How to buy graphic design services: agency, freelance or in-house

คู่มือจัดจ้างงานออกแบบกราฟิก: เอเจนซี่ ฟรีแลนซ์ หรือทีมภายใน แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • graphic design services ซื้อกันด้วยบรีฟ และตัวแปรห้าข้อเป็นตัวกำหนดราคา คือขอบเขตงาน สิทธิ์การใช้งาน จำนวนรอบแก้ ไฟล์ส่งมอบ และระยะเวลา
  • ไม่มีเกณฑ์ราคาสาธารณะที่เชื่อถือได้สำหรับงานออกแบบในไทย ให้หาตัวเลขของตัวเองด้วยการส่งบรีฟฉบับเดียวกันให้ผู้ให้บริการหลายราย แล้วเทียบใบเสนอราคาแบบแยกรายการ
  • เอเจนซี่ ฟรีแลนซ์ และทีมภายใน ต่างกันที่รูปร่างของต้นทุนและต้นทุนแฝง ทั้งเวลาบริหารงาน ช่วงเรียนรู้งาน กำลังผลิตที่ว่าง และค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
  • ตอนส่งมอบให้ขอไฟล์ต้นฉบับ เงื่อนไขใบอนุญาตฟอนต์ และข้อตกลงลิขสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุเงื่อนไขเลย์เอาต์ไทยและอังกฤษไว้ก่อนเริ่มออกแบบ

graphic design services คือบริการรับผลิตงานออกแบบเชิงพาณิชย์ตามบรีฟของธุรกิจ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบแบรนด์และโลโก้ ไปจนถึงชิ้นงานโฆษณา งานพิมพ์ แพ็กเกจจิ้ง อินโฟกราฟิก งานหน้าจอ และงานโมชัน สิ่งที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินซื้อจริง ๆ คือไฟล์ที่นำไปใช้งานได้ทันที พร้อมสิทธิ์การใช้งานและไฟล์ต้นฉบับที่ระบุไว้ในสัญญา ในทางปฏิบัติธุรกิจจัดหางานออกแบบได้สามทาง คือจ้างเอเจนซี่ จ้างฟรีแลนซ์ หรือจ้างดีไซเนอร์ประจำเข้ามาอยู่ในทีม และแต่ละทางมีโครงสร้างต้นทุนกับข้อจำกัดคนละแบบ

บทความนี้เขียนสำหรับคนที่ต้องเป็นผู้ตัดสินใจจัดซื้อ ไม่ใช่คนที่ต้องลงมือออกแบบเอง เนื้อหาจึงเรียงตามลำดับที่การจัดจ้างเกิดขึ้นจริง คือเข้าใจขอบเขตงาน แยกประเภทชิ้นงานให้ออก เทียบรูปแบบการจ้าง ตั้งเกณฑ์คัดทีม แล้วจึงเดินตามกระบวนการทำงานจนถึงการส่งมอบไฟล์

graphic design services คืออะไร เมื่อมองจากฝั่งคนจ่ายเงิน

ในมุมการจัดซื้อ graphic design services เป็นการซื้อผลงานที่มีขอบเขตกำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่การซื้อเวลาของคนทำงานแบบเปิดกว้าง ใบเสนอราคาที่ดีจึงต้องอธิบายได้ว่าจะได้อะไรกลับมาเป็นชิ้น ๆ และอะไรที่อยู่นอกขอบเขต สิ่งที่ควรถือเป็นสาระสำคัญของข้อตกลงมีอยู่ห้าข้อ และทั้งห้าข้อนี้คือตัวแปรที่ทำให้บรีฟเดียวกันมีราคาต่างกันได้หลายเท่า

  • ขอบเขตชิ้นงาน จำนวนชิ้น จำนวนขนาด จำนวนภาษา และจำนวนเวอร์ชันที่ต้องส่งมอบ ชิ้นงานหนึ่งแบบที่ต้องออกสิบขนาดคืองานสิบชิ้นในทางการผลิต
  • สิทธิ์การใช้งาน ใช้ได้ในช่องทางไหน ใช้ได้นานเท่าไร ใช้ในประเทศเดียวหรือหลายประเทศ ดัดแปลงต่อได้หรือไม่ และครอบคลุมการใช้เชิงโฆษณาแบบเสียเงินหรือไม่
  • จำนวนรอบแก้ นับรอบอย่างไร รอบหนึ่งหมายถึงคอมเมนต์ชุดเดียวที่รวบมาจากทุกฝ่ายแล้ว หรือหมายถึงการแก้ครั้งเดียวของคนคนเดียว
  • ไฟล์ส่งมอบ ไฟล์ปลายทางอย่างเดียว หรือรวมไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขต่อได้ และรวมฟอนต์หรือใบอนุญาตฟอนต์ด้วยหรือไม่
  • ระยะเวลา กำหนดส่งงาน เงื่อนไขเมื่อฝ่ายผู้ว่าจ้างอนุมัติช้า และค่าใช้จ่ายเพิ่มกรณีขอเร่งงาน

ตัวแปรทั้งห้านี้จะกลับมาปรากฏในทุกหัวข้อถัดไป เพราะมันคือภาษากลางที่ทำให้คุณเทียบข้อเสนอจากผู้ให้บริการหลายรายได้จริง หากข้อใดข้อหนึ่งหายไปจากใบเสนอราคา ตัวเลขที่เหลือก็ไม่มีความหมายพอจะนำมาเปรียบเทียบ

บริการออกแบบกราฟิก ครอบคลุมงานอะไรบ้างในสัญญาหนึ่งฉบับ

บริการออกแบบกราฟิก แบ่งรูปแบบการจ้างได้สามลักษณะ และควรเลือกให้ตรงกับจังหวะการใช้งานของธุรกิจ ไม่ใช่เลือกตามความเคยชิน

  • งานโครงการ มีจุดเริ่มจุดจบชัดเจน เช่น ระบบอัตลักษณ์แบรนด์ หรือชุดแพ็กเกจจิ้งสินค้าใหม่ เหมาะกับงานที่ทำครั้งเดียวแล้วใช้ยาว
  • งานรายเดือนแบบกันกำลังผลิตไว้ เหมาะกับงานที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง เช่น ครีเอทีฟโซเชียลและแบนเนอร์โฆษณา จุดที่ต้องตกลงให้ชัดคือหน่วยนับงาน เพราะ "ชิ้น" ของแต่ละฝ่ายไม่เท่ากัน
  • สัญญาตั้งราคาไว้ล่วงหน้าแล้วเรียกใช้เป็นครั้ง เหมาะกับองค์กรที่มีงานไม่สม่ำเสมอแต่ต้องการเลี่ยงการต่อรองราคาใหม่ทุกครั้ง

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน รายการส่งมอบควรระบุถึงระดับไฟล์ ไม่ใช่ระบุแค่ชื่องาน ไฟล์เวกเตอร์สำหรับโลโก้และงานที่ต้องขยายไม่จำกัด ไฟล์พร้อมพิมพ์ที่ตั้งระยะตัดตกและระบบสีสำหรับงานพิมพ์ ไฟล์ภาพสำหรับเว็บและโซเชียลตามขนาดที่ระบุไว้ ไฟล์ต้นฉบับที่เปิดแก้ต่อได้ และเอกสารคู่มือการใช้แบรนด์เมื่อเป็นงานระบบอัตลักษณ์ รายละเอียดของขอบเขตงานที่เอเจนซี่เสนอมักดูได้จากหน้าบริการออกแบบกราฟิกของผู้ให้บริการเอง ก่อนที่คุณจะเข้าสู่ขั้นตอนขอใบเสนอราคา

อีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามคือการส่งมอบฟอนต์ ฟอนต์เชิงพาณิชย์มีเงื่อนไขใบอนุญาตของตัวเอง และสิทธิ์ที่ดีไซเนอร์ซื้อไว้ไม่ได้โอนมาถึงผู้ว่าจ้างโดยอัตโนมัติ หากคุณตั้งใจจะให้ทีมภายในนำไฟล์ไปแก้ต่อ ต้องระบุตั้งแต่ต้นว่าใครเป็นผู้ซื้อใบอนุญาตฟอนต์และครอบคลุมการใช้งานแบบใด

ประเภทงาน graphic design แปดกลุ่มหลัก และแต่ละกลุ่มมีไว้ทำอะไร

การแยกประเภทงานให้ออกเป็นเรื่องของการจัดซื้อ ไม่ใช่เรื่องของศัพท์วิชาชีพ เพราะแต่ละกลุ่มมีหน่วยนับงาน ไฟล์ส่งมอบ และรอบการผลิตต่างกัน การรวมทุกอย่างไว้ในคำว่า "งานกราฟิก" คำเดียวคือสาเหตุที่ทำให้ใบเสนอราคาเทียบกันไม่ได้

1. แบรนดิ้งและโลโก้

งานกลุ่มนี้สร้างระบบที่งานอื่นทั้งหมดต้องอ้างอิง ได้แก่ โลโก้และรูปแบบการวางโลโก้ ชุดสี ระบบตัวอักษร และกติกาการใช้งาน วัตถุประสงค์คือทำให้ชิ้นงานที่ผลิตโดยคนละคนคนละเวลายังดูเป็นแบรนด์เดียวกัน สิ่งที่ต้องขอคือไฟล์เวกเตอร์ทุกเวอร์ชันของโลโก้ ระยะปลอดภัยรอบโลโก้ ขนาดเล็กสุดที่ยังอ่านออก และคู่มือการใช้งานที่เขียนพอให้คนนอกทีมออกแบบทำตามได้ หากธุรกิจของคุณกำลังเริ่มจากศูนย์หรือกำลังปรับภาพลักษณ์ทั้งชุด งานนี้จะอยู่ในขอบเขตของอัตลักษณ์แบรนด์มากกว่าการสั่งผลิตชิ้นงานรายชิ้น

2. ครีเอทีฟโซเชียลมีเดีย

ชิ้นงานสำหรับฟีดและสตอรี่ของแต่ละแพลตฟอร์ม วัตถุประสงค์คือหยุดสายตาในเวลาสั้นมากและสื่อสารข้อความเดียวให้จบ หน่วยนับงานที่ควรตกลงคือจำนวนคอนเซ็ปต์ต่อเดือนและจำนวนขนาดต่อคอนเซ็ปต์ เพราะการปรับหนึ่งคอนเซ็ปต์ให้ครบทุกอัตราส่วนคืองานจัดวางใหม่ ไม่ใช่การย่อขยายไฟล์เดิม

3. แบนเนอร์โฆษณา

ชิ้นงานที่ผูกกับระบบโฆษณาโดยตรง มีข้อกำหนดของแพลตฟอร์มกำกับอยู่ ทั้งขนาดพิกเซล น้ำหนักไฟล์ นามสกุลไฟล์ที่รองรับ และข้อจำกัดเรื่องปริมาณข้อความบนภาพในบางระบบ วัตถุประสงค์คือกดต้นทุนต่อคลิกและต่อผลลัพธ์ จึงควรสั่งผลิตเป็นชุดที่ทดสอบเทียบกันได้ ไม่ใช่ชิ้นเดียวจบ และควรระบุในบรีฟว่าต้องมีเวอร์ชันภาษาไทยและภาษาอังกฤษกี่ชุด

4. งานพิมพ์

โบรชัวร์ ใบปลิว โปสเตอร์ นามบัตร ป้าย และเอกสารนำเสนอที่ต้องพิมพ์จริง วัตถุประสงค์คืองานที่ออกจากแท่นพิมพ์แล้วตรงกับที่อนุมัติบนจอ สิ่งที่ต้องทำก่อนออกแบบคือขอสเปกจากโรงพิมพ์ที่จะใช้จริง ทั้งระยะตัดตก ระบบสี ชนิดกระดาษ และงานหลังพิมพ์ เพราะไฟล์ที่ทำโดยไม่อิงสเปกโรงพิมพ์มักต้องรื้อจัดหน้าใหม่

5. แพ็กเกจจิ้ง

งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ต้องวางบนโครงสร้างกล่องหรือฉลากจริง วัตถุประสงค์คือทำให้สินค้าอ่านออกและเลือกได้ในเวลาไม่กี่วินาทีบนชั้นวางหรือในภาพหน้าร้านออนไลน์ งานกลุ่มนี้มีข้อบังคับด้านฉลากเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูลที่ต้องแสดงตามกฎหมายของสินค้าแต่ละประเภทและข้อกำหนดของประเทศปลายทางกรณีส่งออก จึงควรให้ฝ่ายที่รับผิดชอบด้านกฎระเบียบตรวจข้อความก่อนเข้าสู่ขั้นตอนจัดวาง

6. อินโฟกราฟิก

งานแปลงข้อมูลหรือขั้นตอนที่ซับซ้อนให้อ่านจบได้ในภาพเดียว วัตถุประสงค์เชิงธุรกิจคือลดเวลาที่ผู้อ่านต้องใช้ทำความเข้าใจ และสร้างชิ้นงานที่คนอื่นอยากอ้างอิงต่อ ข้อกำหนดสำคัญคือข้อมูลต้นทางต้องนิ่งก่อน เพราะการแก้ตัวเลขหลังจัดวางเสร็จมักกระทบโครงสร้างภาพทั้งชิ้น

7. UX/UI

งานออกแบบหน้าจอสำหรับเว็บไซต์ แอป หรือหน้าแลนดิ้ง วัตถุประสงค์คือทำให้ผู้ใช้ทำงานที่ตั้งใจไว้สำเร็จ งานกลุ่มนี้ต่างจากงานกราฟิกอื่นตรงที่ผลลัพธ์ต้องส่งต่อให้ทีมพัฒนาได้ จึงต้องขอไฟล์ที่มีระบบคอมโพเนนต์ ระยะห่างที่กำหนดเป็นค่าคงที่ สถานะของปุ่มและฟอร์ม และการแสดงผลบนหน้าจอหลายขนาด ไม่ใช่ภาพนิ่งสวยหนึ่งภาพ

8. โมชันกราฟิก

งานภาพเคลื่อนไหวสั้นสำหรับโฆษณา โซเชียล และการอธิบายสินค้า วัตถุประสงค์คือถ่ายทอดลำดับเหตุการณ์หรือการใช้งานที่ภาพนิ่งอธิบายไม่ได้ ต้นทุนของงานกลุ่มนี้ผูกกับความยาว จำนวนฉาก และการมีเสียงบรรยายหรือคำบรรยายกี่ภาษา จึงควรระบุทั้งหมดไว้ในบรีฟก่อนขอราคา รวมถึงเวอร์ชันแนวตั้งและแนวนอนที่ต้องใช้

แปดประเภทงาน Graphic Design ที่ธุรกิจจ้างทำ ได้แก่ แบรนดิ้งและโลโก้, ครีเอทีฟโซเชียลมีเดีย, แบนเนอร์โฆษณา, งานพิมพ์, แพ็กเกจจิ้ง, อินโฟกราฟิก, UX/UI และโมชันกราฟิก

เมื่อแยกงานออกเป็นแปดกลุ่มแล้ว ให้ทำรายการงานที่ธุรกิจของคุณต้องใช้จริงในหนึ่งปี พร้อมความถี่โดยประมาณ รายการนี้คือฐานของการเลือกรูปแบบการจ้างในหัวข้อถัดไป เพราะธุรกิจที่ต้องการชิ้นงานโซเชียลทุกสัปดาห์กับธุรกิจที่ต้องการระบบแบรนด์ครั้งเดียวไม่ควรจบที่คำตอบเดียวกัน

เปรียบเทียบสามทางเลือก: เอเจนซี่ ฟรีแลนซ์ และดีไซเนอร์ประจำ

ตารางแรกเปรียบเทียบรูปร่างของต้นทุน ไม่ใช่จำนวนเงิน เพราะจำนวนเงินขึ้นกับขอบเขตงานของแต่ละบริษัท แต่รูปร่างของต้นทุนเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้าและใช้ตัดสินใจได้จริง

เปรียบเทียบสามทางเลือก: เอเจนซี่ ฟรีแลนซ์ และดีไซเนอร์ประจำ
ทางเลือกรูปร่างของต้นทุนต้นทุนแฝงที่มักถูกลืม
เอเจนซี่คิดเป็นรายโครงการหรือกันกำลังผลิตรายเดือน ราคารวมงานบริหารโครงการ การตรวจงาน และการทดแทนคนเมื่อคนลาค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่องานอยู่นอกขอบเขตหรือเกินรอบแก้ที่ตกลง และเวลาที่ฝ่ายคุณต้องใช้เขียนบรีฟกับรวบคอมเมนต์
ฟรีแลนซ์คิดเป็นรายชิ้นหรือรายชั่วโมง ราคาต่อหน่วยมักต่ำที่สุดเพราะไม่มีชั้นบริหารงานรวมอยู่เวลาบริหารงานที่ย้ายมาอยู่กับฝ่ายคุณเต็ม ๆ ความเสี่ยงเมื่อคนคนเดียวไม่ว่าง และค่าเสียเวลาเมื่อต้องหาคนใหม่แล้วเริ่มอธิบายแบรนด์ใหม่
ดีไซเนอร์ประจำเงินเดือนคงที่บวกค่าใช้จ่ายพนักงาน ต้นทุนต่อชิ้นลดลงเมื่อปริมาณงานสูงและสม่ำเสมอค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ค่าอุปกรณ์ เวลาเรียนรู้งานช่วงแรก กำลังผลิตที่ว่างในเดือนที่งานน้อย และการหยุดชะงักเมื่อลาออก

ตารางที่สองเทียบมิติที่ไม่ใช่ตัวเงินแต่กระทบผลลัพธ์โดยตรง ได้แก่ ความสม่ำเสมอของแบรนด์และความสามารถในการขยายกำลังผลิตเมื่องานพุ่งขึ้นกะทันหัน

เปรียบเทียบสามทางเลือก: เอเจนซี่ ฟรีแลนซ์ และดีไซเนอร์ประจำ
ทางเลือกความต่อเนื่องและความสม่ำเสมอของแบรนด์การขยายกำลังผลิต
เอเจนซี่ขึ้นกับว่ามีคู่มือแบรนด์และระบบเก็บไฟล์ต้นฉบับหรือไม่ ทีมเปลี่ยนคนได้โดยงานยังคุมโทนเดิมถ้าระบบดีขยายได้เร็วที่สุดเพราะดึงคนเพิ่มจากทีมเดิม แต่ต้องตกลงเงื่อนไขงานเร่งไว้ล่วงหน้า
ฟรีแลนซ์สม่ำเสมอสูงมากตราบใดที่ยังเป็นคนเดิม และตกทันทีเมื่อเปลี่ยนคน เพราะความรู้เรื่องแบรนด์อยู่ในหัวคนเดียวขยายได้จำกัดตามเวลาว่างของคนคนเดียว การเพิ่มฟรีแลนซ์คนที่สองทำให้ต้องคุมโทนเพิ่มอีกชั้น
ดีไซเนอร์ประจำสม่ำเสมอสูงและเข้าใจสินค้าลึกที่สุด แต่มีความเสี่ยงกระจุกตัวเมื่อคนคนนั้นลาหรือลาออกขยายยากที่สุดในระยะสั้น ต้องพึ่งการจ้างภายนอกเสริมอยู่ดีเมื่อมีแคมเปญใหญ่

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจจำนวนมากไม่ได้เลือกทางใดทางหนึ่ง แต่ใช้ผสมกัน เช่น ให้ทีมภายในดูงานที่ต้องรู้สินค้าลึกและงานด่วนประจำวัน แล้วจ้างภายนอกสำหรับงานระบบแบรนด์ งานแคมเปญ และช่วงที่ปริมาณงานสูงกว่ากำลังผลิตปกติ หากเลือกแนวทางผสม ให้ระบุให้ชัดว่าไฟล์ต้นฉบับและคู่มือแบรนด์อยู่ที่ใคร เพราะนั่นคือจุดที่ความสม่ำเสมอมักพังก่อนจุดอื่น

ราคาออกแบบกราฟิก: ทำไมไม่มีเรตกลางที่เชื่อถือได้ และจะหาตัวเลขของตัวเองอย่างไร

ไม่มีเกณฑ์ราคาสาธารณะที่เชื่อถือได้สำหรับงานออกแบบกราฟิกในประเทศไทย และตัวเลขที่พบตามอินเทอร์เน็ตมักถูกอ้างต่อกันโดยไม่ระบุขอบเขตที่มาของมัน เหตุผลตรงไปตรงมา คือบรีฟเดียวกันตั้งราคาได้ต่างกันมากเมื่อเปลี่ยนตัวแปรห้าข้อที่กล่าวไว้ตอนต้น ได้แก่ ขอบเขตชิ้นงาน สิทธิ์การใช้งาน จำนวนรอบแก้ ไฟล์ส่งมอบ และระยะเวลา ราคาที่ไม่บอกตัวแปรทั้งห้าข้อนี้จึงไม่ใช่ข้อมูลที่นำไปเปรียบเทียบได้

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพโดยไม่ต้องมีตัวเลข โลโก้ที่ส่งมอบเป็นไฟล์ภาพสำหรับใช้ในโซเชียลอย่างเดียว กับโลโก้ชุดเดียวกันที่ส่งมอบเป็นไฟล์เวกเตอร์ครบทุกเวอร์ชัน พร้อมคู่มือการใช้งาน พร้อมสิทธิ์ใช้ในงานพิมพ์และงานโฆษณาแบบไม่จำกัดเวลา คือสินค้าคนละชิ้นกันในทางสัญญา การเอาสองอย่างนี้มาเทียบราคากันตรง ๆ จึงไม่ได้บอกอะไรเลยว่าใครถูกกว่า

วิธีหาตัวเลขที่ใช้ได้จริงกับสถานการณ์ของคุณมีลำดับชัดเจน

  1. เขียนบรีฟให้จบก่อน โดยล็อกตัวแปรทั้งห้าข้อไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  2. ส่งบรีฟฉบับเดียวกันนั้นให้ผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งราย โดยไม่บอกงบประมาณล่วงหน้า เพื่อให้ได้ราคาที่สะท้อนขอบเขตจริง
  3. ขอให้ทุกรายแยกราคาเป็นรายการย่อยตามชิ้นงาน ไม่ใช่ยอดรวมก้อนเดียว
  4. เทียบทีละรายการบนขอบเขตที่เท่ากัน แล้วดูว่าส่วนต่างเกิดจากอะไร เช่น จำนวนขนาด จำนวนภาษา หรือสิทธิ์การใช้งานที่ต่างกัน
  5. เก็บชุดราคานี้ไว้เป็นเกณฑ์ภายในของบริษัทคุณเอง แล้วปรับทุกครั้งที่ขอบเขตเปลี่ยน นี่คือเกณฑ์เดียวที่แม่นกับธุรกิจของคุณจริง

ก่อนจะนำใบเสนอราคาสองใบมาวางเทียบกัน ให้ตรวจว่าแต่ละใบระบุครบตามรายการนี้หรือไม่ ถ้าไม่ครบ ให้ขอเพิ่มก่อน อย่าเดาแทนผู้ให้บริการ

  • จำนวนชิ้นงาน จำนวนขนาด และจำนวนภาษาที่ส่งมอบ
  • รายการไฟล์ที่ได้รับ รวมถึงไฟล์ต้นฉบับและเงื่อนไขฟอนต์
  • ขอบเขตสิทธิ์การใช้งาน ทั้งช่องทาง ระยะเวลา และการดัดแปลงต่อ
  • จำนวนรอบแก้ นิยามของหนึ่งรอบ และอัตราคิดเพิ่มเมื่อเกิน
  • ตารางเวลาแต่ละขั้น พร้อมสมมติฐานว่าฝ่ายผู้ว่าจ้างต้องอนุมัติภายในกี่วัน
  • สิ่งที่ไม่รวมอยู่ในราคา เช่น ค่าภาพสต็อก ค่าลิขสิทธิ์ฟอนต์ ค่าปรู๊ฟ หรือค่าจัดการงานพิมพ์
  • เงื่อนไขการชำระเงินและภาษีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควรให้ฝ่ายบัญชีของคุณตรวจก่อนลงนาม

รับออกแบบกราฟิก: เขียนบรีฟอย่างไรให้ใบเสนอราคาเทียบกันได้

คำว่า รับออกแบบกราฟิก ปรากฏอยู่ทั่วไปในตลาด แต่สิ่งที่แยกผู้ให้บริการที่ทำงานได้จริงออกจากรายอื่นคือคำถามที่เขาถามกลับหลังได้รับบรีฟ บรีฟที่เขียนดีจะทำให้คำถามเหล่านั้นสั้นลงและทำให้ราคาที่ได้กลับมาเทียบกันได้

บรีฟที่ใช้งานได้ควรมีอย่างน้อยแปดส่วน คือวัตถุประสงค์ทางธุรกิจของชิ้นงาน กลุ่มผู้ชมและบริบทที่เขาจะเห็นงาน ช่องทางและขนาดที่ต้องใช้แบบระบุเป็นรายการ สถานะของข้อความว่าเป็นฉบับสมบูรณ์แล้วหรือยังร่าง ภาษาที่ต้องใช้และใครเป็นผู้ตรวจภาษา วัสดุที่ฝ่ายคุณจัดหาให้ เช่น ภาพถ่ายสินค้าและไฟล์โลโก้ องค์ประกอบบังคับ เช่น ข้อความตามกฎหมายหรือสัญลักษณ์รับรอง และสายการอนุมัติว่าใครให้คอมเมนต์ได้และใครเป็นผู้ตัดสินสุดท้าย

ข้อผิดพลาดที่ทำให้กระบวนการยืดออกที่สุดคือการส่งบรีฟแบบประโยคเดียว เช่น ขอโลโก้ใหม่ให้หน่อย ผลที่ได้คือใบเสนอราคาที่ตั้งสมมติฐานต่างกันคนละแบบ แล้วเมื่อเลือกไปแล้วจึงพบว่าขอบเขตไม่ตรงกับที่ต้องการ ข้อผิดพลาดรองลงมาคือการเริ่มออกแบบทั้งที่ข้อความยังไม่นิ่ง เพราะการเปลี่ยนข้อความหลังจัดวางเสร็จมักทำให้ต้องรื้อการจัดวางใหม่ทั้งชิ้น โดยเฉพาะงานสองภาษา

graphic design agency Thailand: สิ่งที่ควรตรวจก่อนเซ็นสัญญา

เมื่อประเมินผู้ให้บริการในกลุ่ม graphic design agency Thailand สิ่งที่ทำให้เอเจนซี่ต่างจากการรวมตัวของฟรีแลนซ์หลายคนคือระบบหลังบ้าน ไม่ใช่จำนวนคน ให้ตรวจสี่เรื่องนี้ก่อนเซ็นสัญญา

  • การเก็บและส่งมอบไฟล์ต้นฉบับ ถามว่าไฟล์ต้นฉบับเก็บอย่างไร ตั้งชื่อเวอร์ชันอย่างไร และคุณขอไฟล์ย้อนหลังได้เมื่อไรบ้าง องค์กรที่เคยเปลี่ยนผู้ให้บริการแล้วขอไฟล์เก่าไม่ได้จะเข้าใจข้อนี้ทันที
  • ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยแยกกรณีงานที่ลูกจ้างสร้างในหน้าที่ ออกจากกรณีงานที่เกิดจากการจ้างทำของ และผลของสองกรณีนี้ไม่เหมือนกัน ทางที่ปลอดภัยคือระบุความเป็นเจ้าของและการโอนสิทธิ์ไว้ในสัญญาให้ชัดเจน แทนการอาศัยค่าตั้งต้นตามกฎหมาย
  • ผู้รับผิดชอบและช่องทางสื่อสาร ใครเป็นคนรวบคอมเมนต์ ใครตอบเมื่อคนหลักลา และงานเร่งเข้าคิวอย่างไร
  • การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล หากงานออกแบบต้องใช้ภาพลูกค้า พนักงาน หรือข้อมูลผู้ใช้ ให้ตกลงเรื่องฐานการใช้ข้อมูลและการเก็บรักษาไว้ในสัญญาตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย

สำหรับองค์กรที่มองภาพกว้างกว่าชิ้นงาน เช่น ต้องการให้เว็บไซต์ โฆษณา และช่องทางแชตใช้ระบบภาพชุดเดียวกัน ขอบเขตงานจะขยับไปทางโครงการdigital branding ซึ่งมีการวางระบบมากกว่าการสั่งผลิตงานเป็นชิ้น ๆ และควรตั้งงบประมาณคนละก้อนกับงานผลิตประจำเดือน

จ้าง graphic designer: ห้าเกณฑ์คัดทีมที่ใช้ตัดสินได้จริง

เมื่อถึงขั้นตอนคัดเลือก ให้ใช้เกณฑ์ที่ตรวจสอบได้จากหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึกจากการดูภาพรวมของผลงาน ห้าเกณฑ์ต่อไปนี้เรียงตามลำดับที่ควรตรวจ

  1. ผลงานที่ตรงประเภทงานของคุณ ดูว่ามีงานประเภทเดียวกับที่คุณจะจ้างหรือไม่ ไม่ใช่ดูว่าผลงานสวยหรือไม่ คนที่ทำโปสเตอร์ได้ดีไม่จำเป็นต้องทำงานหน้าจอหรือแพ็กเกจจิ้งได้ดี และให้ถามว่าในชิ้นงานนั้นเขารับผิดชอบส่วนใด
  2. ความสม่ำเสมอของแบรนด์ในผลงานชุดยาว ขอดูงานของลูกค้ารายเดียวกันหลายชิ้นข้ามช่วงเวลา แทนที่จะดูงานเด่นชิ้นเดียวจากลูกค้าหลายราย ความสามารถในการรักษาระบบภาพให้นิ่งคือสิ่งที่แยกทีมที่ทำงานเป็นระบบออกจากทีมที่ทำงานเป็นชิ้น
  3. รอบเวลาทำงานและสิ่งที่กำหนดรอบนั้น ถามว่าอะไรทำให้งานช้าลงในกระบวนการของเขา แล้วดูว่าคำตอบสอดคล้องกับความจริงหรือไม่ ทีมที่ตอบว่าเร็วเสมอโดยไม่มีเงื่อนไขคือสัญญาณที่ควรถามต่อ
  4. นโยบายการแก้งาน ตรวจว่านับหนึ่งรอบอย่างไร คอมเมนต์ที่ขัดกันเองจากคนละฝ่ายนับเป็นกี่รอบ และการเปลี่ยนทิศทางหลังอนุมัติคอนเซ็ปต์แล้วคิดเพิ่มอย่างไร นโยบายที่เขียนไว้ชัดช่วยทั้งสองฝ่าย
  5. ความชัดเจนของราคา ประเมินที่ความครบถ้วนของใบเสนอราคาตามเช็กลิสต์ในหัวข้อก่อนหน้า ใบเสนอราคาที่ต่ำที่สุดแต่ไม่ระบุไฟล์ส่งมอบและสิทธิ์การใช้งาน มักกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มในภายหลัง

เพิ่มขั้นตอนหนึ่งที่ช่วยได้มากคือให้งานทดลองที่มีขอบเขตเล็กและจ่ายค่าตอบแทนตามจริง เพื่อดูวิธีทำงานจริงก่อนผูกสัญญายาว งานทดลองควรใช้บรีฟจริงและมีเกณฑ์ตัดสินที่ตกลงไว้ล่วงหน้า

บริการดีไซน์ครบวงจร: กระบวนการมาตรฐานตั้งแต่บรีฟถึงส่งมอบ

บริการดีไซน์ครบวงจรที่ทำงานเป็นระบบจะเดินตามห้าขั้น และแต่ละขั้นมีสิ่งที่ฝ่ายผู้ว่าจ้างต้องทำ ไม่ใช่รอรับอย่างเดียว ระยะเวลารวมของโครงการถูกกำหนดโดยความยาวของสายอนุมัติ ความพร้อมของข้อความและภาพ จำนวนขนาดที่ต้องผลิต จำนวนรอบแก้ที่ใช้จริง และคิวการผลิตปลายทาง เช่น คิวโรงพิมพ์ มากกว่าจะถูกกำหนดโดยความเร็วในการวาดของดีไซเนอร์

  1. Brief ตกลงวัตถุประสงค์ ขอบเขต รายการส่งมอบ และผู้มีอำนาจอนุมัติ ปิดท้ายด้วยเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเซ็นรับรองว่าตรงกัน สิ่งที่ทำให้ขั้นนี้ยืดคือการที่ฝ่ายผู้ว่าจ้างยังไม่ตกลงกันเองภายใน
  2. Concept เสนอทิศทางจำนวนจำกัดพร้อมเหตุผลที่ผูกกับวัตถุประสงค์ ฝ่ายผู้ว่าจ้างต้องเลือกหนึ่งทิศทาง ไม่ใช่ขอผสมทุกทิศทางเข้าด้วยกัน การเลือกไม่ขาดในขั้นนี้คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของงานบานปลาย
  3. Design ขยายทิศทางที่เลือกไปสู่ชิ้นงานจริงครบทุกขนาดและทุกภาษา ขั้นนี้ควรมีจุดตรวจกลางทางเมื่อขึ้นชิ้นแรกเสร็จ เพื่อจับปัญหาการจัดวางก่อนที่จะทำซ้ำอีกหลายสิบชิ้น
  4. Revise รวบคอมเมนต์จากทุกฝ่ายเป็นชุดเดียวต่อหนึ่งรอบ คอมเมนต์ควรระบุปัญหาและเป้าหมาย ไม่ใช่ระบุวิธีแก้แทนดีไซเนอร์ และควรมีคนเดียวที่ตัดสินเมื่อคอมเมนต์ขัดกัน
  5. Deliver ส่งมอบไฟล์ปลายทางและไฟล์ต้นฉบับตามรายการ พร้อมตรวจความถูกต้องครั้งสุดท้าย เช่น การสะกด ข้อความตามกฎหมาย และการทดสอบพิมพ์หรือทดสอบแสดงผลจริง จากนั้นจัดเก็บไฟล์เข้าคลังที่ฝ่ายคุณเข้าถึงได้

เพิ่มขั้นที่หกไว้ในสัญญาถ้าเป็นไปได้ คือการทบทวนหลังใช้งานจริง ดูว่าชิ้นงานชุดไหนทำผลลัพธ์ได้ดีในช่องทางไหน แล้วป้อนกลับเข้าบรีฟรอบถัดไป การทำแบบนี้ทำให้การจ้างงานออกแบบกลายเป็นกระบวนการที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะเริ่มใหม่ทุกครั้ง

ข้อจำกัดการผลิตในตลาดไทยที่ต้องเขียนไว้ในบรีฟ

งานออกแบบสำหรับธุรกิจในไทยมีเงื่อนไขการผลิตที่ต่างจากงานภาษาอังกฤษล้วน และเงื่อนไขเหล่านี้ควรอยู่ในบรีฟตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ค้นพบตอนตรวจงาน

  • สองภาษาในเลย์เอาต์เดียว อักษรไทยและอักษรละตินมีสัดส่วนความสูงและเส้นฐานต่างกัน การวางคู่กันโดยใช้ขนาดตัวอักษรเท่ากันมักทำให้ฝั่งหนึ่งดูเล็กหรือลอย ควรกำหนดคู่ฟอนต์และสัดส่วนขนาดไว้ในคู่มือแบรนด์ตั้งแต่แรก
  • ตัวเลือกฟอนต์ไทย ฟอนต์ไทยที่มีน้ำหนักครบชุดและมีใบอนุญาตเชิงพาณิชย์ที่ครอบคลุมการฝังในเว็บ แอป และการใช้ในโลโก้ มีให้เลือกน้อยกว่าฟอนต์ละติน การเลือกฟอนต์จึงควรตรวจเงื่อนไขใบอนุญาตก่อน ไม่ใช่ตรวจหลังจากทำงานทั้งระบบไปแล้ว
  • ความยาวข้อความ ข้อความไทยมักยาวกว่าข้อความอังกฤษที่สื่อความหมายเดียวกัน เลย์เอาต์ที่ออกแบบจากต้นฉบับภาษาอังกฤษจึงมักแตกเมื่อใส่ภาษาไทย ทางแก้คือให้ออกแบบโดยใช้ข้อความไทยจริงตั้งแต่ต้น หรือกำหนดจำนวนตัวอักษรสูงสุดต่อบรรทัดไว้ในบรีฟ
  • วรรณยุกต์และสระซ้อน ข้อความไทยมีการซ้อนชั้นของสระบนและวรรณยุกต์ ระยะห่างระหว่างบรรทัดที่แคบเกินไปจะทำให้ส่วนบนถูกตัดหรือชนกับบรรทัดก่อนหน้า ให้กำหนดระยะบรรทัดจากค่าจริงของฟอนต์ไทยที่ใช้ และตรวจบนอุปกรณ์จริง ไม่ใช่ตรวจบนไฟล์ออกแบบเท่านั้น
  • การเน้นข้อความ ภาษาไทยไม่มีธรรมเนียมตัวเอียงแบบภาษาอังกฤษ การเน้นจึงควรใช้น้ำหนักตัวอักษรหรือสี และการตัดคำขึ้นบรรทัดใหม่ต้องตรวจด้วยตา เพราะภาษาไทยไม่มีช่องว่างระหว่างคำ
  • ขนาดชิ้นงานตามช่องทางที่ธุรกิจไทยใช้จริง รายการส่งมอบควรระบุขนาดสำหรับช่องทางที่ใช้จริงในตลาด เช่น ริชเมนูและริชเมสเสจของ LINE Official Account ฟีดและสตอรี่ของ Facebook และ Instagram วิดีโอแนวตั้งสำหรับ TikTok ภาพปกและภาพรายละเอียดสินค้าบน Shopee และ Lazada รวมถึงภาพปกวิดีโอบน YouTube การไม่ระบุขนาดเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้ต้องกลับไปขอไฟล์เพิ่มหลังส่งมอบ
  • งานพิมพ์ในประเทศ ขอสเปกจากโรงพิมพ์ที่จะใช้จริงก่อนเริ่มออกแบบ และเผื่อเวลาสำหรับการปรู๊ฟและการแก้สี เพราะสีบนจอกับสีที่พิมพ์บนกระดาษต่างชนิดกันไม่เท่ากัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ้าง graphic design services

ควรจ้างเอเจนซี่หรือฟรีแลนซ์ดี

ให้ตัดสินจากปริมาณงานต่อปีและความจำเป็นเรื่องความต่อเนื่อง ไม่ใช่จากราคาต่อชิ้น หากงานมาเป็นคลื่นและต้องการคนทดแทนเมื่อคนหลักไม่ว่าง เอเจนซี่จะคุ้มกว่าเพราะราคารวมชั้นบริหารงานไว้แล้ว หากงานน้อย ขอบเขตชัด และคุณมีคนในทีมที่เขียนบรีฟกับตรวจงานได้เอง ฟรีแลนซ์จะให้ต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่า

ราคาออกแบบกราฟิกในไทยอยู่ที่เท่าไร

ไม่มีเกณฑ์ราคาสาธารณะที่เชื่อถือได้สำหรับตลาดไทย และตัวเลขลอย ๆ ที่ไม่ระบุขอบเขตไม่ควรนำมาใช้ตั้งงบประมาณ วิธีที่ได้ตัวเลขจริงคือเขียนบรีฟที่ล็อกขอบเขตงาน สิทธิ์การใช้งาน จำนวนรอบแก้ ไฟล์ส่งมอบ และระยะเวลา แล้วขอใบเสนอราคาแบบแยกรายการจากผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งราย บนบรีฟฉบับเดียวกัน

ต้องขอไฟล์อะไรบ้างเมื่อจบงาน

ขอทั้งไฟล์ปลายทางและไฟล์ต้นฉบับที่เปิดแก้ต่อได้ พร้อมรายการฟอนต์และเงื่อนไขใบอนุญาตของฟอนต์นั้น สำหรับงานโลโก้ให้ขอไฟล์เวกเตอร์ทุกเวอร์ชัน สำหรับงานพิมพ์ให้ขอไฟล์พร้อมพิมพ์ที่ตั้งระยะตัดตกและระบบสีตามสเปกโรงพิมพ์ และสำหรับงานหน้าจอให้ขอไฟล์ที่มีระบบคอมโพเนนต์ซึ่งทีมพัฒนานำไปใช้ต่อได้

ควรกำหนดจำนวนรอบแก้ไว้เท่าไร

ให้กำหนดจากโครงสร้างการตัดสินใจของบริษัทคุณ ไม่ใช่จากตัวเลขมาตรฐานที่ใครก็ใช้ นับผู้มีสิทธิ์ให้คอมเมนต์ว่ามีกี่ฝ่าย แล้วตกลงว่าหนึ่งรอบคือคอมเมนต์ที่รวบจากทุกฝ่ายมาแล้วหนึ่งชุด พร้อมระบุว่าใครเป็นผู้ตัดสินเมื่อคอมเมนต์ขัดกัน วิธีนี้ลดจำนวนรอบที่ใช้จริงได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนรอบในสัญญา

ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานออกแบบที่จ้างทำ

ให้ระบุไว้ในสัญญาเสมอ เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ของไทยแยกกรณีงานที่ลูกจ้างสร้างในหน้าที่ ออกจากกรณีการจ้างทำของ และผลลัพธ์ของสองกรณีไม่เหมือนกัน สัญญาควรระบุทั้งความเป็นเจ้าของ ขอบเขตการใช้งาน การดัดแปลงต่อ และการส่งมอบไฟล์ต้นฉบับ เพื่อไม่ต้องกลับมาเจรจาใหม่ตอนที่ต้องใช้งานเร่งด่วน

ขั้นตอนถัดไป

เริ่มจากสิ่งที่ควบคุมได้ก่อน คือทำรายการชิ้นงานที่ต้องใช้ในหนึ่งปี ล็อกตัวแปรห้าข้อลงในบรีฟ แล้วขอใบเสนอราคาแบบแยกรายการจากผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งราย เมื่อคุณมีบรีฟที่นิ่งแล้ว การเทียบข้อเสนอจะใช้เวลาสั้นลงมาก และคุณจะเห็นเองว่าส่วนต่างของราคามาจากขอบเขตงานตรงไหน

หากต้องการให้ผู้ให้บริการช่วยดูขอบเขตงานตั้งแต่ต้น รายละเอียดของงานที่ครอบคลุมและรูปแบบการทำงานดูได้จากหน้าบริการออกแบบกราฟิกของ Relevant Audience และส่งบรีฟของคุณเข้าไปเพื่อขอใบเสนอราคาแบบแยกรายการตามขอบเขตที่คุณกำหนดเอง

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์: