YouTube ad formats in 2026, and which objective each one fits

YouTube Ads Format 2026 มีกี่แบบ และเลือกแบบไหนให้ตรงวัตถุประสงค์

อีคอมเมิร์ซSeptember 12, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • YouTube ขายโฆษณาอยู่หกรูปแบบหลัก คือ skippable in-stream, non-skippable in-stream, bumper, in-feed video, Masthead และวิดีโอแนวตั้งในฟีด Shorts
  • Skippable in-stream ข้ามได้หลังห้าวินาที และเมื่อซื้อแบบคิดตามยอดวิว การกดข้ามไม่มีค่าใช้จ่าย จึงเป็นจุดเริ่มที่ปลอดภัยที่สุดเมื่องบจำกัด
  • Bumper ads ยาวไม่เกินหกวินาทีและข้ามไม่ได้ มันจึงใช้ย้ำข้อความ ไม่ใช่ใช้อธิบาย และคิดเงินตามจำนวนการแสดงผลต่อหนึ่งพันครั้ง
  • In-feed video เล่นก็ต่อเมื่อคนดูกดภาพปก จึงคิดเงินตอนที่กด และตรงกับความต้องการที่มาจากการค้นหามากกว่าการซื้อ reach
  • Overlay ads ถูก Google ยกเลิกไปแล้วและไม่อยู่ในรายการปัจจุบัน แผนสื่อฉบับไหนที่ยังตั้งงบให้มันอยู่ต้องเขียนใหม่

YouTube ขายโฆษณาอยู่หกรูปแบบหลัก คือ skippable in-stream (ข้ามได้), non-skippable in-stream (ข้ามไม่ได้), bumper, in-feed video, Masthead และวิดีโอแนวตั้งที่เล่นอยู่ในฟีด Shorts แต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์คนละอย่าง และการเลือกผิดแบบคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้งบวิดีโอหมดไปโดยที่ตัวเลขซึ่งแบรนด์สนใจจริง ๆ ไม่ขยับเลย

การเลือก format เป็นแค่ครึ่งเดียวของการตัดสินใจ อีกครึ่งหนึ่งคือประเภทแคมเปญที่เลือกใน Google Ads เพราะพื้นที่โฆษณาบน YouTube ถูกจัดชุดไว้ต่างกันระหว่างแคมเปญวิดีโอ, Demand Gen และ Performance Max ประเภทแคมเปญจึงเป็นตัวกำหนดว่า format ไหนเปิดใช้ได้ ระบบจะส่งโฆษณาไปตรงไหน และคุณจะถูกคิดเงินแบบไหน ให้อ่านรายละเอียดของแต่ละ format ด้านล่างว่าคนดูเห็นตรงไหนและอะไรคือสิ่งที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่าย แล้วค่อยไปยืนยันอีกครั้งในหน้าตั้งค่าแคมเปญที่คุณจะสร้างจริง แทนที่จะเหมาว่าทุก format อยู่ห่างออกไปแค่การติ๊กช่องเดียว

อีกเรื่องที่ควรตกลงกันให้จบตั้งแต่ต้นคือ KPI คนที่อนุมัติงบมักถามหายอดขาย ส่วนคนที่ซื้อสื่อมักรายงานยอดวิว ถ้าทั้งสองฝั่งไม่ได้คุยกันก่อนเริ่ม แคมเปญก็จะถูกตัดสินด้วยตัวเลขคนละชุดกับที่มันถูกตั้งค่ามาให้ทำ ตารางเทียบ format กับวัตถุประสงค์และ KPI อยู่ถัดจากส่วนที่ไล่ format ครบแล้ว ใช้ตารางนั้นเป็นบทสรุปก่อนเซ็นอนุมัติแผนสื่อได้เลย

Bumper ads

Bumper ads ยาวไม่เกินหกวินาที ข้ามไม่ได้ และเล่นอยู่ในตำแหน่ง in-stream เดียวกับสองแบบก่อนหน้า หกวินาทีไม่พอสำหรับการเล่าเรื่อง format นี้จึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือย้ำซ้ำ ไม่ใช่เครื่องมือโน้มน้าว

  • คนดูเห็นตรงไหน: ในตัวเล่นวิดีโอ ส่วนใหญ่คือก่อนคลิปที่คนดูเลือกไว้
  • ข้ามได้เมื่อไหร่: ข้ามไม่ได้ แต่จบก่อนที่คนส่วนใหญ่จะเอื้อมไปกดปุ่มด้วยซ้ำ
  • จ่ายเงินเมื่อไหร่: คิดตามจำนวนการแสดงผลต่อหนึ่งพันครั้ง ทำให้คลิปหกวินาทีเป็นวิธีซื้อ reach เพิ่มและคุมความถี่กับกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้แล้วได้ในราคาที่คุ้ม
  • ความยาวที่เหมาะ: หกวินาที และถ้าคิดว่ามีเวลาเล่าห้าวินาทีบวกเฟรมปิดที่สะอาดอีกหนึ่งวินาที มักได้งานที่ดีกว่าการพยายามใช้ทุกเฟรม
  • วัดอะไร: unique reach, ความถี่ และการขยับของการค้นหาชื่อแบรนด์หรือทราฟฟิกตรงระหว่างที่ยิงชุดนี้อยู่

การใช้งานที่ได้ผลที่สุดคือใช้เป็นคลื่นลูกที่สอง ยิงคลิป skippable ที่ยาวกว่าเพื่อเล่าให้จบก่อน แล้วตามคนที่ดูคลิปนั้นด้วย bumper ที่ย้ำประโยคเดียว ภาพสินค้าภาพเดียว และแบรนด์ ลำดับแบบนี้ทำให้ได้ทั้งคำอธิบายและการย้ำ โดยไม่ต้องจ่ายราคาคลิปยาวสำหรับส่วนที่เป็นการย้ำ bumper ยังใช้เป็นชั้นเตือนความจำรอบช่วงลดราคา เทศกาล หรือวันเปิดตัวได้ดี เพราะกลุ่มเป้าหมายเข้าใจข้อเสนออยู่แล้ว เหลือแค่ต้องถูกเตือนว่ามันกำลังเกิดขึ้น

สิ่งที่ bumper ทำไม่ได้คือแนะนำสินค้าที่ซับซ้อน หรือแบกโปรโมชั่นที่มีเงื่อนไขพ่วงมาด้วย ถ้าข้อความต้องมีข้อความกำกับเงื่อนไข คลิปหกวินาทีจะไม่ตัดทิ้งก็ใส่เป็นตัวหนังสือเล็กจนอ่านไม่ออกบนมือถือ และทั้งสองทางล้วนรับไม่ได้เมื่อสิ่งที่พูดเป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์

In-feed video ads

In-feed video เป็น format เดียวในรายการนี้ที่คนดูต้องเลือกเอง มันปรากฏเป็นภาพปกพร้อมหัวเรื่องและข้อความสั้นหนึ่งบรรทัด วิดีโอจะเริ่มก็ต่อเมื่อมีคนกด ซึ่งทำให้คนที่ได้ดูคัดกรองตัวเองมาแล้ว

  • คนดูเห็นตรงไหน: ในผลการค้นหาของ YouTube ข้างคลิปที่เกี่ยวข้อง และในหน้าฟีดหลักของ YouTube
  • ข้ามได้เมื่อไหร่: คำถามนี้ไม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีอะไรเล่นจนกว่าคนดูจะกด และเมื่อเริ่มแล้วเขาออกตอนไหนก็ได้
  • จ่ายเงินเมื่อไหร่: เมื่อมีคนกดภาพปกและวิดีโอเริ่มเล่น การแสดงผลที่ถูกมองผ่านจึงไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ความยาวที่เหมาะ: ยาวกว่ากลุ่ม in-stream ได้ เพราะคนดูเป็นฝ่ายขอดูเอง คลิปสาธิต คลิปเปรียบเทียบ คลิปสอน และการพาดูสินค้าแบบเต็ม ๆ ใช้ได้หมด
  • วัดอะไร: อัตราการกดภาพปก เวลาที่ดูหลังคลิปเริ่ม จำนวนผู้ติดตามหรือยอดเข้าชมช่องที่ได้มา และคอนเวอร์ชันที่ตามมา

เพราะคนดูกำลังค้นหาหรือกำลังไถดูอยู่ตอนที่เจอโฆษณา format นี้จึงเป็นตัวที่ตรงกับ intent มากที่สุด คนที่พิมพ์ชื่อหมวดสินค้าลงในช่องค้นหาของ YouTube อยู่ใกล้การตัดสินใจมากกว่าคนที่กำลังดูมิวสิกวิดีโอ และตำแหน่ง in-feed พาคุณไปอยู่ตรงจังหวะนั้น นอกจากนี้ยังเป็น format ที่ภาพปกและหัวเรื่องทำงานหนักที่สุด จึงควรกันเวลาออกแบบให้มันจริงจัง แทนที่จะเอาเฟรมสุ่ม ๆ จากในคลิปมาใช้ ถ้ายังไม่มีชุดภาพปก งานนี้คืองานออกแบบกราฟิก ไม่ใช่เรื่องที่ค่อยคิดตอนตัดต่อเสร็จ

สิ่งที่ต้องแลกคือปริมาณ In-feed ไม่ได้สร้าง reach จำนวนมากอย่างรวดเร็ว เพราะคุณกำลังรอให้คนเลือกเข้ามาเอง และภาพปกที่อ่อนแรงเพียงภาพเดียวก็รั้งทั้งแคมเปญไว้ได้ โดยที่วิดีโอข้างหลังไม่เคยได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองเลย

YouTube Masthead

Masthead อยู่บนสุดของหน้าฟีดหลัก YouTube และเป็น format เดียวในรายการนี้ที่เปิดใช้เองไม่ได้ มันคือการจองซื้อผ่านทีมขายของ Google ขายแบบราคาคงที่ เช่น คิดเป็นรายวันหรือเป็นจำนวนการแสดงผลที่จองไว้ และมักถูกจองล่วงหน้าไปแล้ว

  • คนดูเห็นตรงไหน: บนสุดของฟีดหลัก ทั้งบนเดสก์ท็อป มือถือ และจอโทรทัศน์
  • ข้ามได้เมื่อไหร่: คนดูเลื่อนผ่านได้เหมือนรายการอื่นในฟีด ของเปรียบเทียบที่ตรงกว่าจึงเป็นป้ายบิลบอร์ด ไม่ใช่สปอตโฆษณา
  • จ่ายเงินเมื่อไหร่: จ่ายล่วงหน้าตามที่ตกลงจองไว้ก่อนแคมเปญเริ่ม ไม่ได้ผ่านการประมูล
  • ความยาวที่เหมาะ: สั้น เพราะนี่คือโปสเตอร์ที่ขยับได้ ส่วนที่เล่นอัตโนมัติต้องเข้าใจได้โดยไม่มีเสียงและไม่ต้องกด
  • วัดอะไร: reach ในวันนั้น ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์ระหว่างและหลังการลง และทราฟฟิกเข้าเว็บเทียบช่วงก่อนหลังที่สะอาดพอจะอ่านได้

คุ้มค่าที่จะเปิดคุยก็ต่อเมื่อมีโอกาสจริง เช่น การเปิดตัวระดับประเทศ สินค้าเรือธง หรือแคมเปญที่การถูกมองเห็นแบบหลีกไม่ได้ในวันเดียวคือประเด็นทั้งหมด นอกเหนือจากนั้น เงินก้อนเดียวกันไปทำงานได้มากกว่าถ้ากระจายลงใน format ที่ซื้อผ่านการประมูล

YouTube Shorts ads

โฆษณาใน Shorts คือวิดีโอแนวตั้งที่แทรกอยู่ระหว่าง Shorts ทั่วไปขณะที่คนดูปัดขึ้นไปเรื่อย ๆ พฤติกรรมการดูตรงนี้ต่างจากส่วนอื่นของ YouTube เพราะคนดูกำลังเคลื่อนที่เร็วและตั้งใจจะเคลื่อนที่ต่อ

  • คนดูเห็นตรงไหน: ในฟีด Shorts เต็มจอแนวตั้ง และเกือบทั้งหมดอยู่บนมือถือ
  • ข้ามได้เมื่อไหร่: ทันที ด้วยการปัดนิ้วครั้งเดียว ซึ่งเป็นทางออกที่ใช้แรงน้อยที่สุดในบรรดา format ทั้งหมดนี้
  • จ่ายเงินเมื่อไหร่: ขึ้นอยู่กับประเภทแคมเปญและกลยุทธ์การเสนอราคาที่เลือก และการส่งโฆษณาเข้าไปในฟีด Shorts ผูกอยู่กับประเภทแคมเปญและกับการที่คุณใส่ไฟล์แนวตั้งเข้าไปหรือไม่ ให้ตรวจทั้งสองอย่างก่อนจะเหมาว่าโฆษณาของคุณมีสิทธิ์ไปโผล่ตรงนั้น
  • ความยาวที่เหมาะ: สั้น วาง hook ไว้ที่จังหวะแรกสุด และตัดต่อด้วยจังหวะที่ใกล้เคียงกับคลิปที่คนดูกำลังดูอยู่ก่อนหน้า
  • วัดอะไร: พฤติกรรมการปัดผ่าน เวลาที่ดู และการกระทำที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น มากกว่าจำนวนการแสดงผลเพียงอย่างเดียว

กฎด้านครีเอทีฟที่สำคัญที่สุดตรงนี้คือสัดส่วนภาพ คลิปสิบหกต่อเก้าที่ถูกยัดลงกรอบแนวตั้งพร้อมแถบดำบนล่างจะอ่านว่าเป็นโฆษณาตั้งแต่ก่อนพูดคำแรก และเสียคนดูไปเพราะเหตุนี้อย่างเดียว ให้ถ่ายหรือจัดเฟรมใหม่เป็นเก้าต่อสิบหก เก็บองค์ประกอบสำคัญให้ห่างจากขอบซึ่งเป็นที่อยู่ของปุ่มต่าง ๆ และปฏิบัติกับเฟรมแรกเหมือนเป็นการพรีเซนต์ทั้งหมด

มี format หนึ่งจากคู่มือรุ่นเก่าที่ควรปิดเรื่องให้จบ นั่นคือ overlay ads หรือแบนเนอร์เล็ก ๆ ที่เคยพาดอยู่ด้านล่างของตัวเล่นวิดีโอ Google ได้ยกเลิกไปแล้วและมันไม่อยู่ในรายการปัจจุบัน แผนสื่อฉบับไหนที่ยังตั้งงบให้มันอยู่ต้องเขียนใหม่

อินโฟกราฟิกสรุป YouTube Ads หกรูปแบบ ได้แก่ Skippable in-stream ข้ามได้หลัง 5 วินาที, Non-skippable ข้ามไม่ได้, Bumper 6 วินาที, In-feed ที่คนดูกดเอง, Masthead แบบจองซื้อ และ Shorts แนวตั้งเต็มจอบนมือถือ

ตารางเทียบ format กับวัตถุประสงค์และ KPI

ตารางด้านล่างคือฉบับย่อของทุกอย่างที่ไล่มาข้างบน และเป็นรายการที่ควรเช็กก่อนเซ็นอนุมัติแผนสื่อ ให้อ่านไล่ไปตามแถวแล้วดูว่าวัตถุประสงค์ในบรีฟตรงกับ format ที่กำลังจะซื้อ และตรงกับตัวเลขที่คุณจะถูกวัดผลด้วยหรือไม่

ตารางเทียบ format กับวัตถุประสงค์และ KPI
Formatวัตถุประสงค์ที่เหมาะKPI ที่ควรวัด
Skippable in-streamสร้างการรับรู้และการพิจารณา มีพื้นที่ให้อธิบายview rate, ต้นทุนต่อวิว, เวลาที่ดู, assisted conversions
Non-skippable in-streamทำให้จำแบรนด์ได้ เมื่อข้อความต้องไปถึงครบทั้งชุดอัตราการดูจบ, reach, ความถี่, ผลวัด brand recall
Bumperเพิ่ม reach และคุมความถี่unique reach, ความถี่, การค้นหาชื่อแบรนด์, ทราฟฟิกตรง
In-feed videoรับความต้องการที่มีอยู่แล้วและพฤติกรรมการค้นหาอัตราการกดภาพปก, เวลาที่ดู, ผู้ติดตาม, คอนเวอร์ชัน
Shortsเข้าถึงกลุ่มอายุน้อยที่ใช้มือถือเป็นหลักได้เร็วเวลาที่ดู, พฤติกรรมการปัด, การกระทำที่ตามมา

Masthead ไม่อยู่ในตารางนี้โดยตั้งใจ เพราะมันคือการจองซื้อสำหรับโอกาสเดียวที่เดิมพันสูง ไม่ใช่รายการที่หมุนเวียนอยู่ในแผนรายไตรมาส มันจึงควรอยู่ในบทสนทนาเรื่องการเปิดตัว มากกว่าอยู่ในตารางเทียบ format ที่ใช้ประจำ

ครีเอทีฟต้องทำอะไรให้ได้ในห้าวินาทีแรก

ทุก format ที่ซื้อผ่านการประมูลในรายการนี้มีปัญหาร่วมกันข้อเดียว คนดูไม่ได้เข้ามาเพื่อดูโฆษณา และในเกือบทุกแบบ ทางออกเปิดรออยู่แทบจะทันที นั่นทำให้วินาทีเปิดคือบรีฟครีเอทีฟทั้งหมด ไม่ใช่ช่วงอุ่นเครื่องก่อนเข้าบรีฟ

มีสี่อย่างที่ควรอยู่ในช่วงเปิดนั้น แบรนด์ควรมองเห็นได้ตั้งแต่เฟรมแรก ๆ จะเป็นโลโก้ ภาพแพ็กเกจ สินค้าที่กำลังถูกใช้ หรือชื่อที่ถูกพูดออกมาก็ได้ เพราะโฆษณาที่ติดแบรนด์ไว้ตอนท้ายเท่ากับติดแบรนด์ให้คนส่วนน้อยที่อยู่จนจบ hook ควรเป็นเหตุผลให้ดูต่อที่เจาะจงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมักแปลว่าพูดปัญหาออกมาตรง ๆ หรือโชว์ผลลัพธ์ทันที ไม่ใช่ภาพเปิดเรื่องที่ค่อย ๆ เข้า ข้อความหลักควรอ่านรู้เรื่องโดยไม่เปิดเสียง เพราะการดูจำนวนมากเกิดขึ้นในสภาพปิดเสียง ทั้งบนรถ ในที่ทำงาน หรือข้างคนที่กำลังหลับ และสิ่งที่คุณกล่าวอ้างควรขึ้นเป็นตัวหนังสือบนจอควบคู่ไปกับเสียงบรรยาย เพื่อให้ข้อความรอดแม้ในการเล่นแบบเงียบ

ซับไตเติลควรมีการตัดสินใจของมันเอง การเบิร์นซับลงไปในไฟล์วิดีโอรับประกันว่าซับจะปรากฏทุกที่ ทุกตำแหน่งโฆษณา ทุกอุปกรณ์ และให้คุณคุมฟอนต์ ขนาด และตำแหน่งได้เอง ส่วนไฟล์คำบรรยายแยกจะทำให้ภาพสะอาดและคนดูปิดได้ ซึ่งผู้ชมบางกลุ่มชอบมากกว่า แต่ต้องพึ่งว่าตำแหน่งโฆษณานั้นรองรับคำบรรยาย สำหรับงานโฆษณาที่ประโยคนั้นต้องถูกอ่านให้ได้ การเบิร์นซับคือทางที่ปลอดภัยกว่า ตราบใดที่วางให้พ้นพื้นที่ด้านล่างของเฟรมซึ่งเป็นที่อยู่ของปุ่มควบคุมและปุ่มกดไปต่อ

ก่อนปล่อยจริง ให้ไล่รายการสั้น ๆ ชุดเดียวกันนี้กับทุกเวอร์ชันที่ตัดออกมา สัดส่วนภาพถูกต้องกับตำแหน่งที่จะลง เนื้อหาสำคัญอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไม่ใช่ชิดขอบ ตัวหนังสือใหญ่พอจะอ่านบนมือถือที่ถือห่างเท่าแขน แบรนด์ปรากฏตั้งแต่ต้น มีขั้นต่อไปที่ชัดเจนตอนจบ และมีไฟล์ในทุกสัดส่วนที่ตั้งใจจะยิงจริง การเช็กรายการนี้ใช้เวลาไม่กี่นาที ส่วนการมารู้ตอนยิงไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ว่าเวอร์ชันแนวตั้งมีปุ่มกดไปต่อถูกบังอยู่หลังหน้าจอควบคุม ราคาคือหนึ่งสัปดาห์ของงบ

Shorts หรือ TikTok

คำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูก และการทำให้มันกลายเป็นบททดสอบความภักดีระหว่างสองแพลตฟอร์มให้แผนที่แย่กว่าการมองว่ามันคือคำถามว่ากลุ่มเป้าหมายกลุ่มหนึ่งกับวัตถุประสงค์ข้อหนึ่งไปเจอกันตรงไหน

มีสี่อย่างที่เป็นตัวตัดสิน หนึ่ง กลุ่มเป้าหมายที่คุณยิงจริงใช้เวลาอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับลูกค้าของคุณ ไม่ใช่เรื่องความนิยมของแพลตฟอร์มในภาพรวมของประเทศ สอง สื่อส่วนที่เหลือของคุณหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะ Shorts อยู่ในบัญชีเดียวกัน ใช้ลิสต์กลุ่มเป้าหมายชุดเดียวกัน และวัดผลด้วยระบบเดียวกันกับงาน YouTube และงาน Google อื่นของคุณ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบเชิงปฏิบัติจริงเมื่อทีมเดียวกันดูแลทั้งหมด สาม ครีเอทีฟที่คุณผลิตได้และผลิตต่อเนื่องได้คืออะไร เพราะทั้งสองฟีดกินปริมาณงาน และหนังเรื่องเดียวที่ขัดมาอย่างดีไม่พอจะแบกทั้งไตรมาสบนฟีดไหนเลย สี่ คุณกำลังออปติไมซ์ไปหาอะไร เพราะแคมเปญที่ไล่ล่าการกระทำที่วัดได้ทำงานคนละแบบกับแคมเปญที่ไล่ล่าความสนใจ

ในทางปฏิบัติคำตอบมักเป็นทั้งสองอย่าง โดยให้สัดส่วนถูกตัดสินด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่ด้วยความชอบ ไฟล์มาสเตอร์แนวตั้งชุดเดียวกันเอามาตัดใหม่ให้ทั้งสองฟีดได้ และวิธีเลือกที่ซื่อตรงที่สุดคือยิงงบที่เทียบกันได้กับวัตถุประสงค์ที่เทียบกันได้ แล้วปล่อยให้ต้นทุนต่อผลลัพธ์เป็นตัวบอกว่าเดือนถัดไปควรไปทางไหน ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะตั้งงบก้อนแยกหรือไม่ กลไกการซื้อสื่อบนอีกแพลตฟอร์มอยู่ในหน้าTikTok Ads และการตัดสินใจควรเกิดตอนที่มีตัวเลขทั้งสองชุดวางอยู่ตรงหน้า

งบและการวัดผล: ยอดวิวไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย

ยอดวิวแปลว่ามีคนไม่กดออกไปทันที มันเป็นสัญญาณต้นทางที่มีประโยชน์ และเป็น KPI ปลายทางที่แย่มาก เพราะแคมเปญหนึ่งสร้างยอดวิวมหาศาลได้ทั้งที่แบรนด์อยู่ที่เดิมและเว็บไซต์ไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย

การวัดผลงานวิดีโอแยกออกเป็นคำถามที่ซื่อตรงสองข้อ ข้อแรกคือโฆษณาเปลี่ยนสิ่งที่คนคิดหรือไม่ ซึ่งเป็นเหตุผลที่การวัด brand lift มีอยู่ นั่นคือการเทียบระหว่างคนที่ถูกแสดงโฆษณากับคนที่ไม่ถูกแสดง ด้วยคำถามอย่างการจำแบรนด์ได้หรือการพิจารณาซื้อ การจะใช้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับประเภทแคมเปญและเงื่อนไขการใช้จ่ายที่ Google กำหนด จึงควรวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนทำแผนสื่อ ไม่ใช่ไปหาทางติดเพิ่มตอนที่งบถูกใช้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถ้าเอื้อมไม่ถึง ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์และทราฟฟิกตรงระหว่างและหลังช่วงยิงคือตัวแทนที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่ใช้ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าสื่อส่วนที่เหลือต้องนิ่งพอจะอ่านตัวเลขออก

คำถามข้อที่สองคือโฆษณาทำให้เกิดการกระทำหรือไม่ ข้อนี้ต้องการระบบติดตามคอนเวอร์ชันที่ทำงานอยู่แล้วก่อนแคมเปญวิดีโอจะเริ่ม และต้องการความคาดหวังที่สมจริงเรื่องการให้เครดิต เพราะวิดีโอมักปรากฏก่อนหน้าในกระบวนการตัดสินใจ ไม่ใช่ตรงคลิกสุดท้ายที่ได้เครดิตไป ให้ดู assisted conversions และดูส่วนต่างระหว่างช่วงที่มีวิดีโอยิงอยู่กับช่วงที่ไม่มี ไม่ใช่ดูแค่รายงานคลิกสุดท้าย และซื่อสัตย์กับตัวเองว่าข้อมูลชุดนี้รองรับข้อสรุปไหนได้จริง

สินทรัพย์ที่ถูกประเมินค่าต่ำที่สุดซึ่งแคมเปญวิดีโอสร้างขึ้น คือกลุ่มเป้าหมายที่มันสะสมไว้ เมื่อเชื่อมช่อง YouTube เข้ากับบัญชีโฆษณาแล้ว คนที่ดูโฆษณา ดูไปได้ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เข้ามาที่ช่อง หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา สามารถถูกรวบเป็นลิสต์กลุ่มเป้าหมายและถูกสื่อสารซ้ำด้วยข้อความคนละชุดได้ ตรงนั้นคือจุดที่วิดีโอเลิกเป็นรายจ่ายและเริ่มป้อนงานให้ส่วนที่เหลือของบัญชี กลไกภาคปฏิบัติอยู่ในงานremarketing แคมเปญแรกจ่ายค่าเข้าถึงคนใหม่ แคมเปญที่สองจ่ายค่าคุยกับคนที่แสดงความสนใจไปแล้ว และบทสนทนาที่สองเกือบทุกครั้งถูกกว่า

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับผู้ลงโฆษณาในไทย

การตัดสินใจหลายข้อข้างต้นออกมาคนละแบบในตลาดไทย การดูเกิดบนมือถือเป็นหลัก จอมือถือจึงเป็นจออ้างอิงของทุกการอนุมัติ และงานที่เซ็นผ่านบนจอมอนิเตอร์ใหญ่ควรถูกดูซ้ำในขนาดจริงก่อนปล่อย คนจำนวนมากเปิด YouTube ทุกวัน และการดูส่วนใหญ่เกิดขึ้นในที่สาธารณะโดยปิดเสียง ซึ่งเลื่อนสถานะของตัวหนังสือภาษาไทยบนจอจากของแถมที่ดี ไปเป็นข้อกำหนด

ตัวอักษรไทยในงานวิดีโอต้องระวังเป็นพิเศษ อักษรไทยมีเครื่องหมายทั้งบนและล่างบรรทัด การตั้งระยะห่างบรรทัดชิดเกินไปหรือการครอปแรง ๆ จะตัดส่วนบนหรือส่วนล่างของตัวอักษรทิ้ง ทำให้บรรทัดที่อ่านได้กลายเป็นบรรทัดที่ดูผิดโดยที่คนดูบอกไม่ถูกว่าผิดตรงไหน ข้อความภาษาไทยยังมักยาวกว่าภาษาอังกฤษเมื่อสื่อความหมายเดียวกัน คลิปหกวินาทีที่ลงตัวในภาษาอังกฤษจึงอาจต้องเขียนประโยคใหม่ ไม่ใช่ย่อขนาดตัวอักษรลง ให้ใช้ฟอนต์ที่รองรับภาษาไทยอย่างถูกต้อง ตั้งขนาดโดยยึดมือถือไม่ใช่แล็ปท็อป และให้คนไทยตรวจไฟล์ที่เรนเดอร์เสร็จแล้ว ไม่ใช่ตรวจแค่สคริปต์

ส่วนคำถาม Shorts หรือ TikTok ทั้งสองฟีดมีความสนใจของคนดูอยู่จริงจังในตลาดนี้ และสิ่งที่ชี้ขาดมักเป็นว่ากำลังยิงหาใครและทีมไหนเป็นคนผลิตปริมาณงาน ถ้าคนกลุ่มเดียวกันดูแลงานเสิร์ชและดิสเพลย์ของคุณอยู่แล้ว การเก็บวิดีโอแนวตั้งไว้ในบัญชีเดียวกันช่วยลดต้นทุนการประสานงาน ถ้ากลุ่มเป้าหมายของคุณเอียงไปทางแพลตฟอร์มที่คอนเทนต์ออร์แกนิกของคุณทำได้ดีอยู่แล้ว นั่นก็เป็นจุดเริ่มที่สมเหตุสมผล ไม่ว่าทางไหน ไฟล์มาสเตอร์แนวตั้งควรถูกผลิตครั้งเดียวแล้วตัดใหม่ และวินัยเรื่องซับไตเติลภาษาไทยชุดเดียวกันใช้กับทั้งสองฟีด

คำถามที่พบบ่อย

งบน้อยควรเริ่มจาก format ไหน

เริ่มจาก skippable in-stream เพราะเมื่อซื้อแบบคิดตามยอดวิว คุณไม่ถูกคิดเงินตอนที่คนกดข้าม งบที่จำกัดจึงไปได้ไกลกว่าระหว่างที่คุณกำลังเรียนรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายตอบสนองกับอะไร อีกจุดเริ่มที่สมเหตุสมผลคือ in-feed video ถ้าคุณมีวิดีโอที่ตอบคำถามซึ่งคนค้นหาอยู่แล้ว เพราะคุณจ่ายก็ต่อเมื่อมีคนเลือกจะดู ส่วน non-skippable และ bumper ควรเก็บไว้ทีหลังจนกว่าจะมีข้อความที่คุ้มค่าจะย้ำ เพราะทั้งคู่คิดเงินตามการแสดงผลและจะใช้งบก้อนเล็กหมดเร็ว

ต้องถ่ายวิดีโอใหม่ทุก format ไหม

ไม่ต้อง แต่ต้องมีการตัดต่อหลายเวอร์ชันและต้องมีเวอร์ชันแนวตั้งอย่างน้อยหนึ่งชุด การถ่ายครั้งเดียวให้เวอร์ชันยาวสำหรับ skippable in-stream และ in-feed เวอร์ชันสั้นความยาวคงที่สำหรับ non-skippable เวอร์ชันหกวินาทีสำหรับ bumper และเวอร์ชันแนวตั้งสำหรับ Shorts ได้ทั้งหมด ถ้าวางแผนการถ่ายโดยคิดถึงไฟล์ปลายทางเหล่านี้ไว้ตั้งแต่ต้น ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือตัดหนังแนวนอนให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพยายามครอปไปเป็นรูปทรงอื่น ซึ่งมักเสียการจัดเฟรมและดันองค์ประกอบสำคัญออกนอกพื้นที่ปลอดภัย

หกวินาทีขายของได้จริงหรือ

หกวินาทีเตือนความจำได้ แต่โน้มน้าวไม่ได้ bumper ads จึงทำงานเมื่อกลุ่มเป้าหมายรู้จักสินค้าอยู่แล้วและต้องการแค่การสะกิด ไม่ใช่การถูกทำให้เชื่อ ใช้มันเป็นชั้นตามหลังโฆษณาที่ยาวกว่า หรือใช้รอบวันที่กลุ่มเป้าหมายเข้าใจอยู่แล้ว และคุมให้เหลือหนึ่งความคิด หนึ่งภาพสินค้า กับแบรนด์ ถ้าข้อความต้องมีเงื่อนไขกำกับ format นี้คือเครื่องมือที่ผิด

view กับ impression ต่างกันอย่างไร

impression แปลว่าโฆษณาถูกส่งออกไปและมีโอกาสถูกเห็น ส่วน view แปลว่าคนนั้นดูไปในปริมาณที่เข้าเกณฑ์ นี่คือเหตุผลที่ format ซึ่งคิดเงินตาม impression เก็บเงินไม่ว่าจะมีใครสนใจหรือไม่ ส่วน format ที่คิดตาม view ไม่เก็บ ผลในทางปฏิบัติคือ impression เป็นหน่วยที่ถูกต้องสำหรับงาน reach และความถี่ ส่วน view กับเวลาที่ดูเป็นหน่วยที่ถูกต้องเมื่อประเด็นคือข้อความไปถึงหรือไม่

วัดผลโฆษณา YouTube เทียบกับยอดขายได้ไหม

ได้ แต่ต่อเมื่อระบบติดตามคอนเวอร์ชันทำงานอยู่แล้วก่อนแคมเปญเริ่ม และคุณยอมรับว่าวิดีโอแทบไม่เคยเป็นคลิกสุดท้าย ให้เทียบช่วงที่มีวิดีโอกับช่วงที่ไม่มี ดู assisted conversions และการค้นหาชื่อแบรนด์ แล้วสร้างลิสต์กลุ่มเป้าหมายจากคนที่ดู เพื่อให้คนที่วิดีโอเข้าถึงแล้วถูกสื่อสารซ้ำด้วยข้อความที่ออกแบบมาเพื่อปิดการขาย ไม่ใช่เพื่อแนะนำตัว

ถ้าอยากได้ความเห็นที่สองว่า format ไหนตรงกับวัตถุประสงค์ในบรีฟของคุณ หรืออยากได้คนช่วยแปลงการถ่ายครั้งเดียวให้เป็นชุดไฟล์ที่ใช้ได้ครบทุก format หน้าบริการads youtube อธิบายวิธีทำงานไว้แล้ว

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น