OpenAI กำลังแสดงแหล่งอ้างอิงใน ChatGPT ด้วยรูปแบบใหม่อย่างน้อยในบางเซสชัน ปุ่ม Sources ท้ายคำตอบ ที่เคยอยู่ตรงส่วนล่างของคำตอบหายไป และแผงรายการแหล่งอ้างอิงต้องเปิดผ่านเมนูสามจุด More actions แล้วเลือกคำสั่ง View sources แทน
Search Engine Roundtable เผยแพร่ภาพหน้าจอของอินเทอร์เฟซทั้งสองแบบเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 หลังจาก Glenn Gabe รายงานว่าพบคำตอบที่ไม่มีลิงก์ให้กดดูแหล่งที่มาเลย รายการหน้าเว็บที่ถูกอ้างอิงไม่ได้ถูกลบออกไป แต่ถูกย้ายลงไปอีกหนึ่งชั้น อยู่หลังเมนูที่ผู้อ่านต้องตั้งใจกดเปิดเอง
เกิดอะไรขึ้นกับส่วนท้ายคำตอบของ ChatGPT
รูปแบบเดิมนั้นตรงไปตรงมา คำตอบของ ChatGPT ที่ดึงข้อมูลจากเว็บจะจบด้วยปุ่มชื่อ Sources อยู่ตรงส่วนท้าย กดหนึ่งครั้งแผงด้านขวาก็เปิดขึ้นมาแสดงรายชื่อหน้าเว็บที่โมเดลใช้อ้างอิง และผู้อ่านกดต่อไปยังหน้าเหล่านั้นได้ทันที
ในเซสชันที่ Search Engine Roundtable บันทึกไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ปุ่มดังกล่าวไม่ปรากฏที่ส่วนท้ายคำตอบ ผู้อ่านที่ต้องการเห็นแผงเดียวกันต้องกดเปิดเมนูสามจุด More actions ที่ติดอยู่กับคำตอบก่อน แล้วเลือก View sources แผงที่เปิดขึ้นมาหลังจากนั้นหน้าตาเหมือนเดิมทุกอย่าง สิ่งที่เปลี่ยนคือเส้นทางที่ใช้ไปถึงมัน
Barry Schwartz บันทึกอินเทอร์เฟซทั้งสองแบบไว้เป็นภาพหน้าจอ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เรื่องนี้ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่แค่คำบอกเล่า ภาพหนึ่งแสดงส่วนท้ายคำตอบที่ยังมีปุ่ม Sources อยู่ อีกภาพแสดงส่วนท้ายคำตอบแบบเดียวกันที่ไม่มีปุ่มนั้น และมีคำสั่ง View sources ไปโผล่อยู่ในเมนูสามจุดแทน
คลิกเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง ทำไมถึงกระทบคลิกจากการถูกอ้างอิง
องค์ประกอบที่มองเห็นได้ตั้งแต่แรกกับองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ในเมนูย่อยให้ผลไม่เท่ากัน อย่างแรกคนที่อ่านคำตอบจนจบทุกคนเห็น อย่างที่สองมีเฉพาะคนที่รู้อยู่แล้วว่ามีเมนูอยู่ตรงนั้นและตั้งใจไปกดหาเท่านั้นที่เห็น
ช่องว่างตรงนี้คือหัวใจของเรื่องทั้งหมดสำหรับคนที่รายงานผล AI search ด้วยตัวเลขคลิกที่ส่งเข้าเว็บ ตัวการอ้างอิงเองไม่ได้เปลี่ยน หน้าเว็บของคุณยังถูกเลือก ยังอยู่ในรายการในแผง และยังถูกอธิบายในคำตอบเหมือนเดิม สิ่งที่ขยับคือจำนวนคนที่เปิดแผงนั้นขึ้นมาดูจริง
ยังมีผลอีกชั้นที่ควรพูดให้ชัด การวัดผลในเครื่องมือวิเคราะห์ทราฟฟิกทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีคลิกเกิดขึ้น แบรนด์ที่ถูกอ้างอิงแต่ไม่มีใครกดเข้ามาจะไม่ปรากฏเป็นบรรทัดใดเลยในรายงาน referral แปลว่าครึ่งที่วัดได้ของการมองเห็นใน AI search หดลง ในขณะที่ครึ่งที่วัดไม่ได้ยังเท่าเดิม ทีมที่สร้างรายงาน GEO ทั้งหมดไว้บนเซสชันที่มาจาก chatgpt.com จะเห็นตัวเลขลดลงโดยที่คอนเทนต์ อันดับ และอัตราการถูกอ้างอิงของตัวเองไม่ได้แย่ลงเลยแม้แต่นิดเดียว
สิ่งที่ Glenn Gabe รายงาน
Glenn Gabe ซึ่งเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ เขียนว่า ChatGPT "not providing a visible link to view sources" ในเซสชันที่เขาเจอ และระบุเพิ่มว่าการต้องคลิกเพิ่มอีกขั้น "can definitely decrease visibility and clicks for citations that show up in the right-side panel."
นั่นคือส่วนที่เป็นการสังเกตการณ์ และควรแยกออกจากการตีความที่ตามมาหลังจากนั้น Gabe อธิบายว่าอินเทอร์เฟซทำอะไร ส่วนคำถามที่ว่าผลกระทบต่อจำนวนคลิกจะมากหรือน้อยแค่ไหน ยังไม่มีใครวัดและเผยแพร่ต่อสาธารณะ รวมถึงตัวเขาเองด้วย
ทฤษฎีเรื่องโฆษณาเป็นการคาดเดา ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
Gabe ยังตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีเจตนาเพื่อรั้งความสนใจของผู้ใช้ให้อยู่กับ ChatGPT และกับโฆษณา แทนที่จะไหลออกไปตามลิงก์อ้างอิง เขานำเสนอสิ่งนี้ในฐานะการคาดเดา และควรอ่านมันในฐานะการคาดเดาเช่นกัน ในรายงานของ Search Engine Roundtable ไม่มีหลักฐานใดที่บอกเหตุผลของ OpenAI และรายงานก็ไม่ได้มีคำอธิบายจาก OpenAI ว่าทำไมปุ่มถึงย้ายที่
เป็นทฤษฎีที่ฟังขึ้น แต่ก็เป็นทฤษฎีประเภทที่ถ้าไม่มีใครกำกับไว้ มันจะถูกเล่าซ้ำจนกลายเป็นข้อเท็จจริงในที่สุด จึงต้องพูดให้ตรง ณ วันที่รายงานเมื่อ 13 สิงหาคม 2026 เหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงยังไม่เป็นที่ทราบ
เส้นทางเดิมกับเส้นทางใหม่ วางเทียบกัน
ตารางด้านล่างเปรียบเทียบอินเทอร์เฟซสองแบบที่ Search Engine Roundtable บันทึกไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ไม่มีบรรทัดใดที่มาจากการอนุมาน ทั้งสองคอลัมน์มาจากภาพหน้าจอในรายงานฉบับนั้น
| องค์ประกอบ | อินเทอร์เฟซแบบเดิม | อินเทอร์เฟซที่บันทึกไว้ 13 สิงหาคม 2026 |
|---|---|---|
| จุดเข้าถึงในคำตอบ | ปุ่ม Sources ที่ส่วนท้ายคำตอบ | ไม่มีปุ่ม Sources ที่ส่วนท้ายคำตอบ |
| วิธีเปิดแผงแหล่งอ้างอิง | กดปุ่ม Sources หนึ่งครั้ง | เปิดเมนูสามจุด More actions แล้วเลือก View sources |
| จำนวนคลิกกว่าจะเห็นหน้าที่ถูกอ้างอิง | หนึ่งครั้ง | สองครั้ง |
| สิ่งที่แผงแสดงผล | แผงด้านขวาแสดงรายชื่อหน้าที่ถูกอ้างอิง | แผงด้านขวาแสดงรายชื่อหน้าที่ถูกอ้างอิง |
สิ่งที่รายงานไม่ได้ระบุ
รายงานของ Search Engine Roundtable เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 เป็นการบันทึกสิ่งที่สังเกตเห็น ไม่ใช่ประกาศผลิตภัณฑ์ และมีหลายประเด็นที่รายงานไม่ได้ตอบ ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจว่าจะรับมืออย่างไร
- ยังไม่ทราบว่านี่เป็นการทดสอบวงจำกัดหรือปล่อยใช้งานเต็มรูปแบบ รายงานไม่ได้ระบุ
- ไม่มีการให้ตัวเลขว่าผู้ใช้กี่เปอร์เซ็นต์ที่เห็นอินเทอร์เฟซแบบใหม่
- ไม่ได้ครอบคลุมว่าเซสชันของผู้ใช้ที่ไม่ได้ล็อกอินทำงานแบบเดียวกันหรือไม่
- ไม่ได้ครอบคลุมว่า API หรือช่องทางอื่นของ OpenAI ได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่
- ไม่มีคำชี้แจงจาก OpenAI ปรากฏอยู่ในรายงาน
การเหมาเอาว่าช่องว่างเหล่านี้มีคำตอบแล้ว คือวิธีที่การสังเกตอินเทอร์เฟซหนึ่งครั้งกลายเป็นบันทึกกลยุทธ์ที่ผิดพลาด การอ่านอย่างซื่อตรงคือ ผู้ใช้ ChatGPT บางส่วนต้องคลิกสองครั้งแทนที่จะเป็นครั้งเดียว และขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงยังไม่เปิดเผย
ใครได้รับผลกระทบและใครไม่ได้รับ
สำนักข่าวและแบรนด์ที่ใช้เซสชันจาก ChatGPT เป็นตัวชี้วัดผลงานคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด ถ้ารายงานรายเดือนของคุณมีบรรทัดสำหรับ referral จาก chatgpt.com และบรรทัดนั้นถูกใช้อธิบายความคุ้มค่าของงบคอนเทนต์ ตัวหารที่อยู่ข้างใต้อาจเปลี่ยนไปแล้วด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับงานของคุณเลย
แบรนด์ที่วัดการมองเห็นใน AI ด้วยการติดตามว่าตัวเองถูกเอ่ยถึงในคำตอบหรือไม่ แทนที่จะนับคลิก จะได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก เพราะตัวชี้วัดของพวกเขาไม่เคยขึ้นอยู่กับการที่ผู้อ่านต้องกดเปิดแผงตั้งแต่ต้น
ส่วนผู้ลงโฆษณาที่ทำ paid search ในไทยหรือที่ไหนก็ตาม ไม่ได้รับผลกระทบทางตรง เพราะตำแหน่งโฆษณาไม่ได้วิ่งผ่านแผงแหล่งอ้างอิงอยู่แล้ว และนั่นคือเหตุผลที่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยิ่งทำให้เหตุผลของการซื้อพื้นที่โฆษณาบนคีย์เวิร์ดที่คลิกมีมูลค่าทางการค้าหนักแน่นขึ้น
สิ่งที่ควรตรวจสอบในรายงานของคุณสัปดาห์นี้
มีสี่อย่างที่ควรทำในช่วงที่เรื่องยังใหม่ และไม่มีข้อไหนต้องอาศัยการเดาใจ OpenAI เลย
- บันทึกฐานตัวเลข referral จาก ChatGPT ที่มีอยู่ตอนนี้ไว้ก่อน ดึงข้อมูลเซสชันจาก chatgpt.com ย้อนหลัง 30 วันและ 90 วันออกมาเก็บไว้ก่อนที่ตัวเลขจะเริ่มลด เพื่อให้แยกออกภายหลังว่าการลดลงมาจากอินเทอร์เฟซหรือมาจากปัญหาคอนเทนต์
- ให้คนในทีมสองคนพิมพ์คำถามเดียวกันใน ChatGPT แล้วบันทึกว่าแต่ละคนเจออินเทอร์เฟซแบบไหน ถ้าคนหนึ่งเห็นปุ่มที่ส่วนท้ายคำตอบ ส่วนอีกคนต้องเปิดเมนูสามจุด แปลว่าคุณมีหลักฐานในมือแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงยังไม่ทั่วถึงทุกคน
- แยกอัตราการถูกอ้างอิงออกจากทราฟฟิกในเทมเพลตรายงานของคุณ อัตราการถูกอ้างอิงคือคุณปรากฏหรือไม่ ส่วนทราฟฟิกคือมีคนกดหรือไม่ ตอนนี้ตัวเลขสองตัวนี้ขยับไปคนละทางได้แล้ว และรายงานที่รวมสองอย่างเข้าด้วยกันจะทำให้คนอ่านเข้าใจผิด
- อธิบายให้ผู้บริหารฟังก่อนที่ตัวเลขจะขยับ ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะเซสชันจาก AI ที่ลดลงโดยไม่มีคำอธิบายมักถูกโยนความผิดให้ทีมคอนเทนต์เป็นค่าเริ่มต้น
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุผลให้เลิกทำงานเพื่อให้ถูกอ้างอิง การเป็นหน้าเว็บที่ AI ดึงไปใช้ยังกำหนดว่าคำตอบจะพูดถึงหมวดหมู่ของคุณอย่างไร และอิทธิพลนั้นมีอยู่ไม่ว่าจะมีใครเปิดแผงหรือไม่ สิ่งที่เปลี่ยนคือวิธีพิสูจน์ว่างานเกิดขึ้นจริง ทีมที่มอง GEO เป็นงานด้านการมองเห็นมาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ช่องทางเรียกทราฟฟิก จะมีอะไรต้องรื้อน้อยกว่าทีมที่มองมันเป็นแหล่งเซสชันใหม่
ความหมายสำหรับนักการตลาดไทย
แบรนด์ไทยที่เริ่มลงทุนกับ GEO และ answer engine optimisation ในช่วงปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ใช้เรื่องทราฟฟิกเป็นเหตุผลของงบประมาณ คลิกคือหลักฐาน ถ้า ChatGPT ยังเก็บแผงแหล่งอ้างอิงไว้หลังเมนูย่อยต่อไป หลักฐานแบบนั้นจะผลิตได้ยากขึ้นในเชิงโครงสร้าง และเหตุผลของงบประมาณต้องเปลี่ยนตาม
ตัววัดที่ทนทานกว่าสำหรับตลาดไทยคือการถูกเอ่ยถึงและการจดจำแบรนด์ภายในคำตอบของ AI ChatGPT เอ่ยชื่อแบรนด์คุณหรือไม่เมื่อมีคนถามเป็นภาษาไทยว่าตัวเลือกที่ดีที่สุดในหมวดของคุณคืออะไร มันอธิบายราคา พื้นที่ให้บริการ หรือรายละเอียดสินค้าของคุณถูกต้องหรือเปล่า คำถามเหล่านี้ทดสอบซ้ำได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องพึ่งว่าจะมีใครกดอะไร และยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ซื้อชาวไทยมากกว่า เพราะการปิดการขายจำนวนมากเกิดขึ้นบน LINE บนมาร์เก็ตเพลส หรือที่หน้าร้านจริง ไม่ใช่บนเว็บไซต์ที่ถูกอ้างอิง
ยังมีผลต่อการจัดงบด้วย บนคีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์ในไทยที่คลิกหนึ่งครั้งผูกกับรายได้โดยตรง ตำแหน่งโฆษณาแบบเสียเงินคือเส้นทางที่เชื่อถือได้ที่สุดในการได้คลิกนั้นมา ส่วนการมองเห็นแบบออร์แกนิกในคำตอบของ AI ควรถูกเข้าใจว่าเป็นงานสร้างดีมานด์ นี่ไม่ใช่ข้อโต้แย้งให้เลิกทำงาน ChatGPT SEO แต่เป็นข้อโต้แย้งให้รายงานผลงานนั้นเทียบกับผลลัพธ์ที่มันสร้างจริง ซึ่งก็คือการปรากฏอยู่ในคำตอบ แล้วปล่อยให้ช่องทางเสียเงินรับหน้าที่ดึงคลิกไป ทีมไทยที่จะนำเรื่องนี้ไปใส่ในแผนควรกลับไปทบทวนด้วยว่ากรอบการวัดผล AI SEO ของตัวเองให้เครดิตกับ assisted conversion อย่างไร เพราะการถูกเอ่ยถึงที่ไม่เคยสร้างเซสชันเลย ก็ยังมีอิทธิพลต่อการซื้อที่เกิดขึ้นในอีกหลายสัปดาห์ถัดมา
คำถามที่นักการตลาดถามบ่อย
OpenAI ลบแหล่งอ้างอิงออกจาก ChatGPT แล้วหรือไม่
ไม่ได้ลบ แหล่งอ้างอิงยังอยู่และแผงด้านขวายังแสดงรายชื่อหน้าที่ถูกอ้างอิงเหมือนเดิม Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2026 ว่าจุดเข้าถึงย้ายจากปุ่ม Sources ที่ส่วนท้ายคำตอบไปอยู่ในเมนูสามจุด More actions ภายใต้ชื่อคำสั่ง View sources
นี่เป็นการทดสอบหรือเปลี่ยนถาวร
รายงานไม่ได้ระบุ Search Engine Roundtable บันทึกอินเทอร์เฟซสองแบบไว้ด้วยภาพหน้าจอ แต่ไม่ได้บอกว่ารูปแบบใหม่เป็นการทดลองวงจำกัดหรือปล่อยใช้งานเสร็จแล้ว และไม่ได้ให้ตัวเลขสัดส่วนผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ
ผู้ใช้ที่ไม่ได้ล็อกอินหรือฝั่ง API ได้รับผลกระทบด้วยไหม
รายงานไม่ได้ครอบคลุมทั้งสองกรณี เนื้อหาอธิบายเฉพาะสิ่งที่ปรากฏในเซสชันการใช้งาน ChatGPT และไม่ได้พูดถึงการใช้งานแบบไม่ล็อกอินหรือช่องทางสำหรับนักพัฒนา
ทำไม OpenAI ถึงเปลี่ยน
ยังไม่มีการเปิดเผยเหตุผลต่อสาธารณะ Glenn Gabe คาดเดาว่าอาจเป็นความตั้งใจที่จะรั้งความสนใจไว้กับโฆษณาแทนที่จะปล่อยออกไปตามลิงก์อ้างอิง และเขาระบุชัดว่านั่นเป็นทฤษฎีของเขาเอง ไม่ใช่สิ่งที่ OpenAI ยืนยัน
ควรเลิกพยายามให้ ChatGPT อ้างอิงเราหรือไม่
ไม่ควรเลิก แต่ควรเปลี่ยนตัวชี้วัด การถูกอ้างอิงยังกำหนดว่าคำตอบของ AI จะอธิบายแบรนด์และหมวดหมู่ของคุณอย่างไร ทางที่สมเหตุสมผลจึงเป็นการวัดการถูกเอ่ยถึงและความถูกต้องของคำตอบ แทนที่จะรายงานงานนี้ในฐานะช่องทางเรียกทราฟฟิกต่อไป
ถ้ารายงาน AI search ที่คุณใช้อยู่ตอนนี้วางอยู่บนเซสชัน referral จาก ChatGPT สัปดาห์นี้คือจังหวะที่ดีในการรื้อมันมาตั้งบนการมองเห็นแทน คุยกับ Relevant Audience เรื่องการวางระบบติดตามการถูกเอ่ยถึงของแบรนด์คุณในคำตอบ AI ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อที่การเปลี่ยนอินเทอร์เฟซครั้งถัดไปจะไม่พารายงานของคุณหายไปด้วย







