Newspaper publishers weighing whether to block Google Search over falling referral traffic

สำนักข่าวรายใหญ่พิจารณาบล็อก Google Search เมื่อทราฟฟิกส่งต่อลดลง

สำนักข่าวรายใหญ่หลายแห่งกำลังพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะหยุดให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูล (crawl) เนื้อหาของตนหรือไม่ ตามรายงานของ Wall Street Journal ที่ Search Engine Roundtable นำมาสรุป เหตุผลนั้นตรงไปตรงมา นั่นคือทราฟฟิกที่ Google ส่งกลับมาให้ไม่คุ้มกับสิ่งที่สำนักข่าวต้องยอมเปิดให้เข้าถึงอีกต่อไป

รายงานระบุชื่อ USA Today, Politico, Reuters และ People เป็นกลุ่มสื่อที่กำลังพิจารณาแนวทางนี้อย่างจริงจัง ผู้บริหารรายหนึ่งบอกว่าการบล็อก Google นั้น "อยู่บนโต๊ะเจรจาแบบเต็มร้อย" นอกจากนี้ Reddit ยังมีรายงานว่าได้หารือถึงการตัดสิทธิ์การเข้าถึงของ Google สำหรับการใช้งานด้าน AI ในช่วงที่ดีลเนื้อหากำลังจะครบกำหนดต่อสัญญา ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เกิดขึ้น แต่การที่สำนักข่าวขนาดนี้พูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผยก็สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงในวิธีที่เจ้าของเนื้อหาประเมินการแลกเปลี่ยนคุณค่ากับเสิร์ชเอนจิน

รายงานพูดถึงอะไรจริง ๆ

ตามที่ Search Engine Roundtable สรุปรายงานของ Wall Street Journal เอาไว้ ความไม่พอใจนั้นย่อลงมาเหลือเรื่องเดียวคือยอดคลิก หลายปีที่ผ่านมาข้อตกลงมันเรียบง่าย Google เก็บข้อมูลบทความของสำนักข่าว แล้วส่งผู้อ่านกลับไปยังบทความเหล่านั้น สำนักข่าวก็สร้างรายได้จากยอดเข้าชมผ่านโฆษณาและการสมัครสมาชิก แต่ตอนนี้การแลกเปลี่ยนนั้นเริ่มดูไม่สมดุลในสายตาของบางราย

เมื่อ Google แสดงคำตอบตรง ๆ บนหน้าผลการค้นหามากขึ้นผ่าน AI Overviews ผู้ใช้ก็ได้สิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องคลิกเข้าไปอ่าน สำนักข่าวเป็นผู้ป้อนเนื้อหาที่ใช้ฝึกและป้อนคำตอบเหล่านั้น แต่กลับได้ยอดเข้าชมน้อยลงเป็นการตอบแทน เมื่อตัวเลขมันไม่คุ้มกันอีกต่อไป การบล็อกตัวเก็บข้อมูลก็เลิกเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึง

ทำไมคำว่า "กำลังพิจารณา" จึงสำคัญกว่าคำว่า "บล็อก"

ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด ยังไม่มีสำนักข่าวใหญ่รายใดยืนยันว่ากำลังจะตัดสิทธิ์การเข้าถึงของ Google สิ่งที่รายงานอธิบายคือการพิจารณาภายในอย่างจริงจัง คำพูดจากผู้บริหาร และอย่างน้อยหนึ่งดีลเนื้อหา (ของ Reddit) ที่กำลังจะครบกำหนดต่อสัญญาซึ่งการเข้าถึงถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นบนโต๊ะเจรจา นั่นเป็นท่าทีในการต่อรองพอ ๆ กับเป็นการตัดสินใจ เพราะสำนักข่าวได้อำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นเพียงแค่แสดงให้เห็นว่าพร้อมจะเดินออกจากดีล

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญต่อ SEO

สำหรับคนที่ทำงานด้านการค้นหา เรื่องนี้ชี้ไปที่ความตึงเครียดที่ก่อตัวมาสักพักแล้ว AI Overviews และฟีเจอร์คล้ายกันตอบคำถามให้จบในที่เดียว ซึ่งสะดวกสำหรับผู้ใช้ แต่ลดยอดคลิกออร์แกนิกที่สำนักข่าวและธุรกิจต่าง ๆ พึ่งพามานาน ถ้าเจ้าของเนื้อหารายใหญ่เริ่มจำกัดการเข้าถึง Google ก็จะมีวัตถุดิบที่สดใหม่และน่าเชื่อถือให้นำมาแสดงน้อยลง ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมสิ่งที่ปรากฏในผลการค้นหาและสัดส่วนที่มาจากแหล่งที่ไว้ใจได้

ยังมีผลกระทบชั้นที่สองอีกด้วย วิธีที่เราวัดคุณค่าของ SEO ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอันดับเท่ากับการเข้าชม แต่ความเชื่อมโยงนั้นกำลังอ่อนลง ยอดการมองเห็น การถูกกล่าวถึงแบรนด์ และการถูกอ้างอิงภายในคำตอบของ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวม แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่ก่อให้เกิดคลิกเลยก็ตาม ทีมที่ยังรายงานแค่อันดับและเซสชันเพียงอย่างเดียวกำลังวัดความจริงในมุมที่แคบกว่าที่เคยเป็น

