สแปม (Spam) คือ ข้อความไม่พึงประสงค์ที่ถูกส่งออกไปครั้งละจำนวนมากถึงคนที่ไม่เคยขอรับ พบบ่อยที่สุดในรูปแบบอีเมล แต่ก็มาทาง SMS สายโทรเข้า ข้อความในแอปแชท และคอมเมนต์บนโซเชียลมีเดียด้วย ข้อความหนึ่งจะนับเป็นสแปมเมื่อครบ 3 องค์ประกอบ คือ ผู้รับไม่เคยให้ความยินยอม ข้อความถูกหว่านส่งเป็นจำนวนมากไม่ได้เจาะจงถึงเราจริง ๆ และเนื้อหามีไว้เพื่อประโยชน์ของผู้ส่ง จะเป็นการยัดเยียดโฆษณา การหลอกลวง หรือการแพร่มัลแวร์ก็ตาม บทความนี้จะพาไปดูที่มาของคำว่าสแปม ประเภทของสแปมที่ต้องเจอในปี 2026 วิธีป้องกันตัวเอง และสำหรับคนทำธุรกิจ ทำอย่างไรไม่ให้ข้อความการตลาดของแบรนด์ถูกตีตราว่าเป็นสแปมเสียเอง
สแปม คืออะไร แล้วแบบไหนไม่นับเป็นสแปม
อีเมลโปรโมชั่นจากร้านที่เรากดสมัครรับข่าวสารไว้ ไม่ใช่สแปม เพราะผู้ส่งระบุตัวตนชัดเจน เราให้ความยินยอมเอง และมีปุ่มยกเลิกรับให้กดได้เสมอ ข้อความจะกลายเป็นสแปมเมื่อไม่ผ่านเกณฑ์เรื่องความยินยอม สังเกตได้จากลักษณะเหล่านี้
- ไม่เคยให้ข้อมูลติดต่อกับผู้ส่ง: เราไม่เคยให้อีเมลหรือเบอร์โทร หรือเคยให้ไว้เพื่อจุดประสงค์อื่น เช่น แจ้งสถานะพัสดุ แต่ถูกนำไปยิงโฆษณา
- ส่งแบบหว่านจำนวนมาก: ข้อความเดียวกันถูกส่งถึงคนเป็นพันเป็นล้าน มักมาจากรายชื่อที่ซื้อขายกันหรือดูดมาจากอินเทอร์เน็ต
- ปกปิดหรือปลอมตัวตน: ปลอมชื่อผู้ส่ง ใช้โดเมนแปลก ๆ ไม่มีที่อยู่ติดต่อ ไม่มีช่องทางยกเลิกรับข้อความ
- เนื้อหาเอื้อประโยชน์ผู้ส่งฝ่ายเดียว: ตั้งแต่ขายของแบบยัดเยียด ไปจนถึงลิงก์ Phishing ไฟล์แนบมัลแวร์ และการหลอกโอนเงิน
สแปมไม่ได้ผิดกฎหมายทุกกรณี จำนวนมากเป็นแค่การตลาดมักง่าย แต่ส่วนที่อันตรายจริงคือสแปมที่เป็นพาหะของ Phishing และการฉ้อโกง นี่คือเหตุผลที่ผู้ให้บริการอีเมลและเครือข่ายมือถือยอมลงทุนมหาศาลกับระบบคัดกรอง
ทำไมถึงเรียกว่า "สแปม"
ชื่อนี้มาจากละครตลกของคณะ Monty Python ปี 1970 ที่มีฉากร้านอาหารซึ่งเมนูแทบทุกจานมีแฮมกระป๋องยี่ห้อ SPAM เป็นส่วนประกอบ แถมมีกลุ่มไวกิ้งนั่งร้อง "Spam, Spam, Spam" ซ้ำ ๆ จนกลบเสียงสนทนาทั้งร้าน ชาวอินเทอร์เน็ตยุคแรกจึงหยิบคำนี้มาเรียกข้อความที่ถูกส่งถล่มจำนวนมากจนกลบบทสนทนาจริงในกระดานสนทนา ส่วนอีเมลที่ถูกยกให้เป็นสแปมฉบับแรกของโลกถูกส่งตั้งแต่ปี 1978 บนเครือข่าย ARPANET เพื่อโฆษณาขายเครื่องคอมพิวเตอร์ให้คนหลายร้อยคนพร้อมกัน
ประเภทของสแปมที่พบบ่อย
1. สแปมอีเมล (Email Spam)
ช่องทางที่มีปริมาณสแปมมากที่สุด ตั้งแต่จดหมายข่าวที่ไม่ได้สมัคร โฆษณาสินค้าน่าสงสัย ไปจนถึงอีเมล Phishing ที่ปลอมเป็นธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือหน่วยงานราชการ รวมถึงอีเมลแนบไฟล์อันตราย ระบบกรองของ Gmail, Outlook และผู้ให้บริการรายใหญ่ดักจับได้เกือบหมด สแปมเมอร์จึงต้องเปลี่ยนโดเมนไปเรื่อย ปลอมชื่อผู้ส่ง และก๊อปปี้หน้าตาอีเมลของแบรนด์จริงมาใช้
2. ข้อความสแปมทาง SMS
ข้อความชวนกู้เงิน ลิงก์เว็บพนัน งานออนไลน์รายได้ดีเกินจริง และ SMS ปลอมแจ้งพัสดุตกค้าง ถ้าข้อความพยายามหลอกให้กรอกรหัสผ่านหรือข้อมูลบัตรผ่านลิงก์ จะเรียกว่า Smishing (SMS Phishing) มิจฉาชีพชอบช่องทางนี้เพราะคนเปิดอ่าน SMS แทบทุกข้อความ
3. สแปมโทรศัพท์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ทั้งสายโฆษณาอัตโนมัติ เทเลเซลส์ที่ไม่เคยขอเบอร์เรา ไปจนถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ ธนาคาร ศุลกากร หรือบริษัทขนส่ง เพื่อข่มขู่ให้โอนเงินหรือหลอกเอารหัส OTP ประเทศไทยเจอปัญหานี้หนักเป็นอันดับต้น ๆ ของภูมิภาค และเป็นสแปมที่สร้างความเสียหายทางการเงินต่อคนทั่วไปมากที่สุด
4. สแปมบนโซเชียลมีเดียและแอปแชท
บัญชีปลอมที่ทักแชทมาขายของหรือชวนลงทุน บอทที่มาทิ้งลิงก์ใต้โพสต์ดัง เพจแจกรางวัลปลอม และการถูกดึงเข้ากลุ่ม LINE หรือ Facebook แปลก ๆ โดยไม่ได้ยินยอม ส่วนคอมเมนต์สแปมตามบล็อกและเว็บบอร์ด ที่มักเป็นคำชมลอย ๆ พ่วงลิงก์ มีเป้าหมายคือฝัง Backlink หรือล่อคลิก
5. SEO Spam และ Link Spam
สแปมที่ไม่ได้มุ่งหลอกคน แต่มุ่งหลอกอัลกอริทึมของ Google เช่น เครือข่ายเว็บคุณภาพต่ำที่สร้างขึ้นเพื่อปล่อยลิงก์โดยเฉพาะ การซื้อขาย Backlink เว็บที่ถูกแฮ็กแล้วฝังหน้าแฝง หน้าเว็บยัดคีย์เวิร์ด และการยิงลิงก์อัตโนมัติตามคอมเมนต์และเว็บบอร์ด นโยบายสแปมของ Google จัดพฤติกรรมเหล่านี้เป็น Link Spam ทั้งหมด ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจที่เคยซื้อ Backlink ราคาถูก เดี๋ยวเราจะลงรายละเอียดผลกระทบต่อ SEO ในหัวข้อถัดไป
| ประเภท | ตัวอย่างที่พบบ่อย | สัญญาณเตือน |
|---|---|---|
| สแปมอีเมล | อีเมลปลอมจากธนาคาร ใบแจ้งหนี้ปลอม โฆษณาไม่พึงประสงค์ | ผู้ส่งไม่รู้จัก โดเมนไม่ตรงแบรนด์ เร่งให้รีบทำทันที |
| ข้อความสแปม SMS | ชวนกู้เงิน เว็บพนัน พัสดุตกค้าง | ลิงก์ย่อ ขอ OTP หรือข้อมูลส่วนตัว |
| สแปมโทรศัพท์ | สายอัตโนมัติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ | ข่มขู่ กดดัน ให้โอนเงินหรือบอกรหัส |
| สแปมโซเชียล | บอททักแชท เพจแจกของปลอม คอมเมนต์ทิ้งลิงก์ | บัญชีใหม่ ข้อเสนอดีเกินจริง ลิงก์ไม่เกี่ยวกับโพสต์ |
| SEO/Link Spam | ซื้อ Backlink เครือข่ายเว็บปั่นลิงก์ | เว็บไม่เกี่ยวข้องลิงก์มาหาเราจำนวนมากผิดปกติ |
สแปมกับ Phishing ต่างกันอย่างไร
พูดให้สั้นที่สุด สแปมคือ "วิธีส่ง" หมายถึงการหว่านข้อความจำนวนมากโดยไม่ได้รับความยินยอม ส่วน Phishing คือ "เจตนา" คือการปลอมเป็นองค์กรที่เราไว้ใจเพื่อหลอกเอารหัสผ่าน ข้อมูลบัตร หรือ OTP อีเมลลดราคาที่เราไม่เคยสมัครรับคือสแปมน่ารำคาญ แต่อีเมลปลอมเป็นธนาคารให้ "ยืนยันบัญชี" คือ Phishing ที่ต้องรีบรายงานให้ผู้ให้บริการอีเมลและองค์กรที่ถูกแอบอ้างรับรู้ ไม่ใช่แค่ลบทิ้งแล้วจบ
สถานการณ์สแปมในไทย และมุมกฎหมาย PDPA
คนไทยแทบทุกคนเคยเจอ SMS เว็บพนัน สายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือข้อความชวนลงทุนแปลก ๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติ ภาครัฐจึงมีช่องทางรับมือโดยเฉพาะ เช่น สายด่วน AOC 1441 สำหรับแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์และอายัดบัญชีมิจฉาชีพ การกด *137 แล้วโทรออกเพื่อยกเลิก SMS โฆษณาและบริการเสริม และการแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในมุมธุรกิจ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กำหนดให้การส่งข้อความการตลาดตรงถึงบุคคลต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ โดยทั่วไปคือความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และเจ้าของข้อมูลมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อไหร่ก็ได้ การซื้อรายชื่อมายิงอีเมลหรือ SMS โดยที่เจ้าตัวไม่เคยยินยอม จึงไม่ใช่แค่การตลาดที่แย่ แต่เสี่ยงโทษปรับทางปกครองถึงหลักล้านบาท แบรนด์ที่ทำการตลาดในไทยต้องคิดเรื่องความยินยอมเป็นเรื่องแรก ไม่ใช่เรื่องแถม
วิธีป้องกันสแปมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
วิธีจัดการสแปมอีเมล
- กด "รายงานสแปม" แทนการลบเฉย ๆ ทุกครั้งที่รายงาน ระบบกรองจะเรียนรู้และดักข้อความลักษณะเดียวกันให้เราในครั้งถัดไป
- กดยกเลิกรับข่าวสารเฉพาะกับผู้ส่งที่เรารู้จักจริง ถ้าเป็นแบรนด์จริง ลิงก์ Unsubscribe ใช้ได้ผล แต่ถ้าเป็นสแปมแท้ ๆ การคลิกลิงก์ใด ๆ รวมถึงปุ่มยกเลิก เท่ากับยืนยันว่าอีเมลเรามีคนใช้งานจริง ให้รายงานสแปมแทน
- อย่าโพสต์อีเมลหลักในที่สาธารณะ อีเมลที่โผล่ตามหน้าเว็บจะถูกบอทดูดเข้ารายชื่อสแปม ควรมีอีเมลสำรองไว้สมัครกิจกรรมต่าง ๆ
- เช็กโดเมนผู้ส่งจริง ๆ ก่อนคลิก ชื่อที่แสดงปลอมได้ง่ายมาก แต่โดเมนหลังเครื่องหมาย @ ปลอมยากกว่า
- เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ให้บัญชีอีเมลตัวเอง เพราะอีเมลที่ถูกแฮ็กจะกลายเป็นเครื่องยิงสแปมใส่ทุกคนที่เรารู้จัก
วิธีป้องกันสแปม SMS และสายโทรเข้า
- บล็อกและรายงานเบอร์ได้จากแอปข้อความและแอปโทรศัพท์โดยตรง ทั้ง iOS และ Android มีตัวกรองข้อความจากคนแปลกหน้าในตัว
- ติดตั้งแอประบุตัวตนสายเรียกเข้าอย่าง Whoscall ที่คนไทยใช้กันแพร่หลาย ช่วยเตือนเบอร์มิจฉาชีพก่อนรับสาย
- ห้ามบอกรหัส OTP กับใครก็ตามที่โทรมา ไม่ว่าจะอ้างเป็นหน่วยงานไหน ธนาคารและหน่วยงานรัฐไม่มีนโยบายถาม OTP ทางโทรศัพท์
- กด *137 โทรออก เพื่อยกเลิก SMS โฆษณาจากเครือข่าย และมองข้อความ "พัสดุตกค้าง" ที่แนบลิงก์มาว่าอันตรายไว้ก่อนเสมอ
- ถ้าถูกหลอกโอนเงินแล้ว ให้โทร 1441 ทันทีเพื่อประสานอายัดบัญชีปลายทาง ยิ่งเร็วยิ่งมีโอกาสได้เงินคืน
ธุรกิจต้องทำอย่างไร ไม่ให้อีเมลแบรนด์กลายเป็นสแปม
ระบบกรองอีเมลไม่สนใจเจตนาของเรา ถ้าอีเมลของแบรนด์ "มีพฤติกรรมเหมือนสแปม" เช่น ส่งหารายชื่อที่ซื้อมา ผู้รับไม่เคยเปิดอ่าน หรือโดเมนไม่ได้ตั้งค่าการยืนยันตัวตน อีเมลก็จะถูกกรองแบบเดียวกับสแปม แล้วข้อความถึงลูกค้าตัวจริงจะไปจบที่ถังขยะ ทางป้องกันไม่ได้ซับซ้อน มีแค่ 3 เรื่อง แต่ต้องทำจริงทุกข้อ
1. Permission Marketing ส่งเฉพาะคนที่ยินยอม
ส่งอีเมลถึงเฉพาะคนที่กดสมัครรับด้วยตัวเอง และทำให้การยกเลิกรับง่ายที่สุด ห้ามซื้อรายชื่ออีเมลเด็ดขาด เราเจอบ่อยมากเวลารับช่วงดูแลอีเมลของลูกค้าใหม่ พอไล่หาต้นตอว่าทำไมอีเมลตกถังสแปม เกือบทุกครั้งจะเจอรายชื่อที่ซื้อมาตั้งแต่หลายปีก่อนซ่อนอยู่ในระบบ เพราะรายชื่อพวกนี้เต็มไปด้วย Spam Trap และคนที่พร้อมกดรายงานสแปมทันที ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือของโดเมนเร็วที่สุด ทั้งยังขัดกับ PDPA ตามที่กล่าวข้างต้น แนะนำให้ใช้ Double Opt-in คือให้ผู้สมัครกดยืนยันในอีเมลอีกครั้ง เพื่อให้รายชื่อสะอาดตั้งแต่ต้นทาง
2. ตั้งค่าการยืนยันตัวตนของอีเมลให้ครบ
ตั้งแต่ปี 2024 Gmail และ Yahoo บังคับกฎกับผู้ส่งอีเมลจำนวนมาก และ Microsoft ก็ตามมาฝั่ง Outlook ธุรกิจที่ส่งอีเมลการตลาดในปี 2026 ต้องตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC บนโดเมนที่ใช้ส่งให้ครบ ต้องมีปุ่มยกเลิกรับแบบคลิกเดียว (One-click Unsubscribe) ในอีเมลจำนวนมากทุกฉบับ และคุมอัตราการถูกรายงานสแปมให้ต่ำกว่า 0.3% โดยเป้าที่ปลอดภัยคือไม่เกิน 0.1% ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้ อีเมลอาจถูกปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่ถึงกล่องจดหมาย ต่อให้เนื้อหาดีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้
3. ดูแลรายชื่อและ Engagement สม่ำเสมอ
ลบรายชื่อที่ไม่เปิดอ่านนาน ๆ ออกเป็นประจำ ส่งด้วยความถี่และชื่อผู้ส่งที่คงเส้นคงวา และค่อย ๆ Warm up โดเมนใหม่ก่อนส่งปริมาณมาก เพราะระบบกรองตัดสินเราจากพฤติกรรมผู้รับ อีเมลที่คนเปิดอ่านและตอบกลับจะได้เข้า Inbox ส่วนอีเมลที่ถูกเมินจะถูกกดลงถังสแปมมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่แน่ใจว่าแคมเปญของแบรนด์ไปถึง Inbox ลูกค้าจริงหรือเปล่า ทีมของเรามีบริการ Email Marketing ที่ดูแลตั้งแต่การตั้งค่า Authentication กลยุทธ์รายชื่อ ไปจนถึงการทำแคมเปญครบวงจร
สแปมส่งผลเสียต่อ SEO อย่างไร
สแปมไม่ได้จบแค่ในกล่องจดหมาย อันดับเว็บบน Google ก็โดนบ่อนทำลายแบบเงียบ ๆ ได้เหมือนกัน เพราะนโยบายสแปมของ Google มุ่งจัดการกับการปั่นลิงก์ทุกรูปแบบ และระบบตรวจจับก็ทำงานตลอดเวลา ความเสี่ยงหลักของธุรกิจมี 3 ด้าน
- Backlink ที่ซื้อมาจะย้อนกลับมาทำร้าย: แพ็กเกจลิงก์ราคาถูก เครือข่ายเว็บปั่นลิงก์ และการหว่านลิงก์ตามเว็บไดเรกทอรี คือสิ่งที่ระบบของ Google ถูกฝึกมาให้ตรวจจับโดยเฉพาะ อย่างเบาคือลิงก์ถูกเมินเฉยและเงินสูญเปล่า อย่างหนักคือโดน Manual Action จนอันดับร่วงยกเว็บ
- เว็บของเราอาจตกเป็นเหยื่อ: เว็บถูกแฮ็กแล้วฝังหน้าสแปม คอมเมนต์ขยะที่ผู้ใช้มาทิ้งไว้ หรือการทำ Negative SEO ยิงลิงก์คุณภาพต่ำใส่โดเมนเรา ล้วนทำให้เว็บถูกโยงกับสัญญาณสแปม ทางป้องกันคือตรวจสุขภาพเว็บสม่ำเสมอและคัดกรองคอนเทนต์จากผู้ใช้
- การกู้อันดับใช้เวลานาน: การฟื้นความน่าเชื่อถือหลังโดนบทลงโทษเรื่องสแปม ใช้เวลานานกว่าการทำอันดับแบบถูกวิธีตั้งแต่แรกหลายเท่า
ทางที่ได้ผลจริงอาจฟังดูน่าเบื่อ คือทำคอนเทนต์ให้ดี วางโครงสร้างเว็บให้สะอาด และปล่อยให้ลิงก์เกิดจากคุณค่าของเนื้อหาเอง แต่มันคือทางเดียวที่อยู่รอดทุกอัปเดตของ Google หากเว็บของคุณเคยผ่านการทำลิงก์แบบสุ่มเสี่ยง หรือสงสัยว่ากำลังถูกยิงลิงก์คุณภาพต่ำใส่ บริการรับทำ SEO ของเราครอบคลุมทั้งการตรวจสอบ Backlink และวางกลยุทธ์กู้อันดับ และถ้าต้องการวางแผนภาพรวมทุกช่องทางตั้งแต่ต้น ทีมของเรามีบริการทำการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจรที่ยึดหลักการตลาดแบบขออนุญาตเป็นแกนกลาง
คำถามที่พบบ่อย
สแปม คืออะไร สรุปสั้น ๆ
สแปม คือข้อความที่เราไม่เคยขอรับ ถูกส่งแบบหว่านถึงคนจำนวนมากพร้อมกัน ผ่านอีเมล SMS โทรศัพท์ หรือโซเชียลมีเดีย มีตั้งแต่โฆษณาน่ารำคาญไปจนถึงการหลอกลวงแบบ Phishing จุดตัดสินสำคัญคือความยินยอม ถ้าเราไม่เคยอนุญาตให้ผู้ส่งติดต่อเรา และข้อความเดียวกันถูกส่งถึงคนอีกเป็นพัน นั่นคือสแปม
ทำไมถึงเรียกว่าสแปม
มาจากละครตลก Monty Python ปี 1970 ที่คำว่า "Spam" (แฮมกระป๋อง) ถูกพูดซ้ำ ๆ จนกลบเสียงอื่นทั้งหมด ชาวเน็ตยุคแรกเลยยืมคำนี้มาเรียกข้อความที่ถูกส่งถล่มจำนวนมากจนกลบบทสนทนาจริง และกลายเป็นคำมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
โดนข้อความสแปมและสายมิจฉาชีพบ่อยมาก ทำอย่างไรดี
บล็อกและรายงานเบอร์จากแอปข้อความหรือแอปโทรศัพท์ ติดตั้ง Whoscall ไว้กรองสายเรียกเข้า กด *137 โทรออกเพื่อยกเลิก SMS โฆษณา และไม่คลิกลิงก์ในข้อความจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด ถ้าเผลอโอนเงินให้มิจฉาชีพแล้ว โทร AOC 1441 ทันทีเพื่ออายัดบัญชี และแจ้งความออนไลน์ได้โดยไม่ต้องไปโรงพัก
ทำไมอีเมลของธุรกิจเราถึงตกไปอยู่ในถังสแปม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ ยังไม่ได้ตั้งค่า SPF, DKIM, DMARC บนโดเมน ส่งหารายชื่อที่ซื้อมาหรือเก่าเกินไป อัตราการถูกรายงานสแปมและอีเมลตีกลับสูง และผู้รับไม่ค่อยเปิดอ่าน วิธีแก้คือตั้งค่า Authentication ให้ครบก่อน ลบรายชื่อที่ไม่ Active ทำปุ่มยกเลิกรับให้กดง่าย และส่งเฉพาะคนที่ยินยอมรับข่าวสารเท่านั้น ชื่อเสียงของโดเมนจะค่อย ๆ ฟื้นตามพฤติกรรมเชิงบวกที่สะสม







