AI models search for brands they already know 3.2 times more often, geoSurge study finds

โมเดล AI ค้นหาแบรนด์ที่รู้จักอยู่แล้วบ่อยกว่า 3.2 เท่า ตามงานวิจัยของ geoSurge

geoAugust 3, 2026
By Antonio Fernandez

Search Engine Land รายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2026 ถึงงานวิจัยของ geoSurge ที่พบว่าโมเดล AI ค้นหาแบรนด์ที่ตัวเองรู้จักอยู่แล้วบ่อยกว่าแบรนด์ที่ไม่รู้จักอย่างมาก บทความของ Danny Goodwin ระบุช่องว่างไว้ที่ 3.2 เท่า โดยโมเดลค้นหาแบรนด์ที่คุ้นเคย 55.7% ของเวลาทั้งหมด เทียบกับ 17.4% สำหรับแบรนด์ที่อยู่นอก 10 อันดับแรกในความจำของโมเดล

งานวิจัยนี้เก็บคำตอบ 3,960 ชุด จากคำถามของผู้ซื้อในสหรัฐฯ 66 คำถาม สิ่งที่วัดคือโมเดลเลือกจะไปค้นอะไร ซึ่งแคบกว่าอันดับหรือทราฟฟิก และด้วยเหตุนั้นเองจึงควรอ่านให้ตรงตามที่วัด

งานวิจัยวัดอะไร

Search Engine Land รายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2026 ว่า geoSurge วัดความถี่ที่โมเดล AI ยิงคำค้นหาแบรนด์หนึ่ง ๆ แล้วเทียบระหว่างแบรนด์ที่โมเดลรู้จักอยู่แล้วกับแบรนด์ที่ไม่รู้จัก ผลคือแบรนด์ที่คุ้นเคยถูกค้นหา 55.7% ของเวลาทั้งหมด ส่วนแบรนด์ที่อยู่นอก 10 อันดับแรกของโมเดลถูกค้นหา 17.4% ทีมวิจัยยังแยกวัดความจำของโมเดลกับพฤติกรรมการค้นหาของโมเดลออกจากกัน เพื่อทดสอบว่าสิ่งที่โมเดลรู้อยู่ก่อนมีผลต่อสิ่งที่โมเดลไปค้นต่อหรือไม่

ช่องว่างนี้ปรากฏในทุกอุตสาหกรรมที่ทดสอบ

ตัวเลขกระจายกว้างตามอุตสาหกรรม ตามที่ Search Engine Land รายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2026 แบรนด์ที่คุ้นเคยถูกค้นหาระหว่าง 41% ถึง 82% แล้วแต่อุตสาหกรรม ส่วนแบรนด์ที่ไม่คุ้นเคยอยู่ระหว่าง 9% ถึง 23% ช่วงทั้งสองไม่ทับกันเลย แม้แต่อุตสาหกรรมที่แบรนด์คุ้นเคยทำได้แย่ที่สุดที่ 41% ก็ยังสูงกว่าอุตสาหกรรมที่แบรนด์ไม่คุ้นเคยทำได้ดีที่สุดที่ 23%

ความคุ้นเคยกระจุกอยู่ที่แบรนด์ราวห้าราย

เมื่อโมเดลค้นหาแบรนด์เฉพาะเจาะจง 63% ของการค้นเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับแบรนด์ที่โมเดลคุ้นเคยที่สุดห้าอันดับแรก ตามตัวเลขของ geoSurge ที่ Search Engine Land รายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2026 นี่คือข้อค้นพบที่คมที่สุด เพราะการเป็นแบรนด์ที่โมเดลรู้จักไม่ใช่วงกว้างที่มีที่ว่างด้านหลัง การค้นหาแบบเจาะแบรนด์ส่วนใหญ่ไปรวมกันที่ชื่อไม่กี่ชื่อต่อหนึ่งหัวข้อ

