Reddit เผยแพร่ผลวิจัย Path to Purchase 2026 ฉบับขยายเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 และ PPC Land รายงานเรื่องนี้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2026 ตัวเลขหลักคือผู้บริโภคในสหรัฐให้น้ำหนักกับประสบการณ์ตรงของผู้ใช้จริงมากเป็นสองเท่าของรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์เมื่อต้องตัดสินใจซื้อ ส่วนในสหราชอาณาจักรตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 2.5 เท่า
งานวิจัยชิ้นเดียวกันระบุว่าผู้ซื้อชาวอเมริกันครึ่งหนึ่งบอกว่าตัวเองเข้าไปตรวจสอบคำแนะนำจาก AI ต่อบน Reddit ก่อนตัดสินใจ และ 60% บอกว่าเชื่อถือ Reddit สำหรับการตรวจสอบแบบนี้ เทียบกับ 53% ที่ระบุว่าเชื่อครอบครัวและเพื่อน ทั้งหมดนี้คือคำตอบจากแบบสอบถามที่ Reddit เป็นผู้ว่าจ้างให้ทำเกี่ยวกับ Reddit เอง ซึ่งไม่ได้แปลว่าข้อมูลไร้ค่า และก็ไม่ได้แปลว่าเป็นข้อเท็จจริงของตลาด บทความนี้จะแยกสิ่งที่ตัวเลขรองรับได้ออกจากวิธีการเล่าเรื่องรอบตัวเลข เพราะส่วนหลังทำงานหนักกว่าที่ควรจะเป็น
Reddit เผยแพร่อะไร และใครเป็นคนเก็บข้อมูล
Reddit ปล่อยผลวิจัย Path to Purchase 2026 ฉบับขยายในวันที่ 10 สิงหาคม 2026 จากนั้น PPC Land เขียนถึงในวันที่ 12 สิงหาคม 2026 และรายละเอียดทั้งหมดอยู่ใน รายงานของ PPC Land การเก็บข้อมูลภาคสนามดำเนินการโดยบริษัทวิจัย Attest ในเดือนพฤษภาคม 2026 ครอบคลุมผู้ใหญ่ในสหรัฐ 13,956 คน และผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักร 6,485 คน อายุระหว่าง 18 ถึง 65 ปี ผู้ตอบทุกคนผ่านเกณฑ์คัดกรองชุดเดียวกัน คือใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำทุกเดือน ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ทุกเดือน และซื้อของบนเว็บอีคอมเมิร์ซทุกเดือน
การจัดอันดับแพลตฟอร์มในงานวิจัยวัดที่ระดับความเชื่อมั่น 95% โดยเทียบกับชุดแพลตฟอร์มที่ประกอบด้วย YouTube, Facebook, Instagram, TikTok, Snapchat, X, Pinterest, Discord, LinkedIn และโมเดลภาษาขนาดใหญ่อีกสี่ตัว ทั้งเกณฑ์คัดกรองผู้ตอบและชุดแพลตฟอร์มที่ใช้เปรียบเทียบมีผลต่อหน้าตาของตัวเลขมากกว่าเปอร์เซ็นต์ใดเปอร์เซ็นต์หนึ่ง เรื่องนี้จึงถูกแยกไปอธิบายเป็นหัวข้อของตัวเองด้านล่าง ไม่ใช่พูดผ่านไปในวงเล็บ
ตัวเลขที่รายงานไว้ทั้งหมด
ด้านล่างคือตัวเลขที่ PPC Land รายงานจากเอกสารของ Reddit โดยข้อมูลภาคสนามเก็บโดย Attest ในเดือนพฤษภาคม 2026 ไม่มีตัวเลขใดในตารางนี้ที่ผ่านการประมาณการ การคาดการณ์ หรือการปรับค่า และไม่มีตัวเลขใดที่ถูกขยายไปยังตลาดที่งานวิจัยไม่ได้สำรวจ
| สิ่งที่วัด | ตัวเลขที่รายงาน |
|---|---|
| น้ำหนักของประสบการณ์ตรงของผู้ใช้จริง เทียบกับรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ ในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสหรัฐ | 2 เท่า |
| การเปรียบเทียบเดียวกันในกลุ่มผู้ซื้อสหราชอาณาจักร | 2.5 เท่า |
| ผู้ซื้อชาวอเมริกันที่บอกว่าเข้าไปตรวจสอบคำแนะนำจาก AI ต่อบน Reddit | 50% |
| ความเชื่อถือ Reddit สำหรับการตรวจสอบดังกล่าว เทียบกับครอบครัวและเพื่อน | 60% ต่อ 53% |
| ผู้ซื้อชาวอเมริกันที่กลับเข้าแพลตฟอร์มเพื่อหาเรื่องเล่าเรื่องคุณภาพสินค้าในระยะยาว | 43% |
ลูปการตรวจสอบซ้ำคือแก่นที่นำไปใช้ต่อได้
ถ้าลอกชื่อแพลตฟอร์มออกจากงานวิจัยชิ้นนี้ สิ่งที่เหลืออยู่คือพฤติกรรมเดียว และนั่นคือส่วนที่คุ้มค่าที่สุดของรายงาน ผู้ซื้อถามโมเดลภาษาเพื่อขอคำแนะนำ ได้คำตอบกลับมา แล้วออกไปตามหาเรื่องเล่าจากคนที่ใช้ของจริงและไม่ได้รับเงินจากแบรนด์ ก่อนจะควักเงินจ่าย โมเดลทำหน้าที่ร่างรายชื่อตัวเลือก ส่วนอีกที่หนึ่งทำหน้าที่ยืนยัน ขั้นที่สองนี่แหละคือสิ่งที่งานวิจัยจับได้ และมันไม่ได้เป็นสมบัติของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
ลูปแบบนี้เรียกร้องการลงทุนด้านคอนเทนต์คนละแบบกับงบอินฟลูเอนเซอร์ การจ้างอินฟลูเอนเซอร์คือการซื้อคำพูดหนึ่งชุด ส่งออกครั้งเดียว ตามตารางที่แบรนด์คุมได้ โดยคนที่ได้รับเงินเพื่อพูดประโยคนั้น ส่วนขั้นตอนการตรวจสอบซ้ำกำลังมองหาสัญญาณตรงข้าม คือเรื่องเล่าจากคนที่ไม่มีเหตุผลทางการค้าให้ต้องเขียน และถ้าเป็นไปได้ต้องเป็นเรื่องเล่าว่าของชิ้นนั้นอยู่ในสภาพไหนหลังใช้มาแล้วหกเดือน สิ่งนี้ซื้อตรงไม่ได้ ทำได้แค่เพิ่มโอกาสให้มันเกิด ด้วยการทำสินค้าที่รอดหกเดือนจริง และด้วยการมีตัวตนอยู่ในที่ที่คนเขียนเรื่องเล่าเหล่านั้น
จุดนี้เองที่เรื่องนี้เกี่ยวกับการค้นหาด้วย AI ไม่ใช่แค่โซเชียลมีเดีย ถ้าผู้ซื้อสหรัฐครึ่งหนึ่งในกลุ่มตัวอย่างกำลังเอาคำแนะนำของโมเดลไปเทียบกับโพสต์ในคอมมูนิตี้ แปลว่าคอนเทนต์ที่ทำให้โมเดลอ้างอิงถึงเรา กับคอนเทนต์ที่รอดจากการตรวจสอบของมนุษย์ เป็นสินทรัพย์คนละชิ้นกัน และแบรนด์ส่วนใหญ่ลงทุนแค่ชิ้นแรก ช่องว่างตรงนี้คือความหมายเชิงปฏิบัติของงาน GEO หรือการทำให้แบรนด์ถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI เมื่อเลิกนับจำนวนการอ้างอิงแล้วมองว่าคนอ่านทำอะไรต่อ
