Meta's EU filing puts Instagram at 297 million users and Facebook at 264 million

รายงานอียูของเมตาเผยอินสตาแกรม 297 ล้านผู้ใช้ แซงเฟซบุ๊กที่ 264 ล้าน

metaAugust 31, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • รายงานตามกฎหมาย Digital Services Act ของเมตาสำหรับครึ่งแรกปี 2569 ระบุผู้ใช้อินสตาแกรมต่อเดือนในสหภาพยุโรป 297 ล้านคน เทียบกับเฟซบุ๊ก 264 ล้านคน
  • Threads รายงานผู้ใช้ในอียู 41 ล้านคน จากฐานผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคนต่อเดือน
  • เมตาลดพนักงานกำกับดูแลเนื้อหาในอียูจากราว 7,700 คนในรายงานเดือนมีนาคม เหลือราว 5,900 คนในรายงานฉบับนี้ สอดคล้องกับแผนย้ายไปใช้ระบบเอไอที่เคยประกาศไว้
  • ยอดรายงานเนื้อหาก่อการร้ายบนอินสตาแกรมเพิ่มเกือบ 38% และเนื้อหาแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเพิ่มราว 22% เทียบครึ่งหลังปี 2568 ส่วนเฟซบุ๊กลดลงทุกหมวด
  • Social Media Today ระบุว่าการลดลงของเฟซบุ๊กอาจสะท้อนการใช้งานที่ลดลงในภูมิภาค มากกว่าสภาพที่ดีขึ้น และไม่มีการรายงานตัวเลขของประเทศไทย

เมตารายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปว่า อินสตาแกรมมีผู้ใช้งานต่อเดือนในสหภาพยุโรป 297 ล้านคนในครึ่งแรกของปี 2026 เทียบกับเฟซบุ๊กที่ 264 ล้านคน ตัวเลขชุดนี้มาจากรายงานความโปร่งใสที่เมตาต้องยื่นตามกฎหมาย Digital Services Act ของสหภาพยุโรป ซึ่งบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่มากต้องเปิดเผยจำนวนผู้ใช้และข้อมูลการกำกับดูแลเนื้อหาปีละสองครั้ง

Social Media Today ซึ่งรายงานเรื่องนี้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2026 ระบุว่าการใช้งานเฟซบุ๊กในภูมิภาคนี้ค่อนข้างทรงตัวมาระยะหนึ่งแล้ว และเคยลดลงในบางรอบรายงานก่อนหน้า ขณะที่อินสตาแกรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะแตะ 300 ล้านคนในภูมิภาคนี้ในปีหน้า ส่วน Threads ซึ่งเป็นแอปใหม่ที่สุดในสามตัวนี้ รายงานผู้ใช้ในสหภาพยุโรป 41 ล้านคน จากฐานผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 500 ล้านคนต่อเดือน

ตัวเลขที่กฎหมายบังคับให้เปิด ต่างจากตัวเลขที่แพลตฟอร์มเลือกเปิดเอง

ตัวเลขผู้ใช้แพลตฟอร์มที่นักการตลาดได้เห็นเกือบทั้งหมด มาจากบล็อกของบริษัท สไลด์แถลงผลประกอบการ หรือ media kit ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเป็นตัวเลขที่ถูกเลือกมาแล้ว บริษัทเลือกได้ทั้งตัวชี้วัด ช่วงเวลา และวิธีเล่าเรื่อง และเลือกได้ด้วยว่าจะเปิดเผยตอนไหน กฎหมาย Digital Services Act ทำงานคนละแบบ มันกำหนดกลุ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่มากขึ้นมา แล้วบังคับให้แต่ละรายเปิดเผยจำนวนผู้รับบริการที่ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนในสหภาพยุโรป ตามรอบเวลาหกเดือนที่ตายตัว พร้อมข้อมูลว่าจัดการเนื้อหาไปเท่าไรและด้วยเหตุผลอะไร เมตาไม่ได้เลือกว่าจะให้แอปไหนปรากฏในรายงาน และไม่ได้เลือกช่วงเวลาที่รายงาน

นี่คือเหตุผลที่ตัวเลข 297 ล้านและ 264 ล้านควรถูกอ่านอย่างตั้งใจ มันไม่ใช่ตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบบัญชี และไม่มีหน่วยงานกำกับรายใดรับรองทีละบรรทัด แต่มันเป็นตัวเลขที่ยื่นภายใต้ภาระผูกพันทางกฎหมาย บนวิธีการนับที่นิยามไว้ ในช่วงเวลาที่นิยามไว้ และมีบทลงโทษรออยู่ข้างหลัง สำหรับคนที่ต้องจัดสรรงบโฆษณาโซเชียล นี่คือฐานที่มั่นคงกว่าข่าวประชาสัมพันธ์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ตัวเลขที่แพลตฟอร์มไม่ได้อาสาเปิดเอง

อินสตาแกรม 297 ล้าน เฟซบุ๊ก 264 ล้าน Threads 41 ล้าน

ตารางด้านล่างคือจำนวนผู้ใช้สามตัวหลักที่เมตารายงานสำหรับสหภาพยุโรปในครึ่งแรกของปี 2026 พร้อมทิศทางที่ Social Media Today ระบุไว้กับแต่ละแอป

อินสตาแกรม 297 ล้าน เฟซบุ๊ก 264 ล้าน Threads 41 ล้าน
แอปของเมตาผู้ใช้ต่อเดือนในอียู ครึ่งแรกปี 2026ทิศทางที่รายงาน
อินสตาแกรม297 ล้านคนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มีแนวโน้มแตะ 300 ล้านในภูมิภาคนี้ปีหน้า
เฟซบุ๊ก264 ล้านคนทรงตัวมาระยะหนึ่ง และเคยลดลงในบางรอบรายงานก่อนหน้า
Threads41 ล้านคนเป็นสัดส่วนเล็กจากผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 500 ล้านคนต่อเดือน

ช่องว่างระหว่างสองแอปรุ่นเก่าอยู่ที่ 33 ล้านคน แต่สิ่งที่มีความหมายคือทิศทาง ไม่ใช่ขนาดของช่องว่าง อินสตาแกรมกลายเป็นแอปที่มีผู้ใช้มากที่สุดของเมตาในยุโรปแล้ว และรายงานฉบับนี้แสดงว่ามันไปถึงจุดนั้นด้วยการโตขึ้น ขณะที่เฟซบุ๊กอยู่กับที่ ถ้าดูรอบเดียวย่อมพิสูจน์อะไรไม่ได้ แต่การที่เส้นหนึ่งขึ้นและอีกเส้นไม่ขึ้นต่อเนื่องหลายรอบ นั่นคือแนวโน้ม และ Social Media Today ก็อธิบายแนวโน้มนั้นตรงตัว

ตัวเลขของ Threads น่าสนใจด้วยเหตุผลคนละแบบ ผู้ใช้ในอียู 41 ล้านคนจากผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 500 ล้านคนต่อเดือน แปลว่ายุโรปเป็นสัดส่วนที่ไม่ใหญ่ของแอปนี้ อัตราส่วนดังกล่าวเป็นคำเตือนไม่ให้เอาการเติบโตระดับโลกของ Threads มาสรุปว่าแอปนี้มีน้ำหนักในตลาดใดตลาดหนึ่ง และนี่ยังเป็นตัวเลขเดียวในสามตัวที่รายงานให้เห็นทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลกคู่กัน

เมตาลดทีมกำกับดูแลเนื้อหาในอียูจากราว 7,700 เหลือราว 5,900 คน

รายงานฉบับเดียวกันเปิดเผยว่าเมตาลดจำนวนพนักงานกำกับดูแลเนื้อหาในสหภาพยุโรป จากราว 7,700 คนในรายงานเดือนมีนาคม เหลือราว 5,900 คนในรายงานฉบับนี้ เมตาเคยประกาศแผนไว้ก่อนหน้าว่าจะแทนที่พนักงานกำกับดูแลเนื้อหาด้วยระบบที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ และการลดลงครั้งนี้สอดคล้องกับแผนที่ว่า คิดเป็นผู้ตรวจสอบเนื้อหาที่หายไปราว 1,800 คนภายในช่วงหกเดือนระหว่างสองรายงาน

