X ลบบัญชีที่ใช้แชตบอตตอบข้อความอัตโนมัติออกไป 42,000 บัญชี และแทนที่จะประกาศหลังจบงาน หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของแพลตฟอร์มกลับเล่าการกวาดล้างแบบสด ๆ ระหว่างที่มันกำลังเกิดขึ้น Nikita Bier ใช้เวลาราว 24 ชั่วโมงโพสต์อัปเดตต่อเนื่องตลอดปฏิบัติการ และเส้นแบ่งที่เขาลากไว้คือส่วนที่คนทำการตลาดควรอ่านซ้ำ นั่นคือการใช้ AI เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้แบบอัตโนมัติโดยไม่มีมนุษย์กำกับ ถือว่าขัดกับพันธกิจของ X
เรื่องนี้ถูกรายงานโดย Search Engine Journal เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2026 ปกติแล้วแพลตฟอร์มแทบไม่เคยเล่ากระบวนการจัดการสแปมแบบเรียลไทม์ นั่นคือเหตุผลที่เธรดนี้ถูกพูดถึงในวงกว้าง
X พูดว่าอะไรบ้าง
Bier โพสต์เกี่ยวกับการลบบัญชีว่า "We found 42,000 accounts automating replies using chatbots and have removed them from the platform" และอธิบายต่อว่าคุณค่าหลักของ X คือการเป็นชีพจรที่แท้จริงของมนุษย์ การใช้ AI เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้แบบโปรแกรมโดยไม่มีคนอยู่ในกระบวนการ จึงสวนทางกับพันธกิจของแพลตฟอร์ม
อีกโพสต์หนึ่งเขาเขียนว่า "We will clean this place. I don't care how many enemies I create. X will not be manipulated by criminals."
ส่วนเรื่องกรอบเวลา เขาระบุว่าการโจมตีด้วยสแปมรอบนี้ถูกจัดการแล้วในคืนนั้น และฟีดของผู้ใช้จะดีขึ้นภายใน 6-12 ชั่วโมงถัดไป
แรงจูงใจคือเงิน ไม่ใช่การเมือง
Bier ระบุชัดว่าบัญชีเหล่านี้มีอยู่เพื่ออะไร เขาเขียนว่าบัญชีส่วนใหญ่สแปมเนื้อหาแนวผู้นำทางความคิดเรื่อง AI แบบไร้คุณภาพ เพื่อปั้นยอดผู้ติดตามและรับข้อเสนอโปรโมตแบบจ่ายเงินจากบริษัทเทคโนโลยีด้าน AI พร้อมกับบอกว่า "99.99% of spam on X is economically-motivated. Just plain old grifters."
ไม่มีแคมเปญเชิงอุดมการณ์ ไม่ใช่ปฏิบัติการทางการเมือง และไม่ใช่ปฏิบัติการสร้างอิทธิพลที่รัฐหนุนหลัง บัญชีเหล่านี้ถูกสร้างเพื่อสะสมผู้ติดตามแล้วขายดีลโปรโมตให้บริษัท AI คำอธิบายนี้มีน้ำหนักสำหรับแบรนด์ที่ซื้อโพสต์สปอนเซอร์จากบัญชีสาย AI ที่โตเร็ว เพราะตามคำอธิบายของ Bier อุปทานส่วนหนึ่งในตลาดนั้นเป็นบัญชีอัตโนมัติ ทั้งนี้เขาไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดว่าบัญชีไหนรับเงินไปแล้วบ้าง ข้อสรุปฝั่งคนซื้อสื่อจึงเป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่ X รายงาน
Grok ถูกใช้เป็นเครื่องมือด้วย
ผู้ปล่อยสแปมบางรายใช้ Grok ซึ่งเป็น AI ของ X เอง ในการโพสต์ตอบกลับแบบสแปมในปริมาณมาก และมีผู้ปฏิบัติการรายหนึ่งเปลี่ยนวิธีการถึง 40 ครั้งในเวลาหกเดือน โดยปรับตัวทุกครั้งที่มาตรการสกัดกั้นถูกนำมาใช้
ตัวเลข 40 ครั้งบอกอะไรเกี่ยวกับงานบังคับใช้กฎมากกว่าตัวเลข 42,000 เสียอีก เพราะมันแปลว่าอีกฝั่งคือคนที่อ่านปฏิกิริยาของแพลตฟอร์มแล้วเขียนวิธีใหม่ การกวาดล้างครั้งเดียวจึงเป็นภาพนิ่ง ไม่ใช่บทสรุป
เส้นแบ่งอยู่ที่ว่ามีคนอยู่ในกระบวนการหรือไม่
ไม่มีรายงานว่ามีบัญชีแบรนด์ใดถูกกวาดไปในรอบนี้ แต่พฤติกรรมที่ X ระบุถึง คือการให้ AI สร้างข้อความตอบกลับผู้ใช้จำนวนมากโดยไม่มีใครตรวจ ตรงกับลักษณะของเครื่องมือ engagement automation หลายตัวที่ขายให้ทีมการตลาด
เส้นแบ่งที่ Bier ลากไว้แคบและใช้งานได้จริง
- การตั้งเวลาโพสต์ ใช้ AI ช่วยร่างข้อความ สรุป mention หรือคัดกรองกล่องข้อความ ยังมีคนกดอนุมัติสิ่งที่ออกไป
- เครื่องมือที่คอยจับคีย์เวิร์ดแล้วยิงข้อความตอบกลับที่ AI สร้างใส่คนแปลกหน้า ไม่มีใครกดอนุมัติ
มีเพียงแบบที่สองที่ตรงกับสิ่งที่ X บอกว่าลบออกไป ถ้าทีมของคุณดูแลคอมมูนิตี้ควบคู่กับ โฆษณาโซเชียลมีเดีย คำถามที่ควรถามกับทุกแอปที่เชื่อมต่ออยู่คือ แอปไหนส่งข้อความออกได้โดยไม่มีคนอนุมัติข้อความนั้นเป็นราย ๆ
สิ่งนี้หมายถึงอะไรสำหรับนักการตลาดในไทย
X ไม่ใช่ช่องทางหลักของแบรนด์ไทยส่วนใหญ่ และนี่คือการบังคับใช้กฎของแพลตฟอร์มเดียว ไม่ใช่กติกาของทั้งอุตสาหกรรม สิ่งที่ถ่ายโอนได้คือจุดยืน กฎที่ Bier พูดถึงพุ่งเป้าไปที่ การมีปฏิสัมพันธ์ ที่สร้างด้วย AI ไม่ใช่เนื้อหาที่สร้างด้วย AI เขาไม่ได้ติดใจว่า AI เขียนอะไร แต่ติดใจว่า AI ไปตอบคนโดยไม่มีใครดูแล
สิ่งที่ทำได้ทันทีและแทบไม่มีต้นทุน
- ทำรายการเครื่องมือทุกตัวที่มีสิทธิ์โพสต์หรือตอบกลับในบัญชีแบรนด์ แล้วตรวจว่าแต่ละตัวส่งอะไรได้เองบ้าง ตัวไหนไม่มีใครจำได้ว่าเชื่อมไว้ทำไม ให้ถอนสิทธิ์
- ให้ AI อยู่ฝั่งร่างงาน และให้คนอยู่ที่ปุ่มส่ง นี่คือรูปแบบที่กฎของ Bier ไม่แตะต้อง
- ถ้าเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์รายงานจำนวนการตอบกลับเป็น KPI ให้ถามก่อนว่าข้อความเหล่านั้นถูกผลิตขึ้นอย่างไร
ตรรกะเดียวกันใช้ได้กับงานต้นน้ำอย่าง คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง การใช้ AI ช่วยร่างภายใต้กระบวนการที่มีคนตรวจ เป็นคนละเรื่องกับการปล่อยให้ระบบตอบกลับเอง และการอธิบายความต่างนี้ได้กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลบัญชีแบรนด์อย่างปลอดภัย
คำถามที่นักการตลาดถามบ่อย
X แบน AI ทั้งหมดเลยหรือไม่
ไม่ กฎที่ Bier ระบุเกี่ยวกับการใช้ AI เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้แบบอัตโนมัติโดยไม่มีมนุษย์กำกับ โพสต์ของเขาไม่ได้พูดถึงการห้ามใช้ AI ช่วยเขียน
ลบไปกี่บัญชี และฟีดจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน
42,000 บัญชี ตามโพสต์ของ Bier เขาระบุว่าการโจมตีถูกจัดการแล้วในคืนนั้น และฟีดจะดีขึ้นภายใน 6-12 ชั่วโมงถัดไป
บัญชีแบรนด์ที่ทำถูกต้องมีโอกาสโดนกวาดไปด้วยไหม
ในรอบนี้ไม่มีรายงานว่าบัญชีแบรนด์ได้รับผลกระทบ ความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือเชิงพฤติกรรม ระบบที่ตอบผู้ใช้จำนวนมากโดยไม่มีการตรวจ มีหน้าตาเหมือนรูปแบบที่ X ลบทิ้ง ไม่ว่าเจ้าของบัญชีจะเป็นใคร
สรุปในเชิงปฏิบัติสำหรับแบรนด์ การตอบกลับอัตโนมัติมีความเสี่ยงระดับแพลตฟอร์มบน X แล้ว และทางแก้ที่ถูกที่สุดคือรู้ว่าเครื่องมือตัวไหนของคุณคุยกับคนแปลกหน้าได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใคร หากต้องการให้มีคนช่วยตรวจการตั้งค่าช่องทางโซเชียลอีกรอบ ทีม โฆษณาโซเชียลมีเดีย ของ Relevant Audience ช่วยดูให้ได้