ข้อจำกัดของงานวิจัยที่ต้องพูดให้ครบ
เริ่มจากคนจ่ายเงิน งานวิจัยชิ้นนี้คือ vendor research แบบตรงไปตรงมา Reddit ว่าจ้างให้ทำวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของ Reddit ในการตัดสินใจซื้อ แล้วเผยแพร่ผลด้วยตัวเอง งานวิจัยที่ผู้มีส่วนได้เสียเป็นคนจ่ายไม่ได้ผิดโดยอัตโนมัติ และข้อมูลอุตสาหกรรมที่ใช้งานได้จริงจำนวนมากก็มาจากช่องทางนี้ แต่มันแปลว่าคำถามถูกเลือกโดยฝ่ายที่มีคำตอบในใจอยู่แล้ว และยังไม่มีหน่วยงานอิสระใดทำซ้ำเพื่อยืนยันผล
เกณฑ์คัดกรองผู้ตอบเป็นปัญหาที่หนักกว่า ผู้ตอบทุกคนต้องเป็นผู้ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่เป็นประจำทุกเดือน เงื่อนไขนี้ตัดคนที่แทบไม่เคยเจอคำแนะนำจาก AI เลยออกไปทั้งหมด ซึ่งยังเป็นสัดส่วนใหญ่ของประชากรผู้ใหญ่ทั้งในสหรัฐและสหราชอาณาจักร ดังนั้นข้อความที่ว่าผู้ซื้อครึ่งหนึ่งตรวจสอบคำแนะนำ AI บน Reddit จึงหมายถึงครึ่งหนึ่งของผู้ใช้ AI ที่ซื้อของออนไลน์ทุกเดือน ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งของคนอเมริกัน เมื่ออ่านเทียบกับประชากรทั่วไป ตัวเลขฝั่งการตรวจสอบ AI ถูกดันให้สูงขึ้นด้วยวิธีออกแบบกลุ่มตัวอย่าง
ชุดแพลตฟอร์มที่ใช้เปรียบเทียบก็ทำงานคล้ายกัน Reddit ถูกวัดเทียบกับ YouTube, Facebook, Instagram, TikTok, Snapchat, X, Pinterest, Discord, LinkedIn และโมเดลภาษาอีกสี่ตัว ทั้งหมดนั้นคือผลิตภัณฑ์เพื่อความบันเทิง การส่งข้อความ และการสร้างเครือข่ายวิชาชีพ ไม่มีตัวไหนเป็นเว็บรีวิวสินค้าโดยตรง การได้อันดับเหนือ TikTok ในเรื่องการหาข้อมูลสินค้าจึงเป็นมาตรฐานที่ต่ำกว่าการได้อันดับเหนือเว็บรีวิวเฉพาะทาง และงานวิจัยไม่ได้ลองเปรียบเทียบในโจทย์ที่ยากกว่านั้นเลย
จังหวะเวลาเป็นบริบทที่คนอ่านควรรู้ Reddit รายงานรายได้โฆษณาไตรมาสสองที่ 762 ล้านดอลลาร์ แล้วปล่อยงานวิจัยฉบับขยายนี้ในอีกสิบเอ็ดวันถัดมา ในช่วงที่นักลงทุนกำลังตั้งคำถามกับทราฟฟิกอ้างอิงจากเสิร์ชที่ลดลง ข้อมูลที่บอกว่าคนตั้งใจเข้ามาที่ Reddit เอง แทนที่จะถูกส่งเข้ามาโดยเสิร์ชเอนจินที่อาจส่งคนน้อยลงในไตรมาสหน้า ตอบคำถามที่ตลาดกำลังถามพอดี เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ข้อมูลเป็นเท็จ แต่อธิบายว่าทำไมข้อมูลชุดนี้ถึงถูกเผยแพร่ตอนนี้
สิ่งที่งานวิจัยไม่ได้บอก
- ไม่ได้สำรวจประเทศไทยหรือตลาดใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไม่ได้รายงานตัวเลขใดสำหรับตลาดเหล่านั้น
