Translucent horizontal cards gliding in a row, illustrating the developing-topic link carousel Google has brought to AI Mode.

Google เปิดคารูเซลลิงก์หัวข้อที่กำลังเป็นข่าวใน AI Mode

aiAugust 27, 2026
By Antonio Fernandez

สรุปสั้น ๆ (TL;DR)

  • Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google Search โพสต์บน X เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ว่าคารูเซลลิงก์สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นข่าวเปิดใช้งานใน AI Mode แล้ว หลังใช้งานใน AI Overviews มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569
  • คารูเซลคือแถวการ์ดบทความแนวนอนที่วางคั่นระหว่างส่วนต่าง ๆ ของคำตอบ AI ตัวอย่างของ Stein แสดงการ์ดสามใบ แต่ละใบมีรูปภาพ พาดหัว ชื่อแหล่งที่มา และวันที่เผยแพร่
  • Google ระบุว่าแหล่งข่าวที่ผู้ใช้เลือกไว้ถูกไฮไลต์ในคารูเซลได้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่ามีแหล่งข้อมูลไม่ซ้ำกันมากกว่า 600,000 แหล่งถูกเลือกแล้ว เพิ่มจากมากกว่า 345,000 แหล่งในเดือนพฤษภาคม 2569
  • Google ระบุว่าคารูเซลปรากฏกับการค้นหาเพียงบางคำ ยังไม่บอกว่าจะขยายไปคำค้นหาประเภทอื่นหรือไม่ และ Search Console ยังไม่มีตัวกรองสำหรับแยกวัดผลของมัน

คารูเซลลิงก์หัวข้อที่กำลังเป็นข่าวของ Google เปิดใช้งานใน AI Mode แล้ว โดย Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google Search ประกาศเรื่องนี้บน X เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ด้วยข้อความสั้น ๆ ว่า "Now live in AI Mode (already in AI Overviews): link carousels for developing topics." สำหรับการค้นหาบางคำที่เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังเป็นข่าว Google สามารถแสดงแถวลิงก์บทความในแนวนอนคั่นอยู่ระหว่างส่วนต่าง ๆ ของคำตอบที่ AI สร้างขึ้น

เรื่องนี้ควรแยกออกจากข่าว Preferred Sources ของสัปดาห์ก่อนให้ชัด เพราะทั้งสองเรื่องอยู่บนเส้นเรื่องเดียวกันและปนกันได้ง่าย ข่าวก่อนหน้านั้นพูดถึงตัวควบคุม คือปุ่มที่ผู้เผยแพร่นำไปฝังบนหน้าเว็บของตัวเองได้ เพื่อให้ผู้อ่านเลือกสำนักข่าวนั้นเป็นแหล่งข่าวที่ผู้ใช้เลือกไว้ พร้อมกับตัวเลขของ Google ที่ระบุว่ามีแหล่งข้อมูลไม่ซ้ำกันมากกว่า 600,000 แหล่งถูกเลือกแล้ว เพิ่มขึ้นจากมากกว่า 345,000 แหล่งในเดือนพฤษภาคม 2569 ส่วนสิ่งที่ Stein ประกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 คือตำแหน่งการแสดงผล ไม่ใช่ตัวควบคุม คารูเซลนี้ทำงานอยู่ใน AI Overviews มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 และตอนนี้มาถึง AI Mode ซึ่งเป็นประสบการณ์ Search แบบ generative อีกตัวหลักของ Google โดย Search Engine Journal เป็นผู้รายงานประกาศนี้และสิ่งที่มันเปลี่ยนไป

Robby Stein ประกาศอะไรเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569

โพสต์ของ Stein สั้นมากและทำสองอย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือระบุว่าคารูเซลลิงก์สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นข่าวเปิดใช้งานใน AI Mode แล้ว อย่างที่สองคือบอกในวงเล็บว่ารูปแบบเดียวกันนี้มีอยู่ใน AI Overviews อยู่ก่อนแล้ว เขายังอธิบายเหตุผลไว้ด้วยว่าเป้าหมายของ AI Search คือการทำให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับรายงานต้นทางและมุมมองที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น ในเวอร์ชันเต็มของโพสต์ที่ Search Engine Land ยกมา เขาเสริมว่าการถามถึงเรื่องที่กำลังเป็นกระแสจะทำให้เห็นลิงก์ไปยังบทความและหน้าเว็บที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแหล่งข่าวที่ผู้ใช้เลือกไว้ อยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด

เท่านี้คือทั้งหมดของหลักฐานที่มี ไม่มีบล็อกโพสต์ประกอบที่ระบุสัดส่วนการทยอยปล่อย ไม่มีรายชื่อประเทศ ไม่มีปริมาณคำค้นหา และไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบก่อนกับหลัง สิ่งใดก็ตามที่เกินจากถ้อยคำข้างต้นจะเป็นได้แค่ข้อมูลพื้นหลังจากประกาศของ Google เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 หรือไม่ก็เป็นการอนุมาน และบทความนี้จะระบุให้ชัดว่าส่วนไหนเป็นอะไร

ข้อมูลพื้นหลังมีความสำคัญ เพราะมันอธิบายว่าทำไมการมาถึง AI Mode จึงนับเป็นเหตุการณ์แยกต่างหาก Google เปิดตัวคารูเซลหัวข้อที่กำลังเป็นข่าวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2569 ในฐานะส่วนหนึ่งของการอัปเดตที่มุ่งเชื่อมผู้ใช้ AI Search เข้ากับรายงานต้นทางและมุมมองที่หลากหลาย ตอนนั้น Google บอกว่าการค้นหาหัวข้อที่กำลังเป็นข่าวบางคำจะแสดงบริบทเบื้องต้นก่อน แล้วตามด้วยคารูเซลบทความที่ทันเหตุการณ์ในตำแหน่งที่เด่นชัด แต่ประกาศเดือนพฤษภาคม 2569 ไม่ได้ให้วันที่เปิดใช้งานแยกสำหรับคารูเซลใน AI Mode รูปแบบนี้จึงอยู่บนพื้นผิวหนึ่งแต่ไม่อยู่บนอีกพื้นผิวหนึ่ง จนกระทั่งโพสต์ของ Stein มาปิดช่องว่างนั้น

คารูเซลหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ในคำตอบ

ตัวอย่างที่ Stein แชร์คือคำค้นหาเกี่ยวกับทองคำแท่งที่เพิ่งถูกค้นพบในเบลเยียม ในภาพหน้าจอนั้นมีการ์ดบทความสามใบปรากฏใกล้ส่วนบนของคำตอบ และการ์ดแต่ละใบมีรูปภาพ พาดหัว ชื่อแหล่งที่มา และวันที่เผยแพร่ การ์ดเรียงกันเป็นแถวแนวนอน รูปแบบนี้จึงเป็นแถบที่เลื่อนได้ ไม่ใช่รายการที่ซ้อนกันลงมาเป็นแนวตั้ง

รายละเอียดสองจุดในคำอธิบายนั้นมีน้ำหนักมากกว่าที่เห็น จุดแรกคือวันที่เผยแพร่บนการ์ด ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารูปแบบนี้ถูกออกแบบมาสำหรับเรื่องที่ความสดใหม่คือหัวใจ ไม่ใช่สำหรับคำถามแบบ evergreen จุดที่สองคือชื่อแหล่งที่มา ซึ่งแปลว่าแบรนด์ของผู้เผยแพร่ปรากฏอยู่บนการ์ดโดยตรง ไม่ใช่ซ่อนอยู่ในปลายทางของลิงก์ที่ผู้อ่านต้องเอาเมาส์ไปชี้ก่อนจึงจะเห็น

ส่วนตำแหน่งนั้น แหล่งข่าวอธิบายว่าอยู่ระหว่างส่วนต่าง ๆ ของคำตอบที่ AI สร้างขึ้น โดยตัวอย่างเฉพาะกรณีนี้แสดงการ์ดไว้ใกล้ส่วนบน Google ไม่ได้เผยแพร่กฎว่าแถบนี้จะไปอยู่ตรงไหนในคำตอบแต่ละแบบ การเหมาว่า "ใกล้ส่วนบน" คือสิ่งที่การันตีได้จึงเป็นการพูดเกินกว่าที่ภาพหน้าจอแสดง ตัวอย่างหนึ่งชิ้นก็คือตัวอย่างหนึ่งชิ้น

ต่างจากการอ้างอิงเล็ก ๆ ที่ติดอยู่กับข้อความที่ AI สร้างอย่างไร

AI Mode มีลิงก์ออกอยู่แล้ว กลไกที่คุ้นเคยคือการอ้างอิงขนาดเล็กที่ติดอยู่กับข้อความบางท่อนที่ AI สร้างขึ้น ซึ่งผู้อ่านต้องสังเกตเห็นก่อนแล้วจึงกดเปิด ส่วนคารูเซลเป็นตำแหน่งอีกแบบหนึ่ง คือบล็อกภาพขนาดใหญ่กว่าที่ประกอบด้วยการ์ดบทความพร้อมรูปและพาดหัว และได้พื้นที่เป็นแถวของตัวเองภายในคำตอบ

Search Engine Journal ตีความความต่างนี้ว่าตำแหน่งที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอาจเพิ่มคลิก หรืออาจทำให้อิมเพรสชันมองเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเทียบกับการอ้างอิงเล็ก ๆ แบบเดิม คำที่ต้องจำไว้ให้แม่นคือคำว่า "อาจ" เพราะยังไม่มีการเผยแพร่ตัวเลขอัตราคลิก เปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้น หรือผลลัพธ์ฝั่งผู้เผยแพร่สำหรับรูปแบบนี้เลย ท่าทีที่ตรงไปตรงมาจึงเป็นการบอกว่าตำแหน่งใหญ่ขึ้นจริง แต่ผลของมันยังไม่มีการวัดต่อสาธารณะ

ด้าน Search Engine Land ซึ่งรายงานประกาศเดียวกัน มองว่าสิ่งนี้ทำให้ผลลัพธ์ใน AI Mode คลิกได้ง่ายขึ้น และคาดว่าจะนำไปสู่คลิกที่มากกว่าที่ AI Mode เคยให้มาก่อนหน้านี้ พร้อมกับเตือนว่าจำนวนคลิกจะไม่กลับไปเท่ากับยุคก่อนที่ AI จะเข้ามาอยู่ใน Search นั่นคือความคาดหมายที่สื่อสายการตลาดระบุไว้ ไม่ใช่ผลการวัดที่ Google ปล่อยออกมา และควรอ่านด้วยสถานะแบบนั้น รายงานชิ้นเดียวกันยังอธิบายว่ารูปแบบนี้มีหน้าตาคล้ายกับ top stories ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบของสื่อสายการตลาด ไม่ใช่ชื่อเรียกที่ Google ใช้กับมัน

Preferred Sources เข้ามาเกี่ยวตรงไหน

Google ระบุว่าแหล่งข่าวที่ผู้ใช้เลือกไว้สามารถถูกไฮไลต์อยู่ภายในคารูเซลได้ Preferred Sources คือการตั้งค่าที่ให้ผู้ค้นหาบอก Google ว่าตัวเองอยากเห็นสำนักข่าวไหนมากขึ้น และโพสต์ของ Stein ก็พูดถึงตรง ๆ ว่าแหล่งข่าวที่ผู้ใช้เลือกไว้สามารถปรากฏอยู่ในแถบลิงก์นี้ได้

สำหรับผู้เผยแพร่ เรื่องนี้เชื่อมงานสองสายที่เคยแยกจากกันเข้าด้วยกัน การทำให้ผู้อ่านเลือกคุณเป็น Preferred Source เป็นงานฝั่งผู้ชม ใกล้เคียงกับการหาคนสมัครรับจดหมายข่าวมากกว่าการทำอันดับ ส่วนคารูเซลคือจุดที่การเลือกนั้นไปปรากฏอยู่ภายในคำตอบแบบ generative ตัวเลขขนาดของการตั้งค่านี้ที่ Google เปิดเผยเอง คือแหล่งข้อมูลไม่ซ้ำกันมากกว่า 600,000 แหล่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมากกว่า 345,000 แหล่งในเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นตัวเลขสาธารณะเพียงชุดเดียวที่ผูกอยู่กับเรื่องทั้งหมดนี้ และมันนับจำนวนแหล่งข้อมูล ไม่ได้นับอิมเพรสชันหรือคลิก

สิ่งที่ Google ไม่ได้บอกคือแหล่งข่าวที่ถูกเลือกไว้ถูกให้น้ำหนักอย่างไรเมื่อเทียบกับแหล่งที่ไม่ได้ถูกเลือกภายในคารูเซลเดียวกัน และการถูกเลือกนั้นเปลี่ยนสิทธิ์ในการปรากฏเลยหรือเปลี่ยนแค่ลำดับ ประเด็นนี้ยังไม่มีการระบุ

ประกาศนี้ไม่มีคำแนะนำเรื่องการจัดอันดับ

ส่วนนี้คือส่วนที่มีโอกาสถูกเติมด้วยการเดามากที่สุด จึงควรพูดให้ตรง Google ไม่ได้เผยแพร่เกณฑ์สำหรับการปรากฏในคารูเซลหัวข้อที่กำลังเป็นข่าว ไม่มีข้อกำหนดที่ระบุไว้เกี่ยวกับความเร็วในการเผยแพร่ โครงสร้างบทความ schema ขนาดรูปภาพ ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หรือปัจจัยอื่นใด

ใครก็สามารถให้เหตุผลได้ว่าคารูเซลของการ์ดบทความที่ทันเหตุการณ์น่าจะต้องมีรูปภาพ พาดหัวที่ชัดเจน และวันที่เผยแพร่จริง เพราะนั่นคือฟิลด์ที่การ์ดแสดงอยู่ แต่การให้เหตุผลแบบนั้นไม่ใช่คำแนะนำอย่างเป็นทางการ และไม่ควรถูกขายเป็นเช็กลิสต์สำหรับการเข้าไปอยู่ในคารูเซล แหล่งข่าวไม่ได้บอกว่าอะไรทำให้หน้าเว็บมีสิทธิ์ปรากฏ การเอาเลย์เอาต์ของการ์ดไปตีความเป็นสเปกการจัดอันดับจึงเท่ากับเอาการเดามาแต่งตัวเป็นข้อเท็จจริง

สิ่งที่ Google ยังไม่ได้บอก

วิธีที่ชัดที่สุดในการจับขอบเขตของข่าวนี้คือการวางคำถามที่คนสงสัยไว้ข้าง ๆ สิ่งที่มีการระบุจริง ตารางด้านล่างทำแบบนั้น และทุกช่องมาจากประกาศครั้งนี้หรือจากการเปิดตัวรูปแบบนี้ของ Google เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569

สิ่งที่ Google ยังไม่ได้บอก
คำถามสิ่งที่มีการระบุจริง
ตอนนี้คารูเซลเปิดใช้งานที่ไหนบ้างAI Mode ประกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 โดย Robby Stein และ AI Overviews ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 ที่ Google เปิดตัวรูปแบบนี้
ปรากฏกับทุกคำค้นหาที่เป็นหัวข้อกำลังเป็นข่าวหรือไม่ไม่ Google ระบุว่าคารูเซลปรากฏกับการค้นหาเพียงบางคำเท่านั้น จึงไม่มีการรับประกันสำหรับข่าวใดข่าวหนึ่ง
แหล่งข่าวที่ผู้ใช้เลือกไว้ปรากฏในนั้นได้หรือไม่ได้ Google ระบุว่า Preferred Sources สามารถถูกไฮไลต์อยู่ภายในคารูเซลได้
จะขยายไปยังคำค้นหาประเภทอื่นหรือไม่ยังไม่มีการระบุ Google ไม่ได้บอก และบอกเพียงว่ายังทดสอบดีไซน์ลิงก์แบบต่าง ๆ ในประสบการณ์ AI ต่อไป
แยกวัดผลของมันใน Search Console ได้หรือไม่ไม่ได้ ลิงก์จาก AI Mode สร้างอิมเพรสชันและคลิกได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีตัวกรองสำหรับแยกคารูเซลนี้ออกมา

ช่องว่างของการวัดผลใน Search Console

ลิงก์จาก AI Mode สามารถสร้างอิมเพรสชันและคลิกใน Search Console ได้ ทราฟฟิกที่เข้ามาผ่านคารูเซลจึงไม่ได้หายไปจากภาพรวม สิ่งที่ขาดคือการแยกส่วน ปัจจุบันยังไม่มีตัวกรองที่แยกคารูเซลตัวนี้ออกมาโดยเฉพาะ ซึ่งแปลว่าผู้เผยแพร่ไม่สามารถแยกผลของคารูเซลออกจากข้อมูลส่วนที่เหลือใน Search Console ได้

ผลในทางปฏิบัติคือผู้เผยแพร่ที่เริ่มปรากฏในแถบนี้จะเห็นผลลัพธ์ถูกรวมอยู่ในยอดเดียวกันกับลิงก์สีน้ำเงินแบบดั้งเดิม การอ้างอิงใน AI Overviews และลิงก์อื่น ๆ จาก AI Mode การชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงบนกราฟเส้นมาจากรูปแบบนี้จึงเป็นการตั้งสมมติฐาน ไม่ใช่การอ่านข้อมูล Search Engine Land ตั้งข้อสังเกตในทางเดียวกันว่า Google ไม่ได้รายงานข้อมูลคลิกในรายงาน generative AI ของ Search Console ซึ่งเป็นอีกเหตุผลที่ต้องระวังการสรุปแบบมั่นใจว่าก่อนกับหลังต่างกันเพราะอะไร

ตราบใดที่ยังไม่มีตัวกรอง สิ่งที่ปกป้องตัวเองได้คือการบันทึกวันที่ของการเปลี่ยนแปลง คือวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ไว้เป็นหมายเหตุบนไทม์ไลน์ของรายงาน และไม่รีบยกความเคลื่อนไหวหลังจากนั้นให้เป็นผลของมันโดยไม่มีวิธีทดสอบ ส่วนนี้เป็นการวิเคราะห์ของ Relevant Audience ไม่ใช่คำแนะนำจาก Google

เรื่องนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับนักการตลาดไทย

ส่วนต่อไปนี้เป็นการให้เหตุผลของ Relevant Audience ซึ่งแยกออกจากสิ่งที่แหล่งข่าวระบุอย่างชัดเจน ประกาศครั้งนี้ไม่ได้ระบุตลาดใดและไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องภาษา ไม่มีข้อความใดบอกว่าคารูเซลหัวข้อที่กำลังเป็นข่าวปรากฏกับคำค้นหาภาษาไทย ในประเทศไทย หรือกับหัวข้อข่าวของไทยหรือไม่ ใครก็ตามที่อ้างว่ามีการปล่อยเฉพาะสำหรับประเทศไทยคือการพูดเกินหลักฐาน

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความต่างที่ควรจับตา กองบรรณาธิการของแบรนด์ในกรุงเทพที่เผยแพร่บทวิเคราะห์หลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วหลายสัปดาห์ ไม่ได้กำลังเขียนให้กับรูปแบบที่การ์ดแสดงวันที่เผยแพร่ ส่วนผู้เผยแพร่ที่รายงานเรื่องหนึ่งขณะที่เรื่องนั้นยังเดินอยู่คือคนที่เขียนให้กับรูปแบบนี้ ความต่างเรื่องจังหวะการเผยแพร่แบบนี้ ไม่ใช่เทคนิคการจัดอันดับใด ๆ คือสิ่งที่แยกสองกลุ่มออกจากกันในตำแหน่งที่สร้างขึ้นรอบความทันเหตุการณ์ และมันเป็นคำถามเรื่องกระบวนการผลิตคอนเทนต์มากกว่าคำถามทางเทคนิค ทีมที่กำลังคิดว่าพื้นผิว AI ปฏิบัติกับเนื้อหาของตัวเองอย่างไร เริ่มได้จากบริการ generative engine optimisation ของ Relevant Audience ส่วนคำถามเรื่องจังหวะการเผยแพร่ที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นงานของ คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง

อีกประเด็นสำหรับทีมไทยคือวินัยในการวัดผล เพราะ Search Console ไม่มีตัวกรองสำหรับคารูเซลนี้ รายงานรายเดือนที่ยกความเปลี่ยนแปลงของทราฟฟิกให้เป็นผลของมันคือการยืนยันสิ่งที่เครื่องมือแสดงไม่ได้ การรายงานว่าตำแหน่งนี้มีอยู่จริง มีวันที่เท่าไร และมีข้อจำกัดอะไร คือการรายงานที่ถูกต้อง ส่วนการรายงานผลของมันยังไม่ถูกต้อง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคารูเซลลิงก์หัวข้อที่กำลังเป็นข่าว

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีอะไรเปลี่ยนไปกันแน่

คารูเซลลิงก์สำหรับหัวข้อที่กำลังเป็นข่าวเปิดใช้งานใน AI Mode แล้ว หลังจากที่มีอยู่ใน AI Overviews อยู่ก่อนแล้ว ตามโพสต์บน X ของ Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google Search ไม่มีการระบุว่าเวอร์ชันใน AI Overviews เปลี่ยนแปลงอะไร และตัวรูปแบบนี้ Google เปิดตัวไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569

จะทำอย่างไรให้บทความเข้าไปอยู่ในคารูเซล

แหล่งข่าวไม่ได้บอก และยังไม่มีการเผยแพร่เกณฑ์การมีสิทธิ์ใด ๆ Google ไม่ได้ให้ข้อกำหนดเรื่องความเร็วในการเผยแพร่ โครงสร้างบทความ หรือมาร์กอัปสำหรับตำแหน่งนี้ ดังนั้นวิธีทำทีละขั้นตอนใด ๆ ที่มีคนเสนอเพื่อเข้าไปอยู่ในคารูเซลจึงเป็นการคาดเดา ไม่ใช่คำแนะนำที่มีที่มา

สิ่งนี้จะส่งทราฟฟิกให้ผู้เผยแพร่มากขึ้นหรือไม่

ยังไม่มีการเผยแพร่ตัวเลขทราฟฟิก อัตราคลิก หรือผลลัพธ์ฝั่งผู้เผยแพร่สำหรับรูปแบบนี้ Search Engine Journal ตั้งข้อสังเกตว่าตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นอาจเพิ่มคลิกหรือทำให้อิมเพรสชันเห็นได้ชัดขึ้น และ Search Engine Land คาดว่ารูปแบบนี้จะคลิกได้ง่ายกว่าที่ AI Mode เคยเป็น แต่ทั้งสองอย่างเป็นความคาดหมาย ไม่ใช่ผลที่วัดได้จริง

คารูเซลปรากฏกับคำค้นหาภาษาไทยหรือไม่

ยังไม่มีการระบุไว้ที่ใดในประกาศนี้ ซึ่งไม่ได้เอ่ยถึงตลาดใดและไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องภาษา Google บอกเพียงว่าคารูเซลปรากฏกับการค้นหาบางคำที่เป็นหัวข้อกำลังเป็นข่าว โดยไม่ได้ระบุภูมิภาคหรือภาษา

ติดตามผลของคารูเซลใน Search Console ได้หรือไม่

แยกออกมาไม่ได้ ลิงก์จาก AI Mode สร้างอิมเพรสชันและคลิกใน Search Console ได้ก็จริง แต่ปัจจุบันยังไม่มีตัวกรองสำหรับแยกคารูเซลตัวนี้ออกมา ผลของมันจึงยังปนอยู่กับทุกอย่างที่พร็อพเพอร์ตี้ได้รับ

Antonio Fernandez

Antonio Fernandez

ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Relevant Audience ผู้นำด้านการตลาดดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีในการพัฒนากลยุทธ์การตลาดดิจิทัล เขาได้นำพาทีมงานในการสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าผ่านโซลูชันดิจิทัลที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพ

แชร์ไปยัง:
คัดลอกลิงก์:

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม เพิ่ม Relevant Audience เป็นแหล่งข้อมูลที่คุณเลือก เพื่อให้บทความของเราปรากฏในผลการค้นหา Google ของคุณมากขึ้น