งานวิจัยที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องหนึ่งปีนับการอ้างอิงใน Google AI Mode ได้ 15,699,298 ครั้ง ครอบคลุม 148 อุตสาหกรรม และพบว่า 47.7% ของการอ้างอิงเหล่านั้นเป็นลิงก์แบบ scroll-to-text คือ URL ที่ลงท้ายด้วย #:~:text= ซึ่งชี้ไปที่ย่อหน้าใดย่อหน้าหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่ชี้ไปที่หน้าเว็บทั้งหน้า ตัวเลขชุดนี้เผยแพร่วันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ในบทความรับเชิญบน Search Engine Land เขียนโดย Pillarbase แพลตฟอร์มด้านคอนเทนต์ที่ใช้ชุดข้อมูลการอ้างอิงของตัวเอง ข้อสรุปหลักของบทความคือหน่วยที่ AI Mode ทำงานด้วยคือย่อหน้า ไม่ใช่ URL
ชุดข้อมูลนี้เป็นของผู้ขายเครื่องมือติดตามการอ้างอิงใน AI
Pillarbase เผยแพร่งานวิจัยนี้เป็นบทความรับเชิญบน Search Engine Land เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 และ Pillarbase เองขายแพลตฟอร์มคอนเทนต์พร้อมรายงาน AI citation readiness แบบมีค่าใช้จ่าย ซึ่งสร้างจากการติดตามข้อมูลชนิดเดียวกับที่งานวิจัยอธิบาย นี่คือข้อมูลของผู้ขายและการตีความของผู้ขาย ไม่ใช่การรายงานอย่างเป็นอิสระของ Search Engine Land ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ทำให้ตัวเลขผิด แต่คนภายนอกบริษัทตรวจสอบกลุ่มตัวอย่างไม่ได้ และคำแนะนำทุกข้อในบทความชี้ไปที่งานที่บริษัทขายอยู่ ควรอ่านในฐานะงานวิจัยของผู้ขายที่มีการบันทึกข้อมูลไว้ดี แล้วชั่งน้ำหนักคำแนะนำตามเนื้อหาของมันเอง
47.7% ของการอ้างอิงใน AI Mode ชี้ไปที่ย่อหน้า ไม่ใช่หน้าเว็บ
Pillarbase รายงานว่า 47.7% ของการอ้างอิงทั้ง 15,699,298 ครั้งที่นับได้เป็นลิงก์แบบ scroll-to-text และการอ้างอิงเหล่านั้นชี้ไปยังย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์ 4.6 ล้านย่อหน้า กระจายอยู่บน 2.7 ล้านหน้าเว็บ ผลที่ตามมาสำหรับคนทำงาน AI SEO คือหน่วยของงานเปลี่ยนไป ถ้าเกือบครึ่งของการอ้างอิงระบุถึงย่อหน้า สิ่งที่ได้รับการอ้างอิงก็คือย่อหน้า และสิ่งที่ต้องตรวจก็คือย่อหน้า คำแนะนำในบทความจึงตามมาอย่างตรงไปตรงมาว่าให้ตรวจหน้าเว็บทีละย่อหน้า แทนที่จะให้คะแนนทั้งหน้าเป็นก้อนเดียว
80.9% ของย่อหน้าถูกอ้างเพียงครั้งเดียว ขณะที่ราว 2,300 ย่อหน้าถูกใช้ซ้ำ 61 ครั้งขึ้นไป
การกระจายตัวที่ Pillarbase รายงานเบ้อย่างมาก 80.9% ของย่อหน้า 4.6 ล้านย่อหน้าถูกอ้างอิงเพียงครั้งเดียว ในขณะที่ประมาณ 2,300 ย่อหน้าถูกใช้ซ้ำ 61 ครั้งขึ้นไป ย่อหน้าที่ถูกนำไปใช้ซ้ำมากที่สุดในชุดข้อมูลถูกอ้างอิง 661 ครั้ง และย่อหน้าเดียวนั้นถูกใช้ซ้ำใน 483 คำค้นที่แตกต่างกัน ส่วนย่อหน้าที่ทำงานได้ดีที่สุดของผู้ค้าปลีกสินค้าของพรีเมียมรายหนึ่งตอบคำถามได้ถึง 221 คำค้นด้วยตัวมันเอง ย่อหน้าจำนวนน้อยมากรับภาระการตอบคำถามเป็นสัดส่วนที่สูงเกินตัว บทความจึงวางเป้าหมายไว้ที่การเขียนคำตอบที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ไม่ใช่การผลิตหน้าเว็บให้มากขึ้น
ย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์มีค่ามัธยฐาน 117 คำ และขึ้นต้นด้วยคำตอบ
ย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์ในข้อมูลของ Pillarbase มีค่ามัธยฐาน 117 คำ ซึ่งเท่ากับคำตอบที่สมบูรณ์หลายประโยค ไม่ใช่สนิปเป็ตบรรทัดเดียว 80% ของย่อหน้าที่ถูกดึงไปใช้วางคำตอบไว้ในประโยคแรก และตัวเลขนี้ขึ้นเป็น 81% ในชุดเทียบเคียงย่อหน้าที่ถูกใช้ซ้ำมากที่สุดบนเว็บ ผู้เขียนเรียกสิ่งนี้ว่ารูปแบบที่คงเส้นคงวาที่สุดในงานวิจัยทั้งชิ้น ความยาวย่อหน้าที่บทความแนะนำคือ 75 ถึง 150 คำ
Pillarbase ระบุลักษณะร่วมสี่ข้อของย่อหน้าที่ถูกดึงไปใช้
- เป็นย่อหน้าเต็ม ไม่ใช่สนิปเป็ตที่ถูกตัด
- ขึ้นต้นด้วยคำตอบ
- อ่านจบได้ในตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยเนื้อหารอบข้าง
- อยู่ใต้หัวข้อที่ตรงกับคำถามที่ผู้ใช้จะถาม
คำแนะนำเชิงปฏิบัติในบทความก็ตรงไปตรงมาไม่ต่างกัน ตั้งหัวข้อให้เป็นคำถามที่คนพิมพ์จริง ตอบในประโยคแรก เขียนย่อหน้าให้ครบแทนการเขียนเกริ่นทิ้งไว้ และเลือกโครงแบบถาม-ตอบหรือแบบวิธีทำ
หน้าที่มีย่อหน้าถูกไฮไลต์ 21 ย่อหน้าขึ้นไปมีอันดับมัธยฐานที่ 1 และผู้เขียนย้ำว่านี่คือสหสัมพันธ์
Pillarbase รายงานว่าหน้าที่มีย่อหน้าถูกไฮไลต์ 1 ถึง 4 ย่อหน้ามีอันดับออร์แกนิกมัธยฐานอยู่ที่ 11 ขณะที่หน้าที่มี 21 ย่อหน้าขึ้นไปมีอันดับมัธยฐานอยู่ที่ 1 โดย 67% ของกลุ่มนี้อยู่อันดับหนึ่งจริง และในกลุ่มย่อหน้าที่ถูกใช้ซ้ำ 100 ครั้งขึ้นไป 76% มาจากหน้าที่อยู่อันดับ 1
ผู้เขียนปฏิเสธการตีความเชิงสาเหตุไว้ตรง ๆ โดยเขียนว่านี่คือสหสัมพันธ์ ไม่ใช่กลไกที่พิสูจน์แล้ว และสรุปได้เพียงว่าย่อหน้าที่ AI Mode พึ่งพาส่วนใหญ่อยู่บนหน้าที่ชนะในการค้นหาออร์แกนิกแบบเดิมอยู่แล้ว ควรอ่านงานวิจัยนี้ในกรอบนั้น การเติมย่อหน้าที่เขียนดีเข้าไปในหน้าที่อยู่อันดับ 40 ไม่ใช่เส้นทางที่มีหลักฐานว่าจะพาไปอันดับ 1 และงานวิจัยก็ไม่ได้อ้างเช่นนั้น การอ่านอย่างซื่อตรงคือคุณภาพระดับย่อหน้าเป็นวิธีที่หน้าซึ่งแข่งขันได้อยู่แล้วจะถูกยกไปตอบ ซึ่งทำให้งาน SEO ตามปกติยังอยู่ต้นน้ำของเรื่องนี้ทั้งหมด
ตัวเลขหลักทั้งหมดในที่เดียว
ต่อไปนี้คือตัวเลขที่ Pillarbase รายงานจากข้อมูลการอ้างอิงใน AI Mode หนึ่งปี
| สิ่งที่วัด | ตัวเลขที่รายงาน |
|---|---|
| จำนวนการอ้างอิงใน AI Mode ที่นับได้ ครอบคลุม 148 อุตสาหกรรม | 15,699,298 |
| สัดส่วนการอ้างอิงที่เป็นลิงก์ scroll-to-text | 47.7% |
| ย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์ และหน้าเว็บที่ย่อหน้าเหล่านั้นอยู่ | 4.6 ล้านย่อหน้า บน 2.7 ล้านหน้า |
| สัดส่วนย่อหน้าที่ถูกอ้างเพียงครั้งเดียว | 80.9% |
| ค่ามัธยฐานความยาวย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์ | 117 คำ |
ความสัมพันธ์กับอันดับที่รายงานในงานวิจัยเดียวกัน ซึ่งผู้เขียนกำกับไว้ว่าเป็นสหสัมพันธ์
| จำนวนย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์บนหน้านั้น | อันดับออร์แกนิกมัธยฐานที่รายงาน |
|---|---|
| 1 ถึง 4 ย่อหน้า | อันดับ 11 |
| 21 ย่อหน้าขึ้นไป | อันดับ 1 โดย 67% อยู่อันดับหนึ่งจริง |
| ย่อหน้าที่ถูกใช้ซ้ำ 100 ครั้งขึ้นไป | 76% มาจากหน้าที่อยู่อันดับ 1 |
เรื่องนี้หมายถึงอะไรกับนักการตลาดในไทย
บทความไม่ได้แยกข้อมูลตามประเทศหรือตามภาษา ดังนั้น 148 อุตสาหกรรมที่ครอบคลุมจึงอ่านเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับผลการค้นหาภาษาไทยไม่ได้ สิ่งที่ข้ามมาใช้ได้คือวิธีเรียบเรียงเนื้อหา ไม่ใช่ตัวเปอร์เซ็นต์ การรื้อหน้าบริการใหม่ให้แต่ละหัวข้อตรงกับคำถามที่ลูกค้าจะพิมพ์ และให้ย่อหน้าใต้หัวข้อนั้นตอบในประโยคแรกด้วยความยาวราว 75 ถึง 150 คำ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งบ่าย และทำให้หน้าดีขึ้นสำหรับคนอ่านจริงไม่ว่าเครื่องมือจะยกไปตอบหรือไม่
ส่วนคำถามว่าย่อหน้าภาษาไทยจะถูกไฮไลต์ในอัตรา 47.7% เท่ากันหรือไม่ ตอนนี้ยังเป็นการคาดการณ์ และควรระบุชัดว่าเป็นการคาดการณ์ เพราะงานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้รายงานข้อมูลการอ้างอิงใน AI Mode แยกตามภาษาไทย สำหรับทีมที่ดูแลเว็บสองภาษา จุดยืนที่ป้องกันตัวได้คือใช้โครงสร้างเดียวกันทั้งสองภาษา แล้ววัดการอ้างอิงของเว็บตัวเอง แทนการเหมาว่าตัวเลขระดับโลกใช้ได้เหมือนกัน งานวัดผลส่วนนี้คือขอบเขตของ generative engine optimisation และมันเริ่มจากการรู้ว่าเครื่องมือหยิบย่อหน้าไหนของคุณไปใช้ ไม่ใช่หน้าไหน
คำถามที่พบบ่อย
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยอิสระหรือไม่
ไม่ใช่ งานวิจัยนี้เขียนและเผยแพร่โดย Pillarbase แพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่ขายบริการติดตามการอ้างอิงใน AI และรายงาน AI citation readiness แบบมีค่าใช้จ่าย โดยลงเป็นบทความรับเชิญบน Search Engine Land เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 ชุดข้อมูลเป็นของผู้ขายเองและคนภายนอกตรวจสอบไม่ได้
การเพิ่มย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์ทำให้หน้าขึ้นอันดับ 1 ได้จริงไหม
งานวิจัยไม่ได้อ้างเช่นนั้น และผู้เขียนระบุชัดว่าผลที่พบเป็นสหสัมพันธ์ ไม่ใช่กลไกที่พิสูจน์แล้ว หน้าที่มีย่อหน้าถูกไฮไลต์ 21 ย่อหน้าขึ้นไปมีอันดับมัธยฐานที่ 1 จริง แต่ข้อสรุปที่ผู้เขียนดึงออกมาคือ AI Mode พึ่งพาย่อหน้าจากหน้าที่อันดับดีอยู่แล้ว
ถ้าต้องการให้ย่อหน้าถูกยกไปตอบ ควรเขียนยาวเท่าไร
บทความแนะนำ 75 ถึง 150 คำ และรายงานค่ามัธยฐานความยาวย่อหน้าที่ถูกไฮไลต์ไว้ที่ 117 คำ แต่รูปแบบที่สำคัญที่สุดในข้อมูลคือตำแหน่งของคำตอบมากกว่าความยาว เพราะ 80% ของย่อหน้าที่ถูกดึงไปใช้วางคำตอบไว้ในประโยคแรก
ต้องไปเติม #:~:text= ใน URL ของเว็บตัวเองหรือไม่
ไม่ต้อง ส่วนท้าย URL แบบนั้นคือสิ่งที่งานวิจัยสังเกตพบใน URL การอ้างอิงที่บันทึกจากผลลัพธ์ AI Mode ไม่ใช่โค้ดที่เจ้าของเว็บใส่เข้าไปในหน้า ส่วนที่ลงมือทำได้คือวิธีเขียนย่อหน้าและหัวข้อที่อยู่เหนือมัน
งานวิจัยพูดถึงไทยหรือหน้าภาษาไทยไหม
ไม่ บทความรายงานเพียง 148 อุตสาหกรรม และไม่ได้ระบุว่าการอ้างอิงมาจากตลาดใดหรือภาษาใด การเทียบมาใช้กับผลภาษาไทยจึงเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อค้นพบ
ถ้าอยากรู้ว่าย่อหน้าไหนบนเว็บของคุณกำลังถูกยกไปใช้ในคำตอบของ AI เรื่องนี้วัดได้ ไม่ต้องเดา ทีม GEO และ AI SEO ของเราทำงานกับเรื่องนี้โดยตรง คือโครงสร้างระดับย่อหน้าบนหน้าที่แข่งขันในผลค้นหาออร์แกนิกได้อยู่แล้ว