- ไม่ได้เปรียบเทียบ Reddit กับเว็บรีวิวเฉพาะทางหรือส่วนรีวิวของร้านค้าออนไลน์
- วัดสิ่งที่คนบอกว่าตัวเองทำ ไม่ใช่พฤติกรรมการซื้อที่สังเกตได้จริง จึงมีช่องว่างระหว่างคำตอบกับการกระทำตามปกติของงานสำรวจ
- ไม่ได้รายงานว่าการตรวจสอบซ้ำทำให้คนล้มคำแนะนำของโมเดลบ่อยแค่ไหน บอกแค่ว่าคนบอกว่าตัวเองทำขั้นตอนนี้
- ไม่ได้ผูกอัตราการเปลี่ยนเป็นยอดขาย มูลค่าต่อคำสั่งซื้อ หรือรายได้ใดเข้ากับพฤติกรรมที่อธิบายไว้
สิ่งที่นักการตลาดควรไปตรวจในงานของตัวเอง
ก้าวแรกที่ใช้ได้จริงไม่มีค่าใช้จ่าย ลองถามโมเดลที่ลูกค้าของคุณใช้ให้แนะนำสินค้าในหมวดของคุณ แล้วเอาคำค้นเดียวกันไปค้นพร้อมคำที่พาไปหาเว็บบอร์ดหรือกลุ่มพูดคุย จากนั้นอ่านสิ่งที่ผู้ซื้อจริงจะเจอในขั้นที่สอง ถ้าโมเดลแนะนำแบรนด์คุณแต่ชั้นคอมมูนิตี้พูดสวนทาง ปัญหาที่ต้องแก้ก่อนไม่ใช่งบอินฟลูเอนเซอร์
ก้าวที่สองคือตรวจว่าเนื้อหาของแบรนด์ตอบคำถามเรื่องความทนทานหรือไม่ งานวิจัยรายงานว่า 43% ของผู้ซื้อสหรัฐกลับเข้ามาหาเรื่องเล่าเรื่องคุณภาพสินค้าในระยะยาว ขณะที่งาน คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ที่แบรนด์เป็นเจ้าของส่วนใหญ่จบลงที่เรื่องเล่าตอนเปิดตัว เอกสารที่บอกว่าสินค้าทำงานอย่างไรเมื่อผ่านไปหกเดือน การดูแลเรื่องประกัน อะไหล่ทดแทน และรูปแบบความเสียหายที่พบจริง คือสิ่งที่คนคนเดียวกับที่เพิ่งถาม AI ว่าควรซื้ออะไรจะเข้ามาอ่าน
มุมมองสำหรับนักการตลาดไทย
หัวข้อนี้คือบทวิเคราะห์ของ Relevant Audience ไม่ใช่ข้อค้นพบจากแหล่งข่าว งานวิจัยไม่ได้สำรวจประเทศไทย ไม่ได้สำรวจแพลตฟอร์มไทยใด และไม่มีตัวเลขใดด้านล่างที่อ้างอิงจากงานวิจัยชิ้นนี้
การใช้งาน Reddit ในไทยบางมาก ผลลัพธ์ระดับแพลตฟอร์มจึงย้ายข้ามมาไม่ได้ แต่พฤติกรรมที่อยู่ข้างใต้มีเหตุผลพอที่จะย้ายมาได้ เพราะขั้นตอนการตรวจสอบซ้ำเกิดขึ้นทุกที่ที่คนระมัดระวังเรื่องการจ่ายเงินให้ของที่ยังไม่เคยจับ ในไทยชั้นที่ทำหน้าที่นี้คือกระทู้ Pantip ห้อง LINE OpenChat และกลุ่ม Facebook ซึ่งทำงานแบบนี้มานานกว่าที่พฤติกรรมนี้จะมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษเสียอีก
ข้อสรุปที่ซื่อสัตย์จึงแคบแต่ยังใช้งานได้ ให้สมมติว่าขั้นตอนตรวจสอบเกิดขึ้นแน่ และเลิกสมมติว่ารีวิวที่จ่ายเงินคือสิ่งสุดท้ายที่ผู้ซื้อเห็น ข้อสรุปนี้พางบประมาณไปทางการสร้างเรื่องเล่าจากผู้ใช้จริงในระยะยาวในห้องที่คนไทยเข้าไปดูจริง และทำให้มองงาน โฆษณาโซเชียล เป็นตัวเปิดการค้นหามากกว่าตัวปิดการขาย ส่วนตัวเลขพฤติกรรมของคนไทย ไม่ควรมีใครเดาออกมาจากกลุ่มตัวอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักร และบทความนี้ก็จะไม่ทำแบบนั้น
คำถามที่พบบ่อย
Reddit ทำวิจัยเกี่ยวกับตัวเองใช่ไหม
ใช่ Reddit เป็นผู้ว่าจ้าง และการเก็บข้อมูลทำโดยบริษัทวิจัย Attest ในเดือนพฤษภาคม 2026 กลุ่มตัวอย่างคือผู้ใหญ่สหรัฐ 13,956 คน และผู้ใหญ่สหราชอาณาจักร 6,485 คน อายุ 18 ถึง 65 ปี โดยจัดอันดับแพลตฟอร์มที่ระดับความเชื่อมั่น 95% ควรอ่านผลในฐานะงานวิจัยที่ผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้จ่าย และยังไม่มีการทำซ้ำโดยหน่วยงานอิสระ
แปลว่าการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์หมดฤทธิ์แล้วหรือ
ไม่ใช่ และงานวิจัยก็ไม่ได้อ้างแบบนั้น สิ่งที่รายงานคือน้ำหนักเชิงเปรียบเทียบในคำตอบเรื่องความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่ผลงานจริงของแคมเปญอินฟลูเอนเซอร์ และไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับยอดขายที่แคมเปญเหล่านั้นสร้าง ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลคือรีวิวที่จ่ายเงินมักไม่ใช่ข้อมูลชิ้นสุดท้ายที่ผู้ซื้อดู
มีการวัดผลในประเทศไทยด้วยหรือไม่
ไม่มี งานสำรวจครอบคลุมเฉพาะผู้ใหญ่ในสหรัฐและสหราชอาณาจักร และไม่ได้ศึกษา Pantip, LINE OpenChat, กลุ่ม Facebook หรือแพลตฟอร์มไทยใดเลย ทุกอย่างในบทความนี้ที่เกี่ยวกับตลาดไทยระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นบทวิเคราะห์
แบรนด์ต้องเริ่มไปโพสต์บน Reddit หรือเปล่า
งานวิจัยไม่ได้แนะนำให้ทำอะไรทั้งสิ้น และการโพสต์ในนามแบรนด์ก็ไม่ใช่สิ่งที่งานวิจัยอธิบาย สิ่งที่อธิบายคือผู้ซื้อกำลังตามหาเรื่องเล่าจากผู้ซื้อคนอื่นที่ไม่ได้รับเงิน ซึ่งการโพสต์ในนามแบรนด์ผลิตออกมาไม่ได้ และยังทำลายความน่าเชื่อถือได้ถ้าคนอ่านจับได้ว่าเป็นการสร้างกระแสปลอม
ตัวเลขไหนที่ควรจำไว้ตัวเดียว
ผู้ซื้อชาวอเมริกันครึ่งหนึ่งในกลุ่มตัวอย่างบอกว่าตรวจสอบคำแนะนำจาก AI บน Reddit ก่อนซื้อ ตัวเลขนี้เป็นตัวที่ได้รับผลจากวิธีคัดกรองกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด เพราะผู้ตอบทุกคนเป็นผู้ใช้ AI ประจำอยู่แล้ว แต่ก็ยังเป็นหลักฐานที่ชัดที่สุดว่าคำตอบของโมเดลกลายเป็นรายชื่อตัวเลือก ไม่ใช่คำตัดสิน
ถ้าอยากได้ความเห็นที่สองว่าหมวดสินค้าของคุณถูกพูดถึงและถูกตรวจสอบที่ไหนก่อนการซื้อ และแบรนด์คุณหน้าตาเป็นอย่างไรในขั้นตอนนั้น ทีม Relevant Audience ยินดีช่วยดูให้







