สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Digiday รายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ว่า Google จ่ายเงินให้เว็บไซต์ที่ได้รับเชิญผ่าน AI contribution pilot ใน Search Console ครอบคลุม Gemini app, AI Overviews และ AI Mode
- ข้อความช่วยเหลือระบุว่ารายได้สะสมเฉพาะเมื่อคอนเทนต์มีส่วนสำคัญขณะสร้างคำตอบ ลิงก์หรือการยืนยันข้อเท็จจริงหลังคำตอบเกิดขึ้นไม่นับ
- มีผู้เผยแพร่อย่างน้อยหลายสิบรายที่ได้รับการติดต่อ ยังไม่ยืนยันจำนวนรวม และโครงการขยายไปไกลกว่าสำนักข่าว
- แผงข้อมูลแสดงรายได้รายเดือนโดยไม่บอกวิธีคำนวณ และแหล่งข่าวหนึ่งเรียกยอดจ่ายช่วงแรกว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับรายได้โฆษณา
Google กำลังจ่ายเงินให้เว็บไซต์บางแห่งเมื่อคอนเทนต์ของเว็บนั้น "มีส่วนสำคัญ" ต่อคำตอบใน Gemini app, AI Overviews และ AI Mode ผ่านโปรแกรมแบบเชิญเท่านั้นใน Search Console ที่ชื่อว่า AI contribution pilot โดย Digiday รายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พร้อมเผยแพร่ภาพหน้าจอข้อความช่วยเหลือของโปรแกรม และระบุว่า Google ยืนยันแล้วว่านี่คือโครงการนำร่องระยะแรกเพื่อการเรียนรู้ ยอดเงินที่ได้รับแสดงเป็นตัวเลขรายเดือน โดยไม่มีคำอธิบายว่าคำนวณมาอย่างไร
สิ่งที่ Google ยืนยัน และสิ่งที่ Digiday เห็น
ข่าวนี้มีข้อเท็จจริงสองประเภทปนกันอยู่ และควรแยกให้ออก ส่วนที่ Google ยืนยันเอง ตามที่ Digiday ถ่ายทอด มีสั้น ๆ คือ โครงการนี้เป็นการนำร่องระยะแรกเพื่อทดสอบว่าจะให้ผลตอบแทนแก่คอนเทนต์คุณภาพสูงอย่างไรดีที่สุด เพิ่มเติมจากทราฟฟิกและเครื่องมือที่ Google ให้อยู่แล้ว Google ชี้ให้ Digiday ไปดูโพสต์ด้านนโยบายสาธารณะเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งระบุว่า Google กำลัง "นำร่องวิธีใหม่ในการร่วมมือกับเว็บไซต์ที่คอนเทนต์มีส่วนอย่างมีนัยสำคัญต่อความสดใหม่และความถูกต้องของคำตอบ generative AI ผ่านกระบวนการ grounding" แต่โพสต์นั้นไม่ได้เอ่ยชื่อ AI contribution pilot และไม่ได้พูดถึงเงื่อนไขการจ่ายเงินเลย
ข้อมูลที่เหลือทั้งหมดมาจากการรายงานของ Digiday ได้แก่ ภาพหน้าจอแผงข้อมูลใน Search Console สำเนาเอกสารช่วยเหลือ และการสัมภาษณ์ผู้บริหารสำนักพิมพ์ที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ Digiday ระบุว่ามีผู้เผยแพร่อย่างน้อยหลายสิบรายที่ได้รับการติดต่อ แต่ยืนยันจำนวนรวมไม่ได้ และรายงานว่าโครงการนี้ดึงดูดผู้เผยแพร่ขนาดเล็กและกลางมากกว่ารายใหญ่ รวมถึงขยายวงไปไกลกว่าสำนักข่าวแล้ว
Barry Schwartz จาก Search Engine Roundtable เพิ่มข้อมูลย้อนหลังหนึ่งจุด เขาเห็นรายการ "AI contribution" ใน Search Console ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2569 และตอนนั้นเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของรายงานประสิทธิภาพ AI จนถึงตอนนี้เขาก็ยังเปิดดูเอกสารช่วยเหลือเองไม่ได้ เพราะเว็บไซต์ของเขาไม่ได้อยู่ในโครงการ
เงื่อนไขที่ทำให้เกิดการจ่ายเงินถูกนิยามไว้อย่างไร
ข้อความช่วยเหลือขีดเส้นไว้ชัดมาก และเส้นนี้สำคัญกว่าตัวเงินเสียอีก ตามเอกสารที่ Digiday เผยแพร่ รายได้จะสะสมเมื่อคอนเทนต์มีส่วนสำคัญในช่วงการสร้างคำตอบ AI คือช่วงที่คอนเทนต์บนเว็บสามารถกำหนดได้ว่าคำตอบจะพูดอะไร เอกสารยังระบุชัดว่าอะไรไม่นับ ได้แก่ คอนเทนต์ที่ใช้ยืนยันข้อเท็จจริงหลังจากคำตอบถูกสร้างแล้ว หรือคอนเทนต์ที่ถูกลิงก์ภายใน AI ของ Google หลังจากคำตอบเกิดขึ้นแล้ว กรณีเหล่านี้ไม่เข้าเงื่อนไข AI contribution
ถ้าอ่านตามตัวอักษร ลิงก์อ้างอิงใต้ AI Overview เพียงอย่างเดียวไม่ถือเป็นเหตุการณ์ที่ได้เงิน แต่การเป็นหนึ่งในแหล่งที่ใช้สร้างคำตอบนั้นนับ สำหรับคนที่ใช้เวลาปีที่ผ่านมาไล่ตามจำนวน "การอ้างอิง" ใน AI Overviews เป็นตัวชี้วัดการมองเห็น ข้อความช่วยเหลือนี้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า Google แยกความแตกต่างระหว่างคอนเทนต์ที่กำหนดรูปคำตอบ กับคอนเทนต์ที่แค่ปรากฏอยู่ข้าง ๆ คำตอบ
ข้อความช่วยเหลือระบุสี่สิ่งที่ผู้เข้าร่วมทำได้:
- สะสมรายได้เมื่อหน้าเว็บมีส่วนสำคัญต่อคำตอบที่ AI ของ Google สร้างขึ้น
- จัดการการเข้าร่วม: ยอมรับ Program Terms อัปเดตข้อมูลการชำระเงิน หรือยกเลิกได้ทุกเมื่อจากการตั้งค่าใน Search Console
- ติดตามรายได้ พร้อมประวัติว่าคอนเทนต์สะสมรายได้ไปเท่าไร
- ติดตามการจ่ายเงิน ซึ่งอาจต่างจากรายได้โดยประมาณ เนื่องจากการหักภาษีหรือเกณฑ์ขั้นต่ำการจ่ายเงินในแต่ละประเทศ
สรุปโครงการนำร่องในตารางเดียว
ตารางด้านล่างแยกสิ่งที่แหล่งข่าวระบุไว้ ออกจากสิ่งที่ยังไม่มีคำตอบ เพื่อให้หยิบข้อเท็จจริงไปอ้างอิงได้โดยไม่มีการคาดเดาปนมา
| คำถาม | สิ่งที่แหล่งข่าวระบุ |
|---|---|
| ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม | Gemini app, AI Overviews และ AI Mode (ข้อความช่วยเหลือ ผ่าน Digiday) |
| อะไรทำให้เกิดการจ่ายเงิน | คอนเทนต์ที่มีส่วนสำคัญระหว่างการสร้างคำตอบ ส่วนการยืนยันข้อเท็จจริงและลิงก์หลังคำตอบเกิดขึ้นไม่นับ |
| อยู่ที่ไหน | แผงข้อมูลใน Google Search Console แสดงรายได้รายเดือนพร้อมประวัติบางส่วน |
| ใครอยู่ในโครงการ | เชิญเท่านั้น มีผู้เผยแพร่อย่างน้อยหลายสิบรายที่ได้รับการติดต่อ ยังไม่ยืนยันจำนวนรวม และไม่จำกัดเฉพาะสำนักข่าว |
| คำนวณเงินอย่างไร | ไม่เปิดเผย ผู้บริหารรายหนึ่งเรียกว่า "ค่อนข้างเป็นกล่องดำ" |
เทียบกับรายงาน AI ใน Search Console
โครงการนำร่องครอบคลุมผลิตภัณฑ์มากกว่ารายงานที่เจ้าของเว็บส่วนใหญ่มีอยู่แล้วหนึ่งตัว รายงานประสิทธิภาพ generative AI ของ Search Console ซึ่ง Search Engine Journal รายงานว่าเปิดให้ทุกเว็บไซต์ทั่วโลกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นับ impressions จาก AI Overviews และ AI Mode เท่านั้น ส่วนแผง contribution เพิ่ม Gemini app เข้ามา Search Engine Journal ยังชี้ความไม่สมมาตรอีกข้อ คือรายงานประสิทธิภาพแสดง impressions แต่ไม่แสดงการใช้งานเบื้องหลัง และแผง contribution แสดงยอดเงินแต่ก็ไม่แสดงการใช้งานเบื้องหลังเช่นกัน ไม่มีรายงานไหนบอกเจ้าของเว็บว่าหน้าไหนถูกใช้สร้างคำตอบไหน
ช่องว่างนี้เชื่อมกับข่าวก่อนหน้าเกี่ยวกับรายงานเดียวกัน ในคำตอบบน Reddit ที่ Search Engine Journal รายงานเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 John Mueller จาก Google ยืนยันว่าทุกลิงก์ภายใน AI Overview จะได้ตำแหน่ง (position) เดียวกับบล็อก AI Overview และบอกว่าการวัดตำแหน่งของฟีเจอร์เหล่านี้ "ทำให้มีประโยชน์ได้ยาก" เจ้าของเว็บที่อยู่ในโครงการจึงมีตัวเลข impressions ที่มีตำแหน่งระดับบล็อก กับยอดเงินรายเดือนที่ไม่แยกรายหน้า สิ่งที่ขาดไปคือตัวเลขที่เชื่อมสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน
ทำไมผู้เผยแพร่ถึงเห็นต่างกัน
ผู้บริหารที่ Digiday สัมภาษณ์เห็นไม่ตรงกันว่าควรเข้าร่วมหรือไม่ และเหตุผลของแต่ละฝ่ายเป็นรูปธรรม
ผู้บริหารสองรายที่อยู่ในโครงการบอกว่าข้อมูลที่เห็นตอนนี้ยังพื้นฐาน แต่การอยู่ในวงการทดลองจ่ายเงินและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ Google ดีกว่ารอให้เศรษฐศาสตร์ของทราฟฟิกแบบเดิมกลับมา รายหนึ่งบอกว่า Google จัดประชุมรายสัปดาห์กับพาร์ทเนอร์บางราย และเรียกแนวทางนี้ว่า "ร่วมมือกันอย่างมาก" อีกรายมองว่าโครงการนี้เป็นการทดลองช่วงแรกของตลาดข้อมูลสำหรับ inference และบอกว่าผลที่มีประโยชน์ที่สุดคือวงจรฟีดแบ็กแบบ Search Console ที่แสดงว่าคอนเทนต์แบบไหนมีคุณค่าต่อระบบ AI
อีกฝั่งหนึ่ง แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดโครงการบอกว่าผลตอบแทนช่วงแรก "น้อยนิด" เมื่อเทียบกับรายได้โฆษณา ผู้บริหารสำนักพิมพ์รายหนึ่งบอกว่า "ตัวเลขที่ต่ำ" ที่ Google เสนอให้บริษัทของตนและบริษัทอื่นอีกหลายแห่ง ไม่ถึงเกณฑ์รายได้ที่จะคุ้มค่ากับการเข้าร่วม และการเจรจายังดำเนินอยู่ ผู้บริหารคนเดียวกันยังยกประเด็นอำนาจต่อรอง คือการรับเงินผ่านโครงการที่ไม่เปิดเผยวิธีกำหนดอัตรา อาจทำให้ผู้เผยแพร่ต่อรองเงื่อนไขที่ดีกว่าได้ยากขึ้น เพราะ Google สามารถอ้างได้ว่าจ่ายค่าตอบแทนผ่านโครงการนี้อยู่แล้ว
Luke Stillman กรรมการผู้จัดการของ Madison and Wall บอก Digiday ว่าโครงการลักษณะนี้ "ให้ผลบวกเพิ่มเติมบางส่วนแก่ผู้เผยแพร่ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ Google ลดความเสี่ยงทางกฎหมายและชื่อเสียงเรื่องการนำคอนเทนต์ไปใช้"
อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับโครงการจ่ายเงินอื่นของ Google
โพสต์นโยบายของ Google เมื่อมิถุนายน 2569 ระบุโครงการที่อยู่เคียงข้างการนำร่องนี้ ได้แก่ News AI pilot program ซึ่งเป็นความร่วมมือเชิงพาณิชย์ที่จ่ายเงินแลกสิทธิ์คอนเทนต์และช่องทางส่งมอบเฉพาะ มีสิ่งพิมพ์เข้าร่วมกว่า 200 รายทั่วโลก Extended News Previews จ่ายเงินให้สิ่งพิมพ์ในยุโรปกว่า 5,500 รายสำหรับคอนเทนต์ข่าวที่แสดงใน Search รวมถึงฟีเจอร์ generative AI และ Google News Showcase จ่ายเงินให้พาร์ทเนอร์กว่า 2,800 รายใน 33 ประเทศ ทั้งสามโครงการเป็นข้อตกลงที่เจรจากับองค์กรข่าว
AI contribution pilot ต่างออกไปสองข้อตามที่แหล่งข่าวรองรับ ข้อแรก มันทำงานผ่าน Search Console ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทีม SEO ของธุรกิจทั่วไปเปิดทุกสัปดาห์ ไม่ใช่ผ่าน Publisher Center หรือสัญญาที่เจรจากัน ข้อสอง มันไม่จำกัดเฉพาะข่าว Schwartz ตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกใช้ Search Console แทน Google Publisher Center หรือ AdSense เป็นเรื่องที่ไม่ปกติในตัวเอง
สิ่งที่แหล่งข่าวไม่ได้บอก
เพราะนี่คือโครงการนำร่องแบบเชิญที่รายงานจากภาพหน้าจอ รายการสิ่งที่ยังไม่รู้จึงยาว และควรอ่านก่อนสรุปอะไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ของตัวเอง:
- ไม่มีแหล่งข่าวไหนบอกว่า "มีส่วนสำคัญ" วัดอย่างไร หรือตัดสินรายหน้า รายคำตอบ หรือรายเว็บไซต์
- ไม่มีแหล่งข่าวไหนระบุอัตรา สกุลเงิน ยอดจ่ายขั้นต่ำ หรือรอบการจ่าย นอกจากการพูดถึงเกณฑ์ขั้นต่ำการจ่ายเงินในแต่ละประเทศ
- ไม่มีแหล่งข่าวไหนระบุประเทศที่มีสิทธิ์ ในรายงานไม่มีข้อความใดบอกว่าโครงการเปิดหรือปิดสำหรับเว็บไซต์ในประเทศไทย
- ไม่มีแหล่งข่าวไหนบอกว่าเลือกเว็บไซต์ที่จะเชิญอย่างไร หรือมีช่องทางสมัครหรือไม่
- ไม่มีแหล่งข่าวไหนบอกว่าการเข้าร่วมส่งผลต่อการใช้คอนเทนต์หรืออันดับใน Search หรือไม่ โพสต์เดือนมิถุนายนของ Google ระบุว่าตัวควบคุมเฉพาะ generative AI ไม่ถูกใช้เป็นสัญญาณจัดอันดับในส่วนที่ไม่ใช่ generative AI ของ Search แต่ข้อความนั้นพูดถึงตัวควบคุม ไม่ได้พูดถึงโครงการจ่ายเงินนี้
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
แบรนด์ไทยส่วนใหญ่อาจไม่ได้รับคำเชิญ และนั่นไม่ใช่ปัญหา คุณค่าจริงของข่าวนี้อยู่ที่นิยามในข้อความช่วยเหลือ Google เขียนไว้แล้วว่าคอนเทนต์ที่กำหนดรูปคำตอบที่ถูกสร้างขึ้น ต่างจากคอนเทนต์ที่ถูกลิงก์ทีหลัง นี่คือความแตกต่างเดียวกับที่งาน Generative Engine Optimization (GEO) ยึดเป็นหลัก ระบบ AI มักอ้างอิงคำตอบจากหน้าที่ระบุข้อเท็จจริงชัดเจนในที่เดียว โดยมีผู้กระทำ วันที่ และตัวเลขอยู่ในประโยคเดียวกัน
มีสามเรื่องที่เว็บไซต์ไทยที่มีคอนเทนต์ให้ความรู้ควรตรวจ ข้อแรก เปิด Search Console แล้วมองหารายการ AI contribution ในการตั้งค่าหรือเมนูนำทาง ถ้ามี ให้อ่าน Program Terms ให้ครบก่อนกดยอมรับ และสังเกตเงื่อนไขเรื่องภาษีและเกณฑ์ขั้นต่ำการจ่ายเงินสำหรับบัญชีธนาคารไทย ข้อสอง เทียบรายงานประสิทธิภาพ generative AI กับข้อมูลประสิทธิภาพปกติของหน้าเดียวกัน โดยจำไว้ว่ารายงาน AI เป็นมุมมองที่กรองมาจากข้อมูลเดิม ห้ามนำไปบวกรวมกับยอด web ข้อสาม ดูว่าหน้าไหนของคุณมีโอกาสถูกใช้สร้างคำตอบ ไม่ใช่แค่ถูกอ้างอิง หน้าที่มีข้อมูลต้นฉบับ นิยามชัดเจน และข้อเท็จจริงเฉพาะของตลาดไทยเป็นภาษาไทย มีโอกาสมากกว่าหน้าหมวดหมู่ที่เนื้อหาบาง การรีวิว AI SEO ช่วยไล่ดูได้ทีละหน้า และถ้ายังมีปัญหาเรื่องการ crawl หรือ URL ซ้ำ การตรวจ SEO เชิงเทคนิค ยังเป็นขั้นแรกที่ต้องทำ
คำถามที่พบบ่อย
ตอนนี้ Google จ่ายเงินให้เว็บไซต์สำหรับ AI Overviews แล้วใช่ไหม
ใช่ แต่เฉพาะกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับเชิญในโครงการนำร่อง Google ยืนยันกับ Digiday ว่า AI contribution pilot เป็นการทดสอบระยะแรก และมีผู้เผยแพร่อย่างน้อยหลายสิบรายที่ได้รับการติดต่อ ไม่ใช่โครงการทั่วไปที่เว็บไหนก็สมัครได้
ลิงก์ใน AI Overview ทำเงินได้ภายใต้โครงการนี้หรือไม่
ลิงก์อย่างเดียวไม่ได้ ตามข้อความช่วยเหลือที่ Digiday เผยแพร่ การจ่ายเงินผูกกับคอนเทนต์ที่มีส่วนสำคัญขณะที่คำตอบกำลังถูกสร้าง คอนเทนต์ที่ใช้ยืนยันข้อเท็จจริงหรือถูกลิงก์หลังคำตอบเกิดขึ้นแล้วไม่เข้าเงื่อนไข
เว็บไซต์ไทยเข้าร่วม AI contribution pilot ได้ไหม
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ ไม่มีรายงานใดระบุประเทศที่มีสิทธิ์หรืออธิบายวิธีคัดเลือกเว็บไซต์ ดังนั้นการบอกว่าเว็บไทยเข้าร่วมได้หรือไม่ได้ล้วนเป็นการคาดเดา
Google จ่ายเงินเท่าไร
ยังไม่มีการเปิดเผยอัตรา แผงใน Search Console แสดงรายได้รายเดือนพร้อมประวัติบางส่วนแต่ไม่มีวิธีคำนวณ และแหล่งข่าวหนึ่งบอกว่าผลตอบแทนช่วงแรก "น้อยนิด" เมื่อเทียบกับรายได้โฆษณา
ถ้าได้รับเชิญ ผู้เผยแพร่ควรตอบรับไหม
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ซึ่งเป็นความลับ ผู้เผยแพร่ในโครงการให้คุณค่ากับข้อมูลและบรรทัดฐานที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้บริหารรายหนึ่งเตือนว่าการเข้าร่วมอาจลดอำนาจต่อรองในอนาคต ควรอ่าน Program Terms ตรวจเงื่อนไขการจ่ายเงินและภาษี และจำไว้ว่ายกเลิกได้จากการตั้งค่าใน Search Console
ถ้าอยากรู้ว่าหน้าไหนของคุณมีโอกาสถูกเครื่องมือตอบคำถาม AI นำไปใช้มากที่สุด และหน้าที่ยังไม่ถูกใช้ควรแก้อะไร Relevant Audience ช่วยรีวิวคอนเทนต์และข้อมูล Search Console ของคุณเทียบกับวิธีที่ระบบเหล่านี้เลือกแหล่งข้อมูลได้







