What an SEO specialist does day to day

SEO Specialist คือใคร ทำอะไรบ้าง และต่างจาก Content Writer ยังไง

geoSeptember 7, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • SEO Specialist เป็นตำแหน่งลงมือทำ วัดผลด้วยคลิก impression และจำนวนหน้าที่ Google เก็บเข้า index ไม่ใช่วัดด้วยจำนวนงานที่ส่ง
  • ทีม SEO มักมีห้าระดับ คือ executive, specialist, analyst, manager และ director การรวมสามระดับไว้ในใบประกาศเดียวเป็นเหตุที่หาคนไม่ได้
  • Content Writer รับผิดชอบตัวข้อความ Specialist รับผิดชอบ title, canonical และลิงก์ภายใน ส่วน Digital Marketer รับผิดชอบการซื้อสื่อ
  • งานภาษาไทยมีสองปัญหาที่เว็บภาษาอังกฤษไม่มี คือไม่เว้นวรรคระหว่างคำ และหน้าไทยกับหน้าอังกฤษแย่งกันเองในผลค้นหา

SEO Specialist คือคนที่รับผิดชอบให้หน้าเว็บของธุรกิจถูกค้นเจอใน Google และรับผิดชอบตัวเลขว่าถูกค้นเจอมากขึ้นหรือน้อยลงในแต่ละเดือน งานจริงของตำแหน่งนี้แบ่งเป็นสามกอง คือแก้ปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้บอทเก็บหน้าไม่ได้ ปรับหน้าเว็บให้ตรงกับคำที่คนพิมพ์ค้นหา และอ่านข้อมูลจาก Google Search Console กับ GA4 เพื่อตัดสินว่าจะแก้อะไรต่อ เส้นแบ่งกับตำแหน่งใกล้เคียงอยู่ตรงนี้ Content Writer รับผิดชอบตัวข้อความ SEO Manager รับผิดชอบแผนกับคน และ Digital Marketer ดูหลายช่องทางพร้อมกันโดยไม่ลงลึกช่องทางเดียว

บทความนี้เขียนให้คนสองกลุ่มอ่าน กลุ่มแรกคือ HR และเจ้าของธุรกิจที่ต้องเขียนใบประกาศรับสมัครหรือสัมภาษณ์คนตำแหน่งนี้แล้วไม่รู้จะถามอะไร กลุ่มที่สองคือคนที่กำลังคิดย้ายเข้าสายงาน SEO และอยากรู้ว่าหนึ่งวันต้องทำอะไร ด้านล่างแยกเป็นห้าตำแหน่งในทีม SEO ทักษะที่ใช้จริง ไทม์ไลน์การทำงานหนึ่งวัน ตารางเปรียบเทียบกับตำแหน่งใกล้เคียง และเงื่อนไขที่ช่วยตัดสินว่าควรจ้างประจำหรือใช้ทีมข้างนอก

SEO Specialist คือใคร และวัดผลงานด้วยอะไร

SEO Specialist เป็นตำแหน่งระดับลงมือทำ ที่รับผิดชอบผลการค้นหาแบบไม่จ่ายเงินของเว็บไซต์หนึ่งเว็บหรือของลูกค้าหนึ่งกลุ่ม คนในตำแหน่งนี้ไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนงานที่ส่ง แต่ถูกวัดด้วยสิ่งที่เปลี่ยนบนรายงาน Performance ใน Google Search Console คือจำนวนคลิก จำนวน impression ตำแหน่งเฉลี่ยของกลุ่มคีย์เวิร์ดที่ตกลงกันไว้ และจำนวนหน้าที่ Google เก็บเข้า index ได้จริง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าตำแหน่งนี้คือคนเขียนบทความให้ติดอันดับ การเขียนเป็นแค่หนึ่งในวัตถุดิบ ถ้าเว็บมีปัญหาที่บอทเข้าไม่ถึง เช่น เมนูที่เรนเดอร์ด้วย JavaScript อย่างเดียว หน้าซ้ำที่ไม่ได้ตั้ง canonical หรือหน้าที่ติด noindex ค้างจากตอนทำเว็บ บทความที่เขียนดีที่สุดก็ไม่ถูกนับ งานส่วนใหญ่ของ SEO Specialist จึงเป็นการไล่หาเหตุที่ทำให้หน้าไม่ถูกนับ ก่อนจะไปเพิ่มเนื้อหาใหม่

อีกส่วนที่ถูกมองข้ามคือการแปลข้อมูลให้คนอื่นเข้าใจ SEO Specialist ต้องเขียนอธิบายให้นักพัฒนาเข้าใจว่าจะแก้อะไรที่ไฟล์ไหน เขียนบรีฟให้คนเขียนคอนเทนต์เข้าใจว่าหน้านั้นตอบคำถามอะไร และสรุปให้ผู้บริหารเข้าใจว่าเดือนนี้ตัวเลขขึ้นหรือลงเพราะอะไร ถ้าอธิบายไม่ได้ งานที่ทำถูกก็ไม่ได้ถูกอนุมัติให้ทำต่อ

ห้าตำแหน่งในทีม SEO และความรับผิดชอบที่ต่างกัน

ทีม SEO ในเอเจนซีและทีมอินเฮาส์ของไทยมักแบ่งเป็นห้าระดับ ชื่อเรียกเปลี่ยนได้ตามบริษัท แต่เส้นแบ่งความรับผิดชอบมักตรงกัน อ่านห้าย่อหน้าถัดไปแล้วเทียบกับใบประกาศรับสมัครที่กำลังจะเขียน จะเห็นว่าหลายฉบับเอาความรับผิดชอบของสามระดับมารวมเป็นตำแหน่งเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุที่สัมภาษณ์แล้วหาคนไม่ได้

SEO Executive

SEO Executive ทำงานตามคิวที่คนอื่นตั้งให้ เช่น เขียน title กับ meta description ตามเทมเพลตที่ตกลงไว้ ใส่ alt text ให้รูปที่ยังไม่มี เก็บข้อมูลอันดับคีย์เวิร์ดรายสัปดาห์ และประกอบรายงานรายเดือน ตำแหน่งนี้ยังไม่ต้องตัดสินใจว่าจะแก้อะไรก่อน แต่ต้องแก้ให้ถูกและส่งตรงเวลา คนที่เพิ่งเข้าสายนี้เกือบทั้งหมดเริ่มจากจุดนี้ และเวลาที่ใช้ก่อนขึ้นเป็น Specialist ขึ้นกับว่าได้จับงานเทคนิคจริงเร็วแค่ไหน

SEO Specialist

SEO Specialist เป็นคนตั้งคิวงานให้ตัวเองและให้ Executive คนในตำแหน่งนี้เปิด Search Console ดูว่าหน้าไหนคลิกหาย เปิด URL Inspection ดูว่า Google เลือก canonical ตัวไหน เปิดผลการ crawl ดูว่ามีหน้าที่ตอบ 404 หรือ redirect ซ้อนกันอยู่กี่หน้า แล้วจัดลำดับว่าจะแก้อะไรก่อนโดยดูว่าหน้านั้นมี impression มากพอที่การแก้จะเห็นผลหรือไม่ ความต่างสำคัญจาก Executive คือคนนี้ต้องกล้าบอกว่างานบางชิ้นไม่ควรทำ

SEO Analyst

SEO Analyst รับผิดชอบด้านข้อมูลมากกว่าด้านการแก้หน้าเว็บ งานหลักคือต่อข้อมูลจาก Search Console เข้ากับ GA4 และข้อมูลยอดขาย เพื่อตอบคำถามว่าคลิกที่เพิ่มขึ้นแปลงเป็นลีดหรือคำสั่งซื้อเท่าไร ตำแหน่งนี้มักถนัดสเปรดชีตระดับลึก เขียนคิวรีดึงข้อมูลได้ และตั้งรายงานที่อัปเดตตัวเองได้ บริษัทที่มีเว็บใหญ่หลายภาษามักต้องมีตำแหน่งนี้แยกออกมา เพราะ Specialist ไม่มีเวลาทำทั้งสองอย่าง

SEO Manager

SEO Manager รับผิดชอบแผนงาน งบประมาณ และคน ไม่ใช่การลงมือแก้หน้าเว็บรายหน้า งานจริงคือตกลงกับฝ่ายอื่นว่าไตรมาสนี้จะโฟกัสกลุ่มหน้าไหน เจรจากับทีมพัฒนาเรื่องคิวงานที่ต้องขึ้นระบบ ตรวจงานที่ Specialist ส่ง และเป็นคนตอบเมื่อตัวเลขไม่เป็นไปตามที่คุยไว้ Manager ที่ดีมักผ่านงาน Specialist มาก่อน เพราะต้องรู้ว่างานแต่ละชิ้นใช้เวลาจริงเท่าไรจึงประเมินคิวได้

SEO Director หรือ Head of SEO

SEO Director ตัดสินเรื่องที่ผูกกับโครงสร้างธุรกิจ เช่น จะทำเว็บภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเป็นโดเมนเดียวหรือแยก จะลงทุนกับหน้าหมวดหมู่หรือหน้าบทความ จะรับหรือปฏิเสธงานที่ขัดกับแนวทางระยะยาว และเป็นคนคุยกับฝ่ายอื่นระดับเดียวกันเวลาต้องแย่งทรัพยากรกับทีมพัฒนาหรือทีมสื่อ ตำแหน่งนี้อ่านรายงานมากกว่าเปิดเครื่องมือเอง แต่ต้องรู้พอที่จะจับได้ว่ารายงานที่ได้มาสวยเกินจริง

สิบทักษะที่ SEO Specialist ต้องมี และแต่ละข้อวัดกันตอนสัมภาษณ์อย่างไร

รายการนี้เรียงจากสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปหาสิ่งที่ฝึกทีหลังได้ ถ้าจะใช้ในการสัมภาษณ์ ให้ถามเป็นสถานการณ์แทนการถามนิยาม เพราะนิยามหาอ่านได้ในสิบวินาที

  1. อ่าน Google Search Console ได้ลึกกว่าหน้าแรก ต้องเปิดรายงาน Pages แยกได้ว่าหน้าที่ไม่ถูกเก็บติดเหตุผลใด เช่น Crawled currently not indexed กับ Discovered currently not indexed ต่างกันที่อะไร และต้องใช้ URL Inspection เทียบ canonical ที่เราตั้งกับ canonical ที่ Google เลือกได้
  2. อ่านผลการ crawl เว็บทั้งไซต์ได้ ต้องเปิดไฟล์ crawl แล้วหาได้ว่าหน้าไหนตอบสถานะผิด หน้าไหน redirect ซ้อนกันหลายชั้น หน้าไหนมี title ซ้ำกันเป็นกลุ่ม และหน้าไหนติดคำสั่งห้ามเก็บที่ไม่มีใครสั่ง
  3. เข้าใจ HTML ระดับที่แก้เองได้ ไม่ต้องเขียนโปรแกรม แต่ต้องรู้ว่า title tag, meta description, heading, canonical, hreflang และ alt อยู่ที่ไหนในหน้า และรู้ว่าอะไรแก้ได้จากหลังบ้าน CMS อะไรต้องรอทีมพัฒนา
  4. ทำ keyword research ที่จบด้วยการตัดสิน intent ไม่ใช่แค่รายการคำ ต้องบอกได้ว่าคำนี้ควรเป็นหน้าบริการ คำนี้ควรเป็นบทความ และคำสองคำนี้ควรอยู่หน้าเดียวกันเพราะคนที่ค้นต้องการคำตอบเดียวกัน
  5. วางโครงลิงก์ภายใน ต้องออกแบบได้ว่าหน้าไหนควรลิงก์ไปหาหน้าไหนด้วยข้อความลิงก์แบบใด และต้องดูออกว่าหน้าสำคัญของเว็บกำลังได้ลิงก์ภายในน้อยกว่าหน้าที่ไม่สำคัญ
  6. ประเมินคุณภาพลิงก์จากภายนอก ต้องแยกได้ว่าลิงก์แบบใดมาจากหน้าที่มีคนอ่านจริง และแบบใดมาจากเครือข่ายที่สร้างขึ้นเพื่อขายลิงก์ รวมถึงกล้าปฏิเสธข้อเสนอซื้อลิงก์ที่จะสร้างปัญหาย้อนหลัง
  7. ใช้ GA4 ได้ถึงระดับตั้ง key event ต้องดูรายงาน Traffic acquisition แยกช่องทาง Organic Search ได้ ดูรายงานหน้า landing page ได้ และรู้ว่าเหตุใดตัวเลขใน GA4 กับใน Search Console จะไม่เท่ากันเสมอ
  8. เขียนบรีฟให้คนอื่นทำงานต่อได้ บรีฟที่ใช้ได้ต้องระบุคำถามที่หน้านั้นต้องตอบ หัวข้อย่อยที่ต้องมี ลิงก์ภายในที่ต้องใส่ และสิ่งที่ห้ามเขียนเพราะทับกับหน้าอื่นในเว็บ
  9. จัดคิวงานและติดตามของที่ค้าง งาน SEO เกือบทั้งหมดต้องรอคนอื่น ทั้งทีมพัฒนา ทีมคอนเทนต์ และฝ่ายกฎหมาย คนที่ทำตำแหน่งนี้ได้นานต้องมีวิธีบันทึกว่าอะไรค้างอยู่ที่ใครและค้างมานานเท่าไร
  10. ทำงานกับภาษาไทยบนหน้าเว็บได้ ต้องรู้ว่าภาษาไทยไม่เว้นวรรคระหว่างคำ ทำให้การตัดคำของเครื่องมือกับของ Google ไม่เหมือนกัน รู้ว่าสแลชท้าย URL ภาษาไทยจะถูกเข้ารหัสเป็นตัวอักษรยาว และรู้ว่าคำเดียวกันมีทั้งรูปเขียนแบบทับศัพท์และแบบแปล

ทักษะที่ไม่ได้อยู่ในรายการแต่แยกคนเก่งออกจากคนพอใช้ได้คือความอดทนกับงานที่ผลไม่ขึ้นทันที การแก้โครงสร้างหน้าเว็บวันนี้อาจเห็นผลในรายงานอีกหลายสัปดาห์ถัดมา คนที่ต้องการผลตอบกลับทุกวันมักไปได้ดีกว่าในสายโฆษณาแบบจ่ายเงิน

หนึ่งวันของ SEO Specialist ทำอะไรบ้าง

ตารางงานจริงไม่เหมือนใบประกาศรับสมัคร เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการตรวจสอบและการประสานงาน ไม่ใช่การผลิตของใหม่ ลำดับด้านล่างเป็นรูปแบบที่พบทั่วไปในทีมที่ดูแลหลายเว็บพร้อมกัน

  • เช็ก Search Console: ดูหน้าที่คลิกหายและ error การจัดเก็บ ถ้าคลิกของกลุ่มหน้าใดตกผิดปกติ ให้เทียบกับวันที่มีการปล่อยเว็บเวอร์ชันใหม่ก่อนสรุปว่าเป็นเรื่องอันดับ
  • แก้หน้าเว็บตามคิว: title, meta, internal link, alt งานกลุ่มนี้ทำเป็นชุดได้เร็วกว่าทำทีละหน้า และควรบันทึกวันที่แก้ไว้ทุกครั้งเพื่อย้อนดูผลได้
  • ตรวจงานเขียน: ตรวจ intent และหัวข้อก่อนส่งขึ้นเว็บ คำถามที่ใช้ตรวจมีสองข้อ คือหน้านี้ตอบคำถามที่คนค้นถามจริงหรือไม่ และหน้านี้ทับกับหน้าเดิมในเว็บหรือไม่
  • คุยกับ dev: แจ้ง bug ที่กระทบการ index การแจ้งที่ใช้ได้ต้องมีตัวอย่าง URL สิ่งที่เห็น สิ่งที่ควรเห็น และผลกระทบถ้าไม่แก้ ไม่ใช่แจ้งว่าหน้าเสีย
  • อัปเดตรายงาน: บันทึกสิ่งที่แก้และวันที่แก้ รายงานที่ไม่มีบันทึกการเปลี่ยนแปลงจะอธิบายไม่ได้ว่าตัวเลขที่ขึ้นมาจากงานชิ้นไหน

งานที่โผล่มาแทรกบ่อยที่สุดคือคำถามจากฝ่ายอื่น เช่น ทีมการตลาดอยากเปลี่ยน URL ของหน้าแคมเปญ ทีมขายอยากได้หน้าใหม่ภายในสัปดาห์นี้ หรือทีมพัฒนากำลังจะย้ายระบบและไม่ได้บอกล่วงหน้า ส่วนหนึ่งของงานตำแหน่งนี้คือรู้ก่อนว่าเว็บจะเปลี่ยนอะไร ไม่ใช่รู้ตอนอันดับตกแล้ว

หนึ่งวันของ SEO Specialist

ปลายเดือนจะมีงานอีกก้อนที่ไม่อยู่ในตารางรายวัน คือการรวมผลของเดือนนั้น เทียบกับเดือนก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน แล้วเขียนสรุปว่าอะไรได้ผล อะไรไม่ได้ผล และเดือนหน้าจะทำอะไรต่อ ทีมที่ข้ามขั้นนี้มักทำงานซ้ำเดิมโดยไม่รู้ตัว

SEO Specialist กับ Content Writer และ Digital Marketer ต่างกันตรงไหน

วิธีที่ชัดที่สุดคือดูว่าใครเป็นคนตัดสินและใครเป็นคนลงมือในแต่ละงาน ตารางด้านล่างเทียบห้างานที่เกิดขึ้นจริงในทีมการตลาดขนาดกลาง

SEO Specialist กับ Content Writer และ Digital Marketer ต่างกันตรงไหน
งานที่เกิดขึ้นจริงSEO SpecialistContent Writer และ Digital Marketer
เลือกคีย์เวิร์ดและตัดสิน intent ของแต่ละหน้าเป็นคนตัดสินและรับผิดชอบผลContent Writer รับหัวข้อไปเขียน Digital Marketer มักไม่แตะระดับหน้า
เขียนตัวบทความและพาดหัวให้คนอ่านจบตรวจ intent และโครงหัวข้อ ไม่ใช่คนเขียนหลักContent Writer รับผิดชอบเต็ม
แก้ title, meta description, ลิงก์ภายใน และ canonicalรับผิดชอบเต็มไม่ใช่งานหลักของทั้งสองตำแหน่ง
อธิบายตัวเลขใน Search Console และ GA4รับผิดชอบส่วนที่มาจากการค้นหาแบบไม่จ่ายเงินDigital Marketer สรุปภาพรวมทุกช่องทางรวมกัน
ซื้อสื่อ ตั้งงบโฆษณา และคุมชิ้นงานโฆษณาไม่ใช่งานของตำแหน่งนี้Digital Marketer รับผิดชอบ

ปัญหาที่เกิดตามมาเวลาไม่แยกเส้นนี้คือหน้าเว็บจะมีเจ้าของสองคน คนหนึ่งอยากแก้พาดหัวให้คนคลิก อีกคนอยากแก้พาดหัวให้ตรงคำค้น เมื่อไม่มีข้อตกลงว่าใครตัดสินขั้นสุดท้าย หน้านั้นจะถูกแก้กลับไปกลับมาและไม่มีใครรู้ว่าเวอร์ชันไหนให้ผลดีกว่า วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือเขียนไว้ในเอกสารทีมว่าใครมีสิทธิ์ตัดสินอะไร

SEO Manager กับ SEO Specialist ต่างกันที่ไหน

SEO Manager รับผิดชอบว่าจะทำอะไรและใครทำ ส่วน SEO Specialist รับผิดชอบว่างานนั้นถูกต้องตามหลักการค้นหาหรือไม่ ในทางปฏิบัติ Manager ใช้เวลากับการประชุม การต่อรองคิวงานกับทีมพัฒนา และการอธิบายผลให้คนที่ไม่ได้ทำ SEO ฟัง ส่วน Specialist ใช้เวลากับเครื่องมือและหน้าเว็บ

บริษัทขนาดกลางในไทยจำนวนมากจ้างคนเดียวแล้วให้ทำทั้งสองบทบาท ผลที่ตามมาคือคนนั้นจะถูกดึงไปประชุมจนไม่มีเวลาแก้เว็บ แล้วสุดท้ายงานที่ค้างจะเป็นงานเทคนิคซึ่งเป็นงานที่ให้ผลมากที่สุด ถ้าจะจ้างคนเดียวจริง ให้ตกลงกันล่วงหน้าว่าสัปดาห์หนึ่งกันเวลาไว้ทำงานเงียบกี่ชั่วโมง และงานประเภทใดที่จะไม่รับ

ธุรกิจควรมี SEO Specialist ประจำ หรือใช้ทีมภายนอก

คำตอบขึ้นกับสองอย่าง คือเว็บของคุณเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน และคุณมีคนที่แก้เว็บได้เองหรือไม่ เว็บที่มีสินค้าเข้าออกทุกสัปดาห์ มีหลายภาษา หรือมีทีมพัฒนาในบริษัท จะได้ประโยชน์จากคนประจำ เพราะงานส่วนใหญ่คือการอยู่ในวงตัดสินใจก่อนที่เว็บจะเปลี่ยน ส่วนเว็บที่เนื้อหานิ่ง มีไม่กี่สิบหน้า และแก้ผ่านผู้รับเหมาภายนอก มักคุ้มกว่าถ้าซื้อเป็นโครงการเฉพาะช่วง

  • สัญญาณว่าควรมีคนประจำ: มีคิวงานเว็บทุกสัปดาห์ มีทีมพัฒนาที่ต้องคุยด้วยตลอด และมีหน้าจำนวนมากพอที่การจัดโครงสร้างจะสร้างผลต่างได้
  • สัญญาณว่าควรใช้ทีมภายนอก: ยังไม่มีใครในบริษัทเข้าหลังบ้านเว็บได้ ต้องการงานตรวจสอบครั้งใหญ่ครั้งเดียว หรือต้องการทักษะหลายด้านพร้อมกันในช่วงสั้น
  • สัญญาณว่ายังไม่ควรจ้างทั้งสองแบบ: เว็บยังไม่มีหน้าที่ตอบคำค้นเชิงพาณิชย์เลย ในกรณีนี้ควรทำหน้าบริการและหน้าสินค้าให้ครบก่อน

ทางที่หลายบริษัทเลือกคือแบบผสม จ้างคนในองค์กรหนึ่งคนเพื่อเป็นเจ้าของเรื่องและเป็นคนไล่งานกับทีมพัฒนา แล้วซื้องานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะจากข้างนอก เช่น การตรวจสอบทางเทคนิคทั้งไซต์ หรือการวางโครงสร้างเว็บใหม่ตอนย้ายระบบ ถ้าสนใจแนวทางนี้ ดูขอบเขตงานของ บริการ SEO audit เทียบกับสิ่งที่คนในทีมทำได้เองก่อนตัดสิน

สายงาน SEO ในไทย เริ่มจากอะไรและต่างจากตลาดภาษาอังกฤษอย่างไร

คนที่เข้าสายนี้ในไทยส่วนใหญ่มาจากสามทาง คือมาจากงานคอนเทนต์แล้วขยับไปทางเทคนิค มาจากงานเว็บหรือไอทีแล้วขยับมาทางการตลาด และมาจากงานโฆษณาแบบจ่ายเงินแล้วอยากได้ช่องทางที่ไม่ต้องจ่ายต่อคลิก ทางที่สองมักได้เปรียบในช่วงแรก เพราะอ่านหน้าเว็บและคุยกับทีมพัฒนาได้ทันที

สิ่งที่ต่างจากตลาดภาษาอังกฤษอย่างชัดเจนคือภาษาไทยไม่เว้นวรรคระหว่างคำ การตัดคำจึงเป็นตัวแปรที่คนทำงานต้องคิดถึงตลอด คำค้นภาษาไทยจำนวนมากยังผสมอักษรละตินอยู่ในประโยคเดียวกัน เช่น ชื่อแบรนด์หรือชื่อรุ่นสินค้า และคำเดียวกันมักมีทั้งรูปทับศัพท์และรูปแปล ทำให้หน้าหนึ่งต้องรองรับรูปเขียนหลายแบบโดยไม่ทำให้เนื้อหาอ่านไม่รู้เรื่อง

อีกเรื่องคือโครงสร้างสองภาษา เว็บไทยจำนวนมากมีทั้งหน้าไทยและหน้าอังกฤษ แต่ตั้งค่าความสัมพันธ์ระหว่างสองหน้าไม่ครบ ทำให้หน้าไทยกับหน้าอังกฤษแย่งกันเองในผลค้นหา งานนี้เป็นงานที่คนตำแหน่งนี้ในไทยเจอบ่อยกว่าคนที่ทำเว็บภาษาเดียว และเป็นทักษะที่ควรถามตอนสัมภาษณ์ถ้าธุรกิจของคุณทำสองภาษา

ฝั่งที่กำลังเพิ่มเข้ามาคือการถูกอ้างอิงในคำตอบที่เครื่องมือค้นหาสร้างขึ้นเอง หน้าที่เขียนให้ตอบคำถามชัดในประโยคแรกและมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ มีโอกาสถูกยกไปใช้มากกว่าหน้าที่วนอยู่กับคำโฆษณา คนทำ SEO ในไทยที่เริ่มปรับตัวเรื่องนี้มักเริ่มจากการจัดรูปแบบหน้าใหม่ก่อนเพิ่มจำนวนหน้า อ่านแนวทางได้ที่ บริการ AI SEO

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SEO Specialist

SEO Specialist ต้องเขียนโปรแกรมได้ไหม

ไม่ต้องเขียนโปรแกรมได้ แต่ต้องอ่าน HTML ออกและรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหนในหน้า คนที่ทำตำแหน่งนี้ควรเปิดซอร์สโค้ดของหน้าแล้วชี้ได้ว่า title tag, canonical, hreflang และคำสั่งห้ามเก็บอยู่บรรทัดไหน รวมถึงอ่านผลการทดสอบการเรนเดอร์ได้ว่าเนื้อหาที่เห็นในเบราว์เซอร์อยู่ในโค้ดตั้งแต่แรกหรือถูกเติมด้วย JavaScript ทีหลัง ส่วนการเขียนสคริปต์เพื่อดึงข้อมูลเป็นข้อได้เปรียบ ไม่ใช่ข้อบังคับ

SEO Specialist กับ Content Writer จ้างคนเดียวได้ไหม

จ้างคนเดียวได้ถ้าเว็บยังเล็กและงานเทคนิคมีคนอื่นดูแลอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าจะได้ความลึกน้อยกว่าทั้งสองด้าน สองตำแหน่งนี้ใช้กล้ามเนื้อคนละมัด ตำแหน่งหนึ่งวัดด้วยคุณภาพข้อความ อีกตำแหน่งวัดด้วยผลในรายงานการค้นหา เมื่อเวลาไม่พอ คนที่ถูกจ้างมาเขียนมักเลือกส่งงานเขียนให้ทันก่อน แล้วงานเทคนิคจะค้าง

ต้องใช้เวลานานเท่าไรจึงจะเห็นผลจากงานของ SEO Specialist

ขึ้นกับว่าปัญหาที่แก้เป็นปัญหาแบบไหน การแก้เรื่องที่ขัดขวางการเก็บหน้า เช่น ปลดคำสั่งห้ามเก็บที่ติดค้างหรือแก้ canonical ที่ชี้ผิด อาจเห็นการเปลี่ยนในรายงานภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการสร้างหน้าใหม่เพื่อชิงคำค้นที่มีคู่แข่งเยอะจะใช้เวลานานกว่านั้นมาก การตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าจะวัดอะไรก่อน เช่น จำนวนหน้าที่ถูกเก็บเข้า index จะช่วยให้ประเมินความคืบหน้าได้ก่อนอันดับขยับ

ควรวัดผลงานของ SEO Specialist ด้วยอันดับคีย์เวิร์ดไหม

ควรวัดด้วยคลิกและ impression จาก Search Console เป็นตัวหลัก แล้วใช้อันดับเป็นตัวประกอบ อันดับที่เห็นจากเครื่องมือภายนอกมักไม่ตรงกับที่ผู้ใช้แต่ละคนเห็น เพราะผลค้นหาต่างกันตามอุปกรณ์ ตำแหน่งที่ตั้ง และประวัติการค้น การผูกโบนัสไว้กับอันดับคำเดียวจึงมักได้ผลข้างเคียง คือทีมจะเลือกทำคำที่ขยับง่ายแต่ไม่มีคนค้น

เงินเดือนของ SEO Specialist ในไทยอยู่ที่เท่าไร

บทความนี้ไม่ให้ตัวเลขเงินเดือน เพราะไม่มีแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อถือได้และเป็นปัจจุบันสำหรับตำแหน่งนี้ในไทยที่จะอ้างได้ตรงไปตรงมา วิธีที่ใช้ได้จริงคือดูช่วงเงินเดือนที่ประกาศในตำแหน่งเดียวกันบนเว็บหางานในสัปดาห์ที่คุณกำลังจ้าง แล้วเทียบกับขอบเขตงานที่คุณจะให้จริง ถ้าใบประกาศของคุณรวมงานสามระดับไว้ในตำแหน่งเดียว ช่วงเงินเดือนที่เห็นจะไม่ใช้เทียบได้

ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะสร้างทีมในบริษัทหรือใช้ทีมข้างนอกช่วยก่อน เริ่มจากการรู้ว่าเว็บของคุณติดอะไรอยู่จะตัดสินใจง่ายกว่า ทีม Relevant Audience รับตรวจสอบและวางแผนงานค้นหาให้เว็บภาษาไทยและสองภาษา ดูขอบเขต บริการ SEO และ บริการ SEO ในประเทศไทย หรือถ้าโจทย์ของคุณอยู่ที่เนื้อหามากกว่าโครงสร้าง ดู บริการ content marketing ได้เช่นกัน

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น