Twitter เริ่มใช้ระบบยืนยันตัวตนใหม่ แบ่งเป็น Blue Tick และ Gold Tick

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:
December 14, 2022
Author: Antonio Fernandez
Twitter เริ่มใช้ระบบยืนยันตัวตนใหม่ แบ่งเป็น Blue Tick และ Gold Tick

ใครที่ได้มีโอกาสติดตามข่าวสารแวดวงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เชื่อว่าคงหนีไม่พ้นข่าวดราม่าต่างๆ ของ Twitter ที่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของเดิมมาอยู่ภายใต้ซีอีโอคนใหม่อย่าง Elon Musk โดยล่าสุด Twitter ได้ออกมาประกาศระบบยืนยันตัวตนแบบใหม่อีกครั้งสำหรับบัญชีผู้ใช้งานแบบ Business Accounts เพื่อป้องกันการถูกปลอมแปลงหรือแอบอ้างที่จะนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ในอนาคต 

ทวิตเตอร์รายงานว่า ระบบการยืนยันตัวตนแบบใหม่นี้จะมีมาตรการป้องกันอันหลากหลาย เพื่อให้แน่ใจว่าทุกบัญชีที่มีการยืนยันตัวตนจะไม่ถูกนำไปแอบอ้างจนเกิดความเสียหายต่อเจ้าของบัญชีตัวจริง ซึ่งระบบการยืนยันจะมีการกำกับด้วยสีต่างๆ และยังมีเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามก่อนที่จะได้รับเครื่องหมายกำกับยืนยัน รายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไร? Relevant Audience รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้ดูไปพร้อมกัน 

Blue Tick ยืนยันตัวตนด้วยเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า

จากข่าวการเร่งพัฒนาฟีเจอร์ จนประกาศการใช้งานอย่างเป็นทางการ สำหรับฟีเจอร์ Blue Verified หรือระบบยืนยันบัญชีผู้ใช้งานด้วยเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า ที่จะมีการเรียกเก็บเงินแบบรายเดือนสำหรับใครก็ต้องที่ต้องการมีเครื่องหมายติ๊กถูกนี้อยู่นำหน้าชื่อ ซึ่งคิดเป็น 8 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 200 บาทต่อเดือน แต่หากสมัครสมาชิกผ่านแอปฯ บน iOS จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 3 เหรียญดอลลาร์ ต่อเดือน พร้อมมีสิทธิพิเศษต่างๆ โดยในการอัปเดตล่าสุด Twitter ระบุว่าในตอนนี้กำลังจะเพิ่มระบบที่เรียกว่า Account Review เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น เพื่อช่วยตรวจสอบบัญชีให้ถูกต้องมากขึ้น 

สำหรับเกณฑ์การใช้งานระบบตรวจสอบยืนยันนี้ มีดังนี้

หลังจากผ่านการประเมินแล้วบัญชีที่ผ่านจะได้รับ Blue Badge หรือเครื่องหมายติ๊กถูกสีน้ำเงิน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น

  • ถูกจัดลำดับความสำคัญไว้ในระดับที่ดีกว่า ในการ Replies, Mentions และแสดงผลค้นหาในหน้า Search Result
  • พบเห็นโฆษณาน้อยลง 50%
  • สามารถอัปโหลดวิดีโอขนาดยาวได้
  • มีสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์อื่นๆ ที่จะมีการเพิ่มเติมในอนาคต

สำหรับบัญชีผู้ใช้งานที่เคยได้รับ Blue Badge มาก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นเซเลป คนดัง ดารา หรือบุคคลมีชื่อเสียง ก็จะสามารถคงเครื่องหมายติ๊กถูกเอาไว้ได้เช่นเดิม

Gold Tick สำหรับแบรนด์หรือบริษัทต่างๆ

นอกจาก Blue Verified ที่ออกแบบมาสำหรับบัญชีผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว Twitter ยังประกาศเพิ่มเติมสำหรับแบรนด์หรือองค์กรธุรกิจใดที่ต้องการยืนยันบัญชี Business Account ก็สามารถเข้าสู่ระบบ Gold Verified ได้เช่นกัน โดยจะเปลี่ยนจากเครื่องหมาย Blue Badge ที่ได้รับเป็น Gold Badge หรือก็คือเครื่องหมายติ๊กถูกสีทอง 

โดย Esther Crawford ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น Twitter’s Product Lead ระบุเพิ่มเติมว่า ในเร็วๆ นี้ Twitter จะมีการเปิดให้บัญชี Business Account สามารถยื่นขอ Gold Badge ได้ แต่ในระหว่างนี้จะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Blue Verified เป็นการชั่วคราวไปก่อน

ป้ายกำกับ สำหรับหน่วยงานรัฐ

นอกจาก Blue Bade และ Gold Badge แล้ว Twitter ยังมี Official Label ที่จะเป็นป้ายกำกับเพื่อระบุตัวตนเพิ่มเติม โดยสำหรับบัญชีเหล่านี้จะปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น

  • บัญชีของหน่วยงานรัฐบาล
  • บัญชีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทางการเมือง เช่น พรรคการเมือง
  • บริษัทการค้าและ Business Partner
  • แบรนด์ที่มีชื่อเสียง
  • สื่อและสำนักพิมพ์
  • บุคคลสาธารณะอื่นๆ

ทิ้งท้าย

จากการประกาศล่าสุดโดยทวิตเตอร์ก็จะมีเนื้อหาการอัปเดตเท่านี้ อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ระบบ Gold Verified และ Official Label ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาจจะต้องรอต่อไปก่อน แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน Twitter คงเริ่มทยอยเปิดให้ชาวทวิตเตี้ยนทั่วโลกได้ใช้งานไปพร้อมกันอย่างแน่นอน หากมีข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติม Relevant Audience จะนำมาบอกเล่าให้ฟังก่อนใครแน่นอน กดติดตามเอาไว้ได้เลย

Source : Twitter Blog

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com 

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์

April 21, 2026

Claude Design: เปลี่ยนข้อความให้เป็นภาพกราฟิกได้ทันที
ทำความรู้จัก Claude Design เครื่องมือ AI ใหม่จาก Anthropic ที่เปลี่ยนพรอมต์ข้อความให้เป็นภาพกราฟิกที่สวยงามได้ทันที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทีมธุรกิจที่ไม่มีทักษะด้านการออกแบบ...
เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์

April 20, 2026

อนาคตของโฆษณา Dynamic Search Ads: AI Max
เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของโฆษณา Dynamic Search Ads เรียนรู้เหตุผลที่ต้องเปลี่ยนไปใช้ AI Max และวิธีอัปเกรดแคมเปญของคุณเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น...
เรื่องทั่วไปด้านการตลาดออนไลน์

April 1, 2026

วิธีที่ AI เปลี่ยนแปลงการค้นหาของลูกค้าสำหรับธุรกิจของคุณ
ปัจจุบันลูกค้าเริ่มใช้ AI เพื่อค้นหาธุรกิจต่างๆ เรียนรู้วิธีผสานรวม SEO, GEO และ AI SEO เพื่อให้ธุรกิจของคุณยังคงโดดเด่นและสร้างความน่าเชื่อถือในผลการค้นหาด้วย AI รูปแบบใหม่...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

ai

April 28, 2026

การตลาดดิจิทัล: AI Overviews เปลี่ยนแปลง SEO อย่างไร
ค้นพบว่า Google AI Overviews กำลังเปลี่ยนกฎของ SEO อย่างไร เรียนรู้สิ่งที่กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของคุณจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาการเติบโตของจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์...
การตลาดดิจิทัล: วิธีเอาชนะการอัปเดตอัลกอริทึม
เวลาโพสต์ Social media

April 23, 2026

การตลาดดิจิทัล: วิธีเอาชนะการอัปเดตอัลกอริทึม
หยุดสูญเสียยอดการเข้าถึงบนโซเชียลมีเดีย ปรับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของคุณเพื่อเอาชนะการอัปเดตอัลกอริทึมด้วยระบบติดตาม ทดสอบ และปรับปรุงที่ทำได้ง่ายๆ...
เอสอีโอ (Search Engine Optimization)

April 16, 2026

Google Knowledge Graph มีผลต่อการมองเห็นบน SEO อย่างไร
เรียนรู้วิธีที่ Google Knowledge Graph เปลี่ยนแปลงรูปแบบการค้นหา ค้นพบว่าข้อมูลที่มีโครงสร้าง (Structured Data) และการเชื่อมโยงข้อมูล (Entity Mapping) สามารถปรับปรุง SEO และเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ของคุณได้อย่างไร...