Google AI Overviews cited Facebook 19.5 million times across 300 million US searches

Google AI Overviews อ้างอิง Facebook 19.5 ล้านครั้ง ตามข้อมูล BrightEdge

geoAugust 19, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Lemuel Park ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ BrightEdge เผยแพร่การวิเคราะห์การค้นหาในสหรัฐกว่า 300 ล้านครั้งต่อเดือนบน Search Engine Journal เมื่อ 18 สิงหาคม 2569
  • AI Overviews ของ Google อ้างอิง Facebook 19.5 ล้านครั้ง Instagram ราว 877,000 ครั้ง และ TikTok ประมาณ 78,000 ครั้ง ในกลุ่มตัวอย่างสหรัฐชุดนั้น
  • ในคำถามเชิงซื้อที่อ้างอิง Facebook หรือ Instagram Google เอ่ยชื่อร้านค้าปลีกรายใหญ่หรือมาร์เก็ตเพลสราว 85% ผู้ผลิตได้ 3 ถึง 4% และราว 75% ของแบรนด์ที่ถูกอ้างอิงปรากฏเพียงครั้งเดียว
  • กลุ่มตัวอย่างเป็นสหรัฐเท่านั้น วิธีวัดเป็นของ BrightEdge เอง ยังไม่มีการตรวจสอบอิสระ และไม่มีชุดข้อมูลเทียบเท่าของไทย

Lemuel Park ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ BrightEdge เผยแพร่การวิเคราะห์การค้นหาในสหรัฐกว่า 300 ล้านครั้งต่อเดือนบน Search Engine Journal เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 โดยระบุว่า AI Overviews ของ Google ดึงเนื้อหาจากแพลตฟอร์มโซเชียลใดบ้าง ผลคือ Facebook ถูกอ้างอิงใน AI Overviews 19.5 ล้านครั้ง Instagram ราว 877,000 ครั้ง และ TikTok ประมาณ 78,000 ครั้ง

ป้ายกำกับของข้อมูลชุดนี้สำคัญไม่แพ้ตัวเลข นี่คือการวิเคราะห์ของผู้ขายเครื่องมือเอง อ้างอิงเฉพาะการค้นหาในสหรัฐอเมริกา เขียนโดยผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ BrightEdge เอง และเผยแพร่ใน Search Engine Journal วิธีการวัดเป็นของ BrightEdge เอง ยังไม่มีหน่วยงานอิสระตรวจสอบ และไม่มีชุดข้อมูลเทียบเท่าสำหรับประเทศไทย ตัวเลขทุกตัวด้านล่างเป็นตัวเลขของสหรัฐ ไม่ใช่ตัวเลขระดับโลกและไม่ใช่ตัวเลขของไทย

การวิเคราะห์ AI Overviews ของ BrightEdge นับอะไรบ้าง

การวิเคราะห์ AI Overviews ของ BrightEdge ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ครอบคลุมการค้นหาในสหรัฐกว่า 300 ล้านครั้งต่อเดือน และบันทึกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลใดปรากฏเป็นแหล่งอ้างอิงภายใน AI Overviews ของ Google ตัวเลขเหล่านี้คือจำนวนครั้งที่ถูกอ้างอิง หมายถึงจำนวนคำตอบ AI ที่มีแพลตฟอร์มนั้นปรากฏเป็นแหล่งที่มา ไม่ใช่จำนวนคลิก จำนวนเซสชัน หรือจำนวนผู้เข้าชมที่ถูกส่งต่อ และ Park ไม่ได้แนบตัวเลขทราฟฟิกใดไว้กับข้อมูลชุดนี้เลย

ตัวเลขที่ BrightEdge รายงานเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 มีดังนี้

การวิเคราะห์ AI Overviews ของ BrightEdge นับอะไรบ้าง
แพลตฟอร์มจำนวน AI Overviews ที่อ้างอิง (กลุ่มตัวอย่างสหรัฐ ต่อเดือน)
Facebook19.5 ล้านครั้ง
Instagramราว 877,000 ครั้ง
TikTokประมาณ 78,000 ครั้ง

จากกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน Park คำนวณตัวเลขที่สองออกมาว่า ราวหนึ่งใน 15 การค้นหาในสหรัฐ มีเนื้อหาจาก Facebook หรือ Instagram ปรากฏอยู่ในคำตอบ AI ของ Google

Google แบ่งบทบาทแพลตฟอร์มตามประเภทของสิ่งที่ผู้ใช้ถาม

การวิเคราะห์ของ BrightEdge ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 พบว่า AI Overviews ของ Google ไม่ได้มองแพลตฟอร์มโซเชียลว่าใช้แทนกันได้ แต่ละแพลตฟอร์มถูกดึงมาใช้กับคำถามคนละประเภท ซึ่งเป็นส่วนที่นำไปใช้งานได้จริงมากกว่าตัวเลขรวม สำหรับคนที่ต้องตัดสินใจว่าจะลงแรงตรงไหน

การแบ่งตามเจตนาการค้นหาที่ BrightEdge รายงานไว้ แยกรายแพลตฟอร์ม

Google แบ่งบทบาทแพลตฟอร์มตามประเภทของสิ่งที่ผู้ใช้ถาม
แพลตฟอร์มประเภทคำถามที่ AI Overviews ดึงไปใช้
Facebookคำถามที่ต้องการความสด คำถามเชิงพื้นที่ และคำถามของชุมชน
Instagramวัฒนธรรมและการช้อปปิ้ง
TikTokเทรนด์และวิธีทำ
Redditประสบการณ์ตรงและการแก้ปัญหา
YouTubeคำแนะนำแบบทีละขั้นตอน

BrightEdge ยังเปรียบเทียบ Google กับ ChatGPT บนพื้นที่เดียวกัน โดยระบุว่า Google พึ่งพาสัญญาณด้านทำเลและสต็อกสินค้า ราว 11 ถึง 14% ของการอ้างอิงโซเชียลที่ใกล้จุดซื้อเป็นคำถามแนว "ใกล้ฉัน" หรือ "เปิดอยู่ไหม" ส่วน ChatGPT แทบไม่แตะคำถามเชิงพื้นที่เลย แต่เอนไปทางดีลและราคาแทน ที่ราว 20 ถึง 24% ในแต่ละกลุ่ม

จำนวนผู้ติดตามไม่ใช่ตัวตัดสิน

ตัวอย่างสองกรณีในการวิเคราะห์ของ BrightEdge วันที่ 18 สิงหาคม 2026 แสดงว่าขนาดของผู้ติดตามไม่ใช่สิ่งที่ตัดสินว่าใครจะถูกอ้างอิง Google ใช้โพสต์ Instagram เพียงโพสต์เดียวตอบคำค้น "mobile payment app" ซึ่ง BrightEdge ประเมินปริมาณค้นหาไว้ที่ 18.5 ล้านครั้งต่อเดือน และใช้โพสต์ Facebook ของทีมเบสบอลทีมหนึ่งตอบคำถามว่าจะดูเกม Brewers พบ Reds ได้ที่ไหน

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อความที่ BrightEdge ระบุ สิ่งที่โพสต์สองชิ้นนี้มีร่วมกันไม่ใช่การเข้าถึง แต่คือทั้งคู่ตอบคำถามตรงตัว เป็นข้อความ อยู่บน URL สาธารณะ และมีวันที่กำกับ การอ้างอิงจึงตกไปที่คนที่เขียนคำตอบนั้นเอาไว้แล้วในรูปแบบที่เครื่องหยิบไปใช้ได้

ที่จุดตัดสินใจซื้อ AI ของ Google เอ่ยชื่อร้านค้าปลีกราว 85% ของครั้ง

ข้อค้นพบที่กระอักกระอ่วนที่สุดในเชิงธุรกิจจากการวิเคราะห์ของ BrightEdge วันที่ 18 สิงหาคม 2026 อยู่ที่ปลายกรวยการตัดสินใจ เมื่อ AI ของ Google อ้างอิง Facebook หรือ Instagram ในคำถามเชิงซื้อ มันจะเอ่ยชื่อร้านค้าปลีกรายใหญ่หรือมาร์เก็ตเพลสราว 85% ของครั้ง ผู้ผลิตสินค้าได้ส่วนแบ่งการเอ่ยชื่อแบรนด์เพียง 3 ถึง 4% และราว 75% ของแบรนด์ที่ถูกอ้างอิงปรากฏเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

การแบ่งตามเจตนายิ่งชัดขึ้นที่จุดเดียวกันนี้ ราว 90% ของการอ้างอิง Instagram ที่ปลายกรวยเป็นคำถามเชิงซื้อ ประเภทซื้อได้ที่ไหน ราคาเท่าไร ลดราคาอยู่หรือเปล่า ขณะที่ Facebook โผล่มาหลังการขายเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นราว 23% ของการอ้างอิงปลายกรวยของตัวเอง ซึ่งมากกว่าอัตราของ Instagram กว่าเท่าตัว

วิเคราะห์ เมื่อดูตัวเลขสามชุดนี้พร้อมกัน มันอธิบายรอยรั่วมากกว่าโอกาส เนื้อหาโซเชียลเป็นหลักฐานที่คำตอบ AI ยืนอยู่บนนั้น แล้วคำตอบก็ส่งผู้ซื้อต่อไปให้ร้านค้าปลีก แบรนด์จึงเป็นหัวข้อของการอ้างอิงได้โดยไม่ได้เป็นปลายทางของมัน ส่วนตัวเลข 75% บอกอีกเรื่องหนึ่งที่มองข้ามง่าย ถ้าสามในสี่ของแบรนด์ที่ถูกอ้างอิงปรากฏแค่ครั้งเดียว แปลว่ารายชื่อแบรนด์ที่ถูกอ้างอิงนั้นยาวและตื้น การถูกอ้างอิงหนึ่งครั้งจึงเป็นผลลัพธ์ปกติ ไม่ใช่ตำแหน่งที่ใครยึดครองไว้ได้

ทำไมโพสต์โซเชียลสาธารณะจึงทำงานเป็นเนื้อหาคำตอบได้

หัวข้อนี้เป็นการอธิบายกลไก ไม่ใช่ข้อค้นพบของ BrightEdge การที่โพสต์ Facebook ไปโผล่ในคำตอบ AI ของ Google ไม่ได้มีอะไรพิสดาร โพสต์สาธารณะคือข้อความที่บอตเก็บได้บน URL สาธารณะ มีการระบุตัวตนของสิ่งที่พูดถึง และมีวันเวลากำกับ นั่นคือวัตถุดิบชุดเดียวกับที่หน้าเว็บให้ เพียงแต่ไม่มีเว็บไซต์ห่อไว้ สำหรับคำถามที่คำตอบเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เช่น เวลาเปิดปิด สินค้าคงเหลือ ตารางแข่ง หรือราคา โพสต์มักมีวันที่สดใหม่กว่าเว็บไซต์ของธุรกิจนั้นเองด้วยซ้ำ

กลไกเดียวกันนี้อธิบายการแบ่งตามเจตนาได้โดยไม่ต้องสมมติเครื่องจักรพิเศษใด Facebook อุ้มเนื้อหาเชิงพื้นที่และเนื้อหาที่ต้องการความสดไว้ เพราะนั่นคือสิ่งที่คนโพสต์ที่นั่น YouTube อุ้มคำแนะนำทีละขั้นตอนไว้ เพราะนั่นคือสิ่งที่อยู่บนนั้น แพลตฟอร์มไม่ได้ถูกจัดอันดับด้วยชื่อของมัน แต่ถูกอ่านตามชนิดของประโยคที่มันบังเอิญมีอยู่

หนึ่งใน 15 การค้นหาในสหรัฐ เป็นอัตราส่วนที่คำนวณต่อ

ก่อนจะเอาตัวเลขหนึ่งใน 15 การค้นหาในสหรัฐ ไปพูดต่อที่ไหน ควรติดป้ายให้ถูกก่อน BrightEdge นำเสนอมันในฐานะอัตราส่วนที่คำนวณจากกลุ่มตัวอย่างของตัวเองกว่า 300 ล้านการค้นหาต่อเดือน ไม่ใช่ปริมาณที่วัดแยกออกมาต่างหาก ตัวเลขนี้รวมการอ้างอิง Facebook กับ Instagram เข้าเป็นก้อนเดียว ใช้ได้กับสหรัฐเท่านั้น และขึ้นอยู่กับว่า BrightEdge นิยามคำว่าการอ้างอิงอย่างไร และคำค้นชุดไหนถูกนับเข้ากลุ่มตัวอย่าง ในฐานะบทสรุปของกลุ่มตัวอย่างนั้นถือว่าสมเหตุสมผล แต่ในฐานะข้อความทั่วไปเกี่ยวกับการค้นหานั้นไม่ใช่ และไม่ควรถูกอ้างแบบนั้น

สิ่งที่แบรนด์ควบคุมได้ กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ สิ่งที่ควบคุมได้นั้นแคบและเป็นรูปธรรม คือความเฉพาะเจาะจงและความครบถ้วนเชิงข้อเท็จจริงของโพสต์สาธารณะที่แบรนด์เขียนเอง ถ้าโพสต์ของเพจระบุเวลาเปิดปิด ราคา ของมีสต็อกหรือไม่ สาขาไหนมี และสินค้าทำอะไรได้บ้าง เป็นข้อความธรรมดา ไม่ใช่ฝังอยู่ในภาพกราฟิก ข้อความนั้นก็มีสถานะเป็นคำตอบที่หยิบไปใช้ได้ แต่ถ้าข้อมูลเดียวกันอยู่แค่ในรูปภาพ อยู่แค่ในคอมเมนต์ หรืออยู่แค่ในสตอรี่ที่หมดอายุ มันก็ไม่ได้มีอยู่ในรูปแบบที่อะไรจะยกไปอ้างได้

ส่วนที่ควบคุมไม่ได้คือทุกอย่างหลังจากนั้น ไม่มีอะไรในการวิเคราะห์ของ BrightEdge ที่อธิบายวิธีร้องขอ ส่งเรื่อง หรือสมัครเข้าร่วมเพื่อให้ถูกอ้างอิง และไม่มีอะไรอธิบายว่า Google เลือกอย่างไรระหว่างโพสต์สองชิ้นที่ตอบคำถามเดียวกันได้ทั้งคู่ การมองคุณภาพของโพสต์เป็นคันโยกหนึ่งนั้นพอมีเหตุผล การมองว่ามันเป็นหลักประกันนั้นไม่ใช่ และคำสัญญาใดที่สร้างบนตัวเลขชุดนี้คือคำสัญญาเกี่ยวกับระบบของคนอื่น

สิ่งที่การวิเคราะห์นี้ไม่ได้พูด

  • ไม่ได้อธิบายกลไกการจัดอันดับ ตัวเลขบอกว่าแพลตฟอร์มใดถูกอ้างอิง ไม่ได้บอกว่าทำไมโพสต์หนึ่งถูกเลือกเหนืออีกโพสต์
  • ไม่ได้เสนอช่องทางสมัคร ช่องทางส่งเรื่อง หรือมาร์กอัปใดสำหรับทำให้โพสต์ถูกอ้างอิง
  • ไม่ได้รายงานทราฟฟิก จำนวนการอ้างอิงไม่ใช่จำนวนผู้เข้าชม และไม่มีตัวเลขคลิกผ่านแนบมากับตัวเลข 19.5 ล้าน
  • ไม่ได้แยกข้อมูลของไทยหรือของ APAC กลุ่มตัวอย่างคือการค้นหาในสหรัฐอเมริกา
  • ไม่ได้อ้างว่ารูปแบบนี้จะคงที่ตามเวลา มันคือการอ่านกลุ่มตัวอย่างหนึ่งชุด ณ ช่วงเวลาหนึ่งในปี 2026

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย

ไม่มีส่วนใดในการวิเคราะห์ของ BrightEdge วันที่ 18 สิงหาคม 2026 ที่วัดประเทศไทย และประโยคนี้ควรอยู่ต้นย่อหน้าแทนที่จะเป็นเชิงอรรถ สิ่งที่ตามมาคือการให้เหตุผลจากกลไก ไม่ใช่ข้อค้นพบจากงานวิจัยชิ้นนี้

ไทยเป็นตลาดที่ Facebook และ LINE มาก่อน และข้อมูลของธุรกิจท้องถิ่นที่นี่อยู่ในโพสต์และคอมเมนต์บน Facebook จริง ๆ มากกว่าอยู่บนเว็บไซต์ ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางของไทยจำนวนมากประกาศเวลาเปิดปิด ราคา ของเข้าใหม่ และรายละเอียดสาขาไว้บนเพจ Facebook และไม่ได้อยู่ที่อื่นเลย ถ้ากลไกเบื้องหลังรูปแบบที่พบในสหรัฐคือ Google ดึงข้อความสาธารณะที่สดที่สุดซึ่งตอบคำถามเชิงพื้นที่หรือคำถามที่ต้องการความสด ตลาดที่ข้อความแบบนั้นกองอยู่บน Facebook เป็นหลัก ก็เป็นตลาดที่รูปแบบนี้มีโอกาสเข้มข้นกว่า คำว่ามีโอกาสคือคำสำคัญ ยังไม่มีใครวัดเรื่องนี้ในไทย และโพสต์นี้จะไม่แกล้งทำเป็นว่ามีคนวัดแล้ว

สิ่งที่ทำได้จริงคือเลิกมองเพจ Facebook เป็นช่องกระจายข่าว แล้วเริ่มมองโพสต์สาธารณะเรื่องเวลาเปิดปิด สต็อก ราคา และคำถามที่ลูกค้าถามซ้ำ ๆ ว่าเป็นเนื้อหาคำตอบ เขียนเป็นข้อความภาษาไทย ไม่ใช่ฝังลงในภาพกราฟิก นั่นคือวินัยชุดเดียวกับที่อยู่เบื้องหลัง generative engine optimisation เพียงแต่นำไปใช้กับพื้นที่ที่แบรนด์ส่วนใหญ่โยนให้ ทีมโซเชียล แล้วไม่กลับมาดูอีกเลย

ประเด็นที่สองคือเรื่องมาร์เก็ตเพลส ถ้ารูปแบบปลายกรวยของสหรัฐพอจะข้ามมาได้บ้าง สมมติฐานที่ว่าลิสต์บน Shopee หรือ Lazada จะเป็นสิ่งที่ Google อ้างอิงนั้นควรถูกตรวจสอบมากกว่าถูกเชื่อไปก่อน เพราะในกลุ่มตัวอย่างของสหรัฐ การอ้างอิงเอ่ยชื่อร้านค้าปลีกรายใหญ่บ่อยกว่าผู้ผลิตมาก สำหรับแบรนด์ที่สร้างดีมานด์ผ่าน โฆษณา Facebook เป็นหลัก เพจออร์แกนิกกำลังทำงานเงียบ ๆ ที่ไม่มีรายงานแคมเปญไหนแสดงให้เห็น

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง AI Overviews กับการอ้างอิงโซเชียล

แปลว่าโพสต์ Facebook ติดอันดับใน Google แล้วใช่ไหม

ไม่ใช่ และการวิเคราะห์นี้ก็ไม่ได้อ้างเช่นนั้น BrightEdge นับว่าแพลตฟอร์มปรากฏเป็นแหล่งอ้างอิงใน AI Overviews บ่อยแค่ไหน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการจัดอันดับลิงก์สีน้ำเงิน และรายงานไม่ได้อธิบายกลไกการจัดอันดับใดเบื้องหลังการเลือกนั้น

เรื่องนี้เกิดขึ้นในไทยด้วยหรือเปล่า

แหล่งข่าวไม่ได้ระบุ กลุ่มตัวอย่างเป็นการค้นหาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น BrightEdge ไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลแยกของไทยหรือ APAC และไม่มีชุดข้อมูลไทยที่เทียบเท่า ข้อความใดเกี่ยวกับ AI Overviews ในไทยจึงเป็นการให้เหตุผลจากกลไก ไม่ใช่การวัด

ต้องมีผู้ติดตามเยอะไหมถึงจะถูกอ้างอิง

ไม่จำเป็น ตามหลักฐานที่ให้มา BrightEdge รายงานว่า Google ใช้โพสต์ Instagram เพียงโพสต์เดียวตอบคำค้น "mobile payment app" และใช้โพสต์ Facebook ของทีมเบสบอลตอบคำถามว่าดูเกมได้ที่ไหน พร้อมระบุว่าจำนวนผู้ติดตามไม่ใช่ตัวตัดสิน

ส่งโพสต์เข้าไปหรือสมัครให้ถูกอ้างอิงได้ไหม

ไม่มีช่องทางแบบนั้นระบุไว้ในแหล่งข่าว การวิเคราะห์รายงานว่า Google อ้างอิงอะไร ไม่ได้บอกวิธีทำให้ถูกอ้างอิง และไม่ได้เอ่ยถึงกระบวนการส่งเรื่อง มาร์กอัป หรือการตั้งค่าใดที่จะทำให้โพสต์เข้าเกณฑ์

ต้องลงมือทำอะไรจริง ๆ ไหม

ไม่มีอะไรบังคับ และไม่มีกำหนดเส้นตาย สิ่งที่พอมีเหตุผลให้ทำนั้นเล็กมาก คือทำให้คำตอบที่คนถามธุรกิจอยู่แล้ว เช่น เวลาเปิดปิด ราคา สต็อก และสาขา ปรากฏเป็นข้อความสาธารณะธรรมดาบนเพจโซเชียลของแบรนด์เอง แทนที่จะอยู่แค่ในภาพหรือในสตอรี่ที่หมดอายุ

ถ้าต้องการให้ทบทวนว่าแบรนด์มีเนื้อหาสาธารณะอะไรบ้างที่พร้อมให้คำตอบ AI หยิบไปใช้ และช่องว่างระหว่างเว็บไซต์ เพจ Facebook กับลิสต์บนมาร์เก็ตเพลสอยู่ตรงไหน Relevant Audience ดูแลงานส่วนนี้ภายใต้บริการ GEO และการค้นหาด้วย AI

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: