4 ทิปส์ ใช้ป๊อปอัปโฆษณาแบบไม่โดนกูเกิลลงโทษ

General topicsApril 22, 2022
By Antonio Fernandez

ป๊อปอัปโฆษณาตัวคั่นหน้าเป็นสิ่งที่นักการตลาดทั่วโลกทั้งรักทั้งเกลียด มีสถิติที่บอกว่าป๊อปอัปโฆษณาเหล่านี้สามารถเพิ่มค่า Conversion Rate ให้กับเว็บไซต์ได้มากถึง 11.09% แต่การใช้ป๊อปอัปก็มีความเสี่ยงที่ตามมาเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่กูเกิลประกาศว่าจะมีบทลงโทษเว็บไซต์ที่มีป๊อปอัปโฆษณาคั่นหน้าตั้งแต่ปี 2018 ก็ทำให้นักการตลาดหลายคนระมัดระวังหรือบางรายถึงกับเลิกใช้เพื่อลดผลกระทบของปัญหาที่อาจตามมาไปเลย ดังนั้นบทความนี้จะมาช่วยชี้แจงแถลงไขความลับบางประการเกี่ยวกับป๊อปอัปโฆษณาตัวคั่นหน้าเหล่านี้กัน ด้วยเคล็ดลับ 5 อย่าง ใช้ป๊อปอัปอย่างไรไม่ให้โดนกูเกิลลดการมองเห็น ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1. มีป๊อปอัปโฆษณาแบบไหนบ้าง ที่กูเกิลไม่ชอบ

Interstitial หรือโฆษณาตัวคั่นหน้า แท้จริงแล้วคำนี้เป็นคำกว้างๆ ที่ถูกนักการตลาดใช้เรียกอย่างแพร่หลายกับป๊อปอัปโฆษณา ในบางครั้งก็หมายถึงโฆษณาที่ซ้อนทับเนื้อหาสำคัญ แต่โปรดจำไว้อย่างหนึ่งว่าทุกป๊อปอัปโฆษณาคั่นหน้าไม่ได้จะถูกกูเกิลลงโทษเหมือนกันทุกอันเสมอไป 

แน่นอนว่าหากป๊อปอัปโฆษณาบนเว็บไซต์มีลักษณะเป็นสแปม หรือมีความพยายามที่จะบดบังหรือลดประสบการณ์ในการรับชมเนื้อหาที่สำคัญต่างๆ ก็มีโอกาสจะถูกกูเกิลมองว่าป๊อปอัปโฆษณาเหล่านั้นเป็นโฆษณาคั่นหน้าที่ควรจะลดการมองเห็น หรือลงโทษตามข้อกำหนด และอย่าลืมว่าตอนนี้กูเกิลมีการอัปเดตบทลงโทษและข้อกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา หากไม่รอบคอบหรือระมัดระวังในการใช้อาจส่งผลเสียต่อเว็บไซต์มากกว่าที่คิด

มาดูกันว่าจะมีป๊อปอัปโฆษณาแบบไหนบ้างที่หากกูเกิลเห็นแล้ว พร้อมจะลงโทษทันที

แม้ว่า John Muller ของกูเกิลจะออกมานั่งยันนอนยันว่าโฆษณาคั่นหน้าจะไม่ถูกลงโทษทั้งหมดเสมอไป หากมีความเหมาะสมที่มากพอ แต่อย่างไรก็ตามหากอยากให้เว็บไซต์ไม่มีปัญหาตามมาในภายหลังก็ต้องพึงระวังกับการพึ่งพาป๊อปอัปโฆษณาเหล่านี้มากจนเกินไป

2. เลือกใช้โฆษณาคั่นหน้าที่ไม่ล่วงล้ำประสบการณ์ของผู้ใช้งาน

ถ้าป๊อปอัปโฆษณาที่ใช้อยู่ตอนนี้ไม่โดนกูเกิลลงโทษอะไร ก็ไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่จะต้องเอาออกจากเว็บไซต์ อย่างที่บอกไปแล้วว่ากูเกิลไม่ได้มองป๊อปอัปโฆษณาคั่นหน้าเป็นสิ่งที่ผิดไปหมดซะทีเดียว อย่างป๊อปอัปประเภทสิ่งที่ต้องแจ้งให้ทราบตามกฎหมายเพื่อคอยจำกัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน หรือป๊อปอัปที่คอยแจ้งเตือนการเก็บข้อมูลของผู้ใช้ และป๊อปอันอื่นๆ เช่น ป๊อปอัปแบบแบนเนอร์ สไลด์อิน อินไลน์และแท็บ เนื่องจากป๊อปอัปเหล่านี้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับหน้าจอ จำไว้ว่าตราบใดที่ปิดได้ง่าย กูเกิลจะไม่มองว่าเป็นเรื่องที่ละเมิดข้อกำหนด

หากไม่แน่ใจว่าป๊อปอัปที่ใช้อยู่ละเมิดข้อกำหนดของกูเกิลหรือไม่ ข้อแนะนำคือหลีกเลี่ยงการใช้ป๊อปอัปขนาดใหญ่แบบเต็มหน้าจอ และหากเป็นไปได้ให้ลองเปลี่ยนไปใช้ป๊อปอัปแบบ Top Banner หรือ สไลด์อิน ที่ไม่เป็นการรบกวนประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากจนเกินไป

3. ลองจำกัดเวลาป๊อปอัป

ถ้าเลิกใช้ไม่ได้ก็ไม่ต้องเลิก แต่อย่างน้อยก็ลองออกแบบป๊อปอัปใหม่ด้วยการจำกัดเวลาให้เหมาะสมดู ตัวอย่างเช่น แทนที่จะให้ป๊อปอัปโฆษณาแสดงทันทีที่ผู้ใช้งานเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์ ก็ลองปรับเปลี่ยนเป็นแสดงเมื่อผู้ใช้งานคอมเมนต์บนบล็อกเสร็จ 

หรือจะลองจำกัดระยะเวลาในการแสดงป๊อปอัปก็ได้ มีสถิติที่บอกว่าป๊อปอัปที่ปิดโดยอัตโนมัติเป็นเวลาสามวินาทีจะมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าป๊อปอัปโฆษณาที่ให้ผู้ใช้งานปิดเอง

4.หลีกเลี่ยงป๊อปอัป “สีเทาๆ”

สามสิ่งที่เป็นควาจริงไม่มีเปลี่ยนแปลงในโลกนี้คือ ความตาย ภาษี และกูเกิลที่ต้องการอัปเดตสิ่งต่างๆ ให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้น แม้ว่าโฆษณาป๊อปอัปบางอันดูเหมือนจะละเมิดข้อกำหนดแต่ก็ไม่ถึงกับโดนลงโทษ (ในตอนนี้) อย่างเช่น การนำกล่องแชทบอท ปุ่มแชร์ ปุ่มเปลี่ยนภาษา หรือแม้แต่ Sticky Sidebar มาทำเป็นป็อปอัปโฆษณาคั่นหน้า

แน่นอนว่าหากตัดสินใจที่จะลองใช้ป๊อปอัปเหล่านี้ ก็ต้องรอรับผลที่อาจจะตามมาในอนาคตอันใกล้ได้เลย

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com 

เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

TikTok Go: วิธีที่ผู้สร้างสรรค์และโรงแรมได้รับประโยชน์

เรียนรู้วิธีที่ TikTok Go ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์หารายได้และโรงแรมดึงดูดแขกผ่านการตลาดโซเชียลมีเดีย...

Google Trends API: เข้าถึงข้อมูลการค้นหาแบบโปรแกรมได้

เรียนรู้ว่า Google Trends API ใหม่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลแนวโน้มการค้นหาได้ง่ายขึ้นสำหรับการวิเคราะห์และการวิจัยในระดับใหญ่...

การอัปเดตของ Google มิถุนายน 2025: สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้

เรียนรู้เกี่ยวกับการอัปเดตของ Google ในเดือนมิถุนายน 2025 และผลกระทบต่อการจัดอันดับการค้นหา ค้นพบข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับ MUVERA, GFM และกลยุทธ์ SEO เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

การกำหนดเป้าหมายตามระดับอาวุโสในงานด้วย Microsoft Ads สำหรับ B2B

Microsoft Ads ช่วยให้คุณกำหนดเป้าหมายระดับอาวุโสในงานของ LinkedIn ด้วย CPC ที่ต่ำกว่าโฆษณา LinkedIn เรียนรู้วิธีเข้าถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ B2B และลดต้นทุนโฆษณา...

Google Ads3 min read

เชี่ยวชาญ Google Ads AI Max เพื่อแคมเปญที่ดีขึ้น

เรียนรู้วิธีใช้ Google Ads AI Max เพื่อปรับปรุงแคมเปญการค้นหาของคุณและได้รับการแปลงมากขึ้นด้วยเคล็ดลับและกลยุทธ์ง่ายๆ...

TikTok ผลักดันอีคอมเมิร์ซด้วยการเปิดตัว Shopping Ads 3 ประเภท

ท่ามกลางการแข่งขันทางด้านการตลาดออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีท่าที่ว่าจะหยุดยั้ง แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในตลาดก็มีการอัปเดตฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับแบรนด์และนักการตลาดได้ใช้งานเพื่อโปรโมตแคมเปญต่างๆ อย่างหลากหลาย  โดยล่าสุด แพลตฟอร์มแชร์วิดีโอขนาดสั้นยอดนิยมอย่าง TikTok ก็ได้ประกาศเปิดตัว Format โฆษณาแบบ Shopping Ads พร้อมขยายการแสดงผลเพิ่มเติมนอกเหนือจากหน้า “For You” รายละเอียดจะเป็นอย่างไร มีอะไรที่แบรนด์และนักการตลาดต้องรู้บ้าง ถ้าพร้อมแล้ว มาดูไปพร้อมกันเลย TikTok...