OpenAI เปิดให้ผู้ลงโฆษณากลุ่มสุขภาพและการเงินซื้อโฆษณาใน ChatGPT ได้แล้ว โดยต้องผ่านการตรวจสอบเป็นรายราย พร้อมขยายประกาศไปยังอีกห้าประเทศ OpenAI ปรับนโยบายโฆษณาของ ChatGPT เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 เพื่อเพิ่มหมวดประกาศที่อยู่อาศัยและประกาศรับสมัครงาน จากนั้นในวันที่ 11 สิงหาคม 2026 ได้ขยายประกาศไปยังสหราชอาณาจักร เม็กซิโก บราซิล ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ Search Engine Journal รายงานความเปลี่ยนแปลงนี้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026
ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อดังกล่าว คลินิก โรงพยาบาล และบริษัทประกันในไทยยังซื้อตำแหน่งโฆษณาเหล่านี้ไม่ได้ในวันนี้ และประกาศดังกล่าวก็ไม่ได้ระบุว่าจะเปิดให้ไทยเมื่อใดหรือจะเปิดหรือไม่
OpenAI เปลี่ยนอะไรบ้างในวันที่ 10 และ 11 สิงหาคม 2026
การอัปเดตวันที่ 10 สิงหาคมเพิ่มหมวดประกาศที่อยู่อาศัยและประกาศรับสมัครงานเข้าไปในกลุ่มที่ผู้ลงโฆษณาลงได้ ขณะเดียวกันผู้ลงโฆษณากลุ่มสุขภาพและการเงินก็มีสิทธิ์ลงโฆษณาได้ โดยมีเงื่อนไขว่าแต่ละรายต้องผ่านการตรวจสอบเป็นรายราย ไม่ใช่การอนุมัติทั้งหมวด OpenAI ระบุชื่อกลุ่มที่อนุมัติได้ไว้ ได้แก่ ประกันสุขภาพ บริการทันตกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสายตา การตรวจทางการแพทย์ โรงพยาบาล และบริการฉุกเฉินเร่งด่วน
บริการให้คำปรึกษาทางกฎหมายและบริการที่เกี่ยวข้องกับชั้นศาลยังคงถูกจำกัด โดยมีข้อยกเว้นให้กับเนื้อหาให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไป ส่วนโฆษณาการเมืองยังคงถูกห้ามโดยสิ้นเชิง ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม ประกาศฉบับนี้ถูกขยายไปยังสหราชอาณาจักร เม็กซิโก บราซิล ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
สิทธิ์ของผู้ลงโฆษณากับตำแหน่งการแสดงผลเป็นคนละเรื่อง
ประเด็นนี้คือจุดที่คนอ่านส่วนใหญ่จะเข้าใจสลับกัน จึงขอพูดตรง ๆ OpenAI ใช้กติกาสองชุดแยกจากกัน ชุดแรกคือสิทธิ์ของผู้ลงโฆษณา ซึ่งถามว่าธุรกิจของคุณได้รับอนุญาตให้ซื้อโฆษณาหรือไม่ ชุดที่สองคือกติกาเรื่องตำแหน่งการแสดงผล ซึ่งถามว่าโฆษณาจะปรากฏในบทสนทนาที่ผู้ใช้กำลังคุยอยู่ตอนนี้ได้หรือไม่
โฆษณายังคงถูกกันออกจากบทสนทนาที่ OpenAI ถือว่าไม่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงบทสนทนาการเมือง และสิ่งที่ OpenAI เรียกว่าบริบทผู้ใช้ที่อ่อนไหว อันครอบคลุมการพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพส่วนบุคคล ดังนั้นคลินิกทันตกรรมอาจผ่านการตรวจสอบรายราย ได้สิทธิ์เป็นผู้ลงโฆษณาเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่ปรากฏในบทสนทนาที่มีคนกำลังเล่าความกังวลเรื่องสุขภาพอยู่ดี การผ่านเกณฑ์สิทธิ์คือการได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันชิงตำแหน่ง ไม่ใช่การได้ตำแหน่งมาในมือ
สำหรับใครที่กำลังประมาณการการเข้าถึง ช่องว่างตรงนี้คือหัวใจของตัวแบบทั้งหมด คลังตำแหน่งโฆษณาที่แบรนด์สุขภาพเข้าถึงได้ไม่ใช่บทสนทนาเรื่องสุขภาพทั้งหมดใน ChatGPT แต่เป็นเพียงส่วนย่อยของบทสนทนาที่มีกรอบเชิงพาณิชย์และรอดผ่านตัวกรองตำแหน่งมาได้ ซึ่ง OpenAI ยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของส่วนย่อยนั้นออกมา
แก้นโยบายสี่รอบในห้าเดือน
Search Engine Journal นับได้ว่ามีการแก้ไขกติกาชุดนี้สี่รอบภายในห้าเดือน เมื่อเรียงตามลำดับเวลา รูปแบบที่เห็นบอกอะไรได้มากกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใดครั้งหนึ่ง
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เปลี่ยน |
|---|---|
| กุมภาพันธ์ 2026 | OpenAI ประกาศเริ่มทดลองระบบโฆษณา |
| เมษายน 2026 | ยกเลิกการบล็อกแบบเหมาหมวดสำหรับตำแหน่งด้านการแพทย์ กฎหมาย และการเงิน |
| กรกฎาคม 2026 | ปรับปรุงเนื้อหาส่วนสุขภาพและการเงินใหม่ |
| 10 สิงหาคม 2026 | เพิ่มประกาศที่อยู่อาศัยและประกาศรับสมัครงาน สุขภาพและการเงินมีสิทธิ์โดยต้องผ่านการตรวจสอบรายราย |
| 11 สิงหาคม 2026 | ขยายประกาศไปยังสหราชอาณาจักร เม็กซิโก บราซิล ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ |
การแก้สี่รอบในห้าเดือนคือข้อจำกัดในการวางแผน แผนสื่อฉบับใดที่เขียนขึ้นตามกติกาเดือนสิงหาคม ก็คือแผนที่เขียนอิงเอกสารซึ่งเปลี่ยนแปลงราวทุกหกสัปดาห์นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
ตัวเลขจาก SE Ranking และเหตุผลที่ยังเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
Search Engine Journal อ้างอิงข้อมูลของ SE Ranking ที่พบว่ามีโฆษณาปรากฏใน 28.69% ของพรอมป์เชิงพาณิชย์หมวดสุขภาพบน ChatGPT เทียบกับ 2.64% ใน AI Mode ของ Google ส่วนการศึกษาภาพรวมครอบคลุมพรอมป์เชิงพาณิชย์ 50,006 รายการใน 20 กลุ่มธุรกิจ และให้อัตราการปรากฏของโฆษณาโดยรวมที่ 25.94%
SE Ranking ระบุข้อจำกัดไว้เอง และข้อจำกัดนี้ควรเดินทางไปพร้อมกับตัวเลขทุกครั้งที่มีการอ้างอิง ชุดพรอมป์ทั้งสองชุดเป็นคนละชุดกัน และเก็บข้อมูลห่างกัน 23 วัน นั่นแปลว่าไม่ใช่การเปรียบเทียบบนฐานเดียวกัน การตีความอัตราส่วนว่า ChatGPT แสดงโฆษณาสุขภาพมากกว่า Google สิบเท่า จึงเป็นการอ่านเกินกว่าที่วิธีวิจัยรองรับ นอกจากนี้การศึกษายังวัดหมวดพรอมป์ที่มีกรอบเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่บทสนทนาสุขภาพส่วนบุคคลซึ่งเป็นสิ่งที่กติกาเรื่องตำแหน่งของ OpenAI เขียนถึง นี่คือเหตุผลที่สองว่าทำไมตัวเลขหมวดสุขภาพจึงไม่ได้อธิบายสิ่งที่ผู้ใช้ซึ่งกำลังกังวลเรื่องสุขภาพมองเห็น
สิ่งที่ประกาศฉบับนี้ไม่ได้บอก
ช่องว่างในประกาศมีประโยชน์พอ ๆ กับเนื้อหาที่มี และหลายข้อคือคำถามแรกที่คนวางแผนสื่อจะถาม รายงานของ Search Engine Journal ไม่ได้ตอบคำถามเหล่านี้ และบทความนี้ก็ไม่ได้ตอบเช่นกัน
- การตรวจสอบเป็นรายรายต้องใช้อะไรบ้าง ไม่มีรายการเอกสาร ไม่มีการระบุเรื่องใบอนุญาต และไม่มีกรอบเวลาในการพิจารณา
- จะมีประเทศเพิ่มอีกหรือไม่ และเมื่อใด รายชื่อวันที่ 11 สิงหาคมเป็นเพียงรายชื่อ ไม่ใช่แผนการขยาย
- คลังตำแหน่งโฆษณาที่เข้าถึงได้จริงมีขนาดเท่าใดหลังผ่านตัวกรองตำแหน่งแล้ว
- ผู้ลงโฆษณาที่ได้รับอนุมัติภายใต้กติกาชุดก่อนต้องดำเนินการอะไรเพิ่มหรือไม่
- โฆษณาของผู้ลงโฆษณาสุขภาพที่ผ่านอนุมัติแล้วจะไปอยู่ที่ใด เมื่อบทสนทนานั้นถูกจัดเป็นบริบทที่อ่อนไหว กติการะบุเพียงว่าโฆษณาถูกกันออก ไม่ได้ระบุว่าไปแสดงที่ไหนแทน
เมื่อแหล่งข่าวเงียบ คำตอบที่ซื่อตรงคือบอกว่าแหล่งข่าวเงียบ ใครก็ตามที่บอกคุณได้ว่ากระบวนการตรวจสอบขออะไรบ้าง กำลังเติมช่องว่างที่ OpenAI เปิดค้างไว้
ผู้ลงโฆษณาในประเทศที่ระบุควรตรวจอะไร
ถ้าคุณซื้อสื่อในหนึ่งในห้าตลาดที่ระบุชื่อ งานจริงอยู่ก่อนเริ่มแคมเปญ ไม่ใช่ในแคมเปญ ให้ตรวจก่อนว่าสายธุรกิจของคุณตรงกับหมวดย่อยที่ระบุว่าอนุมัติได้หรือไม่ เพราะรายชื่อนั้นเจาะจงมาก ได้แก่ ประกันสุขภาพ บริการทันตกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสายตา การตรวจทางการแพทย์ โรงพยาบาล และบริการฉุกเฉินเร่งด่วน ธุรกิจที่อยู่ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงกับรายการนี้ยังเป็นคำถามเปิดที่มีแต่การตรวจสอบเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้
จากนั้นให้แยกตัวเลขคาดการณ์ออกเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือสัดส่วนของหมวดธุรกิจที่ OpenAI ยอมให้คุณซื้อได้ ชั้นที่สองคือสัดส่วนที่รอดผ่านกติกาเรื่องตำแหน่งซึ่งคุณควบคุมไม่ได้ แผนที่สร้างบนตัวเลขชั้นแรกอย่างเดียวจะประเมินการเข้าถึงสูงเกินจริง และตัวเลขชั้นที่สองก็ยังไม่มีการเผยแพร่
เรื่องนี้อยู่ตรงไหนในสายข่าวโฆษณา ChatGPT
ข่าวนี้เป็นหนึ่งในชุดข่าวที่ทยอยออกมา ความเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้มีทั้งการเสนอราคาแบบ oCPC และ advanced matching การเปลี่ยนไปใช้การเฉลี่ยงบประมาณแบบเจ็ดวัน และผลสำรวจก่อนหน้าของ SE Ranking ที่พบว่า ChatGPT แสดงโฆษณาในราว 26% ของพรอมป์เชิงพาณิชย์ ทั้งหมดนั้นเป็นกลไกการประมูลและการส่งมอบโฆษณา ส่วนข่าวครั้งนี้ว่าด้วยว่าใครได้รับอนุญาตให้ซื้อและซื้อได้ที่ไหน ซึ่งเป็นคนละชั้นกัน และไม่ควรอ่านรวมกันเป็นเรื่องเดียวว่าระบบโฆษณาของ ChatGPT กำลังโตเต็มวัย
อย่างไรก็ตามความเชื่อมโยงกับงานสร้างการมองเห็นบนการค้นหานั้นมีอยู่จริง หากคำตอบเชิงพาณิชย์ใน ChatGPT มีโฆษณาแทรกมากขึ้นเรื่อย ๆ ฝั่งที่ไม่เสียเงินของพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นศาสตร์คนละชุดกับการทำอันดับบน Google ซึ่งเป็นขอบเขตงานของ GEO และงาน ChatGPT SEO ในระดับปฏิบัติการ
เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย
ส่วนนี้คือการวิเคราะห์ ประเทศไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศที่ระบุ ดังนั้นนี่จึงยังไม่ใช่โอกาสในการซื้อสื่อสำหรับผู้ลงโฆษณาไทยในตอนนี้ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือคลินิกหรือบริษัทประกันในไทยยังไม่มีอะไรต้องลงมือทำ นอกจากอ่านไว้เป็นข้อมูล
มีสามประเด็นที่ควรเก็บติดตัวไว้ ประเด็นแรกคือโครงสร้างการให้สิทธิ์แบบนี้คือสิ่งที่จะมาถึงในวันที่มันมาถึง ได้แก่ การตรวจสอบรายรายสำหรับกลุ่มสุขภาพและการเงิน รายชื่อหมวดย่อยที่อนุมัติได้ซึ่งระบุไว้ชัดเจน และตัวกรองตำแหน่งการแสดงผลที่คุณควบคุมไม่ได้ การเตรียมตัวจึงหมายถึงการมีเอกสารที่การตรวจสอบรายรายน่าจะขอดู ไม่ใช่การไปสร้างแคมเปญรอไว้
ประเด็นที่สอง การแก้นโยบายสี่รอบในห้าเดือนทำให้แผนสื่อสำหรับ ChatGPT Ads มีอายุสั้น งบที่วางล่วงหน้าหนึ่งไตรมาสตามกติกาชุดนี้ คืองบที่วางอิงเอกสารที่กำลังเคลื่อนที่
ประเด็นที่สาม และสำคัญกว่าตัวข่าวของ OpenAI เสียอีก กฎเกณฑ์การโฆษณาด้านการแพทย์และการกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพของไทยเป็นข้อจำกัดคนละชุด และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการเปลี่ยนนโยบายของ OpenAI กติกาไทยที่กำหนดว่าคลินิก โรงพยาบาล หรือผู้ขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกล่าวอ้างอะไรได้บ้าง ยังคงบังคับใช้กับผู้ลงโฆษณาไทยไม่ว่าแพลตฟอร์มไหนจะรับเงินก็ตาม การได้รับอนุมัติจาก OpenAI ไม่เท่ากับการได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย ใครที่วางแผนงาน การค้นหาด้วย AI ให้แบรนด์สุขภาพ ควรถือว่ากฎไทยคือข้อจำกัดที่ผูกมัดจริง ส่วนกฎแพลตฟอร์มคือข้อจำกัดที่หลวมกว่า
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ลงโฆษณาไทยซื้อโฆษณาใน ChatGPT ได้แล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ ประเทศที่ระบุไว้ในประกาศวันที่ 11 สิงหาคม 2026 คือสหราชอาณาจักร เม็กซิโก บราซิล ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งไม่มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่ามีแผนสำหรับไทยหรือรายชื่อจะขยายเมื่อใด
คลินิกของผมได้สิทธิ์อัตโนมัติแล้วใช่ไหม
ไม่ใช่ ผู้ลงโฆษณากลุ่มสุขภาพและการเงินมีสิทธิ์โดยต้องผ่านการตรวจสอบเป็นรายราย ซึ่งหมายความว่าการอนุมัติเกิดขึ้นทีละราย ไม่ใช่อนุมัติให้ทั้งหมวด OpenAI ระบุว่าโรงพยาบาล บริการทันตกรรม บริการฉุกเฉินเร่งด่วน การตรวจทางการแพทย์ ประกันสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสายตา เป็นกลุ่มที่อนุมัติได้ แต่สิทธิ์ก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบอยู่ดี
โฆษณาจะขึ้นไหมเวลามีคนถาม ChatGPT เรื่องอาการที่กังวล
จะไม่ขึ้น หาก OpenAI จัดบทสนทนานั้นเป็นบริบทผู้ใช้ที่อ่อนไหว กติกาเรื่องตำแหน่งกันโฆษณาออกจากบทสนทนาที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตและสุขภาพส่วนบุคคล และกติกาชุดนี้ทำงานซ้อนอยู่บนสิทธิ์ของผู้ลงโฆษณาอีกชั้น ผู้ลงโฆษณาสุขภาพที่ผ่านการอนุมัติแล้วจึงยังถูกกันออกจากบทสนทนาที่ดูเกี่ยวข้องที่สุดได้
ตัวเลข 28.69% แปลว่า ChatGPT แสดงโฆษณาสุขภาพมากกว่า Google สิบเท่าใช่ไหม
ไม่ใช่ และ SE Ranking ก็ระบุเรื่องนี้เอง ตัวเลข 28.69% ของ ChatGPT กับตัวเลข 2.64% ของ Google AI Mode มาจากชุดพรอมป์คนละชุดที่เก็บข้อมูลห่างกัน 23 วัน อัตราส่วนที่ได้จึงเชื่อถือไม่ได้ในฐานะการเปรียบเทียบโดยตรง
วันนี้ต้องทำอะไรหรือเปล่า
ถ้าคุณลงโฆษณาในประเทศไทย ยังไม่ต้องทำอะไร ไม่มีบัญชีให้เปิด ไม่มีการตั้งค่าให้เปลี่ยน และไม่มีงบให้โยก เพราะตำแหน่งโฆษณาเหล่านี้ยังไม่เปิดในไทย แค่ติดตามรายชื่อประเทศไว้ก็เพียงพอ
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Search Engine Journal
หากอยากรู้ว่าตอนนี้แบรนด์ของคุณปรากฏอย่างไรในคำตอบของ AI ก่อนที่เรื่องเหล่านี้จะซื้อได้ในไทย ทีมงาน Relevant Audience ยินดีดูให้พร้อมกับคุณ