การค้นส่วนใหญ่ไม่มีชื่อบริษัทอยู่เลย

มีเพียง 31% ของการค้นแบบแตกคำถาม (fan-out) ที่มีชื่อบริษัทอยู่ในนั้น ตามรายงานฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ฉบับเดียวกัน แปลว่าราวสองในสามของคำค้นที่โมเดลยิงออกไปเป็นเรื่องของหมวดสินค้า ปัญหา หรือสเปก ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ คอนเทนต์ระดับหมวดจึงยืนอยู่หน้ากิจกรรมส่วนที่ใหญ่กว่า ขณะที่การค้นแบบเจาะชื่อแบรนด์คือจุดที่ผลของการกระจุกตัวออกฤทธิ์

ใครทำวิจัย และมีผลอย่างไรกับตัวเลข

geoSurge เป็นผู้ให้บริการในตลาดการมองเห็นบน AI ที่เผยแพร่งานวิจัยเรื่องการมองเห็นบน AI ตัวเลขทั้งหมดเป็นของบริษัทเอง และ Search Engine Land เป็นผู้รายงานโดยไม่ได้ทำซ้ำการทดลองด้วยตัวเอง ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าตัวเลขผิด แต่แปลว่าตัวเลขมาจากฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อสรุป อ่านมันในฐานะงานวิจัยของผู้ขายที่สื่ออุตสาหกรรมนำมารายงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่มันเป็น

สิ่งที่งานวิจัยนี้ไม่ได้บอก

งานวิจัยวัดว่าโมเดลค้นหาแบรนด์ไหน ไม่ได้วัดอันดับ คลิก ทราฟฟิก หรือรายได้ และไม่มีทางคำนวณสิ่งเหล่านั้นออกมาจากข้อมูลชุดนี้ คำถามที่ใช้เป็นคำถามของผู้ซื้อในสหรัฐฯ และไม่มีรายงานถึงตัวอย่างภาษาไทย เอเชียแปซิฟิก หรือภาษาอื่นนอกจากอังกฤษ การที่โมเดลเลือกไปค้นชื่อแบรนด์เป็นขั้นหนึ่งในกระบวนการ ไม่ใช่ปลายทาง

ตัวเลขทั้งหมดเรียงให้เห็นพร้อมกัน

ทุกตัวเลขด้านล่างมาจากงานวิจัยของ geoSurge ตามที่ Search Engine Land รายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2026

ตัวเลขทั้งหมดเรียงให้เห็นพร้อมกัน
สิ่งที่วัดผลที่รายงาน
ความถี่ที่โมเดลค้นหาแบรนด์ที่คุ้นเคย55.7% ของเวลาทั้งหมด
ความถี่ที่โมเดลค้นหาแบรนด์นอก 10 อันดับแรก17.4% ของเวลาทั้งหมด
ช่องว่างระหว่างสองกลุ่มแบรนด์คุ้นเคยถูกค้นบ่อยกว่า 3.2 เท่า
ช่วงตามอุตสาหกรรม แบรนด์ที่คุ้นเคย41% ถึง 82%
ช่วงตามอุตสาหกรรม แบรนด์ที่ไม่คุ้นเคย9% ถึง 23%
การค้นแบรนด์ที่ตกอยู่กับแบรนด์คุ้นเคยห้าอันดับแรก63%
การค้นแบบแตกคำถามที่มีชื่อบริษัท31%

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย

ตัวอย่างที่ใช้คือคำถามของผู้ซื้อในสหรัฐฯ 66 คำถาม ดังนั้นไม่มีอะไรในนี้อธิบายพฤติกรรมของโมเดลต่อคำถามภาษาไทยหรือหมวดสินค้าในไทย การหยิบเปอร์เซ็นต์เหล่านี้มาใช้เป็นตัวเลขในประเทศคือการแต่งขึ้น สิ่งที่ควรคิดต่อคือกลไก เพราะกลไกเดินทางไกลกว่าเปอร์เซ็นต์

