บรรดา AI assistant รายใหญ่กำลังซื้อโฆษณาของตัวเองมากขึ้นในเมืองรองของสหรัฐฯ Marketing Brew รายงานเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 อ้างข้อมูลของ Sensor Tower ที่เปรียบเทียบส่วนแบ่งอิมเพรสชันโฆษณาในครึ่งแรกของปี 2026 กับปี 2025 และรูปแบบของ ChatGPT, Gemini และ Claude ชี้ไปทางเดียวกัน คือเติบโตในเมืองอย่าง Seattle, Boston, Philadelphia, Detroit และ Chicago ทุกตลาดในชุดข้อมูลนี้เป็นเมืองในสหรัฐฯ ไม่มีตลาดไทยหรือเอเชียแปซิฟิกอยู่ในนั้นเลย อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Marketing Brew
ข้อมูลของ Sensor Tower บอกอะไร
นี่คือการวัดผลจากบุคคลที่สามในเรื่องส่วนแบ่งอิมเพรสชันโฆษณา หมายถึงโฆษณาของบริษัทเหล่านี้ถูกเสิร์ฟมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับทุกอย่างที่ถูกวัดในตลาดนั้น มันไม่ใช่ตัวเลขเม็ดเงิน และไม่ใช่ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยเอง
| ผู้ช่วย AI | เมือง | ปี 2025 | ครึ่งแรกปี 2026 |
|---|---|---|---|
| ChatGPT | Seattle | 2.4% | 4.6% |
| ChatGPT | Boston | 2.5% | 4.1% |
| ChatGPT | Miami | 1.1% | 0.9% |
| Gemini | Seattle | 1.5% | 3.8% |
| Gemini | Philadelphia | 3.1% | 4.4% |
| Claude | Philadelphia | 2.6% | 3.2% |
| Claude | Chicago | 5.5% | 6.1% |
Claude ขยายใน Detroit ด้วย โดยรายงานระบุถึงตลาดนี้แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขส่วนแบ่ง
มีตลาดหนึ่งที่สวนทาง
ส่วนแบ่งของ ChatGPT ใน Miami ลดลงจาก 1.1% เหลือ 0.9% ในการเปรียบเทียบช่วงเดียวกัน ทั้งที่มีแคมเปญรันอยู่ที่นั่น รายละเอียดนี้ควรจำไว้ เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าเรียบร้อยสวยงามว่าบริษัท AI กำลังพิชิตเมืองขนาดกลางของอเมริกา
การตีความเรื่องกลยุทธ์เป็นของ Sensor Tower
Sensor Tower ตีความเองว่ารูปแบบนี้ชี้ถึงกลยุทธ์ที่มุ่งขยายการใช้งานในตลาดที่ยังไม่อิ่มตัว นั่นคือการอ่านข้อมูลของบริษัทวัดผลเอง ไม่มีบริษัทใดในสามรายพูดแบบนั้น ความแตกต่างตรงนี้สำคัญ เพราะส่วนแบ่งอิมเพรสชันที่ขยับใน Seattle คือข้อเท็จจริง ส่วนเหตุผลเบื้องหลังคือการอนุมาน
บทความของ Marketing Brew ยังอ้างคำพูดของ Greg Carlucci จาก Gartner เกี่ยวกับความเบื่อหน่ายของผู้บริโภคต่อโฆษณาที่สร้างด้วย AI โดยเขากล่าวว่า "Consumer trust is an interesting piece right now" ประเด็นนี้วางอยู่ข้าง ๆ ข้อมูลการใช้เงิน มากกว่าจะอธิบายข้อมูลนั้น แต่มันทำหน้าที่เป็นตัวถ่วงที่ดี คือการที่ตลาดหนึ่งมีโฆษณา AI มากขึ้น ไม่ได้แปลว่าตลาดนั้นใช้ AI มากขึ้นโดยอัตโนมัติ
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับนักการตลาดสายเพอร์ฟอร์มานซ์
มีสองข้อ และไม่มีข้อไหนใหญ่โต ข้อแรก ผู้ช่วย AI เหล่านี้ตอนนี้เป็นผู้ลงโฆษณาที่ใหญ่พอจะขยับส่วนแบ่งอิมเพรสชันได้ทั้งเมือง ซึ่งเพิ่มแรงกดดันในการประมูลให้กับทุกคนที่ซื้อสื่อในตลาดนั้น ข้อสอง ถ้าการอ่านของ Sensor Tower ถูก แผนที่ของที่ที่พวกเขาใช้เงินก็คือแผนที่คร่าว ๆ ของที่ที่พวกเขาคิดว่าการใช้งานกำลังจะโต ซึ่งจะทำให้มันเป็นตัวชี้นำล่วงหน้าสำหรับงานสร้างการมองเห็นใน AI search ที่ให้ผลตอบแทนตามจำนวนคนที่ถามคำถามกับผู้ช่วยเหล่านี้
ทั้งสองข้อขึ้นอยู่กับการตีความที่บริษัทเหล่านั้นยังไม่ได้ยืนยัน ถือว่ามันเป็นสัญญาณอ่อน ๆ ก็พอ
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย
ทางตรงคือไม่มีอะไรเลย ข้อมูลนี้เป็นเมืองในสหรัฐฯ ไม่มีตัวเลขของไทย ไม่มีตัวเลขของเอเชียแปซิฟิก และไม่มีฐานอะไรให้อ้างว่าข้อมูลชุดนี้อธิบายการใช้ AI assistant ของคนไทย
สิ่งที่พอให้เหตุผลต่อได้ และขอระบุชัดว่าเป็นการอนุมาน ไม่ใช่การพยากรณ์ คือแพลตฟอร์มเหล่านี้ดูจะยอมจ่ายเงินจริงเพื่อซื้อการใช้งานในที่ที่การเข้าถึงยังต่ำ ประเทศไทยก็เป็นตลาดที่การเข้าถึงยังต่ำ ถ้าตำราเล่มเดียวกันนี้เดินทางมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การใช้งานผู้ช่วย AI ในไทยอาจขยับขึ้นเป็นช่วง ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ไต่ เพราะการซื้อสื่อบีบอัดเส้นเวลาที่ปกติแล้วการบอกต่อแบบปากต่อปากจะยืดออกไป
นั่นคือความเป็นไปได้ ไม่ใช่คำทำนาย และไม่มีอะไรในแหล่งข่าวรองรับการใส่วันที่ให้มัน ผลในทางปฏิบัติมีแค่เรื่องลำดับก่อนหลัง ถ้าการใช้ AI assistant ในไทยขยับเร็วได้แทนที่จะค่อยเป็นค่อยไป การมอง การมองเห็นในคำตอบของ AI เป็นโปรเจกต์ของปีหน้าก็เสี่ยงกว่าเดิม งานของการทำให้แบรนด์ถูกอ้างอิงได้ มีเอนทิตีที่ชัด และมีคำตอบที่มีโครงสร้าง ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะทบต้น มันไม่ตอบสนองกับการเร่งสปรินต์หลังจากดีมานด์มาถึงแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลชุดนี้รวมประเทศไทยด้วยหรือไม่
ไม่ ทุกตลาดที่ถูกอ้างถึงเป็นเมืองในสหรัฐฯ
OpenAI, Google หรือ Anthropic บอกเองไหมว่ากำลังเจาะตลาดเล็ก
ไม่ การอ่านแบบนั้นคือการตีความข้อมูลส่วนแบ่งอิมเพรสชันของ Sensor Tower ไม่ใช่คำแถลงจากบริษัทใดในสามราย
โฆษณา AI มากขึ้นแปลว่าคนใช้ AI มากขึ้นหรือเปล่า
ไม่จำเป็น ตัวเลขที่ลดลงใน Miami แสดงว่าส่วนแบ่งลดได้แม้จะมีแคมเปญรันอยู่ และ Carlucci จาก Gartner ก็ชี้ว่าความเบื่อหน่ายของผู้บริโภคต่อโฆษณาที่สร้างด้วย AI เป็นปัจจัยที่มีอยู่จริงตอนนี้
สิ่งเดียวที่ควรหยิบไปจากเรื่องนี้
ข้อมูลส่วนแบ่งอิมเพรสชันในสหรัฐฯ บวกกับการตีความของผู้ขายข้อมูล เป็นฐานที่บางเกินกว่าจะใช้เปลี่ยนแผนสื่อในไทย และมันก็ไม่ควรเปลี่ยน สิ่งที่ควรหยิบไปคือเรื่องจังหวะเวลา บริษัทที่มีข้อมูลมากที่สุดเกี่ยวกับการใช้งาน AI assistant กำลังใช้เงินเร่งการใช้งานในตลาดที่ยังเข้าถึงได้น้อย และประเทศไทยก็เป็นตลาดแบบนั้น
ถ้าเรื่องนี้ทำให้เส้นเวลาของคุณสั้นลงบ้าง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การไปซื้ออะไร แต่คือการเช็กว่าแบรนด์ของคุณตอบได้หรือเปล่าเวลามีคนถามผู้ช่วย AI เกี่ยวกับหมวดหมู่ธุรกิจของคุณ Relevant Audience ทำงานด้าน การมองเห็นใน ChatGPT และผู้ช่วย AI อื่น ๆ และงานด้าน รากฐานของ AI search ที่ทำให้แบรนด์ถูกยกไปอ้างได้ตั้งแต่แรก







