Email Marketing คือการส่งอีเมลไปหาลูกค้าหรือคนที่สมัครรับข่าวจากคุณ เพื่อบอกโปรโมชัน เล่าเรื่องแบรนด์ หรือชวนให้กลับมาซื้อซ้ำ ฟังดูเชยแต่จริง ๆ มันยังทำเงินได้ดีมากเพราะคุณเป็นเจ้าของรายชื่ออีเมลเอง ไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาทุกครั้งที่อยากคุยกับลูกค้า บทความนี้จะเล่าตั้งแต่ว่ามันคืออะไร ทำไมถึงสำคัญ เริ่มทำยังไง วัดผลตรงไหน ดูตัวอย่างแบบไหน และเวลาจะเลือกเครื่องมือหรือผู้ให้บริการควรดูอะไรบ้าง
Email Marketing คืออะไร
พูดง่าย ๆ คือการใช้อีเมลเป็นช่องทางคุยกับกลุ่มคนที่ยอมให้ที่อยู่อีเมลกับคุณมาแล้ว เช่น คนที่สมัครรับจดหมายข่าว คนที่เคยซื้อของ หรือคนที่ดาวน์โหลดคูปอง จุดที่ต่างจากโฆษณาทั่วไปคือคุณไม่ได้ไปยิงหาคนแปลกหน้า แต่คุยกับคนที่รู้จักแบรนด์อยู่แล้ว โอกาสที่เขาจะเปิดอ่านและกดซื้อจึงสูงกว่า
อีเมลที่ส่งมีหลายแบบ ทั้งอีเมลต้อนรับคนสมัครใหม่ อีเมลแจ้งโปรโมชัน อีเมลเตือนตะกร้าที่ลืมทิ้งไว้ ไปจนถึงจดหมายข่าวรายสัปดาห์ที่เล่าเรื่องมีสาระ แต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน แต่เป้าหมายรวมคือทำให้คนจำแบรนด์ได้และกลับมาซื้อเรื่อย ๆ
ทำไม Email Marketing ยังสำคัญอยู่
หลายคนคิดว่าอีเมลตายไปแล้วเพราะมีโซเชียลกับแอปแชต แต่จริง ๆ มันยังอยู่ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือคุณควบคุมมันได้เอง อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มโซเชียลเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้ วันดีคืนดีโพสต์ที่เคยมีคนเห็นหมื่นคนอาจเหลือร้อยคน แต่รายชื่ออีเมลเป็นของคุณ ส่งไปเท่าไหร่ก็ถึงกล่องจดหมายเท่านั้น
- ต้นทุนต่อการส่งถูกมากเมื่อเทียบกับค่าโฆษณา ยิ่งรายชื่อโตขึ้นยิ่งคุ้ม
- ปรับข้อความให้ตรงกับแต่ละกลุ่มได้ เช่น ส่งของลดราคาเฉพาะคนที่เคยดูสินค้านั้น
- วัดผลได้ชัดว่าใครเปิด ใครกด ใครซื้อ ทำให้ปรับปรุงรอบต่อไปได้ง่าย
- เหมาะกับการดูแลลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งมักถูกกว่าการหาลูกค้าใหม่
สำหรับธุรกิจเล็กหรือสตาร์ตอัปที่งบจำกัด อีเมลเป็นช่องทางที่คุ้มค่าที่สุดช่องหนึ่ง เพราะเริ่มได้ด้วยเงินน้อยแล้วค่อย ๆ ขยาย ถ้าอยากวางแผนช่องทางการตลาดทั้งหมดให้เข้ากัน ลองดู บริการการตลาดดิจิทัลสำหรับสตาร์ตอัป เป็นแนวทางได้
วิธีทำ Email Marketing แบบเริ่มต้น
ถ้าเพิ่งเริ่ม ไม่ต้องคิดซับซ้อน ทำตามลำดับนี้ก่อนก็พอ
- เก็บรายชื่ออีเมลอย่างถูกวิธี ใส่ฟอร์มสมัครไว้บนเว็บ ให้ของแลกเช่นคูปองหรือคู่มือ และขออนุญาตชัดเจนว่าจะส่งอะไรให้
- เลือกเครื่องมือส่งอีเมลที่มีระบบจัดกลุ่มและดูสถิติได้ อย่าใช้อีเมลส่วนตัวส่งทีละร้อยฉบับเพราะจะเข้าถังสแปม
- แบ่งกลุ่มผู้รับตามพฤติกรรม เช่น ลูกค้าใหม่ ลูกค้าเก่า คนที่ไม่ได้ซื้อมานาน แล้วเขียนข้อความให้ตรงกับแต่ละกลุ่ม
- เขียนหัวข้ออีเมลให้คนอยากเปิด สั้น ชัด บอกประโยชน์ที่เขาจะได้ อย่าหลอกให้คลิกเพราะจะเสียความเชื่อใจ
- ตั้งอีเมลอัตโนมัติไว้ เช่น อีเมลต้อนรับเมื่อสมัคร หรืออีเมลเตือนเมื่อลืมของในตะกร้า พวกนี้ทำงานให้คุณตลอดเวลา
ร้านค้าออนไลน์ที่ขายผ่านหลายช่องทางควรเชื่อมข้อมูลลูกค้าเข้าด้วยกัน อีเมลจะได้ส่งได้ตรงกลุ่มขึ้น ถ้าขายบนมาร์เก็ตเพลสหลายเจ้าอยู่ด้วย ลองดูแนวทาง การจัดการมาร์เก็ตเพลส และการทำ การตลาดอีคอมเมิร์ซ ควบคู่กันไป
วัดผล Email Marketing ยังไง
ข้อดีของอีเมลคือทุกอย่างวัดได้เป็นตัวเลข ไม่ต้องเดา ตัวเลขที่ควรดูเป็นประจำมีดังนี้
- อัตราการเปิด (Open Rate) บอกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของคนที่ได้รับเปิดอ่าน สะท้อนว่าหัวข้อและชื่อผู้ส่งน่าสนใจแค่ไหน
- อัตราการคลิก (Click Rate) บอกว่ากี่คนกดลิงก์ในอีเมล สะท้อนว่าเนื้อหาและปุ่มชวนกดทำงานดีไหม
- อัตราการซื้อหรือแปลงเป็นลูกค้า (Conversion) ตัวเลขที่สำคัญที่สุด เพราะบอกว่าอีเมลทำเงินได้จริงหรือเปล่า
- อัตราการยกเลิกและตีกลับ (Unsubscribe / Bounce) ถ้าสูงผิดปกติแปลว่าส่งบ่อยไปหรือรายชื่อไม่สะอาด ต้องรีบแก้
ดูตัวเลขแล้วอย่าเก็บไว้เฉย ๆ ลองทดสอบสองแบบ เช่น เปลี่ยนหัวข้อ เปลี่ยนเวลาส่ง แล้วเทียบว่าแบบไหนได้ผลกว่า ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตัวเลขจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
ตัวอย่าง Email Marketing ที่เห็นบ่อย
เพื่อให้เห็นภาพ ลองดูแบบที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้กัน
- อีเมลต้อนรับ ส่งทันทีที่มีคนสมัคร แนะนำแบรนด์และให้คูปองส่วนลดครั้งแรก
- อีเมลเตือนตะกร้า ส่งหาคนที่ใส่ของในตะกร้าแล้วยังไม่จ่ายเงิน ช่วยดึงยอดที่เกือบหลุดกลับมา
- อีเมลโปรโมชันตามเทศกาล เช่น ช่วงเทศกาลลดราคา ส่งรวมสินค้าน่าซื้อพร้อมกำหนดเวลา
- จดหมายข่าวรายเดือน เล่าเรื่องมีสาระ เคล็ดลับ หรือข่าวใหม่ ทำให้คนไม่ลืมแบรนด์แม้ยังไม่ซื้อ
- อีเมลกระตุ้นคนที่หายไป ส่งหาคนที่ไม่ได้ซื้อนาน ชวนกลับมาด้วยข้อเสนอพิเศษ
อีเมลกระตุ้นคนที่หายไปมักทำงานร่วมกับ การทำรีมาร์เก็ตติ้ง ได้ดี เพราะยิงเตือนคนกลุ่มเดิมทั้งทางอีเมลและโฆษณาพร้อมกัน โอกาสกลับมาซื้อก็สูงขึ้น
Email Marketing เจ้าไหนดี เลือกยังไง
คำถามยอดฮิตคือควรใช้เครื่องมือหรือผู้ให้บริการเจ้าไหน คำตอบคือไม่มีเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจคุณต้องการอะไร ลองใช้เกณฑ์เหล่านี้เทียบดู
- ใช้งานง่ายแค่ไหน ถ้าทีมเล็กควรเลือกที่สร้างอีเมลได้เร็วโดยไม่ต้องเขียนโค้ด
- ระบบอัตโนมัติครบไหม เช่น ตั้งอีเมลต้อนรับหรือเตือนตะกร้าได้เองหรือเปล่า
- เชื่อมกับระบบที่ใช้อยู่ได้ไหม เช่น เว็บร้าน ระบบขาย หรือฐานข้อมูลลูกค้า
- ราคาขยับตามขนาดรายชื่ออย่างไร บางเจ้าถูกตอนเริ่มแต่แพงขึ้นเร็วเมื่อรายชื่อโต
- รองรับภาษาไทยและมีทีมช่วยเหลือที่คุยได้เข้าใจไหม
ถ้าไม่อยากลองผิดลองถูกเอง การมีทีมช่วยวางระบบตั้งแต่ต้นก็ช่วยประหยัดเวลาได้มาก ทาง Relevant Audience มี บริการ Email Marketing ที่ช่วยดูแลตั้งแต่วางกลยุทธ์ ออกแบบอีเมล ไปจนถึงวัดผล เหมาะกับธุรกิจที่อยากเริ่มให้ถูกทางตั้งแต่แรก สรุปคือเลือกจากความต้องการจริงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ชื่อที่ดังที่สุด แล้วค่อย ๆ ปรับให้เข้ากับทีมและงบของคุณ