ถ้าความคุ้นเคยที่มีอยู่ก่อนเป็นตัวกำหนดว่าโมเดลจะไปค้นอะไร งานนอกเว็บที่สร้างความคุ้นเคยก็มีน้ำหนักมากกว่าที่เคยเห็นกันชัด ๆ ทั้งการเรียกชื่อแบรนด์ให้ตรงกันทุกที่ การมีตัวตนอยู่ในแหล่งที่โมเดลอ่าน และการถูกอธิบายด้วยถ้อยคำแบบเดียวกันในทุกเว็บที่พูดถึงคุณ สำหรับแบรนด์ไทยที่ต้องแข่งกับชื่อระดับสากลในหมวดเดียวกัน ข้อค้นพบเรื่องการกระจุกตัวคือส่วนที่ฟังแล้วอึดอัดที่สุด เพราะแบรนด์ดังไม่กี่รายดูดการค้นแบบเจาะชื่อไปได้เกือบหมด ทางออกที่ทำได้จริงคือเริ่มจากการวัด ตรวจก่อนว่าโมเดลเอ่ยชื่อคุณบ้างหรือไม่เมื่อมีคนถามคำถามระดับหมวด ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของงาน GEO ทุกแบบ แล้วค่อยไปดูว่าหน้าเว็บของคุณตอบคำถามระดับหมวดที่ครองสัดส่วนใหญ่ของการค้นได้ดีแค่ไหน ซึ่งเป็นจุดที่งาน AI SEO กับการทำให้แบรนด์ปรากฏบน ChatGPT ทับซ้อนกัน

คำถามที่พบบ่อย

การที่โมเดล AI คุ้นเคยกับแบรนด์ แปลว่าจะได้ทราฟฟิกมากขึ้นไหม

งานวิจัยไม่ได้บอกแบบนั้น สิ่งที่วัดคือความถี่ที่โมเดลค้นหาแบรนด์ ไม่ใช่คลิก อันดับ เซสชัน หรือรายได้ และไม่มีการรายงานตัวเลขทราฟฟิกไว้ พฤติกรรมการค้นอยู่ต้นทางของทราฟฟิก ส่วนระยะห่างระหว่างสองอย่างนี้ไม่ได้ถูกวัดในงานชิ้นนี้

มีตลาดไทยหรือตลาดเอเชียอยู่ในงานวิจัยไหม

ไม่มี ตัวอย่างที่ใช้คือคำตอบ 3,960 ชุด จากคำถามของผู้ซื้อในสหรัฐฯ 66 คำถาม และไม่มีรายงานถึงตัวอย่างภาษาไทย เอเชียแปซิฟิก หรือภาษาอื่น แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าโมเดลทำงานอย่างไรกับคำถามภาษาไทย

ใครเป็นคนทำงานวิจัยชิ้นนี้

geoSurge ซึ่งเป็นผู้ให้บริการในตลาดการมองเห็นบน AI เป็นผู้ทำวิจัย และ Search Engine Land เป็นผู้รายงานเมื่อ 30 กรกฎาคม 2026 โดย Search Engine Land ไม่ได้ทำการทดลองซ้ำเอง ตัวเลขทั้งหมดจึงเป็นของผู้ให้บริการรายนั้น

ต้องลงมือทำอะไรวันนี้เลยไหม

ไม่มีอะไรในงานวิจัยที่บังคับให้เปลี่ยนทันที เพราะเป็นงานวิจัย ไม่ใช่ประกาศจากแพลตฟอร์ม ขั้นแรกที่สมเหตุสมผลคือหาคำตอบว่าโมเดล AI เอ่ยชื่อแบรนด์ของคุณหรือไม่เมื่อมีคนถามคำถามในหมวดของคุณ ซึ่งเป็นการวัดที่ทำได้โดยยังไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย

อยากรู้ไหมว่าเวลาผู้ซื้อในไทยถามถึงหมวดสินค้าของคุณ โมเดล AI เอ่ยชื่อแบรนด์คุณหรือเปล่า ทีมงานช่วยตรวจและส่งผลที่ได้ให้ดูได้ ทักมาคุยกัน แล้วเริ่มจากคำถามที่ลูกค้าของคุณถามจริง

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: