ทราฟฟิกอ้างอิงจาก ChatGPT ที่วิ่งเข้าเว็บไซต์ B2B เติบโต 303 เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งปี และยังคิดเป็นราว 0.33 เปอร์เซ็นต์ของทราฟฟิกที่วัดได้ทั้งหมด PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ถึงการวิเคราะห์ของ Demandbase Labs ที่ครอบคลุม 1,584 อินสแตนซ์บนแพลตฟอร์ม และการเข้าชมเว็บไซต์กว่า 11 พันล้านครั้ง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2025 ถึง 31 กรกฎาคม 2026 โดยพบว่าการเข้าชมแบบอ้างอิงจาก ChatGPT ต่อเดือน เพิ่มจากราว 645,000 ครั้งในเดือนมิถุนายน 2025 เป็น 2.6 ล้านครั้งในเดือนมิถุนายน 2026
ทั้งสองครึ่งของประโยคนั้นคือเนื้อข่าว การโตเกือบสี่เท่าคือการเติบโตจริง ส่วนสัดส่วนที่ราวหนึ่งในสามของหนึ่งเปอร์เซ็นต์คือตัวเลขที่แทบปัดทิ้งได้ในรายงาน B2B ส่วนใหญ่ ใครที่หยิบตัวเลขหนึ่งไปใช้โดยไม่พูดถึงอีกตัวหนึ่ง กำลังขายอะไรบางอย่างอยู่
Demandbase Labs วัดอะไรกันแน่
PPC Land อธิบายชุดข้อมูลของ Demandbase Labs เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ว่าประกอบด้วย 1,584 อินสแตนซ์บนแพลตฟอร์ม และการเข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 11 พันล้านครั้ง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2025 ถึง 31 กรกฎาคม 2026 โดยตัวเลขพาดหัวมาจากการเทียบเดือนมิถุนายน 2025 กับเดือนมิถุนายน 2026 การเข้าชมแบบอ้างอิงจาก ChatGPT ต่อเดือนขยับจากราว 645,000 ครั้ง เป็น 2.6 ล้านครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้นเกือบ 2 ล้านครั้งต่อเดือน คิดเป็นการเติบโตปีต่อปี 303 เปอร์เซ็นต์
หน่วยที่ใช้ในที่นี้คืออินสแตนซ์บนแพลตฟอร์ม ซึ่งหมายถึงลูกค้าของผู้ให้บริการ ไม่ใช่เว็บไซต์หรือบริษัทในความหมายทั่วไป จุดนี้สำคัญต่อการอ่านค่าเฉลี่ย เพราะไม่มีการเผยแพร่การแยกอุตสาหกรรมของลูกค้ากลุ่มนี้ และไม่มีการระบุว่าลูกค้าชุดเดิมอยู่ครบตลอด 14 เดือนหรือไม่ ฐานของเดือนมิถุนายน 2025 กับตัวเลขของเดือนมิถุนายน 2026 จึงไม่ได้รับประกันว่าอธิบายประชากรกลุ่มเดียวกัน
ทำไม 303 เปอร์เซ็นต์ กับ 0.33 เปอร์เซ็นต์ จึงจริงทั้งคู่
อัตราการเติบโตกับสัดส่วนของทราฟฟิกอธิบายคนละเรื่องกัน และ PPC Land เผยแพร่ทั้งสองค่าไว้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 การเติบโตวัดเทียบกับฐานที่เล็ก ส่วนสัดส่วนวัดเทียบกับทั้งหมด เมื่อเริ่มจาก 645,000 ครั้งต่อเดือนภายในกองข้อมูลระดับพันล้าน การเพิ่มขึ้นสามเท่าจึงให้เปอร์เซ็นต์ที่ใหญ่ พร้อมกับชิ้นส่วนที่เล็ก
PPC Land ยังบันทึกการเทียบกับเสิร์ชไว้ด้วยว่า ChatGPT ส่งทราฟฟิกน้อยกว่า Google ราว 190 เท่าในชุดข้อมูลนี้ ประโยคนี้คือประโยคที่ควรเก็บไว้ตอบเวลาผู้บริหารถามว่าช่องทางนี้มาถึงแล้วหรือยัง
| สิ่งที่ PPC Land รายงานเมื่อ 16 สิงหาคม 2026 | ตัวเลข |
|---|---|
| การเข้าชมแบบอ้างอิงจาก ChatGPT ต่อเดือน มิถุนายน 2025 | ราว 645,000 ครั้ง |
| การเข้าชมแบบอ้างอิงจาก ChatGPT ต่อเดือน มิถุนายน 2026 | 2.6 ล้านครั้ง |
| การเปลี่ยนแปลงปีต่อปี | 303 เปอร์เซ็นต์ |
| สัดส่วนของทราฟฟิกที่วัดได้ในชุดข้อมูล | ราว 0.33 เปอร์เซ็นต์ |
| ค่าเฉลี่ยการเข้าชมที่เพิ่มขึ้นต่อลูกค้าหนึ่งรายต่อเดือน | ราว 1,700 ครั้ง |
แถวสุดท้ายคือการคำนวณ ไม่ใช่ค่าที่วัดมา เอา 2.6 ล้านหารด้วย 1,584 ก็ได้ราว 1,700 ครั้งต่อราย PPC Land ระบุตรง ๆ ว่าไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลการกระจายตัว ไม่มีค่ามัธยฐาน และไม่มีค่าความแปรปรวนใด ๆ ค่าเฉลี่ยนี้จึงเกือบแน่นอนว่ากำลังซ่อนกลุ่มผู้ชนะที่กระจุกตัวอยู่ ลูกค้าไม่กี่รายที่มีฐานผู้ชมใหญ่อาจกินปริมาณส่วนใหญ่ไป ขณะที่ลูกค้าค่ากลางเห็นตัวเลขเพียงเศษเสี้ยวของ 1,700
จุดหักในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่ไม่มีใครอธิบาย
PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ว่าปริมาณการอ้างอิงจาก ChatGPT เพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการกระโดดที่แรงที่สุดในชุดข้อมูล และ Demandbase ไม่ได้ให้คำอธิบายใด ๆ ช่องว่างตรงนี้ควรถูกจับตา เพราะเดือนเดียวที่อธิบายไม่ได้ซึ่งฝังอยู่ในเส้นแนวโน้ม 14 เดือน มีน้ำหนักมากต่อตัวเลข 303 เปอร์เซ็นต์
การเปลี่ยนระดับขนาดนั้นภายในเดือนเดียว มักมีสาเหตุเชิงกลไกมากกว่าเชิงพฤติกรรม การเปลี่ยนวิธีแสดงลิงก์ในผลิตภัณฑ์ การเปลี่ยนของ referrer header การเปลี่ยนวิธีที่แพลตฟอร์มวัดผลจัดประเภทแหล่งที่มา หรือการที่ลูกค้ารายใหญ่เปลี่ยนวิธีติดแท็กทราฟฟิก ล้วนทำให้เกิดภาพแบบนี้ได้ทั้งสิ้น และไม่มีข้อไหนถูกยืนยันหรือถูกตัดออกในสิ่งที่เผยแพร่ออกมา ตราบใดที่ยังไม่มีใครอธิบายเดือนพฤษภาคม แนวโน้มนี้ควรถูกอ่านพร้อมเครื่องหมายดอกจัน
แล้ว Perplexity, Gemini และ Claude เป็นอย่างไร
ตามที่ PPC Land รายงานเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 เอกสารเผยแพร่ของ Demandbase ระบุว่าการอ้างอิงจาก Perplexity ลดลง ส่วน Gemini และ Claude ทรงตัว แต่ไม่มีการเผยแพร่ปริมาณจริง เปอร์เซ็นต์ หรือสัดส่วนของทั้งสามรายเลย นั่นคือการละไว้ที่มีความหมาย ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย เพราะเมื่อไม่มีฐาน การลดลงอาจเป็นการร่วงจากตัวเลขใหญ่ หรือเป็นความผันผวนรอบตัวเลขจิ๋ว ๆ ก็ได้ และคำว่าทรงตัวก็อาจหมายถึงนิ่งในระดับที่ใหญ่ หรือนิ่งอยู่ที่เกือบศูนย์
อ่านในทางปฏิบัติ ชุดข้อมูลนี้รองรับข้อความเกี่ยวกับ ChatGPT ได้ แต่รองรับเรื่องของรายอื่นได้น้อยมาก ใครที่กำลังวางแผนช่องทางโดยจัดอันดับผู้ช่วย AI เทียบกัน ต้องหาแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ปริมาณจริงมาประกอบ
หลักฐานเรื่องคุณภาพคอนเวอร์ชันขัดแย้งกันเอง
PPC Land วางไว้เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 ว่าหลักฐานที่เผยแพร่กันเรื่องคุณภาพของทราฟฟิกอ้างอิงจาก AI ชี้ไปคนละทิศคนละทาง ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนวัด Invoca รายงานว่าสายโทรที่มาจาก ChatGPT มีอัตราคอนเวอร์ชัน 49 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งระบุว่าสูงที่สุดในบรรดาช่องทางทั้งหมด Ahrefs รายงานว่าผู้เข้าชมจาก AI เกิดคอนเวอร์ชันสูงกว่าออร์แกนิกทั่วไป 23 เท่า Microsoft Clarity รายงานว่าคอนเวอร์ชันจาก AI สูงกว่าช่องทางเดิมสามเท่า ขณะที่งานศึกษาฝั่งอีคอมเมิร์ซพบว่า ChatGPT ทำได้แย่กว่าช่องทางเดิมไปเลย
ผลลัพธ์เหล่านี้ปรับให้เข้ากันไม่ได้ในสภาพปัจจุบัน และเหตุผลเกือบแน่นอนว่าอยู่ที่ระเบียบวิธี ไม่ใช่ความจริงที่ต่างกัน ทั้งนิยามของคอนเวอร์ชันที่ไม่เหมือนกัน กรอบเวลาการให้เครดิตที่ต่างกัน อุตสาหกรรมที่ต่างกัน และเหนืออื่นใดคือการปฏิบัติต่อผู้เข้าชมที่มาพร้อมความตั้งใจสูงเพราะตัดสินใจไปแล้วก่อนคลิก ตัวเลข 23 เท่าที่มาจากกลุ่มผู้เข้าชมปลายฟันเนลซึ่งคัดตัวเองเข้ามา เทียบกับค่าเฉลี่ยของช่องทางไม่ได้
จุดยืนที่ปกป้องได้คือ ยังไม่มีใครเผยแพร่คำตอบที่ลงตัวเรื่องคุณภาพของทราฟฟิกอ้างอิงจาก AI และนักการตลาดที่หยิบตัวคูณตัวใดตัวหนึ่งไปใส่สไลด์บอร์ด กำลังเลือกตัวเลข มากกว่ากำลังรายงานตัวเลข
อิทธิพลของ AI ส่วนใหญ่ไม่เคยโผล่มาเป็น referral
ปัญหาการวัดผลนอนอยู่ใต้ทุกอย่างที่ว่ามา และ PPC Land หยิบขึ้นมาพูดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2026 โดยอ้างข้อมูลของ Similarweb ที่ระบุว่ามีเพียง 8.8 เปอร์เซ็นต์ของการเข้าชมที่ได้รับอิทธิพลจาก AI เท่านั้นที่มาถึงในรูปแบบ referral โดยตรง ขณะที่ราว 56 เปอร์เซ็นต์มาผ่านการค้นหาด้วยชื่อแบรนด์แทน การเข้าชมกลุ่มหลังนี้ลงจอดในระบบวิเคราะห์ในฐานะออร์แกนิกเสิร์ช แยกไม่ออกจากคนที่เจอแบรนด์ด้วยวิธีอื่น
ถ้ารูปแบบนี้เป็นจริง ตัวเลข referral จะนับอิทธิพลของ AI ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างเป็นระบบ และสัดส่วน 0.33 เปอร์เซ็นต์คือพื้น ไม่ใช่ยอดรวม นั่นแปลว่าการวัดผลทราฟฟิกจาก AI แบบซื่อตรงคือช่วงตัวเลขที่มีแถบความคลาดเคลื่อนกว้าง ไม่ใช่บรรทัดเดียวในรายงาน นี่คือช่องว่างการวัดผลแบบเดียวกับที่มีมาตลอดระหว่างสิ่งที่ทำให้เกิดการซื้อกับสิ่งที่ได้เครดิต และมันก็ไม่ได้ง่ายขึ้นเลย
สิ่งที่รายงานไม่ได้บอก
PPC Land พูดตรง ๆ ถึงช่องว่างในสิ่งที่ Demandbase เผยแพร่ ไม่มีการแยกอุตสาหกรรมของลูกค้า 1,584 ราย ไม่มีการระบุว่าลูกค้าชุดเดิมอยู่ครบตลอด 14 เดือนหรือไม่ ไม่มีปริมาณจริงของ Perplexity, Gemini หรือ Claude ไม่มีตัวเลขว่าการอ้างอิงจาก AI ทั้งหมดคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของการเข้าชมทั้งหมด ไม่มีคำอธิบายการกระโดดในเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่มีค่าการกระจายตัวหรือค่ามัธยฐาน ระเบียบวิธีถูกบรรยายไว้มากกว่าจะถูกจัดทำเป็นเอกสาร และข้อมูลต้นทางเป็นข้อมูลกรรมสิทธิ์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม
รายงานยังไม่ได้พูดถึงรายได้ ไปป์ไลน์ หรือขนาดดีลที่มาจากการเข้าชมเหล่านี้ ไม่ได้บอกว่าลูกค้าเหล่านั้นดำเนินธุรกิจในประเทศใด และไม่ได้พูดถึงภาษา ข้อสรุปใดก็ตามเกี่ยวกับความหมายต่อตลาดใดตลาดหนึ่งจึงเป็นการอนุมานเพิ่มเอง
สิ่งที่ควรตรวจในระบบวิเคราะห์ของคุณเองสัปดาห์นี้
การตอบสนองที่มีประโยชน์ต่อชุดข้อมูลแบบนี้คือวัดเวอร์ชันของตัวเอง แทนที่จะรับค่าเฉลี่ยของคนอื่นมาใช้
- ดึงข้อมูลทราฟฟิกอ้างอิงจาก chatgpt.com และ chat.openai.com ย้อนหลัง 14 เดือนแบบรายเดือนจากพร็อพเพอร์ตี้ของคุณ แล้วดูว่าเส้นกราฟของคุณมีรูปทรงแบบเดือนพฤษภาคม 2026 หรือเป็นคนละรูปทรง
- ดูว่าตัวเลขนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเซสชันทั้งหมด แล้วตัดสินใจไว้ล่วงหน้าว่าสัดส่วนเท่าไรถึงจะคุ้มกับการลงทุนเฉพาะทาง การเขียนเกณฑ์นั้นไว้ก่อนที่ตัวเลขจะขยับ ช่วยลดการเถียงกันภายหลังได้มาก
- ดูปริมาณการค้นหาด้วยชื่อแบรนด์ในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะเชื่อกันว่าอิทธิพลของ AI ส่วนใหญ่ไปลงที่เส้นทางนั้น ถ้าตัวเลขนี้ขึ้นขณะที่ referral นิ่ง แปลว่าการนับ referral ของคุณกำลังพลาดอะไรบางอย่าง
- แยกดูอัตราคอนเวอร์ชันของเซสชันที่มาจาก AI ต่างหาก โดยรอให้มีปริมาณมากพอที่จะมีความหมาย แทนการหยิบตัวคูณจากงานวิจัยของผู้ให้บริการรายใดมาใช้
- ยืนยันว่าการตั้งค่าการวัดผลของคุณไม่ได้ตัดทิ้งหรือจัดประเภทแหล่งที่มาเหล่านี้ผิด ซึ่งเป็นคำถามเรื่อง การตั้งค่า Google Analytics ตามปกติ มากกว่าจะเป็นคำถามเรื่อง AI
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
การวิเคราะห์ของ Demandbase ที่ PPC Land รายงาน ไม่ได้แยกลูกค้า 1,584 รายตามประเทศ ดังนั้นไม่มีอะไรในนั้นที่อธิบายประเทศไทย และไม่มีตัวเลขสัดส่วนทราฟฟิกสำหรับตลาดไทยอยู่ในแหล่งข่าวนี้ สิ่งที่พอถ่ายโอนได้คือเรื่องของสัดส่วนและเรื่องของความอดทน
สำหรับธุรกิจ B2B ในไทย ช่องทางที่อยู่ราวหนึ่งในสามของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของทราฟฟิก ยังไม่ใช่เหตุผลที่จะดึงงบออกจากสิ่งที่ทำเงินอยู่ตอนนี้ แต่เป็นเหตุผลที่จะทำให้ช่องทางนี้ปรากฏในรายงานตั้งแต่วันนี้ด้วยต้นทุนต่ำ เพื่อให้แนวโน้มจริงถูกมองเห็นจากข้อมูลในประเทศ แทนที่จะนำเข้ามาจากชุดข้อมูลที่เอนไปทางสหรัฐ พฤติกรรมในภาษาไทยยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้จริง และข้อควรระวังเรื่องการค้นหาด้วยชื่อแบรนด์น่าจะกัดแรงกว่าในตลาดที่การค้นพบแบรนด์จำนวนมากวิ่งผ่านแพลตฟอร์มซึ่งไม่เคยส่ง referrer มาให้เลย ทีมที่ทำงาน GEO อย่างเป็นระบบ หรือกำลังวัดการปรากฏตัวของตัวเองใน คำตอบของ ChatGPT จะได้ประโยชน์จากการติดตามค่าตั้งต้นของตัวเองสองไตรมาส มากกว่าจากเปอร์เซ็นต์พาดหัวตัวใดตัวหนึ่ง
คำถามที่พบบ่อย
ตอนนี้ ChatGPT เป็นแหล่งทราฟฟิกที่มีนัยสำคัญสำหรับ B2B แล้วหรือยัง
ยังไม่ใช่ ถ้าดูจากตัวเลขชุดนี้ที่ราว 0.33 เปอร์เซ็นต์ของทราฟฟิกที่วัดได้ มันโตเร็วจากฐานที่เล็ก และ PPC Land ระบุว่ามันส่งทราฟฟิกน้อยกว่า Google ราว 190 เท่าในการวิเคราะห์เดียวกัน จึงควรค่าแก่การติดตาม มากกว่าการโยกงบไปลง
ข้อมูลชุดนี้ครอบคลุมประเทศไทยหรือไม่
แหล่งข่าวไม่ได้ระบุเรื่องนี้ ไม่มีการเผยแพร่การแยกตามประเทศหรือภูมิภาคของอินสแตนซ์ทั้ง 1,584 ราย และไม่มีการแยกตามภาษาเช่นกัน ชุดข้อมูลนี้จึงบอกอะไรที่เฉพาะเจาะจงกับตลาดไทยไม่ได้
ทราฟฟิกจาก AI เกิดคอนเวอร์ชันดีกว่าออร์แกนิกเสิร์ชไหม
ยังไม่มีคำตอบที่ลงตัว และตัวเลขที่เผยแพร่กันขัดแย้งกันเอง PPC Land ยกผลตั้งแต่กรณีที่ทราฟฟิกจาก AI ทำได้แย่กว่าช่องทางเดิมในงานศึกษาฝั่งอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึง Ahrefs ที่รายงานอัตราคอนเวอร์ชันสูงกว่าออร์แกนิกทั่วไป 23 เท่า โดยความต่างมาจากระเบียบวิธี ไม่ใช่ข้อสรุปที่ตกลงกันแล้ว
ทำไมการอ้างอิงจาก ChatGPT ถึงกระโดดในเดือนพฤษภาคม 2026
Demandbase ไม่ได้อธิบาย และ PPC Land ก็เขียนไว้ตรง ๆ ปริมาณเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ถือเป็นการขยับครั้งเดียวที่แรงที่สุดในชุดข้อมูล โดยไม่มีการเผยแพร่สาเหตุ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตัวเลข 303 เปอร์เซ็นต์ต่อปีควรถูกอ่านโดยนึกถึงเดือนนั้นไว้ด้วย
ตอนนี้ต้องเปลี่ยนอะไรไหม
ยังไม่ต้องเปลี่ยนอะไรในเชิงโครงสร้าง สิ่งที่ต้นทุนต่ำคือทำให้ช่องทางนี้วัดได้ในรายงานของคุณเอง และดูการค้นหาด้วยชื่อแบรนด์ควบคู่ไปด้วย เพราะเชื่อกันว่าการเข้าชมที่ได้รับอิทธิพลจาก AI ส่วนใหญ่มาถึงในรูปการค้นหาด้วยชื่อแบรนด์ มากกว่ามาเป็น referral ที่ติดตามได้
ถ้าอยากได้ตัวช่วยแยกสัญญาณจริงออกจากพาดหัวในข้อมูลของคุณเอง ทีมงาน Relevant Audience ยินดีนั่งดูตัวเลขไปด้วยกัน ส่วนบทความฉบับเต็มพร้อมข้อควรระวังทั้งหมด อ่านได้ที่ PPC Land