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อนักการตลาดไทย

สำนักข่าวที่ถูกระบุชื่อในรายงานเป็นสื่ออเมริกัน และแหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงประเทศไทย ถึงอย่างนั้นแนวโน้มที่อยู่เบื้องหลังก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่พรมแดน เว็บข่าวไทย บล็อก และธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหาซึ่งพึ่งพาการส่งต่อทราฟฟิกจาก Google ก็เผชิญกับการกร่อนหายของยอดคลิกแบบค่อยเป็นค่อยไปเช่นเดียวกัน เมื่อคำตอบจาก AI แพร่กระจายไปทั่วคำค้นหาภาษาไทย

สิ่งที่นำไปใช้ได้จริงไม่ใช่การตื่นตระหนกหรือการไปบล็อกอะไร แต่คือการลดการพึ่งพาช่องทางเดียว แนวทางที่ควรพิจารณามีดังนี้

  • สร้างสินทรัพย์ผู้ชมที่คุณเป็นเจ้าของเอง เช่น รายชื่ออีเมล ผู้ติดตามบน LINE และผู้อ่านที่กลับมาซ้ำ เพื่อให้การลดลงของทราฟฟิกจาก Google ไม่ทำให้ทั้งธุรกิจล่ม
  • มองการมองเห็นบน AI เป็นเป้าหมายในตัวของมันเอง การถูกอ้างอิงภายในคำตอบของ AI ช่วยให้แบรนด์ยังอยู่ต่อหน้าผู้คนแม้จะไม่เกิดคลิก นี่คือหัวใจของ generative engine optimization
  • ลงทุนกับงาน SEO ในประเทศไทย ที่แข็งแรงต่อไป เพราะการค้นหาแบบออร์แกนิกยังนำทราฟฟิกที่มีความหมายเข้ามาอยู่ ประเด็นคือให้ทำควบคู่ไปกับช่องทางอื่น ไม่ใช่ทิ้งมันไป
  • ปรับวิธีรายงานผลลัพธ์ ให้ยอดการมองเห็นและการอ้างอิงจาก AI อยู่เคียงข้างยอดคลิกและเซสชัน แทนที่จะถูกมองข้าม

คำถามที่พบบ่อย

สำนักข่าวได้บล็อก Google ไปแล้วจริงหรือไม่

ยัง รายงานของ Wall Street Journal ที่ Search Engine Roundtable สรุปไว้อธิบายว่าสำนักข่าวกำลังพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังและบอกว่ามัน "อยู่บนโต๊ะเจรจาแบบเต็มร้อย" มันคือการพิจารณาตามที่มีรายงาน ไม่ใช่การกระทำที่เสร็จสิ้นแล้ว

ธุรกิจไทยควรบล็อก Google ด้วยหรือไม่

เกือบจะแน่นอนว่าไม่ควร สำหรับเว็บไทยส่วนใหญ่ Google ยังส่งทราฟฟิกให้เป็นสัดส่วนที่มาก และสำนักข่าวในข่าวนี้ก็กำลังต่อรองจากตำแหน่งที่ต่างออกไปมาก บทเรียนที่นำไปใช้ได้คือการกระจายความเสี่ยง ไม่ใช่การตัดตัวเก็บข้อมูลทิ้ง

นี่แปลว่า SEO กำลังจะตายหรือไม่

ไม่ แต่นิยามของความสำเร็จกำลังกว้างขึ้น การค้นหายังคงมีความสำคัญ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือผลลัพธ์ที่ดีในตอนนี้อาจเป็นการถูกอ้างอิงหรือยอดการมองเห็นภายในคำตอบของ AI ไม่ใช่แค่การคลิกเข้ามายังหน้าเว็บของคุณเท่านั้น

สรุปสาระสำคัญ

นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับอำนาจต่อรองและการแลกเปลี่ยนคุณค่าที่กำลังเปลี่ยนไป ไม่ใช่เรื่องที่ Google กำลังจะสูญเสียสำนักข่าวรายใหญ่ที่สุดในชั่วข้ามคืน ถึงอย่างนั้นทิศทางก็ชัดเจน เมื่อคำตอบจาก AI ดูดซับความต้องการที่เคยจบลงด้วยการคลิกไปมากขึ้น ทั้งสำนักข่าวและนักการตลาดต่างต้องคิดให้หนักขึ้นว่าผู้ชมของตนมาจากไหนกันแน่ อ่านบทสรุปฉบับเต็มได้ที่ Search Engine Roundtable

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการวางกลยุทธ์การค้นหาที่ยืนหยัดได้เมื่อ AI เปลี่ยนโฉมการส่งต่อทราฟฟิก ทีมงานของเราพร้อมช่วยตรวจสอบส่วนผสมปัจจุบันของคุณและจุดที่ควรเสริมให้แข็งแรงขึ้น

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: