช็กบ็อกซ์สองช่องนี้หรือไม่ ถ้ามี ให้วางแผนทดสอบแทนการกดปิดตามอารมณ์ ถ้าไม่มี ก็ยังควรเปิดรายงานผลแยกตามช่องทางเพื่อดูว่างบก้อนไหนกำลังไหลไปในที่ที่คุณไม่ได้เลือกเอง

ถ้าอยากได้ความเห็นที่สองว่างบ Performance Max ถูกใช้ไปกับอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ ทีม Relevant Audience ตรวจบัญชีให้และบอกได้ว่าสัดส่วนช่องทางจริง ๆ หน้าตาเป็นอย่างไร

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: