สรุปสั้น ๆ (TL;DR)
- Search Engine Journal รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า Google เริ่มทยอยเปิดให้จองโรงแรมภายใน AI Mode สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ภาษาอังกฤษ
- การจองที่เข้าเงื่อนไขทำจนจบได้ผ่านขั้นตอน Continue on Google ที่ชำระด้วย Google Pay โดยโรงแรมหรือแพลตฟอร์มจองยังเป็นผู้ขายตามกฎหมายและดูแลบริการลูกค้าเอง
- Google ระบุชื่อแพลตฟอร์มจอง 5 รายและเครือโรงแรม 5 ราย รวม 10 บริษัทในรอบเปิดตัว และบอกว่าจะทยอยขยายไปยังพาร์ตเนอร์เหล่านั้นในอีกไม่กี่สัปดาห์
- การติดตามราคาตั๋วเครื่องบินใช้ราคาจากสายการบินและเว็บท่องเที่ยวพาร์ตเนอร์กว่า 300 ราย และเปิดใช้ในกว่า 180 ประเทศและดินแดน ยกเว้นเขต EEA
- ประกาศไม่ได้บอกวิธีจัดลำดับตัวเลือก รายงานที่พาร์ตเนอร์จะได้รับ การใช้ Universal Commerce Protocol ของทุกราย หรือกำหนดการชำระเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน
Google เริ่มทยอยเปิดให้จองโรงแรมได้ภายใน AI Mode บนหน้าค้นหาแล้ว โดยรอบแรกจำกัดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาและภาษาอังกฤษเท่านั้น Search Engine Journal รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่าการจองที่เข้าเงื่อนไขสามารถทำจนจบได้ผ่านขั้นตอนที่ชื่อว่า "Continue on Google" ซึ่งชำระเงินด้วย Google Pay และ Google ระบุชื่อแพลตฟอร์มจองที่พักและเครือโรงแรมรวม 10 รายสำหรับการเปิดตัวรอบแรก พร้อมกันนั้น Google ยังเพิ่มการติดตามราคาตั๋วเครื่องบินและการแสดงอัตราคะแนนหรือไมล์สะสมเข้ามาใน AI Mode ในรอบเดียวกัน
ขั้นตอนการจองโรงแรมทำงานอย่างไร
ผู้ใช้อธิบายทริปและความต้องการเรื่องที่พักภายในบทสนทนา AI Mode แล้วจะได้รับรายการตัวเลือกแบบเห็นภาพ พร้อมรีวิวจากผู้เข้าพักและรายละเอียดสำหรับเปรียบเทียบ สำหรับพาร์ตเนอร์ที่เชื่อมต่อระบบไว้แล้ว รายการนั้นจะมีปุ่ม "Continue on Google" ให้ผู้ใช้เลือกประเภทห้อง อ่านเงื่อนไขการยกเลิก และจ่ายเงินด้วย Google Pay ได้โดยไม่ต้องออกจาก Google
มีรายละเอียดหนึ่งบรรทัดในประกาศที่ตัดสินว่าความสัมพันธ์ทางการค้าย้ายไปมากแค่ไหน Google ระบุว่าโรงแรมหรือแพลตฟอร์มจองที่พักยังคงเป็นผู้ขายตามกฎหมาย และเป็นผู้ดูแลบริการลูกค้าเอง สิ่งที่ Google ทำคือเป็นพื้นที่ปิดการขาย ไม่ได้เข้ามาถือครองตัวการจอง การคืนเงิน หรือบทสนทนาการดูแลลูกค้าที่ตามมา สำหรับโรงแรมหรือเอเจนซีท่องเที่ยวออนไลน์ ความต่างตรงนี้คือเส้นแบ่งระหว่างการได้ช่องทางขายเพิ่มหนึ่งช่อง กับการเสียฐานข้อมูลลูกค้าไปทั้งชุด และเป็นบรรทัดที่สำคัญที่สุดในประกาศนี้สำหรับคนที่ต้องทำตัวเลขเชิงธุรกิจ
Google เคยส่งสัญญาณทิศทางนี้มาก่อนแล้ว ตามรายงานของ Search Engine Journal Google บอกไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ว่าในอนาคตผู้ใช้จะจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินจนจบได้ใน AI Mode แต่ตอนนั้นไม่ได้ให้กรอบเวลา และในงาน Google Marketing Live เมื่อเดือนพฤษภาคม บริษัทระบุว่าการจองโรงแรมจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า พร้อมผูกไว้กับ Universal Commerce Protocol จากฟีเจอร์การเดินทางทั้งหมดที่เคยพรีวิวไว้ การชำระเงินจองโรงแรมคือฟีเจอร์แรกที่เริ่มปล่อยออกมาจริง
แต่ละฟีเจอร์เปิดที่ไหน และเงินไปจบตรงไหน
ฟีเจอร์ทั้งสามในรอบนี้อยู่คนละขั้นของความสมบูรณ์ วิธีแยกที่ใช้ได้จริงคือดูว่าการจ่ายเงินไปจบที่ใด ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะสิ่งที่ Google ระบุไว้เท่านั้น
| ฟีเจอร์ | พื้นที่ที่ Google ระบุว่าเปิดให้ใช้ | การซื้อไปจบที่ไหน |
|---|---|---|
| การจองโรงแรมใน AI Mode | สหรัฐอเมริกา ภาษาอังกฤษ | จบภายใน Google ชำระด้วย Google Pay โดยโรงแรมหรือแพลตฟอร์มจองเป็นผู้ขายตามกฎหมาย |
| การติดตามราคาตั๋วเครื่องบิน | มากกว่า 180 ประเทศและดินแดน ยกเว้นประเทศและดินแดนในเขต EEA | จบนอก Google ตั๋วยังต้องซื้อผ่านสายการบินหรือแพลตฟอร์มจอง |
| อัตราคะแนนหรือไมล์สะสม | ครอบคลุมพื้นที่และภาษาที่ AI Mode รองรับ | จบนอก Google ผู้ใช้ต้องกดลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของพาร์ตเนอร์เพื่อแลก |
อ่านคอลัมน์สุดท้ายไล่ลงมาแล้วจะเห็นรูปร่างของการเปิดตัวรอบนี้ชัดขึ้น การจองโรงแรมเป็นเส้นทางเดียวที่ไปจบบนพื้นที่ของ Google เอง ส่วนตั๋วเครื่องบินและการแลกคะแนนยังส่งผู้ใช้ออกไปข้างนอกเหมือนเดิม แปลว่าเศรษฐศาสตร์แบบส่งต่อทราฟฟิกที่นักการตลาดสายท่องเที่ยวคุ้นเคยยังไม่เปลี่ยนสำหรับสองฟีเจอร์หลัง
รายชื่อบริษัทที่ Google ระบุในรอบเปิดตัว
Google ระบุชื่อเครือโรงแรมและเว็บไซต์ท่องเที่ยวออนไลน์รวม 10 รายสำหรับการจองโรงแรมรอบแรก และมีอีกชุดหนึ่งสำหรับคะแนนและไมล์สะสม รายชื่อด้านล่างคือสิ่งที่ Google ให้ไว้ และไม่ควรอนุมานว่ามีรายอื่นนอกเหนือจากนี้
| กลุ่ม | บริษัทที่ Google ระบุ |
|---|---|
| แพลตฟอร์มจองที่พักรอบแรก | Booking.com, Expedia, Hotels.com, Priceline, Trip.com |
| พาร์ตเนอร์โรงแรมรอบแรก | Choice Hotels International, Hilton, IHG Hotels and Resorts, Marriott International, Wyndham Hotels and Resorts |
| คะแนนหรือไมล์ที่รองรับรอบแรก | Alaska Airlines และ Hawaiian Airlines, American Airlines, Choice Hotels, Hilton, Wyndham |
| คะแนนหรือไมล์ที่จะตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ | Accor, Flying Blue, Hyatt, LATAM Airlines, Lufthansa Group |
Google ระบุว่าการจองโรงแรมจะทยอยขยายไปยังพาร์ตเนอร์ที่ระบุชื่อไว้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ไม่ได้เอ่ยชื่อบริษัทใดนอกรายการนี้เลย และไม่ได้อธิบายว่าเครือโรงแรมหรือแพลตฟอร์มหนึ่งจะเข้าเป็นพาร์ตเนอร์ที่เชื่อมต่อระบบได้อย่างไร
การติดตามราคาตั๋วเครื่องบินและการแสดงราคาด้วยคะแนน
การติดตามราคาตั๋วเครื่องบินทำงานอยู่ในบทสนทนา ผู้ใช้ตั้งค่าระหว่างคุยกับ AI Mode ยืนยันเส้นทางและวันเดินทาง จากนั้น Google จะส่งอีเมลแจ้งเมื่อราคาเปลี่ยน Google ระบุว่าฟีเจอร์นี้ใช้ราคาปัจจุบันจากสายการบินและเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่เป็นพาร์ตเนอร์มากกว่า 300 ราย และเปิดให้ใช้ในกว่า 180 ประเทศและดินแดน โดยยกเว้นประเทศและดินแดนในเขต EEA ตั๋วยังต้องซื้อผ่านสายการบินหรือแพลตฟอร์มจองอยู่ดี ฝั่งตั๋วเครื่องบินของ AI Mode จึงยังเป็นพื้นที่ส่งต่อทราฟฟิก ไม่ใช่พื้นที่ปิดการขาย
AI Mode ยังแสดงจำนวนคะแนนหรือไมล์ที่ต้องใช้สำหรับเที่ยวบินและโรงแรมที่รองรับได้ด้วย โดยผู้ใช้ต้องกดลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของพาร์ตเนอร์เพื่อทำรายการแลก รอบแรกรองรับ Alaska Airlines และ Hawaiian Airlines, American Airlines, Choice Hotels, Hilton และ Wyndham ส่วน Accor, Flying Blue, Hyatt, LATAM Airlines และ Lufthansa Group จะตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ Google ระบุว่าฟีเจอร์คะแนนและไมล์เปิดใช้ได้ในพื้นที่และภาษาที่ AI Mode รองรับ และตั้งข้อสังเกตว่าบางฟีเจอร์ไม่เปิดให้ใช้ในประเทศและดินแดนเขต EEA
อีเมลแจ้งเตือนราคาเป็นจุดที่คนทำการตลาดสายท่องเที่ยวควรมองซ้ำอีกรอบ เพราะการแจ้งเตือนราคาสร้างเหตุผลตามกำหนดเวลาให้นักเดินทางกลับมาที่ Google แทนที่จะกลับไปที่แอปของสายการบินหรือเว็บเปรียบเทียบราคา และอีเมลนั้นส่งมาในนามของ Google ประกาศไม่ได้ระบุว่าอีเมลจะมีแบรนด์ของพาร์ตเนอร์อยู่ด้วยหรือไม่ และไม่ได้ระบุว่าลิงก์ปลายทางถูกนับที่มาอย่างไร ประเด็นนี้จึงควรถือว่ายังไม่รู้ ไม่ใช่เดาไปทางใดทางหนึ่ง
สิ่งที่ประกาศนี้ไม่ได้บอก
Search Engine Journal ระบุช่องว่างเหล่านี้ไว้ตรง ๆ และมันคือส่วนที่คนซื้อสื่อสายท่องเที่ยวต้องรู้ก่อนจะเปลี่ยนอะไรก็ตาม เรื่องที่ยังเปิดค้างไว้มีดังนี้
- ลำดับของตัวเลือกในรายการจองถูกจัดเรียงอย่างไร Google ไม่ได้อธิบายตรรกะการจัดอันดับหรือการคัดเลือกโรงแรมที่แสดงผล
- พาร์ตเนอร์ที่เชื่อมต่อระบบจะได้รายงานอะไรบ้าง ประกาศไม่ได้อธิบายเรื่องข้อมูลวิเคราะห์การจองสำหรับพาร์ตเนอร์
- พาร์ตเนอร์ที่ระบุชื่อทุกรายใช้ Universal Commerce Protocol หรือไม่ Google ผูกการจองโรงแรมไว้กับโปรโตคอลนี้ในงาน Google Marketing Live เมื่อเดือนพฤษภาคม แต่ประกาศรอบนี้เรียกบริษัทเหล่านั้นว่าพาร์ตเนอร์ที่เชื่อมต่อระบบ โดยไม่ได้บอกว่าทุกรายใช้โปรโตคอลดังกล่าว
- การชำระเงินซื้อตั๋วเครื่องบินใน AI Mode จะมาเมื่อไร ไม่มีการให้วันที่ไว้
- เงื่อนไขการเข้าเป็นพาร์ตเนอร์เป็นอย่างไร ประกาศปล่อยคำถามนี้ไว้โดยไม่ตอบ
ในประกาศไม่มีข้อความใดเกี่ยวกับการเปิดให้บริการในประเทศไทย และไม่มีกรอบเวลาสำหรับตลาดนอกสหรัฐอเมริกา ใครที่อ่านรายชื่อเครือโรงแรมระดับโลกแล้วตีความว่าการขยายไปทั่วโลกใกล้จะเกิดขึ้น กำลังอ่านสิ่งที่ไม่มีอยู่ในแหล่งข่าว
เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรกับนักการตลาดไทย
ไม่มีอะไรในรอบเปิดตัวการจองโรงแรมนี้ที่ใช้งานได้ในประเทศไทยตอนนี้ Google อธิบายว่าเป็นการเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ภาษาอังกฤษ และแหล่งข่าวไม่ได้ให้ข้อมูลการเปิดใช้ในไทยหรือกรอบเวลาไว้เลย นี่คือจุดตั้งต้นที่ตรงไปตรงมาที่สุด และควรเป็นประโยคแรกของบรีฟภายในทีมด้วย
เหตุผลที่เรื่องนี้ยังควรค่าแก่การจับตาคือเชิงโครงสร้าง และย่อหน้าถัดจากนี้เป็นการวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่ Google พูด ธุรกิจท่องเที่ยวขาเข้าของไทยขายห้องพักจำนวนมากผ่านเอเจนซีท่องเที่ยวออนไลน์กลุ่มเดียวกับที่ Google ระบุชื่อไว้ในรอบเปิดตัว และโรงแรมไทยแข่งขันเพื่อการจองเหล่านั้นด้วยส่วนผสมของการมองเห็นบน OTA การค้นหาแบรนด์ และเว็บเปรียบเทียบราคา ถ้าขั้นตอนการจองของนักเดินทางชาวอเมริกันเริ่มไปจบภายใน Google ชั้นที่โรงแรมไทยใช้แข่งขันอยู่ตอนนี้ก็ถอยห่างจากเว็บไซต์ของโรงแรมเองไปอีกหนึ่งขั้น พาร์ตเนอร์ที่ถูกระบุชื่อคือกลุ่มที่จะรับทราฟฟิกนั้นก่อน ส่วนโรงแรมอิสระของไทยที่พึ่งการจองตรงอยู่นอกรายชื่อนั้นทั้งหมด
เรื่องที่สองที่ควรคิดต่อคือการวัดผล การจองที่ไปจบบน Google ไม่ใช่เซสชันบนเว็บไซต์ของโรงแรม ดังนั้นระบบวิเคราะห์ที่โรงแรมหรือแบรนด์ท่องเที่ยวไทยใช้ประเมินคุณค่าของแต่ละช่องทางจะเห็นเส้นทางของลูกค้าน้อยลง ไม่ใช่มากขึ้น และเมื่อ Google ไม่ได้อธิบายเรื่องรายงานสำหรับพาร์ตเนอร์ ก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรจะมาทดแทนการมองเห็นส่วนที่หายไป ทีมที่ติดตามอยู่แล้วว่าดีมานด์ของตัวเองถูกตอบภายใน พื้นที่ค้นหาแบบเอไอ มากแค่ไหนก่อนที่คลิกจะมาถึงหน้าเว็บ ย่อมอยู่ในตำแหน่งที่สังเกตความเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าเมื่อเรื่องนี้มาถึงตลาดไทย
เรื่องที่สามคือบรรทัดเรื่องผู้ขายตามกฎหมาย และตรงนี้เป็นข่าวที่ผ่อนคลายสำหรับผู้ประกอบการ เพราะเมื่อโรงแรมหรือแพลตฟอร์มยังเป็นผู้ขายตามกฎหมายและดูแลบริการลูกค้าเอง ภาระด้านปฏิบัติการ นโยบายการคืนเงิน และความสัมพันธ์กับผู้เข้าพักก็ยังอยู่ที่เดิม สิ่งที่กำลังถูกทดลองเปลี่ยนคือพื้นที่ปิดการขาย ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในตัวลูกค้า
สิ่งที่ทีมท่องเที่ยวตรวจสอบได้ตอนนี้
ไม่มีข้อไหนที่ต้องรับมือแบบฉุกเฉินสำหรับผู้ลงโฆษณาในไทย เพราะยังไม่มีอะไรเปิดใช้ที่นี่ แต่ระหว่างที่การเปิดตัวยังอยู่ในวงจำกัด มีบางเรื่องที่ควรเช็กไว้
- ตรวจว่าแพลตฟอร์มจองที่คุณใช้อยู่มีชื่อในรายการที่ Google ระบุหรือไม่ เพราะพาร์ตเนอร์กลุ่มนั้นคือกลุ่มที่ระบบจัดจำหน่ายจะเปลี่ยนก่อน
- ถามผู้ดูแลบัญชีฝั่ง OTA หรือ channel manager ว่าการจองผ่านพาร์ตเนอร์ที่เชื่อมต่อระบบจะปรากฏในรายงานของเขาอย่างไร เพราะ Google ไม่ได้อธิบายว่าพาร์ตเนอร์จะได้ข้อมูลอะไร
- ทำค่าตั้งต้นไว้ว่าดีมานด์จากสหรัฐอเมริกาของคุณมาจากแพลตฟอร์มที่ถูกระบุชื่อกับมาจากเว็บไซต์ของคุณเองในสัดส่วนเท่าไร เพื่อให้ความเปลี่ยนแปลงในอนาคตวัดได้ ไม่ใช่เดาจากความรู้สึก
- ทบทวนว่าข้อมูลที่พัก ราคา และเงื่อนไขการยกเลิกของคุณถูกแสดงบนแพลตฟอร์มเหล่านั้นอย่างไร เพราะรายการจองแสดงรีวิวผู้เข้าพักและรายละเอียดสำหรับเปรียบเทียบ
- รักษาเส้นทางการจองตรงของคุณให้แข็งแรงไว้ ไม่มีอะไรในประกาศนี้ที่ลดคุณค่าของ ระบบขายออนไลน์ ของโรงแรมเอง และนั่นคือส่วนเดียวในห่วงโซ่ที่คุณควบคุมได้เต็มที่
คำถามที่พบบ่อย
การจองโรงแรมใน AI Mode ใช้ได้ในประเทศไทยหรือยัง
ยังไม่ได้ Google อธิบายว่าการเปิดตัวรอบนี้เป็นของผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาที่ใช้ภาษาอังกฤษ และประกาศไม่ได้ให้ข้อมูลการเปิดใช้ในไทยหรือกรอบเวลาสำหรับตลาดอื่น
Google จะเข้ามาดูแลบริการลูกค้าแทนโรงแรมหรือไม่
ไม่ Google ระบุว่าโรงแรมหรือแพลตฟอร์มจองที่พักเป็นผู้ขายตามกฎหมายและเป็นผู้ดูแลบริการลูกค้า ความสัมพันธ์เรื่องการจองและการดูแลหลังการขายจึงยังอยู่กับผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มเหมือนเดิม
ตอนนี้ซื้อตั๋วเครื่องบินจบใน AI Mode ได้แล้วหรือยัง
ยังไม่ได้ ตั๋วเครื่องบินยังต้องซื้อผ่านสายการบินหรือแพลตฟอร์มจอง และประกาศไม่ได้ให้วันที่สำหรับการชำระเงินซื้อตั๋วภายใน AI Mode
โรงแรมต้องทำอะไรเพิ่มเพื่อให้ปรากฏในรายการจองหรือไม่
ประกาศไม่ได้บอกไว้ Google ระบุชื่อพาร์ตเนอร์ที่เชื่อมต่อระบบไว้ก็จริง แต่ไม่ได้อธิบายเงื่อนไขการเข้าเป็นพาร์ตเนอร์ วิธีจัดลำดับตัวเลือกในรายการ หรือรายงานที่พาร์ตเนอร์จะได้รับ
การติดตามราคาตั๋วเครื่องบินใช้ได้ในไทยหรือไม่
Google ระบุว่าการติดตามราคาตั๋วเครื่องบินเปิดใช้ในกว่า 180 ประเทศและดินแดน โดยยกเว้นเขต EEA และไม่ได้เผยแพร่รายชื่อรายประเทศ ดังนั้นแหล่งข่าวจึงไม่ได้ยืนยันการเปิดใช้สำหรับตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นการเฉพาะ
สรุปสำหรับคนทำการตลาดท่องเที่ยว
การอ่านแบบไม่เกินจริงคือ หนึ่งขั้นตอนของหนึ่งเส้นทางการซื้อได้ย้ายที่ ในหนึ่งประเทศ หนึ่งภาษา และกับพาร์ตเนอร์ชุดที่ถูกระบุชื่อไว้แล้ว ส่วนที่ยังวัดไม่ได้คือจะเกิดอะไรขึ้นถ้าขั้นตอนนั้นย้ายต่อไปเรื่อย ๆ เพราะการปิดการขายภายใน Google เปลี่ยนว่าใครเป็นเจ้าของจังหวะที่เกิดคอนเวอร์ชัน มากกว่าจะเปลี่ยนว่าใครเป็นคนให้บริการห้องพัก อ่านประกาศฉบับเต็มและรายชื่อพาร์ตเนอร์ได้ที่ รายงานของ Search Engine Journal
ถ้าคุณขายบริการท่องเที่ยวให้ผู้ชมต่างประเทศ และอยากเห็นภาพชัดว่าดีมานด์ของคุณถูกตอบภายในพื้นที่เอไอไปแล้วมากแค่ไหนก่อนที่คลิกจะมาถึงเว็บไซต์ ทีมงานช่วยทำแผนภาพนั้นและวางแผนรับมือได้ รวมถึงการปรับวิธีเขียนหน้าเว็บสำหรับ การค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ทักมาคุยได้เมื่อคุณอยากได้ภาพจริงแทนการเดา







