LinkedIn collaborative post with multiple co-authors listed and a Page analytics panel

LinkedIn จำกัดผู้ร่วมเขียนโพสต์ที่ห้าคน และเพจไม่ได้ข้อมูล engagement

เวลาโพสต์ Social mediaJuly 29, 2026
By Antonio Fernandez

LinkedIn เปิดใช้ Collaborative Posts ให้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและเพจบริษัททั่วโลกเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 โดยหนึ่งโพสต์สามารถมีผู้ร่วมเขียนที่ถูกเชิญได้สูงสุดห้าราย การเปิดใช้จริงเกิดขึ้นหลังจากทดสอบกับกลุ่มครีเอเตอร์และแบรนด์จำนวนไม่มากที่เมืองคานส์มาราวหนึ่งเดือน แต่รายละเอียดที่สำคัญกับแบรนด์อยู่ใต้ประกาศ นั่นคือเพจที่ถูกเพิ่มเข้ามาในฐานะผู้ร่วมเขียนจะไม่ได้รับข้อมูล engagement ของโพสต์นั้นเลย ขณะที่ผู้ร่วมเขียนที่เป็นบุคคลได้ข้อมูลวิเคราะห์ตามปกติ

ช่องว่างนี้ถูกรายงานโดย Luis Rijo บน PPC Land เมื่อ 28 กรกฎาคม 2026 โดยอ้างอิงประกาศ Product News ที่ทีมสื่อสารองค์กรของ LinkedIn เผยแพร่เมื่อ 23 กรกฎาคม ทั้งนี้เอกสารช่วยเหลือของ LinkedIn ไม่ได้อธิบายความต่างข้อนี้ในวันที่เปิดใช้

สิ่งที่ LinkedIn เปิดใช้จริง

Collaborative post คือโพสต์เดียวที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน ผู้สร้างโพสต์เชิญบัญชีอื่นได้สูงสุดห้าราย ถ้าอีกฝ่ายกดยอมรับ โพสต์นั้นจะไปปรากฏบนโปรไฟล์ของเขาด้วย พร้อมระบุชื่อในฐานะผู้ร่วมเขียน และเชิญได้ทั้งบัญชีบุคคลและเพจบริษัท

แต่สิทธิ์แก้ไขไม่ได้ไปพร้อมกับชื่อ มีเพียงบัญชีที่สร้างโพสต์เท่านั้นที่แก้เนื้อหาหรือเปลี่ยนรายชื่อคนที่ปรากฏบนโพสต์ได้ ผู้ร่วมเขียนได้ชื่อบนโพสต์ และถ้าเป็นบุคคลก็ได้ข้อมูลวิเคราะห์ที่มากับโพสต์นั้นด้วย

ช่องว่างเรื่องการวัดผลของเพจ

นี่คือส่วนที่ต้องวางแผนล่วงหน้า เมื่อเพจบริษัทถูกเพิ่มเข้ามาในฐานะผู้ร่วมเขียนแทนที่จะเป็นผู้สร้าง ยอด engagement ของโพสต์นั้นจะไม่โผล่ในหน้าวิเคราะห์ของเพจ ขณะที่ผู้ร่วมเขียนที่เป็นบุคคลบนโพสต์เดียวกันได้ตัวเลขไปเต็ม ๆ และเอกสารของ LinkedIn ก็ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลไว้ในตอนเปิดใช้

ผลที่ตามมาเป็นเรื่องลำดับการทำงาน ต้องตัดสินใจว่าใครเป็นคนสร้างโพสต์ก่อนวางแผนแคมเปญ ไม่ใช่หลังจากนั้น ถ้าเพจต้องใช้ตัวเลขในรายงาน เพจก็ควรเป็นผู้สร้างแล้วเชิญคนเข้ามา แต่ถ้าการเข้าถึงผ่านโปรไฟล์บุคคลสำคัญกว่า ก็ให้คนเป็นผู้สร้าง แล้ววางแผนเก็บผลลัพธ์จากฝั่งผู้ร่วมเขียนที่เป็นบุคคลแทน

การยินยอมคือสิ่งที่แยกฟีเจอร์นี้ออกจากการแท็ก

ผู้ที่ถูกเชิญจะได้รับการแจ้งเตือน และต้องกดยอมรับก่อนชื่อจึงจะขึ้น ขั้นตอนนี้คือความต่างเชิงโครงสร้างระหว่าง collaborative post กับการแท็ก การแท็กคือการแปะชื่อคนหนึ่งไว้บนคอนเทนต์ของอีกคน ส่วน collaborative post คือการกระจายความเป็นเจ้าของงานเขียน และจะไม่เกิดขึ้นถ้าอีกฝ่ายไม่ยินยอม

ถ้าผู้ถูกเชิญปฏิเสธ โพสต์จะยังอยู่บนบัญชีต้นทางในฐานะโพสต์ธรรมดา ไม่มีอะไรพัง แต่ภาพร่วมแบรนด์ที่วางไว้ก็ไม่เกิด จึงควรตกลงกันนอกแพลตฟอร์มให้เรียบร้อยก่อนกดโพสต์

ขั้นตอนการสร้าง

  1. เริ่มโพสต์จากช่อง sharebox
  2. เขียนเนื้อหา
  3. กด "Add collaborators"
  4. ค้นหาจากรายชื่อ connection แล้วเลือกคนที่ต้องการ
  5. กด Save
  6. กด Post

ข้อจำกัดสองข้อที่ต้องเช็กก่อนวางแผน

collaborative post ต้องเป็นโพสต์สาธารณะเท่านั้น โพสต์ที่จำกัดให้เห็นเฉพาะ connection จะใส่ผู้ร่วมเขียนไม่ได้ ข้อนี้ตัดฟอร์แมตนี้ออกจากงานที่ตั้งใจสื่อสารกับคนวงแคบ ซึ่งรวมถึงงานรับสมัครและการสื่อสารกับพาร์ตเนอร์อยู่พอสมควร

อีกฝ่ายมีสิทธิ์ตัดสินตั้งแต่ก่อนคุณจะเชิญ การที่คุณจะร่วมเขียนกับใครได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าการร่วมเขียนของบัญชีคนนั้นเอง ซึ่งเป็นการตั้งค่าระดับบัญชีที่กำหนดว่าจะรับคำเชิญได้หรือไม่ตั้งแต่ต้น เอกสารไม่ได้ระบุว่าค่าเริ่มต้นคืออะไร ดังนั้นคำเชิญที่ไม่เคยไปโผล่ที่ปลายทางจึงเป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่บั๊ก

ฟอร์แมตที่รองรับ

ประกาศครอบคลุมโพสต์แบบข้อความ วิดีโอ รูปภาพ และลิงก์ไปเว็บภายนอก รวมถึงเอกสาร โพล อีเวนต์ และโพสต์แสดงความยินดี ส่วน Help Center ของ LinkedIn ยังระบุ storyline post และโพสต์แบบหลายรูปเพิ่มมาด้วย ซึ่งประกาศไม่ได้พูดถึง พื้นที่ใช้งานจริงจึงกว้างกว่าที่สรุปไว้เล็กน้อย ถ้าฟอร์แมตใดเป็นหัวใจของแผน ควรเช็กที่ Help Center มากกว่าที่ตัวประกาศ

สิ่งนี้หมายถึงอะไรกับนักการตลาดในไทย

การเปิดใช้ครั้งนี้เป็นระดับทั่วโลก แบรนด์ในไทยจึงใช้งานได้บนเงื่อนไขเดียวกับที่อื่น และมีสองงานที่ทำได้ง่ายขึ้นทันที หนึ่งคือ employee advocacy ที่ประกาศของบริษัทแบกชื่อคนที่ลงมือทำงานจริงไปด้วย สองคือคอนเทนต์ร่วมแบรนด์กับพาร์ตเนอร์ ที่สององค์กรใช้โพสต์เดียวร่วมกันแทนการต่างคนต่างโพสต์แล้วหวังให้อัลกอริทึมมองว่าเกี่ยวข้องกัน

เรื่องการวัดผลคือสิ่งที่ต้องเคลียร์กันภายในก่อน เพจที่ไปร่วมเขียนโพสต์ของคนอื่นคือเพจที่ลงแรงกระจายคอนเทนต์โดยที่รายงานผลของตัวเองมองไม่เห็น และถ้ารายงานรายเดือนของคุณตั้งอยู่บนตัวเลขจากหน้าวิเคราะห์ของเพจ งานส่วนนั้นจะเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าใครเป็นคนสร้าง และใครรับผิดชอบดึงตัวเลข

อีกอย่างที่เปลี่ยนไปคือชื่อผู้เขียนกลายเป็นตัวแปรในการวางแผน ไม่ใช่แค่รายละเอียดตอนจัดหน้า การตัดสินใจว่าโพสต์จะแบกชื่อใครจึงอยู่ในระนาบเดียวกับแผน โซเชียล ทั้งก้อนและปฏิทินคอนเทนต์ที่ป้อนเข้าไป ทีมที่ทำ content marketing อย่างเป็นระบบอยู่แล้วสามารถใส่เรื่องผู้ร่วมเขียนลงในบรีฟเดิมได้โดยไม่ต้องหาเครื่องมือใหม่

คำถามที่พบบ่อย

หนึ่งโพสต์มีผู้ร่วมเขียนได้กี่คน

เชิญได้สูงสุดห้าราย

เพจบริษัทเป็นผู้ร่วมเขียนได้ไหม

ได้ แต่เพจที่ถูกเพิ่มเข้ามาในฐานะผู้ร่วมเขียนจะไม่ได้รับข้อมูล engagement ของโพสต์นั้น

เพิ่มชื่อคนอื่นโดยไม่ถามก่อนได้ไหม

ไม่ได้ ผู้ถูกเชิญจะได้รับการแจ้งเตือนและต้องกดยอมรับก่อน ชื่อจึงจะขึ้นบนโพสต์

โพสต์ที่จำกัดเฉพาะ connection ใส่ผู้ร่วมเขียนได้ไหม

ไม่ได้ collaborative post ต้องเป็นสาธารณะ

ถ้าไตรมาสนี้แผน LinkedIn ของคุณมีทั้งคอนเทนต์ร่วมแบรนด์และ employee advocacy คำถามเรื่องใครเป็นเจ้าของโพสต์ควรเคลียร์ให้จบก่อนโพสต์แรกจะออก Relevant Audience ช่วยวาง งานฝั่งโซเชียล ให้ผลลัพธ์ไปตกในที่ที่รายงานของคุณมองเห็นได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: