Facebook full-screen video-first test with Classic Feed as a second tab

Meta ทดสอบ Facebook แบบเปิดวิดีโอเต็มจอ ดันฟีดคลาสสิกไปแท็บสอง

metaJuly 25, 2026
By Antonio Fernandez

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 Meta ระบุว่ากำลังทดสอบ Facebook เวอร์ชันที่เปิดเข้าสู่ประสบการณ์วิดีโอเต็มจอทันทีสำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม โดยย้ายฟีดแบบคลาสสิก (Classic Feed) ที่คุ้นเคยไปไว้ที่แท็บที่สอง การประกาศนี้มาจาก Tom Alison หัวหน้าฝ่าย Facebook ในโพสต์จากห้องข่าวของ Meta ในหัวข้อ "Connecting Real People on Facebook" ผู้ที่อยู่ในกลุ่มทดสอบสามารถเลือกปิดการใช้งานได้ และฟีดแบบคลาสสิกยังคงเปิดใช้งานได้ที่แท็บที่สอง

Meta ประกาศอะไร

การทดสอบนี้ปรับรูปแบบเริ่มต้นของ Facebook ให้แอปเปิดเข้าสู่มุมมองวิดีโอเต็มจอ แทนที่จะเป็นฟีดแบบคลาสสิกที่เลื่อนดูอย่างที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่คุ้นเคย Meta ระบุว่านี่เป็นการทดสอบ ไม่ใช่การเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ และฟีดแบบเดิมจะไม่หายไป แต่จะกลายเป็นแท็บที่สองที่ผู้ใช้เปิดได้เมื่อต้องการ

Meta วางแผนเริ่มการทดสอบในระดับสากลก่อน โดยเริ่มจากประเทศที่มีการใช้วิดีโอสูงอยู่แล้ว บริษัทยังระบุด้วยว่าอาจพิจารณานำประสบการณ์นี้ไปใช้ในสหรัฐอเมริกาในปีหน้า คือปี 2027 ทั้งนี้ Meta ไม่ได้เปิดเผยว่าสัดส่วนผู้ใช้ที่อยู่ในการทดสอบมีเท่าใด และไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่เจาะจง

ทำไม Meta จึงเดินหน้าเรื่องวิดีโอ

การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับการผลักดันวิดีโอแนวตั้งขนาดสั้นในภาพรวม Meta ระบุว่า Reels ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์วิดีโอสั้นบน Facebook และ Instagram ปัจจุบันมีมูลค่าตามอัตรารายได้ต่อปี (run-rate) ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ และสร้างรายได้จากโฆษณามากกว่า YouTube ตัวเลขระดับนี้ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมบริษัทจึงทดสอบการวางวิดีโอไว้ที่หน้าแรกของ Facebook

ค่าเริ่มต้นที่เน้นวิดีโออาจเปลี่ยนอะไรบ้าง

Meta ยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขว่าการทดสอบส่งผลต่อการเข้าถึงหรือการส่งโฆษณาอย่างไร ดังนั้นส่วนต่อไปนี้จึงเป็นการวิเคราะห์เชิงเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ Meta ระบุ หาก Facebook เปิดเข้าสู่วิดีโอเต็มจอโดยค่าเริ่มต้น ความสนใจของผู้ใช้ก็มีแนวโน้มจะกระจุกตัวอยู่ที่วิดีโอแนวตั้งขนาดสั้น และทั้งการเข้าถึงแบบออร์แกนิกและการส่งโฆษณาแบบเสียเงินก็อาจเอนไปในทิศทางนั้นมากขึ้น สิ่งนี้จะสร้างแรงกดดันต่อแบรนด์ที่ยังพึ่งพาโพสต์ภาพนิ่งและโพสต์แบบลิงก์เป็นหลัก ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักได้การเข้าถึงน้อยกว่าวิดีโออยู่แล้ว

สำหรับผู้ลงโฆษณา พื้นที่ที่เน้นวิดีโอมักให้ผลดีกับบัญชีที่สามารถผลิตวิดีโอแนวตั้งได้อย่างสม่ำเสมอ มาตรฐานของงานครีเอทีฟจึงขยับจากภาพนิ่งที่แข็งแรงเพียงภาพเดียว ไปสู่คลิปสั้นหลายชิ้นที่ดึงความสนใจได้ในไม่กี่วินาทีแรก

สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรต่อนักการตลาดไทย

Meta ไม่ได้พูดถึงประเทศไทยเป็นการเฉพาะ ดังนั้นส่วนนี้จึงเป็นการวิเคราะห์จากลักษณะของตลาด Facebook เป็นช่องทางที่มีบทบาทสูงในการเข้าถึงผู้บริโภคในประเทศไทย ซึ่งหมายความว่าค่าเริ่มต้นที่เน้นวิดีโอน่าจะผลักดันให้ SME และเอเจนซีในไทยหันมาให้ความสำคัญกับวิดีโอแนวตั้งขนาดสั้นเร็วขึ้น ทีมที่พึ่งพาโปรโมชันแบบภาพนิ่งและโพสต์แบบลิงก์อาจพบว่าเลย์เอาต์ที่เน้นวิดีโอทำให้งานครีเอทีฟเดิมมีพื้นที่แสดงผลน้อยลง

แนวทางที่ทำได้จริงคือการสร้างนิสัยผลิตวิดีโอแนวตั้งอย่างต่อเนื่อง วางแผนคลิปจากสินค้าและข้อเสนอจริง เก็บให้สั้น และขึ้นต้นด้วยจุดที่ดึงความสนใจ หากคุณทำแคมเปญแบบเสียเงิน การปรับงานครีเอทีฟโฆษณาบน Facebookให้เข้ากับรูปแบบวิดีโอแนวตั้งตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้คุณแข่งขันได้หากการส่งโฆษณาเปลี่ยนไป การวางแผนโฆษณาบนโซเชียลในภาพกว้างที่มองวิดีโอเป็นรูปแบบหลัก ไม่ใช่ส่วนเสริม ถือเป็นการเตรียมรับมือที่สมเหตุสมผลระหว่างที่การทดสอบยังดำเนินอยู่

เตรียมตัวอย่างไรโดยไม่ตื่นตระหนก

นี่เป็นการทดสอบ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เสร็จสมบูรณ์ การเตรียมตัวไว้ก่อนจึงมีประโยชน์มากกว่าการรื้อทุกอย่างอย่างเร่งรีบ มีหลายขั้นตอนที่ทำแล้วเสียหายน้อยไม่ว่าการทดสอบจะพัฒนาไปทางใด เริ่มเก็บวิดีโอแนวตั้งจากงานที่คุณทำอยู่แล้ว เช่น การสาธิตสินค้า คลิปเบื้องหลัง และเรื่องราวจากลูกค้า นำฟุตเทจเหล่านั้นมาใช้ซ้ำทั้งบน Facebook และ Instagram เพื่อให้การถ่ายทำครั้งเดียวป้อนได้หลายโพสต์ และเก็บคลังคลิปสั้นที่พร้อมเผยแพร่ไว้ เพื่อให้การเปลี่ยนเลย์เอาต์ของฟีดไม่ทำให้เพจของคุณเงียบ

อีกเรื่องที่ช่วยได้คือการทบทวนว่าเนื้อหาปัจจุบันของคุณเป็นภาพนิ่งมากแค่ไหน หากโพสต์ส่วนใหญ่ยังเป็นภาพนิ่งและลิงก์ การทดสอบนี้ก็เป็นสัญญาณให้ย้ายแรงบางส่วนไปที่วิดีโอ ก่อนที่การเปิดใช้งานในวงกว้างจะไปถึงกลุ่มผู้ชมของคุณ

ฟีดแบบคลาสสิกจะหายไปไหม

ไม่หาย จากโพสต์ของ Meta ฟีดแบบคลาสสิกยังคงเปิดใช้งานได้ที่แท็บที่สอง และผู้ที่อยู่ในกลุ่มทดสอบสามารถเลือกปิดการใช้งานได้

เรื่องนี้ส่งผลต่อประเทศไทยตอนนี้หรือไม่

Meta ระบุว่าการทดสอบเริ่มในระดับสากลในประเทศที่ใช้วิดีโอสูง และไม่ได้ระบุตลาดที่เจาะจง จึงยังไม่มีรายละเอียดที่ยืนยันเกี่ยวกับประเทศไทย ส่วนการวิเคราะห์ข้างต้นเป็นเรื่องของความเป็นไปได้ว่าการเปลี่ยนไปเน้นวิดีโออาจดำเนินไปอย่างไร เมื่อพิจารณาจากบทบาทของ Facebook ในตลาดไทย

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการแปลงการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เป็นแผนคอนเทนต์และแผนโฆษณาที่ใช้งานได้จริง Relevant Audience พร้อมช่วยวางแผนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของคุณ

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: