Almost all People Also Ask answers are now AI Overviews

คำตอบใน People Also Ask เกือบทั้งหมดกลายเป็น AI Overviews แล้ว

geoSeptember 11, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ว่าคำตอบใน People Also Ask ของ Google กลายเป็น AI Overviews เกือบทั้งหมดแล้ว
  • AlsoAsked วัดจากคำค้นภาษาอังกฤษ 19.2 ล้านคำค้นในปี 2569 ได้ 97% ในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน 2569 เพิ่มจาก 86% ในเดือนสิงหาคม 2569
  • Allintitle ระบุว่าเครื่องมือ Also Ask Miner พบว่าคำตอบ People Also Ask ที่เก็บตัวอย่างตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นคำตอบที่สร้างด้วยเอไอ 100%
  • ตัวเลขเดียวกันของ AlsoAsked อยู่ที่ราว 12% เมื่อสิบสี่เดือนก่อน
  • รายงานไม่ได้ให้ตัวเลขของคำค้นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ไม่มีข้อมูลยอดคลิก และไม่มีการยืนยันจาก Google

กล่อง People Also Ask ของ Google ตอนนี้ถูกตอบด้วย AI Overviews เกือบทั้งหมดแล้ว Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ว่าการวัดจากสองแหล่งที่เป็นอิสระต่อกันต่างชี้ว่าสัดส่วนคำตอบที่สร้างด้วยเอไอในกล่องนี้ขึ้นไปเกือบเต็มร้อย และ Google ติดป้ายกำกับคำตอบเหล่านั้นว่าเป็น AI Overviews ทั้งนี้ไม่มีตัวเลขชุดใดมาจาก Google เอง และทั้งสองชุดครอบคลุมเฉพาะคำค้นภาษาอังกฤษ

ตัวเลขสองชุด และใครเป็นคนวัด

Saeed Khosravi จาก Allintitle โพสต์บน LinkedIn ว่าข้อมูลจากเครื่องมือ Also Ask Miner ของบริษัทแสดงให้เห็นว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นมา คำตอบใน People Also Ask ที่เก็บมาได้เป็นคำตอบที่สร้างด้วยเอไอ 100% Search Engine Roundtable อ้างถึงโพสต์ดังกล่าวในรายงานวันที่ 9 กันยายน 2569

จากนั้น Search Engine Roundtable สอบถาม Mark Williams-Cook จาก AlsoAsked เพื่อขอตัวเลขจากกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่กว่า Williams-Cook ระบุว่า AlsoAsked ดูคำค้นภาษาอังกฤษที่เกิดขึ้นในปี 2569 จำนวน 19.2 ล้านคำค้น และพบการเพิ่มขึ้นแบบเดือนต่อเดือนอย่างชัดเจน คือคำตอบใน People Also Ask ในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน 2569 เป็น AI Overviews ถึง 97% เพิ่มจาก 86% ในเดือนสิงหาคม 2569 และเขาเสริมว่า "It seems highly likely we are on track for 100% shortly" หรือมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะแตะ 100% ในเวลาอันใกล้

ช่องว่างระหว่างตัวเลขสองชุดนี้เป็นเรื่องของกลุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่การขัดแย้งกันเอง ตัวเลขของ Allintitle อธิบายสิ่งที่ Also Ask Miner เก็บมาได้ ส่วนตัวเลขของ AlsoAsked อธิบายกลุ่มคำค้นภาษาอังกฤษที่ใหญ่กว่ามาก จึงลงเอยต่ำกว่าเลขกลมเล็กน้อย ทั้งสองชุดชี้ไปทางเดียวกัน และไม่มีชุดไหนมาจาก Google

การเปลี่ยนแปลงเกิดเร็วแค่ไหน

ตัวเลขที่ทำให้เห็นภาพจริงคือตัวเลขเก่า Search Engine Roundtable ระบุว่าเมื่อสิบสี่เดือนก่อนหน้าการวัดในเดือนกันยายน 2569 ตัวเลขเดียวกันของ AlsoAsked อยู่ที่ราว 12% เท่านั้น ในตอนนั้นคำตอบที่สร้างด้วยเอไอใน People Also Ask ยังเป็นข้อยกเว้น และการกดขยายคำถามส่วนใหญ่ยังแสดงข้อความที่ดึงมาจากหน้าเว็บที่ติดอันดับ

ส่วนการขยับจาก 86% ในเดือนสิงหาคม 2569 มาเป็น 97% ในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน 2569 เกิดขึ้นภายในเดือนเดียว สำหรับคนที่วางแผนงานเป็นรายไตรมาส ประเด็นนี้สำคัญกว่าตัวเลขพาดหัว รูปแบบผลการค้นหาที่ขยับสิบเอ็ดจุดภายในสี่สัปดาห์ไม่ใช่ฐานที่นิ่งพอจะใช้วางแผนคอนเทนต์สายคำถามทั้งปี และความเร็วระดับนี้ก็ตัดได้ทั้งสองทาง คือไม่ว่าสัดส่วนวันที่คุณอ่านบทความนี้จะเป็นเท่าไร มันอาจเปลี่ยนไปแล้วเมื่อคอนเทนต์ชุดถัดไปของคุณขึ้นจริง

ตัวเลขที่ Search Engine Roundtable รายงานเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เรียงได้ตามตารางนี้

การเปลี่ยนแปลงเกิดเร็วแค่ไหน
แหล่งที่วัดช่วงเวลาสัดส่วนคำตอบ People Also Ask ที่สร้างด้วยเอไอ
AlsoAskedสิบสี่เดือนก่อนการวัดในเดือนกันยายน 2569ราว 12%
AlsoAsked จากคำค้นภาษาอังกฤษ 19.2 ล้านคำค้นในปี 2569สิงหาคม 256986%
AlsoAsked ชุดข้อมูลเดียวกันสัปดาห์แรกของกันยายน 256997%
Allintitle ผ่านเครื่องมือ Also Ask Minerตั้งแต่สิงหาคม 2569100% ของคำตอบที่เก็บตัวอย่างมา

ตอนนี้ People Also Ask ทำงานอย่างไร

People Also Ask คือรายการคำถามที่เกี่ยวข้องซึ่ง Google แสดงไว้ในหน้าผลการค้นหาและกดขยายได้ ตลอดเวลาส่วนใหญ่ที่ผ่านมา การกดขยายแต่ละแถวจะเผยข้อความสั้น ๆ ที่ดึงมาจากหน้าเว็บที่ติดอันดับสำหรับคำถามนั้น พร้อมลิงก์ไปยังหน้าดังกล่าว กลไกคือการดึงข้อความ นั่นคือ Google หยิบข้อความที่มีอยู่แล้วที่ไหนสักแห่งมาแสดง

ในกลุ่มตัวอย่างที่พูดถึงข้างต้น กล่องนี้ไม่ได้ทำงานแบบนั้นอีกแล้ว Search Engine Roundtable ชี้ในรายงานวันที่ 9 กันยายน 2569 ว่า Google ติดป้ายกำกับคำตอบเหล่านี้ว่าเป็น AI Overviews ภายในส่วน People Also Ask ซึ่งเป็นการแสดงผลแบบเดียวกับ AI Overview ที่อยู่ด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา ข้อความคำตอบจึงถูกสร้างขึ้นแทนที่จะถูกยกมา และข้อความที่สร้างขึ้นนั้นสามารถอ้างอิงหน้าเว็บได้มากกว่าหนึ่งหน้า

สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ ความต่างอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างข้อความบนหน้าจอกับหน้าเว็บที่เป็นต้นทาง ข้อความที่ถูกดึงมาคือชิ้นส่วนของเอกสารหนึ่งหน้า การติดอันดับสำหรับคำถามกับการเขียนย่อหน้าคำตอบให้ดีจึงเกือบเป็นงานเดียวกัน แต่คำตอบที่ถูกสร้างขึ้นคือการประกอบร่าง บทบาทของหน้าเว็บจึงเปลี่ยนจากการเป็นคำตอบ ไปเป็นหนึ่งในวัตถุดิบของคำตอบ ทั้งนี้ Search Engine Roundtable ไม่ได้รายงานว่าคำตอบที่สร้างขึ้นแต่ละอันมีลิงก์กี่ลิงก์หรือวางลิงก์ไว้อย่างไร ประเด็นนั้นจึงยังเปิดอยู่

ใครได้รับผลกระทบ และใครไม่

เว็บไซต์ที่เสี่ยงที่สุดคือเว็บที่ทราฟฟิกจากการค้นหากระจุกอยู่กับคำค้นที่เป็นคำถาม เช่น คลังบทความสอนวิธีทำ ศูนย์ช่วยเหลือและเอกสารประกอบสินค้า หน้าคำศัพท์ หน้าเปรียบเทียบ บทความอธิบายเรื่องสุขภาพและการเงิน รวมถึงบล็อกที่สร้างมาเพื่อจับคำค้นหางยาวที่เป็นคำถาม หน้าเหล่านี้แข่งขันกันในพื้นที่ที่เพิ่งเปลี่ยนรูปแบบไปใต้เท้าตัวเอง

ความเสี่ยงต่ำกว่ามากสำหรับคำค้นที่แทบไม่เคยมีกล่อง People Also Ask ขึ้นมาเลย คำค้นชื่อแบรนด์ คำค้นเชิงนำทาง คำค้นที่มีเจตนาซื้อชัดเจน และคำค้นท้องถิ่นที่แผนที่กินพื้นที่หน้าจอ ล้วนมีพฤติกรรมต่างออกไป ธุรกิจที่ดีมานด์ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้อ่านข่าวนี้เป็นบริบทได้ ไม่จำเป็นต้องยกเป็นวาระเร่งด่วนของไตรมาสนี้

ยังมีกลุ่มที่สามที่ข้อมูลชุดนี้ไม่ครอบคลุมเลย คือเว็บไซต์ในภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างทั้งสองชุดที่ Search Engine Roundtable อธิบายเป็นภาษาอังกฤษทั้งคู่ นี่เป็นข้อจำกัดจริง ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย และเป็นข้อสังเกตที่สำคัญที่สุดสำหรับคนอ่านในตลาดไทย

สิ่งที่รายงานไม่ได้บอก

Search Engine Roundtable ไม่ได้รายงานว่ารูปแบบเดียวกันนี้เกิดกับคำค้นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษหรือไม่ และไม่ได้รายงานอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยหรือประเทศใดเป็นการเฉพาะ การวัดทั้งสองชุดถูกอธิบายว่าเป็นกลุ่มตัวอย่างภาษาอังกฤษ

รายงานไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับยอดคลิก การเปลี่ยนวิธีแสดงคำตอบกับการเปลี่ยนอัตราการคลิกออกไปยังเว็บไซต์เป็นคนละคำถามกัน และในรายงานไม่มีตัวเลขคลิกหรือทราฟฟิกใด ๆ ปรากฏอยู่ ใครที่แปลง 97% เป็นการคาดการณ์ทราฟฟิกจึงกำลังเติมสมมติฐานที่แหล่งข่าวไม่ได้ให้ไว้

Google ไม่ได้ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ ทั้งสองตัวเลขมาจากเครื่องมือของบุคคลที่สาม เผยแพร่โดยผู้ที่ทำเครื่องมือนั้นเอง และ Search Engine Roundtable ไม่ได้รายงานความเห็นใด ๆ จาก Google นอกจากนี้รายงานยังไม่ได้แยกข้อมูลตามหัวข้อ ตามประเภทคำค้น หรือตามอุปกรณ์ ข้อสรุปว่าหมวดไหนเปลี่ยนก่อนจึงไม่มีข้อมูลรองรับ

สิ่งที่นักการตลาดตรวจสอบได้เองโดยไม่ต้องรอข้อมูลเพิ่ม

ขั้นตอนต่อไปนี้ไม่ต้องซื้อเครื่องมือเพิ่ม และทุกข้อให้บันทึกที่เจาะจงกับเว็บไซต์ของคุณเอง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยระดับโลก

  • ดึงรายงานคำค้นใน Search Console ย้อนหลังสิบหกเดือน แล้วแยกคำค้นที่มีรูปเป็นคำถามออกมา รวมถึงรูปแบบภาษาไทยอย่าง "วิธี" "ทำไม" และ "คืออะไร" จากนั้นเทียบยอดการแสดงผลกับยอดคลิกเป็นรายเดือนโดยคุมอันดับเฉลี่ยให้ใกล้เคียงกัน
  • ระบุหน้าเว็บที่เคยได้คลิกจากคำค้นเหล่านั้น แล้วดูว่าอัตราการคลิกที่อันดับเฉลี่ยเท่าเดิมขยับไปหรือยัง
  • สุ่มดูหน้าผลการค้นหาจริงของคำค้นที่เป็นคำถามสิบคำที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงสุด โดยตั้งค่าตำแหน่งและภาษาให้ตรงกับตลาดที่ทำอยู่ แล้วบันทึกว่ากล่อง People Also Ask ที่กดขยายมีป้าย AI Overviews หรือไม่
  • ในการสุ่มรอบเดียวกัน ให้บันทึกด้วยว่าเว็บไซต์ของคุณถูกอ้างอิงเป็นลิงก์อยู่ในคำตอบที่สร้างขึ้นหรือไม่ และเป็นหน้าไหน
  • ทำซ้ำทุกเดือนและเก็บภาพหน้าจอไว้ การดูครั้งเดียวแยกไม่ออกว่าเป็นการทยอยปล่อยหรือการทดสอบ และรูปแบบนี้ขยับเร็วพอที่ภาพหน้าจอเมื่อเดือนก่อนกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว

การทำแบบนี้ก่อนจะเปลี่ยนอะไรมีประโยชน์ในทางปฏิบัติข้อหนึ่ง คือมันเปลี่ยนการถกเถียงเรื่องเปอร์เซ็นต์ระดับโลกให้กลายเป็นการวัดผลของเว็บไซต์เดียว ถ้าชุดคำถามภาษาไทยยังแสดงข้อความที่ดึงมาจากหน้าเว็บอยู่ นั่นคือข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อนจะรื้อแผนคอนเทนต์ตามกลุ่มตัวอย่างภาษาอังกฤษ

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย

จุดตั้งต้นที่ตรงไปตรงมาคือยังไม่มีใครเผยแพร่ตัวเลขฝั่งภาษาไทย การวัดข้างต้นครอบคลุมคำค้นภาษาอังกฤษ ธุรกิจไทยจึงอ่าน 97% เป็นคำอธิบายหน้าผลการค้นหาของตัวเองไม่ได้ สิ่งที่พอจะยกข้ามมาได้คือทิศทางและความเร็ว ซึ่งเห็นได้จากรายงานเรื่อง AI Overviews มานานกว่าหนึ่งปีแล้ว

ผลต่อการวางแผนอยู่ที่ว่าคอนเทนต์สายคำถามสร้างมูลค่าตรงไหน ถ้าหน้าคำถามถูกเขียนขึ้นเพื่อชิงพื้นที่สนิปเป็ตอย่างเดียว มูลค่าของมันก็ผูกอยู่กับรูปแบบที่กำลังถูกแทนที่ แต่ถ้าหน้าเดียวกันตอบคำถามได้ดีพอที่จะคุ้มค่าอ่านหลังคลิกเข้ามา ช่วยส่งต่อไปยังหน้าขายได้ และถูกเครื่องมือตอบคำถามอ้างอิงได้ หน้านั้นก็ยังทำงานได้ไม่ว่ารูปแบบจะเป็นแบบไหน นี่คือเหตุผลเชิงปฏิบัติที่ควรมอง งาน GEO หรือการทำให้แบรนด์ถูกอ้างอิงในคำตอบเอไอ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเดียวกับการทำอันดับแบบเดิม ไม่ใช่การทดลองแยกกระถาง

อีกงานหนึ่งคือเรื่องการวัดผล รายงานส่วนใหญ่ในไทยยังใช้ยอดการแสดงผลกับอันดับเฉลี่ยเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของคอนเทนต์ แต่เมื่อคำตอบถูกสร้างขึ้นวางอยู่เหนือผลการค้นหา ตัวเลขสองตัวนั้นอาจนิ่งอยู่ในขณะที่คลิกลดลง ด้วยเหตุนี้ งาน AI SEO จึงเริ่มจากการติดตามการถูกอ้างอิงและการปรากฏตัว ไม่ใช่อันดับเพียงอย่างเดียว ทีมที่เพิ่มการตรวจสอบการถูกอ้างอิงเข้าไปในรายงานรายเดือนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดของตัวเองก่อนที่ชุดข้อมูลระดับโลกจะอธิบายมัน

สำหรับเว็บไซต์ที่คอนเทนต์สายคำถามคือช่องทางหลักในการหาลูกค้า ทางออกที่ใช้ได้จริงเป็นเรื่องกองบรรณาธิการมากกว่าเรื่องเทคนิค หน้าที่มีข้อมูลต้นฉบับ รายละเอียดสินค้าจากการใช้งานจริง ราคา หรือข้อมูลเฉพาะพื้นที่ คือสิ่งที่บทสรุปอัตโนมัติผลิตซ้ำไม่ได้ และให้เหตุผลกับผู้อ่านในการคลิกที่บทสรุปให้ไม่ได้ การใส่สิ่งเหล่านี้เข้าไปในแผน คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง ระยะยาวช้ากว่าการไล่ล่าสนิปเป็ต แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า Google จะเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลเป็นอะไรต่อไป

คำถามที่นักการตลาดถามกันเรื่องนี้

ในการค้นหาภาษาไทยเกิดขึ้นแล้วหรือยัง

แหล่งข่าวไม่ได้บอกไว้ Search Engine Roundtable อธิบายกลุ่มตัวอย่างภาษาอังกฤษสองชุดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 และไม่ได้รายงานตัวเลขสำหรับภาษาไทยหรือภาษาอื่นเลย วิธีเดียวที่จะรู้ว่าหน้าผลการค้นหาภาษาไทยวันนี้เป็นอย่างไรคือเข้าไปสุ่มดูเอง

ยอดคลิกเข้าเว็บไซต์ลดลงเพราะเรื่องนี้หรือเปล่า

รายงานไม่มีข้อมูลคลิกหรือทราฟฟิกอยู่เลย สิ่งที่วัดคือสิ่งที่อยู่ในกล่อง People Also Ask ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น การเหมาว่าสองเรื่องนี้คือการวัดเดียวกันจึงเป็นการตั้งสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อค้นพบ

Google ยืนยันตัวเลขเหล่านี้แล้วหรือยัง

ในรายงานไม่มีการยืนยันจาก Google ตัวเลข 97% มาจาก AlsoAsked และตัวเลข 100% มาจาก Allintitle ซึ่งทั้งคู่เผยแพร่โดยบริษัทที่ทำเครื่องมือนั้นเอง และ Search Engine Roundtable ไม่ได้รายงานความเห็นจาก Google ต่อตัวเลขใดเลย

ต้องรีบแก้อะไรบนเว็บไซต์วันนี้ไหม

ไม่มีอะไรในรายงานที่บังคับให้ต้องเปลี่ยนทันที ก้าวแรกที่สมเหตุสมผลคือการวัดผล บันทึกว่าคำค้นที่เป็นคำถามของคุณแสดงผลอย่างไรในตอนนี้ เก็บบันทึกไว้ แล้วให้การเปลี่ยนแปลงในข้อมูลของคุณเองเป็นตัวตัดสิน แทนที่จะใช้ค่าเฉลี่ยจากกลุ่มตัวอย่างภาษาอังกฤษ

แปลว่า People Also Ask กำลังจะถูกยกเลิกหรือไม่

รายงานไม่ได้บอกแบบนั้น สิ่งที่รายงานคือคำตอบภายในกล่องนี้ถูกสร้างโดย AI Overviews และติดป้ายกำกับไว้เช่นนั้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในส่วนนี้ ไม่ใช่การบอกว่าส่วนนี้จะหายไป

แล้วแผนคอนเทนต์ควรไปทางไหนต่อ

กลุ่มตัวอย่างอิสระสองชุดที่เผยแพร่ห่างกันไม่กี่วันอธิบายรูปแบบที่เปลี่ยนจากการทดลองนาน ๆ ครั้ง มาเป็นคำตอบมาตรฐานใน People Also Ask ภายในเวลาแค่ปีเศษ สิ่งที่ยังไม่มีข้อสรุปคือเรื่องนี้เป็นอย่างไรนอกภาษาอังกฤษ ส่งผลกับยอดคลิกแค่ไหน และ Google จะอธิบายมันว่าอย่างไร ช่องว่างเหล่านี้ควรพูดให้ชัด เพราะเนื้อหาจำนวนไม่น้อยจะปัดเศษ 97% ไปเป็นข้อสรุปที่ข้อมูลยังรองรับไม่ได้ อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ Search Engine Roundtable

ถ้าหน้าคอนเทนต์สายคำถามคือแรงขับหลักของทราฟฟิกออร์แกนิกในไทยของคุณ ก้าวถัดไปที่ใช้ได้จริงคือการทำฐานข้อมูลตั้งต้นว่าคำค้นคำถามของคุณแสดงผลอย่างไรในวันนี้ ทีม Relevant Audience ช่วยวางระบบการวัดผลนี้และอ่านผลต่อเนื่องรายเดือนได้

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น