สำหรับแบรนด์ เรื่องนี้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผน ไม่ใช่ประเด็นถกเถียงเชิงนโยบาย พื้นที่โฆษณาบนโซเชียลไม่ได้แยกขาดจากเนื้อหาออร์แกนิกรอบตัวมัน ตำแหน่งโฆษณาบนฟีด บน Reels และแบบ in stream ทำให้ครีเอทีฟของผู้ลงโฆษณาไปอยู่ถัดจากเนื้อหาที่ระบบจัดอันดับเพิ่งเสิร์ฟให้ผู้ใช้คนนั้นเมื่อครู่ก่อน และปริมาณการตรวจสอบโดยมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังเนื้อหานั้นคือหนึ่งในตัวแปรที่กำหนดว่าอะไรผ่านเข้ามาได้บ้าง รายงานไม่ได้บอกว่าระบบอัตโนมัติจับได้มากขึ้นหรือน้อยลงกว่าพนักงานที่ถูกแทนที่ มันรายงานแค่จำนวนคน ไม่ได้รายงานผลลัพธ์ และการเดาแทนตรงช่องว่างนั้นคือการแต่งเรื่อง

ยอดรายงานเนื้อหาเพิ่มบนอินสตาแกรม แต่ลดบนเฟซบุ๊ก

เมตายังเปิดเผยปริมาณการรายงานเนื้อหาจากผู้ใช้ แยกตามหมวดหมู่ และสองแอปเคลื่อนไปคนละทาง บนอินสตาแกรม การรายงานเนื้อหาเกี่ยวกับการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นเกือบ 38% เทียบกับครึ่งหลังของปี 2025 และการรายงานเนื้อหาแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเพิ่มขึ้นราว 22% ในช่วงเดียวกัน ส่วนบนเฟซบุ๊ก ทุกหมวดที่ Social Media Today หยิบมาแสดงล้วนลดลงเป็นเลขสองหลักในช่วงเวลาเดียวกัน

ยอดรายงานเนื้อหาเพิ่มบนอินสตาแกรม แต่ลดบนเฟซบุ๊ก
หมวดการรายงานบนเฟซบุ๊กการเปลี่ยนแปลง ครึ่งหลังปี 2025 ถึงครึ่งแรกปี 2026
เนื้อหาสร้างความเกลียดชังลดลงราว 19%
สแปมลดลงราว 27%
การกลั่นแกล้งและคุกคามลดลงราว 30%
เนื้อหาแสวงหาประโยชน์จากเด็กลดลงราว 17%

ถ้าอ่านผ่านๆ ตารางนี้เหมือนแพลตฟอร์มที่กำลังสะอาดขึ้น แต่ถ้าอ่านให้ละเอียด มันกำกวม และความกำกวมนี่แหละคือส่วนที่มีประโยชน์ที่สุดในรายงานทั้งฉบับ

ทำไมตัวเลขที่ลดลงของเฟซบุ๊กจึงตีความยาก

Social Media Today ตั้งข้อสังเกตที่สำคัญที่สุดไว้ว่า การลดลงเหล่านี้อาจสะท้อนการใช้งานเฟซบุ๊กที่ลดลงโดยรวมในภูมิภาค มากกว่าจะสะท้อนว่าสภาพบนแพลตฟอร์มดีขึ้น กลไกของมันตรงไปตรงมา การรายงานเกิดขึ้นเมื่อมีคนเห็นบางอย่างแล้วเลือกจะกดแจ้ง คนบนแพลตฟอร์มน้อยลงแปลว่าเซสชันน้อยลง การมองเห็นเนื้อหาที่ก้ำกึ่งน้อยลง และมือที่เอื้อมไปกดปุ่มรายงานก็น้อยลงด้วย ยอดรายงานการกลั่นแกล้งที่ลดลง 30% เข้ากันได้ทั้งกับแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยขึ้น และกับแพลตฟอร์มที่เงียบลง

ยังมีปัญหาการวัดผลอีกชั้นซ้อนอยู่ข้างใต้ ยอดรายงานวัดพฤติกรรมของผู้ใช้ ไม่ได้วัดปริมาณเนื้อหาที่ละเมิดจริง มันบอกได้แค่ว่าคนเลือกกดแจ้งบ่อยแค่ไหน ซึ่งขึ้นกับว่าปุ่มรายงานหาเจอง่ายแค่ไหน ผู้ใช้เชื่อมั่นแค่ไหนว่าการแจ้งแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น และเนื้อหาที่ผิดกฎถูกระบบอัตโนมัติเก็บออกไปก่อนที่มนุษย์จะได้เห็นมากน้อยเพียงใด เนื้อหาที่ถูกลบเชิงรุกจะไม่มีวันกลายเป็นยอดรายงาน แพลตฟอร์มที่ปรับระบบตรวจจับอัตโนมัติให้ดีขึ้นจะเห็นยอดรายงานลดลงทั้งที่ปริมาณเนื้อหาผิดกฎเท่าเดิม และแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้เลิกแจ้งแล้วก็ให้ภาพแบบเดียวกันด้วยเหตุผลตรงกันข้าม

เอาเหตุผลชุดนี้ไปวางกับอินสตาแกรม ที่ยอดรายงานเนื้อหาก่อการร้ายเพิ่มเกือบ 38% และยอดรายงานเนื้อหาแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเพิ่มราว 22% ตรรกะเดียวกันทำงานย้อนทาง ฐานผู้ใช้ที่โตขึ้นย่อมสร้างเซสชันมากขึ้นและยอดรายงานมากขึ้น โดยที่อัตราการเกิดเนื้อหาผิดกฎอาจไม่เปลี่ยนเลย เมตาไม่ได้ให้คำอธิบายสำหรับการเคลื่อนไหวทั้งสองฝั่งในสิ่งที่ถูกรายงานออกมา และไม่ควรแปลงตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อสรุปว่าแอปไหนปลอดภัยกว่ากัน

สิ่งที่รายงานฉบับนี้ไม่ได้บอก

การระบุช่องว่างให้ชัดคือส่วนหนึ่งของการใช้ข้อมูลอย่างซื่อสัตย์

  • ไม่มีตัวเลขผู้ใช้ในประเทศไทย กฎหมาย Digital Services Act ครอบคลุมสหภาพยุโรป เมตายื่นตัวเลขอียูเพราะกฎหมายอียูบังคับ ไม่มีอะไรในรายงานนี้ที่เป็นการวัดตลาดไทย
  • ไม่มีการแยกตัวเลขรายประเทศภายในอียูในสิ่งที่รายงานออกมา ตัวเลข 297 ล้านและ 264 ล้านจึงเป็นยอดรวมระดับภูมิภาคเท่านั้น
  • ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมยอดรายงานเนื้อหาก่อการร้ายและเนื้อหาแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนอินสตาแกรมจึงเพิ่มขึ้น
  • ไม่มีคำแถลงว่าระบบกำกับดูแลด้วยเอไอทำงานได้ดีขึ้นหรือแย่ลงกว่าพนักงานที่จำนวนลดจากราว 7,700 เหลือราว 5,900 คน
  • ไม่มีตัวเลขความชุกของเนื้อหาผิดกฎมาคู่กับยอดรายงาน จึงไม่มีทางแปลงการเปลี่ยนแปลงของยอดรายงานเป็นการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเนื้อหาผิดกฎที่มีอยู่จริง

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรกับนักการตลาดไทย

ประเทศไทยไม่มีกฎหมายเทียบเท่า Digital Services Act จึงไม่มีตัวเลขผู้ใช้ของแพลตฟอร์มใดที่ถูกบังคับให้เปิดเผยเป็นรอบตามกฎหมาย ความขาดแคลนนี้เองคือเหตุผลที่ตัวเลขยุโรปชุดนี้น่าดู มันเป็นตัวแทนคร่าวๆ ของฝั่งอียู และต้องระบุให้ชัดว่าเป็นอย่างนั้น มันไม่ใช่การวัดตลาดไทย ใครที่หยิบ 297 ล้านไปใส่สไลด์พิตช์ในกรุงเทพโดยไม่มีเงื่อนไขกำกับ ก็คือการบิดเบือนแหล่งข้อมูล

เมื่อใช้เป็นตัวแทน มีสองเรื่องที่ตามมา เรื่องแรกคือการวางแผน แผนสื่อของไทยจำนวนไม่น้อยยังตั้งต้นว่าเฟซบุ๊กคือการซื้อหลักของเมตา ส่วนอินสตาแกรมเป็นตำแหน่งรองที่ได้งบต่อจากเฟซบุ๊ก รายงานจากยุโรปแสดงให้เห็นว่าสองแอปนี้สลับตำแหน่งกันแล้วในแง่จำนวนผู้ใช้ และแม้ส่วนผสมในไทยอาจต่างออกไป ภาระการพิสูจน์ก็ย้ายข้างแล้ว ถ้าการจัดสรรงบโฆษณาบนเฟซบุ๊กของคุณยังไม่เคยถูกทดสอบกับการแบ่งงบแบบอินสตาแกรมมาก่อนในรอบปีที่ผ่านมา ทิศทางจากยุโรปคือเหตุผลที่ดีพอจะทดสอบจริง แทนที่จะเดาคำตอบ ตรรกะเดียวกันใช้ได้กับส่วนผสมโฆษณาโซเชียลทั้งหมด ซึ่งการแบ่งงบระดับตำแหน่งโฆษณามักถูกส่งต่อมาจากแผนเก่า มากกว่าจะถูกเลือกใหม่

เรื่องที่สองคือการวัดผล รายงานที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับในยุโรปบอกไม่ได้ว่าออดิเอนซ์ของแบรนด์ไทยอยู่ตรงไหน แต่ข้อมูลผลงานรายตำแหน่งจากแพลตฟอร์มและข้อมูลฝั่งเว็บไซต์ของคุณเองบอกได้ และสองชุดนี้มักไม่ตรงกัน ก่อนจะโยกงบตามพาดหัวจากบรัสเซลส์ ให้ดึงข้อมูลแยกตามตำแหน่งโฆษณาใน Ads Manager ย้อนหลังสิบสองเดือน แล้วเทียบกับสิ่งที่ระบบวิเคราะห์ข้อมูลของคุณแสดงเรื่องเซสชันและคอนเวอร์ชันจากแต่ละแอป ถ้าสองมุมมองเล่าเรื่องเดียวกัน ก็ลงมือ ถ้าไม่ตรงกัน ให้แก้การวัดผลก่อนโยกเงิน

การลดจำนวนทีมกำกับดูแลเนื้อหาเพิ่มข้อพิจารณาที่สามสำหรับหมวดที่มีข้อกำกับ แบรนด์ในกลุ่มสุขภาพ การเงิน และธุรกิจที่มีฝ่ายกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ มักตั้งค่าควบคุมความปลอดภัยของแบรนด์ที่ระดับตำแหน่งโฆษณาและการยกเว้นหัวข้อ รายงานฉบับนี้ไม่ได้บอกว่าการตั้งค่าเหล่านั้นได้ผลน้อยลง มันบอกว่าชั้นการตรวจสอบโดยมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังเนื้อหาในอียูเล็กลงกว่าเดือนมีนาคม นั่นเป็นเหตุผลให้ทบทวนการตั้งค่ายกเว้นตามรอบเวลา แทนที่จะปล่อยไว้ตามที่ตั้งไว้เมื่อสองปีก่อน

คำถามที่พบบ่อย

แปลว่าเฟซบุ๊กกำลังเสียผู้ใช้ในประเทศไทยหรือเปล่า

แหล่งข่าวไม่ได้พูดถึงประเทศไทยเลย รายงานของเมตาระบุตัวเลขของสหภาพยุโรปเพราะกฎหมาย Digital Services Act บังคับให้เปิดเผยตัวเลขอียู และยอด 264 ล้านของเฟซบุ๊กใช้กับอียูเท่านั้น ฐานผู้ใช้เฟซบุ๊กในไทยจะโต ทรงตัว หรือลดลง รายงานฉบับนี้ไม่มีหลักฐานทั้งสองทาง

ตัวเลขผู้ใช้ชุดนี้ผ่านการตรวจสอบแล้วหรือยัง

เป็นตัวเลขที่กฎหมายบังคับให้เปิดเผย ไม่ใช่ตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบบัญชี Digital Services Act บังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่มากเปิดเผยจำนวนผู้รับบริการที่ใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนในอียูปีละสองครั้งบนวิธีการที่นิยามไว้ ซึ่งตัดอิสระของแพลตฟอร์มในการเลือกตัวชี้วัดและจังหวะเวลาออกไป แต่ไม่มีหน่วยงานกำกับใดรับรองตัวเลขทีละบรรทัด จึงควรถือว่าเป็นตัวเลขที่เปิดเผยภายใต้ภาระผูกพันทางกฎหมาย ไม่ใช่ตัวเลขที่ถูกยืนยันความถูกต้อง

การลดทีมกำกับดูแลเนื้อหาทำให้ตำแหน่งที่โฆษณาไปปรากฏเปลี่ยนไปไหม

รายงานพูดถึงจำนวนพนักงาน ไม่ได้พูดถึงนโยบายตำแหน่งโฆษณา จึงไม่มีอะไรในรายงานที่เปลี่ยนตัวเลือกควบคุมตำแหน่งโฆษณาใน Ads Manager เมตาเปิดเผยการลดจำนวนจากราว 7,700 คนในเดือนมีนาคมเหลือราว 5,900 คนในรายงานฉบับนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนที่เคยประกาศไว้ว่าจะย้ายไปใช้ระบบเอไอ ส่วนเรื่องที่ว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนส่วนผสมของเนื้อหาที่อยู่ข้างโฆษณาหรือไม่ รายงานไม่ได้ตอบ

ยอดรายงานบนเฟซบุ๊กที่ลดลงแปลว่าแพลตฟอร์มปลอดภัยขึ้นไหม

ไม่จำเป็น และ Social Media Today ก็ตั้งข้อสังเกตนี้ตรงๆ ยอดรายงานเนื้อหาสร้างความเกลียดชังลดราว 19% สแปมลดราว 27% การกลั่นแกล้งและคุกคามลดราว 30% และเนื้อหาแสวงหาประโยชน์จากเด็กลดราว 17% ระหว่างครึ่งหลังปี 2025 ถึงครึ่งแรกปี 2026 แต่การลดลงเหล่านี้อาจสะท้อนการใช้งานที่ลดลงโดยรวมของเฟซบุ๊กในภูมิภาค อีกทั้งยอดรายงานวัดว่าผู้ใช้กดแจ้งบ่อยแค่ไหน ไม่ได้วัดว่ามีเนื้อหาผิดกฎอยู่เท่าไร

ต้องรีบทำอะไรตอนนี้ไหม

ไม่ต้อง นี่คือรายงานความโปร่งใสเกี่ยวกับสหภาพยุโรป ไม่ใช่การเปลี่ยนฟีเจอร์ ไม่ใช่การอัปเดตนโยบาย และไม่ใช่การตั้งค่าบัญชี สิ่งที่ควรทำคือตรวจว่าการแบ่งงบตามตำแหน่งโฆษณาของคุณยังตรงกับที่ออดิเอนซ์อยู่จริงหรือไม่ โดยใช้ข้อมูลของคุณเอง ไม่ใช่ยอดรวมของยุโรป

ถ้าอยากได้มุมมองที่สองว่างบเมตาของคุณถูกแบ่งระหว่างตำแหน่งเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมอย่างไร และตัวเลขของคุณเองสนับสนุนการแบ่งแบบนั้นหรือเปล่า ทีมงานยินดีนั่งดูบัญชีไปด้วยกัน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น