25 สถิติเกี่ยวกับการทำการตลาดแบบ Personalization ที่นักการตลาดต้องรู้

25 สถิติเกี่ยวกับการทำการตลาดแบบ Personalization ที่นักการตลาดต้องรู้

การตลาดดิจิตอลJanuary 31, 2023
By Antonio Fernandez

กระแสของแนวทางการทำการตลาดแบบ Personalization ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของการตลาดออนไลน์ที่ถูกพูดถึงมานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่นักการตลาดชาวไทยส่วนใหญ่เริ่มเห็นถึงความสำคัญมากขึ้น  แต่บางส่วนก็ยังคงมรความรู้สึกลังเล อาจจะด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่อาจจะเป็นตัวฉุดรั้งทำให้ไม่สามารถนำไปลองใช้งานในแผนงานจริง

ดังนั้นในวันนี้ Relevant Audience จึงได้รวบรวม 25 สถิติเกี่ยวกับการทำการตลาดแบบ Personalization มาฝากกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักการตลาดมือใหม่ที่กำลังลังเลทุกคนว่าถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นศึกษาการทำการตลาดแบบ Personalized Marketing ถ้าพร้อมแล้วอย่ารอช้า ไปดูกันเลย

สถิติภาพรวมเกี่ยวกับการตลาดแบบ Personalized Marketing

  1. จากการสำรวจกลุ่มบริษัทใน North America ที่มีรายได้ขั้นต่ำ 250 ล้านดอลลาร์ต่อปี พบว่า 90% ของนักการตลาดระบุตรงกันว่าการตลาดแบบ Personalized Marketing สามารถช่วยเพิ่มกำไรให้กับบริษัทได้จริง 
  2. 89% ของกลุ่มนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการลงทุนกับการทำการตลาดแบบ Personalized Marketing 
  3. 64% ของผู้บริโภคเข้าใจว่าการช้อปปิ้งผ่านกลยุทธ์ Personalized Experience คือเซอร์วิสจากแบรนด์
  4. จากรายงานของ McKinsey’s Next in Personalization 2021 พบว่า 76% ของผู้บริโภครู้สึกผิดหวังกับธุรกิจที่ไม่สามารถมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมกับความต้องการ หรือ Personalized Experience
  5. 69% ของผู้บริโภคต้องการให้แบรนด์ใช้กลยุทธ์ Personalized Marketing แต่ต้องเป็นข้อมูลที่ผู้บริโภคยินยอมที่แชร์ให้เท่านั้น
  6. 83% ของผู้บริโภคยินดีที่จะแชร์ข้อมูลส่วนตัวกับแบรนด์เพื่อรับประสบการณ์แบบ Personalized Experiences
  7. 76% ของธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization Marketing จะใช้ข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าตามจริง
  8. 85% ของผู้บริโภคไม่ได้มองว่าการที่แบรนด์ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalized Marketing ไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของแบรนด์
  9. 38% ของธุรกิจส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการปรับตัวมาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization 
  10. 80% ของธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงยึดมั่นในเรื่องของ Data Privacy สำหรับกลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization 

สถิติสำหรับการทำการตลาดแบบ Personalization

  1. การใช้ CTA แบบ Personalized สามารถช่วยเพิ่มอัตรา Conversion Rate ได้สูงถึง 202%
  2. 57% ของธุรกิจคาดหวังอัตรา Rentention Rate และ Conversion Rate ที่สูงขึ้นจากการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization
  3. 78% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะตอบสนองกับอีเมลที่เป็นแบบ Personalized Email Marketing
  4. 63% ของผู้บริโภคระบุว่าอีเมลแบบ Personalized Email Marketing สามารถแนะนำสินค้าหรือบริการได้ตรงกับความต้องการ
  5. 64% ของธุรกิจจะมีการทำ Segmentation หรือการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกมาให้ละเอียดที่สุด เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
  6. 39% ของผู้บริโภคมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับกลยุทธ์การตลาดแบบ Personalized Marketing เช่น ได้รับข้อความโปรโมตทันทีหลังจากเดินผ่านหน้าร้าน เป็นต้น
  7. 74% ของธุรกิจส่วนใหญ่ใช้กลยุทธ์ Personalization ในการปรับปรุงเว็บไซต์

สถิติในการทำ Personalization กับธุรกิจ E-Commerce 

  1. 80% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านที่สามารถให้ประสบการณ์ส่วนบุคคล เช่น รู้ว่าต้องการอะไร ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร ผ่านการยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจที่ตรงกับความต้องการ 
  2. ธุรกิจ E-Commerce ส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้น 40% หลังการปรับตัวมาใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Personalized Marketing
  3. ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากกว่าเดิม 40% หากร้านมีการทำ Personalized Marketing ที่ตรงใจเป็นพิเศษ
  4. 55% ของผู้บริโภคต้องการข้อเสนอหรือโปรโมชันที่ตรงความต้องการมากขึ้น 
  5. 43% ของผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้า จะเก็บเอาไว้ในรถเข็น (Shopping Cart) เพื่อรอร้านเสนอโปรโมชันหรือส่วนลด
  6. 60% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการซ้ำหากได้รับประสบการณ์ Personalization Marketing ที่ดีจากร้าน
  7. 75% ของผู้บริโภคระบุว่าการนำทางไปหน้าร้านถือเป็นหนึ่งในแง่มุมที่สำคัญที่สุดเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านเป็นครั้งแรก
  8. การใช้กลยุทธ์ Personalized Marketing กับข้อมูล First-Party Data ช่วยเพิ่มอัตรา CTR ถึง 11% 

ทิ้งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้าง พอจะเห็นภาพรวมแล้วใช่ไหมว่ากลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization Marketing มีความสำคัญและเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสมัยใหม่มากแค่ไหน ด้วยข้อมูลในปัจจุบันที่เปรียบเสมือนสารตั้งต้นที่ดีในการนำมาใช้ทำการตลาดได้อย่างไม่รู้จบ เพื่อตอบสนองความต้องการและความสนใจของกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะบุคคล ดังนั้นใครที่ยังลังเลไม่แน่ใจในปี 2023 นี้ก็สามารถเริ่มต้นศึกษาและทดลองทำการตลาดในรูปแบบนี้ได้เลยทันที 

รับปรึกษาการทำ Digital Marketing ที่ Relevant Audience

Relevant Audience บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับ Digital Performance Marketing Agency โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้บริการด้านการตลาดดิจิทัล ให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์หรือบริการในเวลา สถานที่ และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ บริการของเราครอบคลุมทั้ง Search Marketing, Social Media Ads, Search Ads และ SEO (Search Engine Optimization) ไปจนถึง Influencer Marketing และยังเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม Google Partners อีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

โทร.: 02-038-5055 

อีเมล: info@relevantaudience.com เว็บไซต์: www.relevantaudience.com

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

Related Articles

Articles related to the topics covered in this post.

มาจดได้เลย SEO กับ PPC คืออะไร? รู้แล้วงบไม่บานปลาย!

ในทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ในการแข่งขันการทำการตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และแน่นอนว่ากลยุทธ์อันดับแรกในการทำการตลาดออนไลน์คือการค้นหาข้อมูลบน Search Engine ปัจจุบันเทคนิคที่ได้รับความไว้วางใจของนักการตลาดมีอยู่สองอย่าง คือ SEO และ PPC แต่หลายคนก็ยังสับสนว่าจะเลือกใช้อันไหนให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ Relevant Audience จะพาไปไขความลับนี้กัน ทำไม SEO ถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ? SEO ย่อมาจาก...

React! เครื่องมือสร้างเว็บไซต์แบบเป็นมิตรต่อ SEO

ในปี 2022 นี้ เครื่องมือที่ชื่อว่า React กำลังติดเทรนด์น้องใหม่มาแรงทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในการทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการเนื้อหาที่มีความซับซ้อนแต่ต้องทำได้ไม่ยาก ยืนยันได้จากเว็บไซต์มากกว่า 220,000 แห่งต่างเลือกใช้ รวมไปถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก เช่น Netflix, Facebook, Airbnb และ Dropbox เป็นต้น  แล้ว React ดีอย่างไร?...

4 ความจริงที่ Google อยากให้คุณรู้เกี่ยวกับ Duplicated Content

ในการทำ SEO หลายคนคงทราบดีว่า Google ไม่ชอบคอนเทนต์ซ้ำๆ (Duplicated content) หรือถูกปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย เพราะ Google จะไม่นำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดอันดับ ยิ่งไปกว่านั้นคอนเทนต์ของคุณอาจถูกมองว่าเป็น Spam และถูกลดการมองเห็นไปในทันที เพราะฉะนั้นการจำกัดความเป็นไปได้ให้น้อยที่สุดที่จะเกิดคอนเทนต์ซ้ำ เป็นเรื่องที่ต้องทำของนักการตลาดทุกคน ในบทความนี้ Relevant Audience จะพาทุกคนมาไขความลับถึง...

Latest Updates

Our most recently updated articles across all topics.

ai3 min read

ทำไมแบรนด์ของคุณถึงมองไม่เห็นในการแนะนำของ LLM

SEO ของคุณแข็งแกร่ง แต่ AI ยังคงไม่แนะนำแบรนด์ของคุณ เรียนรู้วิธีที่การกล่าวถึงร่วมในเนื้อหาของบุคคลที่สามสามารถแก้ไขช่องว่างการมองเห็นของ LLM ได้...

Google Ads3 min read

AI Max สำหรับการค้นหา: Google Ads ของคุณพร้อมแล้วหรือยัง?

เรียนรู้ว่า AI Max ทำอะไรกับแคมเปญ Google Ads ของคุณ บัญชีของคุณต้องเตรียมอะไรก่อนเปิดใช้งาน และวิธีบอกว่ามันสร้างคุณค่าที่แท้จริงหรือไม่...

การค้นหาแบบ Zero-Click พุ่งถึง 68%: ความหมายต่อ SEO และการค้นหาด้วย AI ในปี 2026

การค้นหาแบบ Zero-Click และคำตอบจาก AI ของ Google กำลังเบี่ยงเบนผู้ใช้จากการคลิกเข้าเว็บไซต์ โดย AI Overviews ลด CTR ลงอย่างมาก และ AI Mode ยิ่งเร่งให้แนวโน้มนี้รุนแรงขึ้น...